ณ.ตึกสูงเฉียดฟ้ากลางมหานครกรุงโรมประเทศอิตาลี (ผมยากใช้ประเทศไทยมากแต่กลัวพวกโลกสวย)ภายในตึกเป็ที่พัฒนาเกม Demonlord online ตอนนี้ชั้นบนสุดของตึกภายในห้องทำงานอันประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์เครื่องมืออุปกรณ์มากมาย พร้อมกับหน้าจอกำลังแสดงภาพาของเกาะเริ่มต้นมีชายวันกลางคนนั้งอยู่บนโต๊ะทำงานจ้องมองภาพผู้เล่นด้วยสายตาคมกล้า รอบตัวของเขามีพนักงานในชุดสูททำงานแต่งกายเรียบร้อยและบอดิ้การ์ดยืนข้างกายของชายปริศนาจำนวนสี่คนด้วยมาทขรึมดุดันข้างกายพกปืนอาวุธครบครัน แต่พนักงานภายในห้องกลับรู้สึกคุ้นชินราวกับเห็นเป็เื่ธรรมดา
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...น่าสนุกเว่ยระบบโทสะที่คิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นกลับได้เห็นั้แ่เปิดเกมไม่ทันไร แล้วผู้เล่นคนไหนมันอุตตะริตไปทำเงือนไขการเปิดระบบโทสะสำเร็จ ฉันขอดูภาพไอ้คนนั้นหน่อยสิ”
ชายปริศนาหน้าตาดุดันล้ำลึกคมหล่อเหลาผมสีดำสนิทเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนที่ลูกน้องคนหนึ่งจะพิมพ์บางอย่างบนแป้นพิมพ์จากนั้นเพียงสามวิภาพของศิลาก็ฉายปรากฎออกมาผ่านทางหน้าจอขนาด300นิ้ว
ในระบบHDแบบคมชัดลึกเมื่อเขามองเห็นระดับของศิลาถึงกับร้องด้วยความใไม่อยากจะเชื่อสายตาเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ
“ห่ะ ไอ้นี่เนี่ยนะมันระดับ14 เองแล้วทำไมมันถึงไปไล่สังหารนักดาบโครงกระดูกสุดรักของฉันจนสูญพันธ์ได้วะ
เห่ยชิงหลงนายสร้างลูกรักฉันอ่อนเกินไปหรือเปล่าห่ะ”
ชายปริศนาหันไปพูดกับพนักงานใกล้ตัวหนุ่มหน้ามนตี๋เกาหลีจีนส่วมแว่นตาหนาคล้ายด็อคเตอร์
“เปล่าเลยครับท่านประธาน นักดาบโครงกระดูกนั้นแข็งแกร่งสุดในเกาะเริ่มต้นเพราะมันให้ไอเท็มมากกว่าสัตว์อสูรทุกชนิดบนเกาะ ผมกล้ารับรองเลยว่าไม่มีผู้เล่นใหม่หน้าไหนเอาชนะมันได้แน่นอนหากไม่มีทักษะระดับSหนึ่งอย่างขึ้นไป”
ชายใส่แว่นนามชิงหลงอธิบายอย่างคล่องแคลวพร้อมกับกดอะไรบางอย่าง
“แล้วทำไมไอ้เ้านี่มันทำได้”
ชายปริศนาถามต่อ ก่อนที่ลูกน้องแว่นของเขาจะบอกให้ทุกคนใ
“ผู้เล่นคนนี้นามว่าศิลาได้ยินว่าตอนเริ่มเกมถูกคุณหนูแกล้งเลยไม่ได้รับไอเท็มและไปขโมยมาจากเด็กจากนั้นก็ปะทะกับาาหมูป่าสงสัยเขาจะเกิดมาพร้อมเทพแห่งโชคลาภาาหมูป่ามันดันดร็อปโลหิตมาร ดาบมารมังโลหิตระดับS
และยุทธภัณฑ์ัมารโลหิตหมื่นปีระดับS อีกครบเซ็ท ทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าอาวุธระดับSเราตั้งอัตตราดร็อปไว้ที่0.001%เพราะแบบนั้นมันถึงร้ายกาจ แถมเขายังหลอมรวมกับโลหิตมารจนได้รับทักษะติดตัวระดับS อีกสามอย่าง”
หนุ่มแว่นพูดเร็วจี๋พร้อมกับเอานิ้วขยับแว่นอย่างเก๊กหล่อ ทำเอาพนักงานและชายปริศนานึ่งอึ่งไปตามๆกันก่อนที่ชายปริศนาจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เหอแถมระบบยังสุ่มัไวเวิร์น ัชั้นสูงมาอีกถึงแม้จะเป็ตัวลูกที่พลังรบแค่หนึ่งในสิบของตัวพ่อแม่มันก็ตามแต่หากใครฆ่ามันได้ล่ะก็ ได้รับไอเท็มระดับSอีกมากมายแน่ๆ แล้วถ้าเกิดไอ้หมอนี่มันฆ่าได้ขึ้นมาคงสนุกพิลึก”
“เขาก็จะกลายเป็ที่หมายตาจาก กิลด์สมาพันธ์และผู้เล่นมากมายนะสิครับท่านประธานหรืออาจจะถูกตามล่าเพื่อแย่งไอเท็มก็เป็ได้”
หนุ่มแว่นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก...ก๊อก
เสียงประตูดังขึ้นเรียกทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียวก่อนที่เสียงรถเข็นแบบที่ใช้เข็นคนป่วยหรือมีปัญหาด้านการเดินดังขึ้นเป็รถเข็นพลังงานไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆเผยให้เห็นหญิงสาวบนรถเข็นอายุราว19-20ปี
หน้าตาคมคาย ลึกล้ำคล้ายหยิ่งยะโสแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนหวานอย่างน่าประหลาดพร้อมกับดวงตากลมโตสุกสระกราวราวหมู่ดาวยามราตรีผิวขามชมพูชวนเสน่หาสะกดใจชายได้ทั้งโลกผิวขาวราวจะสะท้อนแสงวิววับ บวกกับรูปร่างอ่อนช้อยอรชรสมส่วน ข้างกายมีบอดี้การ์ดหญิงอีกสองคน
เมื่อสาวน้อยเคลื่อนรถเข็นผ่านที่ใดทั้งพนักงานและบอดี้การ์ดต่างก้มหัว
เคารพอย่างน้อบน้อมพร้อมกับล้อยยิ้มของสาวน้อยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับพนักงานและบอดี้การ์ดทุกคนยิ่งทำให้ชวนหลงไหล
“มีอะไรใช้คนมาบอกพ่อก็ได้นี่ลูกไม่เห็นต้องลำบากมาเองเลย”
ชายปริศนาตรงเขาประครองลูกสาวสุดหวงแหนอย่างรีบเร่งก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยอะไรบ่างอย่างจนพนักงานต่างร้องเสียงหลงอ้าปากค้างไปตามๆกัน
***********************************
ตัดมาที่เกาะเริ่มต้นต้อนนี้ส่งครามระหว่างผู้เล่นกันมอนสเตอร์สัตว์อสูรกำลังเดือดร้อนระอุถึงขีดสุดเหล่าผู้กล้าที่เผชิญหน้ากับไวเวิร์นต่างตกตายจนสูญสิ้นทิ้งไว้เพียงคมอาวุธชุดเกราะอื่นๆอีกมากมายจนเกลื่อนพื้นราวขุมสมบัติ
ศิลาได้ไล่สังหารสัตว์อสูรตกตายไปเท่าไหร่เขานั้นก็ไม่ทราบแต่ที่เขารู้คือในยามนี้เบื้องหน้าของเขาคือไวเวิร์นในรูปร่างโครงกระดูกสีม้วงสดกำลังบินอยู่เหนือหัวของเขา
แว๊ก......
มันคำรามลั่นข่มขวัญศิลาถึงขีดสุดส่งคลื่นลมแตกกระจายลัดกระโชกอย่างเร่งร้อน รังสีสังหารจิตคลุกครามเพ่งใส่ศิลาจนเขาสะท้านไปทั่วร่างบ่งบอกชัดเจนว่ายามนี้เข้าได้ตกเป็เป้าหมายของมันแล้ว
ศิลาสองมือกระชับดาบคาตานะแน่นพร้อมตั้งท่าเตรียมโรมลันรอบกายเขาปกคลุมด้วยออร่าสีดำอันเป็สีประจำธาตุความมืดแผ่กระจายไปทั่วบริเวณสามกิโลเมตร จากนั้นคลื่นพลังธาตุความมืดของศิลาพลันปะทะเข้ากับคลื่นออร่าสีฟ้าของไวเวิร์นจนออากาศเลื่อนลั่นแตกร้าวดังระงมคล้ายโลวินาศลมพายุพัดบ้าคลั้งสายฟ้าฟาดอย่างเดือดดาน
ศิลานั้นไม่คิดที่จะตายแบบผู้เล่นคนอื่นอยู่แล้วทำให้สายตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
ฟ๊าว!....ฉุบ
ศิลาได้ยินเพียงแค่เสียงพร้อมกับสายลมพัดผ่านร่างของเขาอย่างแ่เบาเป็สายลมอันอบอุ่นสบายใจอย่างพิศดาร พร้อมกับร่างของไวเวิร์นที่ควรจะบินอยู่เบื้องหน้าเขาพลันหสยไปราวอากาศธาตุอย่างปริศนาวินาทีต่อมาศิลาพลันกระจ่างร่างของไวเวิร์นปรากฎอยู่ด้านหลังของเขาเสียแล้ว
ความเ็ปเกินจะทนเเล่นแปรบใส่ศิลาในทันทีพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปของศิลา
อ๊าก!....
ศิลาถึงกับเบิกตาด้วยความสงสัยเพราะเขานั้นมองไม่เห็นตอนมันลงมือด้วยซ้ำสิ่งที่เขารับรู้มีเพียงแค่สายลม
ศิลารีบกลืนความเก็บปวดพร้อมกับรีบเร่งใช้น้ำยาฟื้นพลังชีวิตที่ได้จากสัตว์อสูรอันน้อยนิดประครองชีวิตอย่างทันท้วงที
แว๊ก....
ไวเวิร์นคำรามลั่นราวกับกำลังะเิเสียงหัวเราะอย่างสมใจคล้ายกำลังหยอกเย้าศิลาราวกับกำลังเล่นกับเหยื่ออย่างรื่นรมณ์ศิลารีบหันหลังกลับไปมองอย่างรวดเร็วสายตาของเขาเห็นเพียงแสงสีม้วงพุ่งเป็สายราวสายฟ้า ด้วยสัญชาตญาณศิลายกดาบร่ำไห้ขึ้นมาตั้งป้องกันตรงใบหน้าอย่างรวดเร็วราวปฏิหาริย์
เคร๊ง.....
ฟ๊าวว!.....ตูม
กรงเล็บสุดเเหลมคมของไวเวิร์นตะปบเข้าที่ใบดาบของศิลาอย่างจังเกิดเสียงการกระทบกันของโลหะดังสนั่นราวฟ้าแตก และด้วยความแรงของการโจมตีถึงแม้ศิลาจะต้านทานหลุดรอดจากการหัวขาดมาได้อย่างปฏิหาริย์แต่ร่างของเขาก็ยังลอยกระเด็นไปไกลหลายกิโลเมตรก่อนจะกลิ้งลงสู่พื้นส่งผลให้กระดูกทั้งร่างแตกละเอียดพร้อมกับพ้นเืสีแดงสดออกมาจากปากราวท่อแตก แสงสีแดงกระพริบวูบวาบทั่วตัวของศิลาเป็การยื้อชีวิตด้วยน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิต
แว๊ก....แฟ๊ก...แฟ๊ก...
ไวเวิร์นคำรามเป็จังหวะคล้ายหัวเราะพร้อมกับชูหัวเงยขึ้นฟ้าส่ายไปมา ศิลารับรู้ได้ทันทีว่ามันกำลังหัวเราะเยอะเขา
วูฟฟ!......แหว๊กก!...
เปลิวเพลิงสีฟ้าสดถูกยิงออกจากปากโถมจู่โจมศิลาเสียงเผาไหม้อากาศดังเปี๊ยปร๊ะจนศิลาได้ยินอย่างชัดเจนความร้อนของเปลวเพลิงเผาร่างของสัตว์อสูรลุกไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าพื้นดินถูกเผาจนหลอมเหลวเกิดเป็ลาวา
เปลวไฟสีฟ้าราวกับไฟจากขุมนรกพุ่งทะยานใส่เมฆาในระยะห้าวา
วูบ....
ศิลาใช้สกิลเยียบเวหาทักษะอันเป็สกิลติดตัวของเขาที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆสองเท้าของเขาสืบคลืบวิ่งไปในอากาศราวกับกำลังวิ่งอยู่บนพื้นพร้อมกับใช้ท่าร่างทะยานหลบหลีกเปลวไฟมรณะอย่างรวดเร็ว
ตูม.....
อ๊ากกก
เปลสไฟสีฟ้าสดพุ่งผ่านถากถางทางพินาศสิ้นพุ่งชนเข้ากับกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งอย่างดุร้ายพร้อมเผาผลาญจนผู้เล่นเหลือเพียงเถ้าถ่านตกตายไปตามๆกันร่วมห้าร้อยคนแสดงถึงแสนยานุภาคสะท้านภพทำลายฟ้าของมัน
แว๊ก....แว๊ก...
“นี่เ้าคนแรกเลยนะที่หลบการโจมตีจากเปลวเพลิงข้าได้แฟ๊กก!”
เ้าสัตว์อสูรไวเวิร์นเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นศิลาหลบการโจมตีจากไฟบรนลัยกัลย์ของมันได้ ศิลาไม่ได้ใในพลังทำลายของเปลวเพลิงหากแต่เขาใกับสิ่งตรงหน้ามากกว่าเพราะสัตว์อสูรมันกำลังพูดกับเขา
ท่ามกลางไฟาของสัตว์อสูรที่ร้อนระอุจนถึงขีดสุดปรากฎร่างชายหนุ่มที่กำลังยืนหยัดอย่างยากลำบากเบื้องหน้าเขาคือักระดูกสีม่วงสดสุดน่าสะทึง
แอ๊ก....แอ๊ก...
ศิลาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากแสงสีแดงกระพริบวูบวาบทั่วตัวน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตระดับต่ำไม่สามารถฟื้นฟูเขาให้หายขาดได้เนื่องจากาแเขาสาหัสเกินไปและบวกกับพลังชีวิตของเขาที่มากล้น ศิลาจ้องมองไวเวิร์นสายตาของเขายังคงฉายแววแห่งความหวัง
“พี่ชายรับนี่ไป...”
ท่ามกลางไฟาและวินาทีความเป็ความตายพลันปรากฎร่างเด็กหญิงวัย15ปี เอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบเรียกศิลาให้หันไปมองตามเสียงพบเข้ากับร่างของเด็กหญิงที่กำลังขว้างขวดน้ำยาฟื้นพลังชั้นสูงมาให้เขาสองขวด ขวดน้ำยาสีแดงสดลอยเคว้งกลางอากาศเข้าหาศิลาอย่างรวดเร็ว
หมับ!...
อั๊ก...อั๊ก...
ศิลาไม่รังเลหยิบจับพร้อมยกขึ้นดื่มทันทีแสงสีแดงวูบวาบทั่วร่างของเขากระพริบถี่รั่วถึงขีดสุดร่างกายของเขาพลันกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
“ไว้พี่จะตอบแทนนะ”
ศิลาเอ่ยแต่กลับพบว่าเด็กหญิงนั้นหายไปเสียแล้ว
เขาหันกลับมาจ้องมองศัตรูเบื้องหน้าทันทีพร้อมกับความคิดในหัวที่ดังลั่น
‘นี่ฉันหูฝาดไปใช่ไหม หรือเพราะความเ็ปทำให้เราเบลอหลอนคิดไปเอง’
ศิลาคิดขึ้นพร้อมกับมือขวากระชับดาบแน่นสองตาคมกล้าทั่วร่างปล่อยออร่าธาตุความมืดสุดเข้มข้นจนบรรยากาศพลันอื้ออึ่งหนักอึ้งถึงขีดสุด ศิลาจ้องไปยังไวเวิร์นไม่กระพริบตาเพราะสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขามันร้องเตือนเขาว่าหากเขากระพริบตาแม้เล็กน้อยชีวิตของเขาอาจร่วงโรยก็เป็ได้
ไวเวิร์นกระดูกเห็นเช่นนั้นมันพลันชีกยิ้มกว้างก่อนจะขยับปากส่งเสียงพูดดังลั่นออกมาอย่างชัดเจน
“เป็แค่ผู้เล่นเริ่มต้น แต่กลับมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ดีแถมยังมีอาวุธชั้นเลิศ นี่เ้าคงไม่คิดว่าจะชนะข้าจริงๆหลอกใช่ไหม”
เคร้ง....เซ๊ง....เซ้ง
ไวเวิร์นพูดขึ้นพร้อมกับพุ่งทะยานปีกโบกสบัดวูบหนึ่งประชิดตัวศิลาในพริบตาพร้อมกับตวัดยกกรงเล็บสุดแหลมคมฟาดฟันใส่ศิลาอย่างดุดัน
เสียงดาบของศิลาปะทะกับกรงเล็บของไวเวิร์นดังสนั่นถี่ยิบกลบทุกสำเนียงในา
พริบตาเดียวกรงเล็บไวเวิร์นฟาดตะปบใส่ศิลาถึงยี่สิบครั้งแต่ศิลาก็ตั้งรับได้อย่างแยบยลมือขวาโบกสบัดไปมาราวกับร่ายรำทักษะจิตแห่งดาบถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่องบวกกับเพลงดาบไร้รูปแบบต้านทานกรงเล็บสุดแหลมคมไว้อย่างทันท่วงทีทุกดาบของศิลาปะทะกับกรงเล็บล้วนรุนแรงขึ้นทุกที
แต่ละครั้งที่คมดาบปะทะกรงเล็บส่งสระเกล็ดไฟกระจายไปทั่วในอากาศพร้อมกับคลื่นพลังสีดำและสีม่วงกระจายไปในระยะสองกิโลเมตรแสดงถึงพลังและความรุนแรงของทั้งสองที่ปะทะกัน
บริเวณรอบตัวศิลากลายเป็ทะเลเพลิงในพริบตาเพราะสระเกล็ดไฟไปติดกับร่างของสัตว์อสูร
แคร้ง!....
คมดาบและกรงเล็บปะทะกับอีกรอบดังสนั่นราวฟ้าแตกก่อนที่ทั้งคนทั้งัจะกระเด็นถอยหลังด้วยกันทั้งสองฝ่ายศิลาและไวเวิร์นยืนจ้องตากันด้วยสายตาคมกล้าโดยมีทะเลเพลิงกันกึ่งกลางสองทั้งคู่เปลวไฟที่ร้อนระอุยังเทียบไม่ได้กับการต่อสู้เมื่อคู่
แฟ้ก...แฟ้ก..แฟค!!..
ไวเวิร์นสงเสียงร้องเป็จังหวะหัวเราะอย่างชอบใจหัวชูขึ้นฟ้าก่อนที่มันจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ดี...ดี...ดี...ดีมาก....เอาอีก...เอาอีก...ข้าชอบ...คนแบบเ้านี่แหละแววตาเเบบอสูรกระหายเืคู่นั้นของเ้าทำเืในกายข้ามันกรีดร้อง”
ศิลาได้ยินชัดเจนทั้งสองหูพลันฉีกยิ้มก่อนจะตอบพร้อมท่าทางยียวนกวนประสาทไม่แสดงออกถึงความกลัวแม้แต่น้อย
“อ๋อเหรออออ!....พึ่งรู้นะเนี่ยว่าแกมีเืด้วยนึกว่าจะมีแต่กระดูกแห้งเป็ไม้เสียบลูกชิ้น”
เคร๊ง!....
“ฮ่า...ฮ่า...อย่าคุยให้เสียเวลาเลยมาต่อกันเถอะ”
ไวเวิร์นพูดขึ้นพร้อมกับทะยานร่างใส่ศิลาการปะทะ ศิลาเองก็พุ่งทะยายร่างฝ่าเปลวเพลิงเข้าหาไวเวิร์นอย่างไม่กลัวตายการปะทะกันอันร้อนระอุกว่าเปลวไฟจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
คมดาบของศิลายกขึ้นรับกรงเล็บไวเวิร์นเกิดประกายไปดังเปรี๊ยะๆสาดไปมาสีหน้าของศิลาเกิดตึงเครียดขึ้นทันทีบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าคู่ต่อสู้เบื้องหน้าไม่ใช่อะไรที่จะชนะได้ง่ายๆเหมือนาาหมูป่านั่นเสียแล้ว
แต่แววตาของศิลานั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้โดยง่ายแถมเขายังคิดที่จะฆ่ามันเสียด้วยซ้ำชีวิตมนุษย์เรานั้นต้องเจอกับความท้าทายถึงจะมีค่าให้ใช้ชีวิต
“แฟ้ก...แฟ้ง...สนุกจริงๆสนุกมาก..สนุกมากๆเอาอีก...เอาอีก...มากขึ้นอีก...มากกว่านี้อีก...อย่าพึ่งพลาดท่าตายเสียก่อนล่ะเ้ามนุษย์แกเป็คนแรกเลยที่ทำข้าสนุกถึงเพียงนี้ไอ้พวกเมื่อคู่ระดับสูงกว่าเ้าแต่กับเป็แค่เพียงมดปลวก....แกมันวิเศษ”
ไวเวิร์นพูดออกมาดังลั่นพร้อมกับแสดงถึงความสนุกสนานและความพอใจออกมาอย่างชัดเจน จนศิลารู้สึกไม่พอใจมันเห็นเขาเป็เพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งแค่นั้นที่จะฆ่าเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
“งั้นตัวเองก็อย่าเผลอใช้ทักษะโจมตีสุดบรรลัยออกมาล่ะไม่งั้นเขาคงตายแน่ๆ ไม่งั้นเขาคงชนะตัวเองไม่ได้”
ศิลาไม่วายพูดออกมาด้วยท่าทางสุดกวนบาทาถึงขีดสุดพร้อมกับบอกชัดเจนว่าจะเอาชนะเ้าไวเวิร์น
“แฟ้ก...แฟ้ก!!...เ้าจะบอกว่าเ้าเอาชนะข้าได้รึ....ช่างไม่เจียมกะลาหัว”
ไวเวิร์นตวาดลั่นพร้อมกับโจมตีใส่ศิลาสุดกำลังแบบไม่ยั้งอย่างไม่ปรานี
การต่อสู่หนึ่งคนหนึ่งัปะทะกันส่งความพินาศย้อยยับไปทั่วบริเวณราวกับกำลังเกิดวินาศภัยและใจกลางความวินาศภัยเห็นเพียงเงาสองสายโรมลันพร้อมกับสระเกล็ดไฟและสระเกล็ดพลังธาตุ
***********************************
ตึก...ตึก...ตึก
เสียงฝีเท้าหนักอึ้งสองคู่เดินไปมาอยู่บนเรือขนส่งผู้เล่นกลับมายังทวีปเกาะเริ่มต้นปรากฎร่างหญิงสาวกำลังเดินวนไปมาอย่างร้อนรน พร้อมกับในเรือมีผู้เล่นอีกราวๆหนึ่งพันคน
หญิงสาวคนดังกล่าวหน้าตาคมคาย ผิวขาวผมสีฟ้าสวมชุดเกราะสีฟ้าครามแวววับระยิบมือขวาถือดาบเล่มงามสีเงินสะอาดตาที่ด้ามดาบ
สลักลายคล้ายเทวะดาหรือทวยเทพส่วนที่กั้นดาบกับด้ามจับเป็รูปปีกของปักษาใบดาบยาวเมตรกว่ามือขวาถือคฑาเวทย์สีฟ้าสดลักษณะเด่นเช่นนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าผู้เล่นคนนี้คือสายนักดาบเวทย์หรือนักรับดาบไม่ผิดแน่
ข้างกายคือชายหนุ่มรูปงามหุ่นอรชรคล้ายหญิงสาวใบหน้าอ่อนหวานราวสตรีก็มิปานส่วมใส่ชุดคลุมสีขาวขลิบทองทั้งตัวในมือถือสมุดคล้ายตำราเดินตามหญิงสาวไม่ห่างกายดูจากลักษณะของชายหนุ่มแล้วบ่งบอกชัดเจนว่าเขาได้อาชีพนักบวช
พร้อมกับผู้เล่นมากมายที่แค่ดูก็พอเดาได้ว่าคงน่าจะเป็ลูกน้องของชายหญิงทั้งสองคน ส่วนชายหญิงทั้งสองคนบ่งบอกชัดเจนว่าเป็ผู้เล่นที่มีระดับเกิน50 ขึ้นไปแล้ว
ทั้งสองนั้งอยู่บนเรือโดยสารที่แน่นเอียดพร้อมลูกน้องมุ่งหน้าเข้าหาาเกาะเริ่มต้นส่วนลูกน้องนั้นแต่ละคนแค่มองดูก็รู้แจ่มแจ้งว่าคงเกินระดับ30 กันทุกคนเรียกได้ว่าเป็การรวมพลคนแกร่งของทางเซิร์ฟมาไว้ก็ไม่ผิด
“ใจเย็นๆสิครับคุณน้ำค้างอีกไม่นานเราก็ถึงเกาพเริ่มต้นเเล้ว”
ชายหมุ่นเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล
“ก็เพราะทางกิลด์เรียกรวมพลช้าเห็นไหมกิลด์อื่นเขาไปถึงกันหมดแล้วถ้าพวกสัตว์อสูรหรือบอสถูกฆ่าตายหมดก่อนเราไปถึงทางพวกเราจะเสียผลประโยชน์ขนาดไหน ฉันี้เีไปตอบตำคำถามต้นสังกัดE-Sport
ที่ไม่เคยลงมาเล่นเกมเองหลอกนะ”
“แม้แต่พวกเขาก็ซัพพอร์ทเราอย่างดีทั้งงบในการเติมเกมให้บ้านพักสำหรับเล่นเกมเราคือมืออาชีพนะครับอย่าลืมสิ แล้วอีกอย่างผมไม่คิดว่าจะมีใครโคล่นบอสได้หลอกครับเพราะผู้เล่นระดับท็อปของเกมนี้อยู่ค่ายE-Sportของเรากันทั่วหน้า”
จากบทสนทนาของทั้งสองทำให้รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาคือเกมเมอร์ที่เล่นเกมเป็อาชีพและมีสังกัดค่ายกิลด์อยู่ในเกมและไม่ใช่แค่ในเกมในโลกจริงพวกเขาก็มีค่ายสังกัดและเงินทุนจึงเรียกได้ว่าเป็ผู้เล่นระดับท็อปของจริง
แต่พวกเขานั้นไม่ทราบเลยว่าบนเกาะเริ่มต้นมีอสูรสุดร้ายกาจสองตัวกำลังห้ำหั่นกันจนเกาะแทบะเิ