บทที่ 4: ความลับหลังห้องสอบสวน
เสียงหมุนของลูกบิดประตูห้องสอบสวนด้านหลังยังคงดังแกรกแกรกไม่ยอมหยุด มันสลับกับการพยายามดันกระแทกประตูจากภายนอกอย่างบ้าคลั่ง
เสียงเหล็กกระทบกันในความเงียบนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าแสนโวลต์ที่วิ่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของผม สติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงกระจัดกระจายไปกับความซ่านเสียวพลันถูกดึงกลับมาในทันที หัวใจของผมร่วงหล่นวูบลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม เืในกายเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความกลัวและความตระหนกใเข้าเกาะกุมสมองอย่างรุนแรงจนลืมความรู้สึกซ่านเสียวไปจนหมดสิ้น
ผมรีบถอนตัวตนออกจากช่องทางรักอุ่นร้อนของดารินทันที ดารินครางประท้วงเบา ๆ ในลำคอด้วยความขัดใจ แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงลูกบิดประตูและแรงกระแทกจากด้านนอกชัดเจน ใบหน้าสวยสะพรั่งที่เคยแดงซ่านและฉ่ำเยิ้มด้วยราคะก็พลันเปลี่ยนเป็สีขาวซีดเหมือนกระดาษทันที
"ผู้กองคะ... ทำไมประตูล็อคล่ะครับ? ผู้กองนนท์อยู่ข้างในหรือเปล่า?" เสียงทุ้มแหบและมีน้ำหนักของ "จ่าสมชาย" ตำรวจเวรประจำค่ำคืนนี้ดังลอดประตูไม้หนาเข้ามา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
"อยู่ครับจ่า! แป๊บหนึ่งครับ พอดีลิ้นชักโต๊ะมันฝืด ผมกำลังกระแทกมันให้เข้าล็อคอยู่!" ผมะโตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามเค้นให้เป็ปกติที่สุด ทั้งที่เสียงสั่นพร่าและในลำคอแห้งผากจนแทบจะไม่มีลมผ่าน
ผมรีบขยับกางเกงขึ้น รูดซิปและติดกระดุมอย่างลนลาน มือไม้ของผมสั่นระริกราวกับจับไข้จนแทบจะกลัดหัวเข็มขัดและกระดุมเสื้อเชิ้ตตำรวจไม่เข้าที่ ขณะเดียวกันก็รีบก้มลงปัดเศษเอกสารคดีที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นหินอ่อนขึ้นมาถือไว้ ดารินเองก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เธอรีบดึงกระโปรงสอบสีดำลงเพื่อปกปิดโคนขาขาว จัดเสื้อเบลาส์ผ้าซิลค์สีครีมคอวีให้เข้าที่และกลัดกระดุมเม็ดบนที่หลุดออกอย่างเร่งรีบ สองมือของเธอสั่นสะท้านขณะลูบสางเส้นผมที่รุ่ยร่ายให้เข้าทรง และรีบหยิบกระดาษทิชชู่มาซับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามหน้าผากและซอกคอ
"คุณหญิง นั่งลงที่เดิมแล้วแกล้งทำเป็ร้องไห้เสียใจครับ!" ผมกระซิบสั่งเสียงเบาแต่เฉียบขาดพลางชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ดารินพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สมองของเธอสั่งการได้อย่างดีเยี่ยมในสถานการณ์คับขัน เธอนั่งลง หยิบทิชชู่ขึ้นมาซับดวงตาและแสร้งทำเป็ไหล่สั่นไหวสะอึกสะอื้นเหมือนเพิ่งผ่านการซักไซ้คดีอย่างหนักหน่วง สมกับที่เป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมและทักษะการแสดงที่เป็เลิศ
ผมรีบเช็ดเหงื่อบนใบหน้า สูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวสองสามครั้งเพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบะเิ จัดแจงเสื้อเชิ้ตตำรวจให้เรียบร้อยและตรวจดูว่าไม่มีเศษอะไรติดอยู่ตามร่างกาย ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตู หมุนปลดล็อคเดดโบลต์ช้า ๆ และดึงประตูเปิดออกกว้าง
จ่าสมชายยืนถือแก้วกาแฟกระดาษอยู่ในมือ ดวงตาที่เป็ประกายด้วยความสอดรู้สอดเห็นตามสัญชาตญาณของตำรวจเก่าจ้องมองเข้ามาด้านในห้องสอบสวนทันที สายตาของเขาหยุดลงที่แฟ้มเอกสารคดีในมือของผมที่ยับย่นเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนไปมองคุณหญิงดารินที่กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่ที่เก้าอี้ และสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของผมที่ยังมีรอยแดงจาง ๆ ที่ซอกคอและลมหายใจที่ยังหอบน้อย ๆ
"มีงานด่วนอะไรเหรอครับจ่าสมชาย? ผมแจ้งไว้แล้วไงครับว่าการสอบปากคำคุณหญิงดารินครั้งนี้เป็เื่ละเอียดอ่อนและ้าความเป็ส่วนตัวค่อนข้างสูง" ผมเอ่ยถามเสียงเข้ม แสร้งทำเป็หงุดหงิดเพื่อปกปิดความลับและสร้างอำนาจข่มขู่
จ่าสมชายสะดุ้งเล็กน้อย ท่าทางหวาดเกรงยศของผมอยู่บ้าง "ขอโทษจริง ๆ ครับผู้กอง พอดีสารวัตรโทรเข้ามาที่ห้องวิทยุส่วนกลาง สั่งให้ผู้กองโทรกลับด่วนที่สุดครับ เห็นบอกว่าเป็เื่ความคืบหน้าของคดีเสี่ยวิชัยที่มีผู้ใหญ่จากกองบัญชาการถามถึง... เอ่อ แล้วนี่... การสอบปากคำเรียบร้อยดีไหมครับ?" จ่าสมชายชะโงกหน้าพยายามมองข้ามไหล่ของผมเข้าไปในห้องอีกครั้ง
"เรียบร้อยดีครับ คุณหญิงดารินเพิ่งให้ข้อมูลสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับเวลาและรายละเอียดการทานยาของเสี่ยวิชัยก่อนเสียชีวิต และตอนนี้เธอกำลังโศกเศร้าและเพลียมาก ผมคิดว่าคงต้องขอจบการสอบสวนสำหรับค่ำคืนนี้เพียงเท่านี้ก่อน เพื่อให้คุณหญิงได้กลับไปพักผ่อน" ผมตอบพลางขยับตัวก้าวออกไปยืนขวางประตู บังสายตาของจ่าสมชายไม่ให้มองเห็นโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ที่ยังมีรอยคราบน้ำรักใส ๆ บางส่วนที่ผมยังไม่ได้เช็ดออก ซึ่งมันอาจจะทำให้ชีวิตราชการของผมจบสิ้นลงทันทีหากเขาฉลาดพอจะสังเกตเห็น
"อ๋อ... ครับ ๆ ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้วครับผู้กอง เชิญตามสบายครับ" จ่าสมชายยอมถอยกลับไปแต่โดยดี แต่สายตาของเขาก่อนหันหลังกลับยังแฝงแววสงสัยและรอยยิ้มแปลก ๆ ที่มุมปาก มันทำให้นนท์ลอบกำหมัดแน่นด้วยความอึดอัดระคนหวาดระแวง
ผมปิดประตูห้องสอบสวนลงเบา ๆ และลงกลอนล็อคอีกครั้ง ดารินหยุดแสร้งทำเป็ร้องไห้ทันที ใบหน้าสวยของเธอกลับมาเยือกเย็นและฉายแววยั่วยวนเปี่ยมเสน่ห์เหมือนเดิม เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ ปัดฝุ่นตามกระโปรงสอบและเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม ใช้นิ้วเรียวขาวลูบไล้ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตของผมอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัวสถานที่
"เกือบไปแล้วนะคะผู้กองนนท์... รสรักในห้องสอบสวนนี่มันทั้งเสียวซ่านและตื่นเต้นกว่าบนเตียงนอนหรู ๆ เสียอีกนะคะ" เธอกระซิบเสียงหวานพลางเบียดชิดร่างกายเข้ามา "อย่าลืมข้อตกลงของเรานะคะ ทำลายหลักฐานที่ผู้กองเจอในห้องทำงานของสามีฉันซะ... แล้วฉันจะมีรางวัลชิ้นใหญ่กว่านี้รอต้อนรับผู้กองอยู่ที่คฤหาสน์แน่นอนค่ะ"
"คุณหญิงดารินครับ กรุณากลับไปได้แล้วครับ ก่อนที่จะมีคนสงสัยไปมากกว่านี้" ผมตัดบทเสียงเรียบ พยายามดึงมือของเธอออกและเปิดประตูให้เธอเดินออกไป
ดารินหัวเราะแ่เบาในลำคออย่างผู้ชนะ เธอหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมและเดินนวยนาดออกจากห้องสอบสวนไป ทิ้งกลิ่นน้ำหอมรสเข้มและไออุ่นของกามารมณ์ให้ลอยละล่องอยู่ในห้องแคบ ๆ นี้
ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ลูบใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อเย็นก้อนใหญ่ สมองของผมตื้อไปหมด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันนัวเนียกับตัณหาราคะที่เพิ่งตักตวงไป ผมรู้ตัวดีว่ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่มืดมนและอันตรายยิ่งยวด การสมยอมทำลายพยานหลักฐานเพื่อแลกกับการร่วมรักกับผู้ต้องสงสัยฆาตกรรม... นี่มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบชัด ๆ
ผมรีบหยิบทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำรักใส ๆ บนโต๊ะทำงานจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ตรวจดูรอบห้องว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น จากนั้นจึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน—สมุดบันทึกของเสี่ยวิชัย กระดุมข้อมือทองคำ T.N. และใบเสร็จโรงแรม—ยัดใส่ไว้ในส่วนลึกของกระเป๋าเป้ส่วนตัวของผมอย่างแ่า
เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว สถานีตำรวจเงียบสงัดราวกับป่าช้า แสงไฟนีออนสลัวตามทางเดินส่งเสียงหึ่ง ๆ ชวนวังเวง ผมสะพายเป้เดินลงบันไดมายังลานจอดรถด้านหลังสถานีตำรวจ ละอองฝนยังคงโปรยปรายบางเบา ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าชื้นเหงื่อจนรู้สึกเย็นเยือกไปถึงกระดูก รถยนต์ฮอนด้าซีวิคสีดำของผมจอดนิ่งสนิทอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ไร้ผู้คน
ผมกดรีโมทปลดล็อครถดัง *ติ๊ด ติ๊ด* ก่อนจะเปิดประตูและก้าวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดแอร์เย็นฉ่ำเพื่อขับไล่ความอึดอัดในจิตใจ
แต่ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปเข้าเกียร์ สายตาของผมก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางเด่นชัดอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ
มันเป็ซองจดหมายสีขาวหนาปานกลาง ขนาดพอดีมือ ไม่มีข้อความจ่าหน้าซองเขียนถึงใคร
ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจ ผมจำได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตอนที่ผมล็อครถและเดินขึ้นสถานีตำรวจ รถของผมได้รับการล็อคอย่างแ่า และไม่มีซองจดหมายนี้อยู่บนเบาะอย่างแน่นอน! มีใครบางคนแอบเปิดประตูรถของผมเข้ามางั้นหรือ? หรือระบบล็อคของรถผมมีปัญหา?
ความรู้สึกหวาดกลัวลึกลับบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ผมเอื้อมมือสั่น ๆ ไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาเปิดดูใต้แสงไฟส่องแผนที่สีเหลืองบนเพดานรถ
ทันทีที่ผมเปิดปากซองและดึงสิ่งของภายในออกมา หัวใจของผมก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง
มันคือรูปถ่ายสีขนาด 4x6 นิ้ว จำนวนห้าใบ!
ทุกใบเป็รูปถ่ายที่มีความคมชัดสูงมาก ถ่ายจากมุมสูงฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจ ซึ่งมองทะลุกระจกหน้าต่างห้องสอบสวนที่ผมเพิ่งเปิดไว้เมื่อครู่เข้ามาได้อย่างชัดเจน ภาพแรกเป็ภาพตอนที่คุณหญิงดารินกำลังโน้มตัวเข้ามาลูบไล้อกของผม ภาพที่สองเป็ภาพเสื้อเชิ้ตของผมถูกถอดออกและเธอกำลังก้มลงซุกไซ้ซอกคอ ภาพที่สามและสี่เป็ภาพร่างเปลือยเปล่าของดารินที่กำลังแอ่นอกรับการกระตุ้นจากผมบนโต๊ะทำงาน และภาพสุดท้าย... เป็ภาพขณะสอดใส่กระแทกกระทั้นในจังหวะที่เห็นใบหน้าของผมและดารินที่กำลังเสียวซ่านอย่างชัดเจนที่สุด!
มือของผมสั่นจนภาพถ่ายทั้งหมดร่วงหล่นลงบนตัก
นี่มันรูปถ่ายแบล็คเมล์! มีใครบางคนแอบซุ่มถ่ายรูปคาวสวาทของผมกับผู้ต้องสงสัยไว้ทั้งหมด และมันเป็หลักฐานชิ้นเอกที่จะทำลายชีวิตข้าราชการตำรวจและหน้าที่การงานของผมให้พังทลายลงในพริบตา!
ผมพยายามควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงและหยิบซองจดหมายขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้ง หวังจะพบร่องรอยของคนร้าย และนั่นเองที่ทำให้ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ติดอยู่ตรงแถบกาวปิดปากซอง
มันคือเส้นผมสีทองสว่างเส้นยาวหนึ่งเส้นที่ติดแน่นอยู่กับกาว และเมื่อผมยกซองจดหมายขึ้นมาดมใกล้ ๆ จมูก
กลิ่นน้ำหอมอ่อนโยนละมุนละไมเหมือนดอกมะลิและดอกไม้แรกแย้มอันคุ้นเคยก็โชยแตะจมูกโสตประสาท...
กลิ่นน้ำหอมและเส้นผมสีทองนี้... มันไม่ใช่ของคุณหญิงดารินอย่างแน่นอน แต่เป็กลิ่นและสีผมของ "รดา" ลูกสาวบุญธรรมวัยยี่สิบปีของเสี่ยวิชัย!
เด็กสาวคนนั้นแอบสะกดรอยตามผมมา และเป็คนถ่ายรูปพวกนี้งั้นหรือ?! หัวใจของผมเต้นระทึกด้วยความสับสนและตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด!