อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 43

                  เมื่อสมิงจ้อมขิ่นเห็นว่าลูกน้องของตนไม่มีใครสนใจมองมา  ก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่อลินตาอย่างรวดเร็วแต่จังหวะนั้นเอง อลินตาหลบไปด้านข้างแล้วตวัดมีดในมือ...

                     “ฉึก!!!!” มีดเล็กในมือของหญิงสาวปักเข้าที่ต้นขาหน้าของเสือสมิงจ้อมขิ่นจมปลายมีดทำเอาสมิงร้ายชะงักกึก ตาเบิกโพลงผวาเฮือก กระเด็นไปด้านหลังอย่างแรงเพราะนั่นไม่ใช่มีดเล็กธรรมดาแต่ทว่ามันฝังอาคมปราบเสือไว้โดยมีมนตราที่อลินตาท่องเมื่อสักครู่ประทับที่ปลายมีดซ้ำด้วยและยังไม่ทันที่สมิงจ้อมขิ่นจะลุกขึ้นตั้งหลัก

                    “ฉึก!!” มีดอีกเล่มก็พุ่งเข้าปักที่ต้นขาด้านหลังของเสือสมิงจ้อมขิ่นพร้อมกันนั้นอลินตาก็เดินอาดๆ เข้ามาแล้วดึงมีดเล่มแรกออกจากต้นขาหน้าของเสือสมิงร้ายอลินตายกมีดขึ้นมาทาบกับแสงไฟเรืองๆ ที่ส่องสว่างจากรัศมีรอบกายของตนหญิงสาวพลิกดูเลือดที่ติดมีดไปมา ก่อนจะมองไปทางหมอผีจ้อมขิ่นซึ่งบัดนี้ได้กลายร่างเป็นมนุษย์แล้วโดยมีสภาพบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่จากมีดที่อลินตาเพิ่งดึงออกเมื่อสักครู่และต้นขาของหมอผีจ้อมขิ่นก็ยังมีมีดอีกเล่มปักคาอยู่และที่กลายร่างเป็นมนุษย์ก็เนื่องจากอาคมของเสือร้ายได้ถูกทำลายลงอย่างหมดสิ้นหมอผีจ้อมขิ่นกัดฟันกรอด

                    “อีนี่ มึงเป็นใคร บังอาจทำลายมนต์สมิงกูงั้นรึไม่เคยมีใคร...” ยังพูดไม่จบอลินตาก็เดินไปดึงมีดอีกเล่มของตนออกมาจากต้นขาของหมอผีจ้อมขิ่นและจากเสียงคำรามถามเมื่อกี้ก็กลายเป็น

                    “อ๊ากกกก....!!!เจ็บ.. เจ็บโว้ย.....” และนั่นก็ทำให้เสือสมิงร้ายหมดฤทธิ์สิ้นท่าได้แต่เงยหน้ามองอลินตาด้วยความเจ็บใจ เมื่อหมอผีจ้อมขิ่นหมดฤทธิ์ ลูกน้องของหมอผีจ้อมขิ่นก็กลายสภาพเป็นคทั้งหมดและอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโทรมกายเพราะคงโดนยันม่ากับคูโบต้าจัดหนักจัดเต็มนั่นเอง อลินตาดูเลือดที่เปื้อนมีดอยู่ก็พูดขึ้น

                    “มีดเล่มแรกฉันทำเพื่อใช้ล้างอาคมของแกและเอาเลือดสมิงของแกที่เป็นต้นอาคมมาทำพิธีสวมวิญญาณให้กับคนของฉัน” พูดแล้วก็หันไปมองทางอวยชัยที่นั่งตาลอยเพราะโดนสะกดจิตอยู่

                    “ส่วนเล่มที่สอง..”อลินตาสายตาเย็นชามีแววเหี้ยมแฝงอยู่ไม่น้อยชัยยันต์ถึงกับกลืนน้ำลาย ผู้หญิงคนนี้เวลาปกติก็ดูเหมือนคนติ๊งต๊องหน้าเงินแต่พอเวลาเอาจริงทำไมดูน่ากลัวและน่าเกรงขามถึงเพียงนี้

                    “ฉันแค่อยากให้แกลิ้มรสว่าการเอามีดเอาลิ่ม ไปตอก ไปปักวิญญาณตนอื่นๆ ความรู้สึกจะเป็นยังไงแค่นั้นเอง” อลินตายิ้มร้าย ยักไหล่

                    “รู้แล้วใช่ไหม?ว่ามันสาหัสแค่ไหน? แต่ต่อไปนี้แกไม่มีวันได้ทำแบบนี้กับใครอีกเพราะถ้าแกดันทุรังฟื้นอาคมเสือสมิงขึ้นมาใหม่ ก็หมายถึงหายนะในชีวิตแกเพราะฉันล้างอาคมและปิดทวารวิญญาณของแกทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนับจากนี้ไปก็ทำได้อย่างเดียวคือใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป คนอย่างแกที่มีแต่ความละโมบโลภมาก ไม่สนชีวิตของคนหรือสัตว์ไม่สมควรมีวิชาอาคมเพื่อใช้ไปในทางที่ไม่ดี ตัวแกน่ะฉันไม่ห่วงสักนิดฉันห่วงคนอื่นที่จะต้องมาเดือดร้อนเพราะแก”หมอผีจ้อมขิ่นรับรู้ได้ทันทีว่าถ้าเขาปลุกเสกคาถาอีกครั้งเขาจะต้องกลายเป็นคนบ้าสติไม่สมประกอบ เพราะธาตุวิญญาณเหลือเพียงแค่ทวารเดียวแล้วไม่สามารถรับธาตุอื่นๆ เข้ามาในกายละเอียดได้อีกต่อไป เมื่อรู้ดังนี้หมอผีจ้อมขิ่นก็ด่าอลินตาด้วยความเกรี้ยวกราด

                    “มึง.. กูขอสาปแช่งมึงให้ตายห่าตายโหงอย่างทรมาน...”หมอผีจ้อมขิ่นด่ากราดด้วยความโกรธแค้นสุดๆ แต่... อลินตาส่ายหน้าใจเย็นก่อนโบกมือขึ้นบ๊ายบายกลางอากาศ

                    “เสียใจฉันไม่รับสะท้อนกลับไปหาคนแช่งละกัน เอาล่ะแยกย้ายฉันรีบแล้วแกมีลูกน้องอยู่อีกตั้งสี่ห้าคนก็เข้าโครงการเยียวยากันไปนะ” ว่าแล้วอลินตาก็ไม่รอช้า รีบควักแผ่นผ้าสีขาวขนาดเท่าผืนยันต์แล้วใช้ผ้านั้นเช็ดเลือดที่มีดก่อนจะเดินเข้าไปยังเสือตัวที่ไม่ถูกถอนอาคมตัวแรกที่หมอผีจ้อมขิ่นส่งมาประเดิมการต่อสู้เมื่อถูกดูดพลังสมิงออกจนหมดเสือร้ายตนแรกนั้นก็กลายสภาพเป็นลูกศิษย์ของหมอผีจ้อมขิ่นอีกคน

                    จากนั้นอลินตาลงนั่งหลังตรงมั่นคงพร้อมพึมพำคาถาสมิงทิพยามนต์อีกครั้ง เพียงครู่เดียวอวยชัยที่กำลังนั่งโงนเงนโงนเงน อยู่ข้างร่างของเสือสมิงก็ค่อยๆ ลืมตาโดยมีประกายตาสีส้มจัดดุจแววตาของเสือร้ายเมื่ออวยชัยมีแววตาสีส้มจ้าเงาดำจากร่างของเสือสมิงที่หมดฤทธิ์นอนอยู่ก็ค่อยๆเข้าครอบร่างของอวยชัยอีกทีจากนั้นอวยชัยก็ยืนขึ้นองอาจดุจเจ้าแห่งป่าก่อนจะคำรามโฮกฮากสนั่นหวั่นไหวและไม่นานอวยชัยก็ออกวิ่งมุ่งหน้าหายเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว เมื่ออวยชัยไปแล้วอลินตาก็เรียกสมุนกุมารของตน

                    “สมุทร สินเธาว์ ตามไปคอยปกป้องกายหยาบของอวยชัยอย่าให้ใครตามกลิ่นวิญญาณได้เด็ดขาด..”สองกุมารนามว่าทะเล และเกลือรับคำด้วยความแข็งขัน

                    “ครับ แม่อลิน..”จากนั้นอลินตาก็หันมาสั่งความต่อเนื่อง

                    “ยันม่า” ควายธนูนามว่ายันม่าหายตัววับมาปรากฏอยู่ต่อหน้าอลินตา อลินตาหันไปทางกลุ่มของเจ้าภูแสน

                    “ตอนนี้พวกมันคงใกล้ถึงถ้ำเต็มทีไม่รู้ว่าเงาสมิงในร่างของอวยชัยจะชะลอพวกมันได้แค่ไหน” พูดถึงตรงนี้อลินตาก็หันไปทางหมอผีจ้อมขิ่น

                    “โหรหลวงคะคนพวกนี้โดนหลอกใช้อีกทอดเสือสมิงพวกนี้เป็นแค่ด่านแรกที่จะมากำจัดพวกเรา” หนานเมืองอินทร์ได้ยินก็ตกใจ

                    “หมายความว่าอวยชัยคือคนที่ไปถ่วงเวลาพวกมัน” อลินตาพยักหน้าตอบรับ

                    “ค่ะอวยชัยจะทำให้วิญญาณสมิงร้ายที่พวกมันมีอยู่อีกสองตน ล่าช้าลง” เมื่ออลินตาพูดมาถึงตรงนี้ทุกคนเข้าใจในทันทีเพราะอวยชัยเกิดปีเสือและคนที่เกิดปีเสือเท่านั้นที่จะทำให้สมิงอ่อนแรงลงได้เกือบครึ่งอย่างที่หนานเมืองอินทร์คิดไว้ตั้งแต่แรกเจ้าภูแสนยืนฟังอยู่นานเกิดความสงสัยรีบถามทันที

                    “จะไปยังไงควายเธอมีแค่สองตัว” อลินตาตอบกลับทันทีเช่นกัน

                    "กลุ่มเจ้าก็ซ้อนสามไง"เจ้าภูแสนนึกขบขันที่อลินตายังอุตส่าห์เล่นลิ้นในยามคับขันเช่นนี้ เจ้าภูแสนมองหน้าอลินตาแล้วพูดยียวนอีกฝ่าย

                    “ซ้อนสามมันผิดกฎหมายฉันจะไปกับเธอเองส่วนโหรหลวงไปกับชัยยันต์” เจ้าภูแสนไม่ได้พูดเปล่าตะโกนเรียกน้องควายอีกตัวของอลินตา

     

                    “คูโบต้า..”พลันควายธนูเหล็กไหลนามว่า คูโบต้า ก็ตะบึงห้อมายืนเคียงข้างควายธนูยันม่าเพื่อรอรับคำสั่งจากเจ้าภูแสนด้วยอาการเชื่องเหมือนแมวน้อยเจ้าภูแสนสั่งการเสียงเฉียบ

                    “พาโหรหลวงหนานเมืองอินทร์กับชัยยันต์ตามฉันมา”เมื่อหันไปสั่งการกับคูโบต้าแล้วเจ้าภูแสนก็หันกลับมาทางอลินตาก่อนที่จะก้าวขึ้นควายธนูนามว่ายันม่าด้วยความคล่องแคล่วอลินตายืนมองเจ้าภูแสนนิ่งแต่เจ้าภูแสนไม่สนใจดึงแขนหญิงสาวขึ้นมานั่งด้วยกัน แต่เอ๊ะ..ตัวเบายังกับปุยนุ่นนี่ขนาดเจ้าหล่อนสะพายก๋วยด้านหลังด้วยนะตัวกระเปี๊ยกแค่นี้เอาแรงจากไหนมากระทืบเสือสมิงน้ำหนักเกือบร้อยโลซะหมอบกระแตได้แปลกจริง..

                    หากทว่า..อลินตากลับตกใจและอึ้งกิมกี่มาก เพราะ..ไม่มีใครที่จะสามารถออกคำสั่งกับสิ่งของที่ลงอาคมของเธอได้ ไม่เว้นกระทั่งญาติที่สืบเชื้อสายเดียวกันยกเว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะมีดวงชะตาร่วมบุญกรรมเป็นเสมือนคนเดียวกันกับเธอ..  อย่าบอกนะว่า… คิดมาถึงตรงนี้ แก้มอลินตาก็แดงเหมือนคนโดนตบแปดร้อยฉาดแดงแบบโชกเลือดกันเชียวล่ะ อลินตาเงียบนิ่งผิดสังเกต เจ้าภูแสนแปลกใจถามขึ้น

                    “เป็นอะไร? จะไปไหมถ้ำน่ะ? สมบัติในถ้ำรออยู่ไม่ใช่เหรอ?”เมื่อเจ้าภูแสนถามขึ้นแบบนี้ใจบางก็แพ้ให้กับสัญชาตญาณแห่งเกลือทะเล เออจริงด้วยเกือบลืมไปเลยถ้าขืนช้ากว่านี้มีหวังเจ้าพวกนั้นได้ขนว่าที่ทองคำของเธอตัดหน้าไปแหงๆ เมื่อคิดได้อลินตาก็ตบหน้าตัวเองซ้ายขวาเรียกสติที่กำลังจะบินหนีไปจากสมองเรื่องอื่นเทไปก่อนงานยังไม่เสร็จ

                    “เพียะ..! เพียะ..!”เอาล่ะสติกลับมาสถิตสถานที่หัวสมองอีกครั้ง

                    “นั่งดีๆ เกาะแน่นๆนะทุกคน ยันม่า คูโบต้า ไปถ้ำตามที่พลังจิตฉันนำทางเดี๋ยวนี้...” สิ้นสุดคำสั่งเจ้านายสาวควายธนูเหล็กไหลสองตัวก็ตะบึงห้อล้อฟรีทันที... 

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน