ผ่านมา 3 วันแล้ว
แผลที่ก้นฉันเริ่มหายดียังเหลือสะเก็ดเล็กน้อย โชคดีที่มันไม่ได้ทิ่มลึกเลยไม่ได้อักเสบอะไร
ั้แ่ที่เกิดเื่น่าอายวันนั้น ฉันก็พยายามหลบหน้าฮัลวอลตลอด ฉันทำกับข้าว เช้า-เย็นไว้ให้ แต่ไม่ได้รอกินพร้อมกันเหมือนเมื่อก่อน เขามาเคาะเรียกที่ห้องฉันก็อ้างว่าปวดท้องประจำเดือนมั่ง ท้องเสียมั่ง บลาๆเพราะไม่อยากไปนั่งมองหน้ากับเขา ...ก็คนมันอายนี่!!!
“ดายอน…”
“คะ”
“นักเหม่อดีเด่น”
พี่เจฮาแซว
“ฮ่าๆ พอดีมีเื่ให้คิดเยอะน่ะค่ะขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่ได้ว่าอะไรหรอกจ้ะเห็นเราชอบนั่งเงียบน่ะ”
“แหะๆ”
“เอ๊ะ นิ้วเป็อะไรครับดายอน”
พี่อุนกูเดินมาจับนิ้วที่แปะพลาสเตอร์ของฉัน
“อ่อ เศษแก้วบาดเองค่ะ ไม่ได้ร้ายแรงอะไร”
“อะแฮ่มๆๆ ยังไงสองคนนี้ห่างไปอาทิตย์เดียวพี่พลาดอะไรรึเปล่า มีจับไม้จับมือ…”
พี่เจฮาแซวพลางชี้มาที่มือพี่อุนกูที่จับนิ้วฉันไม่ปล่อย ฉันรีบชักนิ้วกลับ แล้วยิ้มแก้เขิน
“มะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
เ้าตัวหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด แล้วกลับไปนั่งที่ตามเดิม
วันนี้เราช่วยกันเช็คสต็อคยารอบสิ้นเดือน จนถึงเย็น
“อื้ออออ~ “
พี่เจฮาลุกบิดี้เีก่อนจะมองนาฬิกา
“เด็กๆ กลับกันได้แล้วเรทเวลามาชั่วโมงกว่าแล้ว เดี๋ยวพี่เคลียร์ต่อเอง”
“ยังเยอะอยู่นะครับเดี๋ยวผมช่วยจนเสร็จแล้วค่อยกลับก็ได้”
“พอๆๆ เหลืออะไรให้พี่ทำบ้างเดี๋ยวคืนนี้พี่จะว่างเกิน”
พี่เจฮาดึงใบสต็อคออกจากมือพี่อุนกูกับฉันก่อนจะไล่พวกเรากลับ
“เอ่ออ วันนี้รีบไปไหนหรือเปล่า ไปกินปิ้งย่างกันไหมครับ”
“ได้ค่ะ กำลังหิวอยู่พอดี”
ฉันตกลงไปกินปิ้งย่างกับพี่อุนกูเพราะไม่อยากกลับคอนโดไปเจอฮัลวอล
“พี่อุนกูอยู่บ้านกับใครหรอคะ”
“คนเดียวครับ ตอนแรกอยู่กับพ่อแม่แต่ท่านกลับไปอยู่บ้านเก่าที่แทกูน่ะ ที่นั่นมีสวนใหญ่ พ่อพี่ชอบปลูกผักผลไม้น่ะ”
“อ่อค่ะ แล้วพี่อุนกูไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างไหมคะ”
“ไปครับ ถ้าหยุดยาว่เทศกาลก็จะไป”
“งั้นเก็บผลไม้มาฝากด้วยนะคะ”
“ไม่สนใจไปเก็บเองหรอ…”
พี่อุนกูหันมาถามหน้านิ่ง จนฉันต้องหลบตาเพราะไม้รู้ว่าพี่แกพูดจริงหรือพูดเล่น
“แหะๆ ถ้ามีโอกาสนะคะ…เอ่อว่าแต่เราจะไปกินร้านไหนคะ”
“ดายอนอยากไปที่ไหนครับ”
“อืมม งั้นไปร้าน….”
ฉันบอกถิ่นร้านเ้าประจำที่ฉันชอบไปตอนมหา’ลัยให้พี่อุนกู
ตอนนี้เรามาถึงร้านแล้ว กลิ่นหอมๆ ของเนื้อย่างโชยออกมาจากร้าน
“เ้านี้เด็ดมากค่ะ รับรองพี่อุนกูต้องติดใจแน่”
“ฮ่าๆ ถ้าไม่อร่อยอย่างคำเคลมต้องมีรอบแก้ตัวนะครับ”
“ได้เลยค่าาา”
ฉันจูงแขนพี่อุนกูเข้าร้านและสั่งเนื้อย่างชุดใหญ่มาทันที
“เนื้อย่าง ต้องคู่กับโซจูนะคะ”
ฉันเทโซจูใส่แก้วให้พี่อุนกู ก่อนจะทำท่ายกชน
“แก้วเดียวนะครับ เพราะพี่ต้องขับรถ”
“อุ้ย ลืมไปเลยค่ะ งั้นดายอนดื่มคนเดียวดีกว่า”
“ไม่เป็ไรครับ แค่จิบๆ ได้อยู่”
ว่าแล้วพี่อุนกูก็ยกแก้วชนกับฉัน แล้วกระดกจนหมด
“เอ่อ อันนั้นไม่เรียกจิบนะคะ”
เรามองหน้ากันแล้วขำออกมาลั่นร้าน เราคุยกันไปเรื่อย ความชอบบ้าง เื่อดีตบ้างความรู้หมอบ้าง จนตอนนี้เกือบ 4 ทุ่มแล้ว …แล้วฉันก็เริ่มมึนนิดๆ แล้วด้วย
ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นมีสายที่ไม่ได้รับเกือบ 20 สาย กับข้อความอีก 30 กว่าข้อความ และทุกอันนั้นคือของ ‘เ้ากรรมนายเวร’นั่นเอง ฉันกดปิดโทรศัพท์ไม่ตอบข้อความเพราะไม่รู้จะตอบอะไร ก่อนจะยกกระดกโซจูแก้วสุดท้ายรวดเดียวหมด
“พอก่อนไหมครับเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหวนะ”
“อืมมม ค่ะ …ลุง คิดเงินค่ะ”
หลังจ่ายเงินเสร็จพี่อุนกูช่วยพยุงฉันมาที่รถ ฉันบอกชื่อคอนโด ให้ พี่อุนกูชะงักไปนิดนึงก่อนจะขับรถไปเงียบๆ
อุนกูขับรถมาเรื่อยๆจนถึงปลายทางอย่างที่หญิงสาวบอก รถจอดนิ่งหน้าคอนโด เขานั่งมองใบหน้าสาวที่นอนหลับพริ้มอยู่แล้วแอบยิ้มเล็กๆ
…พี่รู้สึกชอบดายอนนะ แต่เหมือนเราจะสร้างกำแพงใส่พี่ทุกครั้งที่พี่พยายามจะเดินเข้าหา จนตอนนี้พี่ก็ทำตัวไม่ถูกว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดี…
ชายหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปปลุกเธอ
“ดายอน… ดายอนครับ ถึงแล้ว”
“อื้ออ ไวจังเลยค่ะ”
“เดินไปไหวหรือเปล่าให้พี่เดินไปส่งไหม”
“มะ ไม่เป็อะไรค่ะ ได้นอนพักก็สร่างขึ้นนิดหน่อยแล้ว”
ฉันรีบบอกไป เพราะกลัวพี่อุนกูจะตามไปส่งจริงๆ
“ครับ งั้นฝันดีนะครับ”
“ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะพี่ แล้วก็ ฝันดีเช่นกันค่ะ”
ฉันล่ำลากับพี่อุนกูเสร็จก็ลงรถเตรียมขึ้นห้อง หันมองที่ลานจอด ก็เห็นรถเก๋งสีดำคันเดิมจอดอยู่
หลังถึงห้องฉันก็ต้องผงะกับเสียง TVที่ดังจนแก้วหูแทบแตกกลิ่นเหล้าและบุหรี่ที่คละคลุ้งอยู่จนเหม็นน่าปวดหัว จ้องดีๆ ก็เห็นเงา
คนตัวสูงนั่งสูบบุหรี่พ่นควันฟุ้งเต็มโถง บรรยากาศตึงๆ ยังไงไม่รู้แฮะ
“ยังไม่นอนหรอ”
“....”
เขาไม่ตอบ และนิ่งเงียบ หยิบบุหรี่มวลใหม่ขึ้นมาจุดสูบต่อฉันเห็นแบบนั้นก็เอียงคอมอง ก่อนจะเดินไปคว้าบุหรี่ในปากเ้าตัวออกจุ่มลงในแก้วเหล้าของเขา
“หูตึงไปแล้วมั้ง”
ฉันกดปิด TV จนตอนนี้ห้องเงียบกริบเหลือเพียงเสียงหายใจแรงๆ ของเขา
“ไปไหนมา..”
เขาเปิดปากถามด้วยเสียงทุ้มต่ำเย็นะเื จนน่าขนลุก
“ไปกินข้าวกับพี่ที่ทำงานมา”
“ไอ้หมอหน้าหล่อนั่นหรอ”
“อืม”
“เอาโทรศัพท์มา”
“อะไร… ทำไม”
“บอกให้เอามา”
เขาเงยหน้ามาสบตาฉันนิ่งดวงตาแดงกล่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ใบหน้าบูดบึ้ง คิ้วขมวดเข้าหากัน และเส้นเืขึ้นปูดที่ขมับ
ฉันกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงคอเพราะรู้ว่านี่คือโหมดดาร์กของเขา ฮัลวอลเป็คนที่โมโหร้าย ร้ายมาก ร้ายจนฉันกลัว
ฉันหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกจากกระเป๋า ส่งให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา
ปั้ง!!
เพล้ง!!
“กรี๊ดดดด”
ฮัลวอลคว้าโทรศัพท์จากมือฉันแล้วขว้างเข้ากำแพงจนมันแตกละเอียดแบบไม่ต้องเอาไปซ่อม
ฉันร้องกรี๊ดขึ้นด้วยความใเพราะทิศทางที่เขาขว้างนั้น มันห่างจากหน้าฉันไปแค่นิดเดียว
“มีแต่ไม่ใช้ ก็ไม่ต้องมี!!!”
เขาพูดตะคอกเสียงดัง ก่อนจะคว้าขวดเหล้าเดินจ้ำเข้าห้องตัวเองไปเหลือแค่ฉันที่ยังขาสั่น น้ำตาไหลพลาก ยืนนิ่งอยู่กับที่
…ฮึก อะไร ของหมอนั่นกัน
ฉันตั้งสติเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินเหมือนคนหมดแรงเข้าห้องตัวเอง