เธียร Said
ผมยืนมองสาวร่างเล็ก ที่ฟุบหน้าลงกระแทกกับพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูของเธอ ก่อนจะหันมองใบหน้าของลุงที่ยืนมองลูกสาวตัวเองด้วยความเป็ห่วง
“จะทำอย่างนี้จริงๆ หรอ”
“ถ้าผมส่งการ์ดเชิญแล้วเธอก็จะยอมตามไปง่ายๆ หรอครับ”
“เอ่อ…ว่าแต่ยาสลบช้าง ไม่แรงไปใช่ไหม”
“ผมให้หมอผสมยาให้ครับ ไม่ต้องกังวล ออกฤทธิ์ไว แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต”
“แล้วจะทำยังไงต่อ”
“ถ้าคิดจะฝากชีวิตลูกลุงไว้ในมือผม ก็ต้องถอดเขี้ยว ถอดเล็บเธอก่อนครับ”
“เธียร ..คือว่า ลองคุยกับน้องดีๆ ก่อนนะ” ลุงพูดด้วยสีหน้าพะวง
“ลุงครับ…”
“....”
“ผมรู้ว่าลุงจำข้อแม้ของผมได้ และแน่นอน กฎเดียวที่ตั้งขึ้น คือ ห้ามลุงยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเด็ดขาด”
“....”
“ไว้ใจผมเถอะครับ ผมไม่ฆ่าเธอหรอก”
“อืม ถ้างั้น ลุงฝากน้องด้วยนะ”
“ครับ ….”
ผมเดินเข้าไปอุ้มเธอขึ้น พาร่างบางที่เบาราวขนนกไปที่รถแวนคันดำเงา ก่อนจะหันไปโค้งศรีษะลงเล็กๆ เป็การล่ำลาลุงแล้วออกไปจุดหมายทันที
….ยินดีต้อนรับเข้าสู่ขุมนรก คุณหนูเฌอพราวด์…
เธียร END
------------------------------------------------------------------------------------------
“อื้อ~~~”
ฉันหลี่ตาปรับแสง แขนขาชาไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกผีอำ ทำได้แค่ผงกหัวดูบรรยากาศแปลกๆ รอบข้าง
“ปวดตัวชะมัด…”
ฉันสบถเบาๆ ด้วยเสียงแหบพล่า ยกมือที่หนักอึ้งดันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะต้องตาเบิกโพลงด้วยความใและหวีดเสียงแหลมออกมาลั่น
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”
ฉันกรี้ดจนลมหมดปอด นั่งหอบ หันซ้ายหันขวา ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ ว่านี่ไม่ได้ฝันร้ายอยู่
ฟูกบาง จนแทบจะถูกลมพัดปลิว บนพื้นไม้กระดานเก่าๆ กลิ่นอับตุ ลมร้อนพัดเข้าซอกฝาผนังบ้าน กระทบใบหน้าและเสียงซ่าของน้ำเป็จังหวะ เหมือนนอนอาบแดดอยู่ริมทะเล
“ตื่นแล้วหรอ”
เสียงเข้มทุ้ม พร้อมบุคคลปริศนาเปิดประตูไม้โผล่ใบหน้าเข้ามา เขาสวมเสื้อเชิ๊ตสีดำสนิท เปิดกระดุมโชว์แผงอกกล้ามเป็มัด ผิวเนียนสีแทน ใบหน้าคม คิ้วเข้ม ดวงตาเฉี่ยวเหมือนเสือ ยกยิ้มสยองมุมปากให้ฉัน
แม่งทรงแบด สเป๊ก!!!
ถ้าไม่ติดหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่ ฉันคงกระดิกนิ้วเรียกมาปรนเปรอแล้ว
“นะ นายเป็ใคร อึก! โจรลักพาตัวหรอ?!”
ไร้คำตอบจากบุคคลปริศนา เขานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ด้านหน้าด้วยท่าทางที่ดูสบายใจ เอียงคอมองด้วยสายตาเหยียด กระดิกเท้าเบาๆ ชี้หน้าฉัน
“ตะ ้าเท่าไร …”
ไร้คำตอบจากบุคคลปริศนาอีกเช่นเคย เขายกฝ่ามือขึ้นเท้าคาง ใช้นิ้วเรียวยาวลูบััริมฝีปากไปมาช้าๆ ทำท่าเหมือนกำลังหัวเราะเยาะฉัน
“บอกมาสิ ฉันให้ได้มากกว่าที่นายคิดซะอีก…”
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นางเอกละครหรอ”
“ถะ ถ้าไม่ใช่โจร แล้วจับฉันมาทำไม”
ฉันซ่อนมือที่สั่นจากความกลัวไว้ด้านหลัง พยายามเชิดหน้าขึ้นพูดกับเขา
“จับเจิบอะไร พ่อเธอส่งเด็กเปรตอย่างเธอให้ฉันเองต่างหาก”
เอ๋ เดี๋ยวนะ ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า…
‘ เด็กเปรต ’ หมายถึงใครอ่ะ ?? …ฉันหรอ??
กรี้ดดด ไอ้บ้าหน้าหล่อ กล้ามล่ำนี่ กล้าด่าฉันว่า ‘เด็กเปรต’ งั้นหรอ ไอ้สลัดผัก ไอ้หมาไซบีเรียน ไอ้ฉลามชนเขื่อน ×÷%฿^*[),_/@’
เขาล้วงกระเป๋าเสื้อ ชูเครื่องอดเสียงจิ๋วๆ เปิดให้ฉันฟัง
‘ถ้าสำนึกความผิด เปลี่ยนนิสัยตัวเองได้ ค่อยกลับมา‘
เสียงพ่อพูดสั้นๆ เขากดเล่นเสียงบันทึกนั่นซ้ำๆ จนเข้าโสตประสาท ฉันนั่งมือไม้สั่น น้ำตาคลอ ทั้งโกธรและกลัวในเวลาเดียวกัน
“!!!! มะ ไม่จริง”
“จะเชื่อไม่เชื่อ ก็เื่ของเธอ” เขาพูด และเก็บเครื่องอัดเสียงใส่กระเป๋า
“ไม่มีทาง! พ่อไม่ทำอย่างนี้แน่!”
“หรอ … งั้นทำไม ลูกสาวนายพลถึงโดนจับตัวคาบ้านได้ล่ะเนี้ย”
เขาโค้งตัวมาด้านหน้าช้าๆ ใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าผากฉัน พลางออกแรงดันเบาๆ จนหัวฉันเอนหงายหลังไปเล็กน้อย
“ไอ้ชั่ว! ฉันจะโทรหาพ่อ เอาโทรศัพท์มาเดี๋ยวนี้!”
ฉันแผดเสียงสั่ง จ้องมองใบหน้านั้นด้วยน้ำตาที่คลอจากความโกธร
“หึๆ สาวน้อย เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรอยู่”
“พ่อฉันต้องส่งคนมาฆ่าแกแน่”
“นี่เธอยังเชื่อจริงๆ หรอ ว่าพ่อเธอไม่ได้ร่วมมือด้วย”
“นะ นี่แก!!!”
“อาหารมื้อสุดท้ายในคฤหาสน์ อร่อยใช่ไหมล่ะ ..เสียดาย เธอกินคำเดียวเอง อุส่าห์เตรียมตั้งนาน”
“!!!”
ไม่ ไม่มีทาง … พ่อไม่มีทางส่งฉันมาที่ดักดานกับผู้ชายโรคจิตแบบนี้แน่ ฉันเป็ลูกสาวคนเดียวของเขานะ!
“ฉันจะคุยกับพ่อ!”
“...” เขานิ่งเงียบ ทำเพียงยิ้มสยองมุมปาก จ้องฉันด้วยแววตาเหยียดเช่นเดิม
“อึก!! สะ สิบล้าน! ไม่สิ ห้าสิบล้าน!!! ปล่อยตัวฉัน ฉันจะให้ห้าสิบล้าน!”
“หึ…”
“ร้อยล้านเลยก็ได้ !”
ฉันพยายามใจเย็นยิ้มกลับ ใช้วิธีเงินฟาดแก้ปัญหาเช่นเดิม … ใครมันจะไม่อยากได้เงินวะ
“นี่… ฉันเห็นว่าเธอโง่ เลยจะบอกเอาบุญให้อย่างนะ“
“!!!”
“... เกาะนี้ทั้งเกาะเป็ของฉัน เธอคิดว่าฉันจะเอาเงินแค่นั้นไปทำไมกัน… ปลูกหญ้ากันดินหรอ”
“กะ เกาะ?!”
ฉันหวีดเสียงแหลมด้วยความใ พยุงตัววิ่งล้มลุกคลุกคลานด้วยขาที่อ่อนแรง ออกจากกระท่อมไม้ไปดูเต็มๆ ตา