บทที่สี่สิบแปด
ความอึมครึม
“อึก พี่สิงห์ ปล่อยค่ะ อื้อ” นิรณาพยายามดันไหล่กว้างของสามีให้ออกห่างจากตัวเอง ใบหน้าสวยหวานแสดงออกถึงความทรมานอย่างชัดเจน
“ไม่ครับ พี่ขอโทษ เอิงอย่าไล่พี่เลยนะ พี่รักเองนะครับ” สิงหราชส่ายหน้าไปมา และยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง
สิงหราชกลัวว่าหากปล่อยให้ภรรยาหลุดไปจากอ้อมกอด แล้วเจ้าตัวจะมีโอกาสหนีหายไปจากเขา และจะไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกแล้ว ได้แต่เอ่ยบอกรักภรรยาและพยายามที่จะเอ่ยขอร้องขอโอกาสให้กับตัวเอง
“อื้อ อ้วก” สุดท้ายแล้วนิรณาที่ทนความรู้สึกพะอืดพะอมเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยอาเจียนออกมารดแผ่นหลังของสามีที่ยังเกาะติดตัวเองอยู่เป็นปลิง
ร่างเล็กขย้อนอาหารเพียงน้อยนิดที่ทานเข้าไป ไหลย้อนผ่านลำคอออกมาด้วยความยากลำบาก กลิ่นอ้วกที่ลอยคละคลุ้งยิ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกเวียนหัวเพิ่มมากขึ้น ดวงตากลมโตปล่อยให้หยดน้ำตาไหลกลิ้งออกมาด้วยความทรมาน
“หืม” สิงหราชได้แต่ปล่อยให้ภรรยาอ้วกใส่ตัวเองอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่ได้โวยวายหรือแสดงท่าทีรังเกียจออกมาแม้แต่น้อย
มือหนาคอยประคองคนตัวเล็กเอาไว้ และใช้แผ่นหลังของตัวเองเป็นที่รองรับอาเจียนของภรรยาด้วยความเต็มใจ รอจนอีกฝ่ายเริ่มมีอาการดีขึ้นถึงได้ผละตัวออกห่าง และสาวเท้าไปหยิบถังขยะใบเล็กมาถือเตรียมเอาไว้
“พี่สิงห์” นิรณาเอ่ยเรียกชื่อคนพี่ออกมาด้วยความรู้สึกผิด ใบหน้าสวยเหยเกเมื่อเริ่มรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นอีกครั้ง
“อ้วกออกมา” สิงหราชที่ไม่ได้รังเกียจอาเจียนของภรรยาเลยแม้แต่น้อยเอ่ยพูดออกมากับคนตัวเล็ก มือหนาคอยลูบแผ่นหลังบางเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายได้สำรอกออกมาได้ง่ายขึ้น
นิรณาที่คลื่นไส้จนจุกคอหอย ได้แต่โก่งคออาเจียนใส่ถังขยะใบเล็กที่สามีถือเอาไว้ ร่างเล็กขย้อนเอาอาหารเช้าที่เหลืออยู่ในกระเพาะออกมาจนหมด ถึงได้เงยหน้าขึ้นจากถังขยะด้วยสภาพที่หมดเรี่ยวแรง
“ไหวหรือเปล่า ดีขึ้นไหมครับ” สิงหราชที่ตัวเปื้อนไปด้วยอาเจียนของภรรยา วางถังขยะลงกับพื้นก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ขอน้ำ” นิรณาพยักหน้ารับเพื่อบอกว่าตัวเองยังไหว ร่างเล็กเอ่ยปากร้องขอน้ำดื่ม เพราะรู้สึกขมปร่าในลำคอเสียจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง
สิงหราชเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็วิ่งพรวดออกไปด้านนอกในทันที ร่างหนาที่อยู่ในสภาพไม่น่ามอง ไม่ได้มีกระจิดกะใจที่จะห่วงตัวเอง เดินดุ่ม ๆ ไปหยิบน้ำจากตู้เย็นและรีบวิ่งกลับไปในห้องนอนทันที
“เป็นบ้าอะไรของมันลูกคนนี้” เพลินจิตที่ได้ยินเสียงตึงตังจากการลงฝีเท้าหนัก ๆ ของลูกชายเอ่ยบ่นขึ้นตามหลัง
หากแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเจ้าตัวไปมากกว่านั้น เพราะเรื่องที่ลูกชายที่ทิ้งเอาไว้ให้จัดการ ก็ทำเอาเธอปวดหัวและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ใครก็รู้ว่าเพลินจิตนั้นไม่ถูกชะตากับพิมพ์ดาวเสียขนาดไหน
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อีกฝ่ายคบหากับสิงหราชหรือจะเป็นในตอนนี้ เพลินจิตก็ไม่เคยคิดจะให้ความเอ็นดูหน้าพิมพ์ดาวเลยสักนิด และการที่จะต้องมาจัดการหาที่พักพิงให้กับเจ้าตัวแทนลูกชาย ก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าฝืนใจของเธอเสียสิ้นดี
หากไม่เห็นแก่ลูกสะใภ้ที่จะต้องคิดมากกับเรื่องนี้ และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อาจจะต้องมีปัญหาเพราะพิมพ์ดาวเข้าสักวัน มีหรือที่คนอย่างเพลินจิตจะยื่นมือเข้ามาช่วยให้รู้สึกขุ่นเคืองใจ
“น้ำครับ” สิงหราชยื่นขวดน้ำไปให้ภรรยา ก่อนจะย่อตัวลงจับถังขยะใบเล็กขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม หากภรรยาจะปล่อยของเสียออกมาอีกครั้ง
นิรณารับขวดน้ำที่เย็นเฉียบมาถือเอาไว้ ดวงตากลมโตลอบมองสามีที่อยู่ในสภาพตัวเหม็นฉึ่ง ก่อนจะรีบเปิดขวดน้ำขึ้นกระดกกลั้วปาก คนตัวเล็กบ้วนน้ำทิ้งในถังขยะหลายครั้ง จนมั่นใจว่ากลิ่นเหม็นเปรี้ยวในโพรงปากไม่หลงเหลืออยู่ จึงได้กระดกน้ำเข้าไปเพื่อดับความกระหาย
“เอาน้ำเพิ่มไหมครับ” ร่างหนาเอ่ยถามภรรยาขึ้น เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายยังดูอิดโรยอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ” นิรณาส่ายหน้าปฏิเสธ ร่างเล็กยกมือขึ้นมานวดขมับของตัวเองถี่ขึ้น
“หนูไม่สบาย ทำไมไม่บอกพี่ล่ะครับ” สิงหราชเอ่ยถามขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงคนตัวเล็ก
“พี่สิงห์อยู่ให้เอิงได้บอกตอนไหนคะ” นิรณายิงคำถามกลับไปในทันที และคำถามที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เพียงแค่การพลั้งปากออกไป หากแต่เป็นคำถามที่เธออยากจะได้คำตอบจากสามีจริง ๆ
นิรณาเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นคนขี้ประชดประชัน หากแต่การที่ต้องจมอยู่กับคำถามมากมายอยู่เพียงลำพัง มันก็กัดกินและทรมานมากพออยู่แล้ว คราวนี้จะมากล่าวหาว่าเธอปิดบังอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และไม่คิดที่จะบอกให้เจ้าตัวได้รับทราบ
นิรณาคิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับโยนความผิดมาให้เธอเลย ซึ่งเธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปบอกกล่าวให้สามีได้รับรู้ ในเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่หลบหน้าเธอ และทำตัวเหมือนกับว่าเป็นคนอื่นคนไกลกันเช่นนั้น
“พี่ขอโทษครับ” สิงหราชหน้าเจื่อนไปในทันที เมื่อภรรยาพูดจบประโยค
ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าอีกครั้ง ดวงตาคมทอดมองไปที่ภรรยาด้วยความรู้สึกผิด ดวงตาคมสั่นไหวเมื่อได้เห็นความเหนื่อยล้า ที่ซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตของภรรยาชัด ๆ
“พี่สิงห์ไปอาบน้ำเถอะค่ะ” นิรณาพยายามปรับอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ ร่างเล็กเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ไม่เป็นไร แค่นี้เองพี่ทนได้” ร่างหนาเอ่ยแย้งกลับไป เพราะยังไม่อยากที่จะทิ้งภรรยาเอาไว้ตามลำพังในตอนนี้
“แต่เอิงเหม็น มันเหม็นมากจนเอิงรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาอีกครั้ง” คนตัวเล็กเอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง พร้อมกับน้ำเสียงที่แข็งกระด้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สิงหราชรีบดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าโดนน้ำร้อนสาด เมื่อรับรู้ว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นสาเหตุ ทำให้ภรรยาต้องทรมานกับอาการพะอืดพะอมอีกครั้งจากเศษซากอารยธรรมที่ติดอยู่ตามร่างกาย
ร่างหนาสาวเท้าไปทางห้องน้ำด้วยความรวดเร็วแม้จะยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น และอารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคนน้อง หากแต่ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่เขามีอยู่ นั่นก็คือไม่ควรที่จะทำตัวขัดใจภรรยาไปมากกว่านี้
เพราะความผิดติดตัวที่มีอยู่ในตอนนี้ก็หลากหลายประการเสียเหลือเกิน นาทีนี้ภรรยาจะชี้นิ้วสั่งเรื่องอะไร สิงหราชก็ยินยอมและพร้อมที่จะทำตามแต่โดยดี ขอเพียงแค่ยังคงมีภรรยาอยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายจะเอาแต่ใจใส่แค่ไหน สามีคนนี้ก็พร้อมที่จะตามใจ
“เหม็นขี้หน้าชะมัด” นิรณาเอ่ยพูดตามหลังของคนที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
ร่างเล็กฝืนผุดลุกขึ้นยืนและตัดสินใจปลดเปลื้องเสื้อผ้าชุดเก่าของตัวเองออก เพราะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก ก่อนจะใช้กระดาษชำระแบบเปียกมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น จึงได้หยิบเสื้อยืดตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่ปกปิดร่างกายเอาไว้
“อ้วนขึ้นจนใส่เสื้อผ้าตัวเองไม่ได้แล้วยัยเอิง” นิรณาเอ่ยบ่นขึ้นกับตัวเอง ใบหน้าสวยยู่ลงด้วยความขัดใจ
เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องเกิดราวกันขึ้นมา เป็นช่วงที่นิรณาเตรียมตัวสำหรับการมีบุตร เลยโดนขุนทั้งจากสามีและแม่สามีอย่างหนัก นานวันเข้ารูปร่างที่เคยมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ชุดเดรสรัดรูปที่เคยชอบใส่และมักจะเลือกมาสวมใส่อยู่บ่อยครั้ง ในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก หากแต่ดูเหมือนว่าความพยายามที่ผ่านมาจะไม่ได้สัมฤทธิผลดั่งที่ตั้งใจเอาไว้
เพราะมีเพียงน้ำหนักของนิรณาที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่ทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยก็แทบจะไม่มีหวังเอาเสียเลย ซึ่งนิรณาเองก็ไม่รู้ว่าผิดพลาดที่ตรงจุดไหนเหมือนกัน
นิรณาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความท้อในเรื่องของลูกน้อย ร่างเล็กสาวเท้าเดินกลับมาที่เตียงนอนในสภาพที่เหนื่อยล้า ทำเป็นมองข้ามกองอ้วกของตัวเองไป
เพราะในตอนนี้นิรณาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมานั่งทำความสะอาดอะไรทั้งนั้น และตั้งใจที่จะปล่อยเอาไว้ให้กับสามีได้จัดการมันต่อด้วยตัวเอง
ร่างเล็กทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียง ดวงตากลมโตหลับพริ้มลงด้วยความเหนื่อยอ่อน และราวกับว่าร่างกายโหยหาการพักผ่อนมาโดยตลอด ทิ้งตัวลงนอนได้ไม่เท่าไหร่ คนตัวเล็กก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง
“อ้าว หลับเสียแล้ว” สิงหราชที่เตรียมคำพูดของตัวเองเอาไว้มากมายที่จะพูดคุยกับภรรยาต่อ เอ่ยพูดขึ้นมากับตัวเอง เมื่อก้าวขาออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่าอีกฝ่ายได้นอนหลับไปแล้ว
ร่างหนาที่มีเพียงผ้าขนหนูพันท่อนล่างเพื่อกันอุจาดตา เดินไปเดินมาภายในห้องนอน หากแต่ก็พยายามทำทุกอย่างด้วยความเงียบ เพราะไม่อยากจะรบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยา
สิงหราชเดินเข้าเดินออกห้องน้ำเป็นว่าเล่น เพราะต้องจัดการกับเศษซากอาเจียนของภรรยาที่เหลืออยู่ หากแต่ก็ทำด้วยความเต็มใจเสียทั้งนั้น และไม่มีคำกล่าวโทษคนที่นอนหลับอย่างสบายใจออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น สิงหราชก็เดินวนกลับมาเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบกางเกงขาสั้นออกมาแค่เพียงหนึ่งตัวเพื่อที่จะสวมใส่ ก่อนจะเดินไปที่หน้าตู้กระจกเพื่อหวีผม โดยไม่ได้สนใจที่จะทาครีมบำรุงแต่อย่างใด
ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกับภรรยา สิงหราชก็แทบจะไม่เคยใช้ของพวกนี้อยู่แล้ว พึ่งจะได้มาใช้เป็นจริงเป็นจังก็หลังที่แต่งงานกับนิรณา และตัวสิงหราชก็ไม่ค่อยรู้นักหรอก ว่าต้องทาครีมตัวไหนก่อนหรือหลัง
เพราะที่ผ่านมาภรรยาก็เป็นคนดูแลเรื่องนี้ให้หมดทุกอย่าง สิงหราชทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้เจ้าตัวได้ละเลงเนื้อครีมลงบนใบหน้าก็เท่านั้น เมื่อหวนคิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ใบหน้าหล่อเหล่าก็กลับมามีรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง
หน้าที่ของภรรยาผู้หญิงที่ไม่เคยคิดจะรักอย่างนิรณา สิงหราชยอมรับว่าอีกฝ่ายสามารถทำมันได้ดีอย่างที่ไม่มีข้อติ กลับกันเป็นเขาเสียมากกว่า ที่เป็นสามีที่ไม่เอาไหนเสียเลย
“ขอนอนด้วยแล้วกัน” สิงหราชปรายตามองไปที่เตียงนอน ดวงตาคมทอดมองไปที่ภรรยาด้วยความรัก ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเองเบา ๆ
ร่างหนาคลานขึ้นไปบนเตียงด้วยความเงียบ แทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับภรรยา แขนแกร่งช้อนศีรษะเล็กให้เข้ามานอนหนุนแขนของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะขยับพลิกตัวหันไปโอบรัดคนตัวเล็กเอาไว้ด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง
แม้จะไม่ได้รับการกอดตอบกลับมาดั่งเช่นทุกครั้ง หากแต่สิงหราชก็ไม่ได้คิดจะเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้ ขอเพียงแค่ได้โอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้แค่เพียงฝ่ายเดียว และอีกฝ่ายยังไม่หนีหายไปไหน แค่นี้เขาเองก็คิดว่ามันดีมากแล้วสำหรับคนที่มีความผิดติดตัว
“อื้อ” คนตัวเล็กที่รู้สึกถึงการถูกรบกวน ส่งเสียงประท้วงออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนจะหลับสนิทไปอีกครั้งด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย
สิงหราชลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ได้ตื่นขึ้นมากลางคัน เพราะไม่อย่างนั้นก็คงจะชวดโอกาสที่จะได้โอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมกอดตลอดทั้งคืนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
ร่างหนาหลับตาพริ้มลง นอนคิดวิธีง้อขอคืนดีกับคนตัวเล็กไปเรื่อยเปื่อย จนเผลอหลับไปในเวลาแค่เพียงไม่นาน เพราะผ่านการอดนอนมาหลายคืนเช่นเดียวกัน จากความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้
………………………………………………….
ล่าสุดเจออ้วก สมน้ำหน้านายคนนั้น แม่ยายเอ็งเขาหัวเราะร่วนกันหมดแล้ว มาถึงตอนนี้คิดว่าน่าจะเดากันได้แล้วนะคะ ว่ายัยน้องเอิงเขาเป็นอะไร // ครุ่นคิด
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ