ภายในวังหลวงในตอนนี้ดูคึกตักเพราะมีผู้คนจำนวนมากได้ที่ได้รับเชิญจากองค์รัชทายาทแม้แต่ตระกูลเซี่ยหยาสงเซี่ยหนิงหรือตระกูลมู่อย่างมู่โหลวเมื่อพวกนางทั้งสองเข้ามาในงานก็ตกเป็เป้าสายตาของชายหนุ่มทั้งหลายขึ้นมาในทันทีและหนึ่งในนั้นก็คือโอวเฉินแห่งสำนักกระบี่นภาและโอวเฉินยังเป็สาเหตุให้มู่โหลวปฏิเสธคำชวนจากสำนักกระบี่นภาอีกด้วย
"โหลวเอ๋อไม่ได้พบกันนานเลยเ้าสะบายดีหรือไม่" โอวเฉินกล่าว
"คนที่เรียกข้าแบบนั้นได้มีแค่ท่านพ่อและอาจารย์ของข้าเท่านั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกข้าแบบนั้น"มู่โหลวกล่าวอย่างเย็นชา "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยพวกเราก็รู้จักกันมานานแถมไม่นานข้าและเจ้าก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี"โอวเฉินกล่าว "ข้าไม่มีวันแต่งงานกับคนหน้าด้านอย่างเจ้าและท่านพ่อของข้าก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอของตระกูลโอวเจ้าเเล้ว"มู่โหลวกล่าวเสร็จนางก็เดินไปหากลุ่มของหยางจื่อในทันที หยางจื่อที่ยืนอยู่กับหมิงฮ่าวสองคนส่วนเฉินฝ่านได้ไปยืนคุยกับองค์รัชทายาทอยู่และมีหญิงสาวมากมายมองมาที่หยางจื่ออย่างสนใจเพราะใบหน้าของหยางจื่อนั้นหล่อเหลาและมีผิวพรรณที่เรียบเนียนเหมือนกับหญิงสาวแถมกลิ่นอายที่ปล่อยมาจากตัวของหยางจื่อนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม "หยางจื่อไม่คิดว่าเจ้าก็มาด้วย"มู่โหลวเดินมาทักทายหนางจื่อและทำความเคารพหมิงฮ่าวในเวลาเดียวกัน "ข้าเองก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะถูกองค์รัชทายาทเชิญเข้าร่วมงานนี้"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม "แล้วเจ้าคิดว่าองค์รัชทายาทมีจุดประสงค์อะไรอย่างงั้นรึถึงได้เชิญเจ้าสำนักต่างๆมายกเว้นสำนักปฐพีคลั่งหรือพวกเขาจะแสดงความเป็นมิตรกับพวกเรากัน"มู่โหลวกล่าว "นั่นสินะข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจองค์รัชทายาทเท่าไหร่เพราะข้าพึ่งจะเคยเห็นเขาเป็นครั้งแรก"หยางจื่อกล่าว"โหลวเอ๋อ!!!!"
โอวเฉินที่เดินตามมู่โหลวก็ตะโกนเรียกมู่โหลวอีกครั้งทำให้ใบหน้าของมู่โหลวนั้นแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างเห็นได้ชัด"นั่นคนรักของเ้าหรือ" หยางจื่อกล่าว
"คนรักบ้านเจ้านะสิแค่เห็นก็น่าจะรู้แล้วว่าเจ้าคนหน้าด้านนั่นมันตามรังควานข้าถ้าข้ามีพลังสูงกว่าเจ้านั่นละก็ข้าคงจะจัดการเจ้านั่นไปเเล้ว" มู่โหลวกล่าว หยางจื่อก็เข้าใจในทันทีมู่โหลที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่4 แต่โอวเฉินอยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 8 แต่อายุของโอวเฉินนั้นอายุ 20 เเล้วซึ่งมากกว่ามู่โหลวถึง3 ปี"งั้นเ้า้าให้ข้าช่วยหรือไม่" หยางจื่อกล่าวถาม
"เ้าจัดการเ้านั่นได้อย่างงั้นรึ" มู่โหลวกล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ
"มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"งั้นก็คงต้องพึ่งเจ้าเเล้วหละแต่เพื่อความสมจริงก็ต้อง"มู่โหลวกล่าวด้วยใบหน้าที่แดง"หมับ!!!"
มู่โหลวดึงแขนของหยางจื่อมากอดทำให้หน้าอกอันอวบอิ่มโดนแขนของหยางจื่อใบหน้าของหยางจื่อเองก็แดงขึ้นมาในทันทีจริงอยู่ที่หยางจื่อมีจิตใจที่เข้มแข็งใบหน้าที่สวยงามของหญิงสาวทำอะไรเขาไม่ได้แจ่แต่สิ่งที่มู่โหลวกำลังกระทำอยู่มันต่างกันการที่ร่างกายของทั้งสองสัมผัสกันนั้นทำให้หยางจื่อใบหน้าแดงขึ้นมาในทันที "โอวเฉินข้าจะบอกเจ้าเอาไว้นะว่าหยางจื่อคือคนรักของข้า"มู่โหลวกล่าวด้วยน้ำเสียงเอียงอาย ส่วนหมิงฮ่าวก็ได้แต่ยืนดูพวกหยางจื่อด้วยความแปลกใจและสับสนแม้แต่องค์รัชทายาทและเฉินฝ่านก็มองมาทางพวกหยางจื่อด้วยความแปลกใจ ผู้คนในงานต่างจ้องมายังพวกหยางจื่อที่ยืนเผชิญหน้ากับโอวเฉินอยู่ "เจ้าเป็นใครออกไปให้ห่างจากโหลวเอ๋อของข้าซะ"โอวเฉินกล่าวด้วยความโกรธ "ข้าบอกเจ้าเเล้วเจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกข้าแบบนั้นมีแค่หยางจื่อเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ รองเรียกข้าให้เจ้านั่นฟังสิหยางจื่อ"มู่โหลวกล่าวหยางจื่อที่ตามน้ำแทบไม่ทันในตอนแรกเขาว่าจะใช้กำลังทำให้โอวเฉินยอมถอยไปแต่ไม่คิดว่ามู่โหลวจะเอาเขามาเป็ข้ออ้างในการให้โอวเฉินเลิกยุ่งกับตัวเอง
"โหลวเอ๋อ...." หยางจื่อกล่าวออกมาอย่างติดขัด
"ดีมากที่รัก ทีนี้เจ้าเห็นเเล้วใช่หรือไม่โอวเฉินข้ามีคนรักเเล้วเจ้าเลิกยุ่งกับข้าซะที"มู่โหลวกล่าว "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าสวะนี่จะทำให้เจ้ามีความสุขได้ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องเป็นของข้า" โอวเฉินกล่าว"ทำไมพวกเ้าไม่ตัดสินกันในเวทีประลองเลยละ" องค์รัชทายาทกล่าวขึ้น
ผู้คนต่างก็ประหลาดใจที่องค์รัชทายาทให้ความสนใจกับความวุ่นวายนี้
"ในเมื่อองค์รัชทายาทกล่าวมาข้าโอวเฉินก็เห็นด้วยกับท่านอย่างแน่นอน "โอวเฉินกล่าว"ข้าเองก็ไม่มีปัญหา" หยางจื่อกล่าว
"ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองเห็นพ้องร่วมกันข้าก็จะเป็นผู้ตัดสินให้เอง"องค์รัชทายาทกล่าวผู้คนเริ่มที่จะไปร่วมตัวกันที่สนามฝึกซ้อมในวังหลวงเพื่อรับชมการต่อสู้นี้
"การต่อสู้นี้มันไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยเหรอ" บางคนกล่าว
"เอาเปรียบแบบใหนงั้นรึ"
"ก็พวกเจ้าดูซิเด็กคนนั้นอยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 6 แต่โอวเฉินอยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่8 แถมมอายุของโอวเฉินก็มากกว่าตั้ง 3 ปีอีก" "ข้าว่าเจ้าอย่าดูถูกเด็กคนนั้นดีกว่านะเดกคนนั้นชื่อหยางจื่อเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสโม่หงเย่แถมข้ายังได้ยินมาอีกว่าตอนที่เด็กคนนั้นพึ่งเข้าสำนักยังอยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 2อยู่เลยแต่เวลาผ่านไปแค่ 1 ปีเด็กคนนั้นกลับอยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่6 เจ้าไม่คิดว่าการเติบโตของเขานั้นน่าหวาดกลัวอย่างงั้นรึ"บางคนกล่าว"เื่จริงรึนี่ งั้นก็ไม่แปลกที่แม่นางมู่โหลวจะไม่แยแสโอวเฉินเมื่อเทียบกับเด็กคนนั้นเเล้วพร์ของทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว"
ผู้คนเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับพรสวรรค์ของหยางจื่อทำให้ใบหน้าของโอวเฉินนั้นหน้าเกลียดขึ้นมาในทันทีตัวเขาที่เป็นถึงศิษย์หลักของสำนักกระบี่นภาถึงแม้พลังบ่มเพาะจะยังไม่ถึงเกณฑ์ของศิษย์หลักแต่พรสวรรค์ของเขาเข้าตาผู้อาวุโสจึงทำให้เขาได้กลายเป็นศิษย์หลักได้อย่างง่ายดายแต่กลับกันทางด้านองค์รัชทายาทเมื่อได้ยินผู้คนกล่าวถึงพร์ของหยางจื่อในดวงตาของเขาสายประกายออกมาด้วยความตื่นเต้น
---------------------------------------------------------------------------------------------