" เป็นไรยัยจอย " เอ็มมี่นั่งอยู่ด้านข้าง ตกใจจนสะดุ้ง ขยับตะกร้าเครื่องปรุงหนีห่าง
" โทษทีนะทุกคน " จอยวาดสีหน้าสำนึกผิด " เราลืมของไว้ในร้านหน้าสำนักงาน สำคัญมากด้วย ถ้าเกิดหายขึ้นมา... "
" ว่าเเล้วเชียว เลเวลระดับนี้ ไม่น่าโมโหหิวได้นะ " นิรนามสวนเพื่อนสาว เเววตาขี้เล่นหรี่ลง สำรวจหาข้อพิรุธเคลือบเเคลงในใจ ตั้งเเต่รู้จักกัน จอยไม่เคยทิ้งรสชาติอุมามิไว้ข้างหลัง!
" ไปนะ "
" เดี๋ยวก่อน เเล้วเรื่องไปเที่ยวบ้านไอ้เล็ก... " โจ้ยังไม่จบความ ร่างกลมอุดมด้วยไขมันลับจากลานบ้านสวนอย่างเร่งรีบ " ขนาดเเว่นสายตายังลืมได้ " โจ้หยิบเเว่นมาใส่เล่น...
กระบวนท่าจระเข้ฟาดหางส่งประตูดิจิตอลเปิดดังปัง! สู่ห้องเรียบหรูเเพงระยับ รองรับวิวสูงระทึกใจ จอยนั่งบนโซฟาหนังลูกวัวด้วยความหงุดหงิด พยายามผ่อนคลายอารมณ์ ด้วยการพาดท่อนขาอวบใหญ่ขวางบนโต็ะรับเเขก
" ออกมา! "
ทันใดนั้น ไอมืดเรียดพื้นราวกับผืนผ้า ยกตัวขึ้นเป็นรูปร่างคล้ายชายชราศีรษะโล้นเกลี้ยง หลังโก่งงองุ้ม เเดดจัดยามบ่ายสาดส่องกลมกลืนจนเกิดผิวพรรณขาวเนียนผุดขึ้นน่าพิศวง เผยองคาพยพสูงส่งลุเเก่อำนาจ ชายชราคารวะด้วยความนอบน้อม เเต่ยังไม่ทันกล่าวคำใด ถูกจอยประเคนฝ่ามือไม่ยั้งจนเงาร่างเเตกกระจาย
" บ่าว... อั่ก! ช้าก่อน! "
สมใจไปหลายตูม เสียงดัง ' เป๊าะ ' กังวาน จอยดีดนิ้วสลายเกราะเเสงกันเสียง ปีศาจเฒ่ายามนี้หมอบคลานเเทบเท้า ร่างเงาอ่อนจางลงเห็นได้ชัดเจน
" พูด! "
" คุณหนู... อีกไม่นานนาวาบรรพกาลจะหวนมา เรื่องยิ่งใหญ่เช่นนี้ ผู้เยี่ยมทักษะทั่วหล้าต่างเฝ้าคอย ก่อนถึงวันนั้นเจ้าวังอยากเร่งรัดงานมงคลของท่านให้เร็วขึ้น ถึงคุณหนูจะหลบอยู่ในดินเเดนล้าหลัง เเต่น่าจะรู้ดี ยามนี้เราต้องการพันธมิตรไว้ใจได้ "
เรียวปากจิ้มลิ้มเเสยะอย่างฉุนเฉียว เเต่นัยน์ตาเรียวเเคบคู่นั้น เมื่อมองจ้องมา ได้เเปรเปลี่ยนบรรยากาศให้เเข็งกร้าวราวกับคนละคน " เเค่นี้หรือ "
" เออ... สามโลกธาตุ เจ็ดเเดนดินกำลังวุ่นวาย ความโลภยากนักจะคาดเดาให้กระจ่างได้ นายท่านจึงส่งข้าน้อย... "
ติ๊งต่อง!
' ส่งอาหารครับ สี่ร้อยบาทถ้วน '
" กำลังลงไปค่ะ "
ปีศาจเฒ่าถึงกับสั่นเทา ถูกสายตาโมโหหิวชำเลืองมอง มันลอบถอนใจอย่างขมขื่น พลางเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเจ้าเนื้ออย่างจำใจ เดินคอตกจ้ำอ้าวออกจากห้องด้วยความว่องไว
เสียงลั่นจากลิ้นชักโต็ะเครื่องเเป้ง นำพาบรรยากาศเสียวสันหลังมลายสิ้น บัญชากระโหลกร้อยโซ่บินเข้ามือจอยราวกับนกขมิ้นตัวน้อย เปล่งเเสงทองเเดงสูงค่า มันหลอมสร้างจากลาวาลึกใต้ภูเขาไฟอายุเจ็ดหมื่นปี ทั้งหมดเจ็ดชิ้นเพื่อเจ็ดดินเเดน อุ้งมืออวบอิ่มรัดเเน่นจนเส้นเอ็นปูดนูน เหมือนเจ้าตัวอยากให้เเหลกลาญคามือในเดี๋ยวนั้น คลื่นอารมณ์เกลียดชังกลืนกินความเงียบงันช้าๆ ประกายตาลึกซึ้งเหลือบมองทัศนียภาพคุ้งน้ำคดโค้งเบื้องล่าง คล้ายเคลือบความขมขื่นไว้ชั้นหนึ่ง...
ได้ครอบครองในสิ่งที่ต้องการ กงเฟินโยน ' รัง ' ทิ้งอย่างไม่ใยดี เสียง ' ปุ ' ดังขึ้น โลกเอกะระเบิดเเผ่วเบา ปลุกจิตวิญญาณให้ลืมตาตื่น เล็กน้ำตัวน้อยตระหนกสุดเเสน สายตาเลิกลั่กไร้ทิศทาง มองความว่างเปล่าไร้รูปร่างรอบกายพังทะลายลง กลิ่นอายเอกะหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว ไอพิษล้อมกรอบเขาไว้ดั่งกรงขัง ภาพความทรงจำมากมายถูกอำนาจยิ่งใหญ่ฉุดกระชาก
กงเฟินเร้าพลังเพิ่มขึ้น มันไม่สนอยู่เเล้วหากจิตวิญญาณเล็กน้ำจะเเตกดับ สำนึกทรงพลังเเหวกว่ายสู่ความเวิ้งว้าง ' เป็นไปได้ยังไงกัน ในนี้ไม่มีอะไรเลย ' โดยทั่วกัน ลูกหลานหรือบุคคลชั้นสูงในลำดับอำนาจยิ่งใหญ่ ล้วนได้รับการคุ้มครองวิญญาณ กล่าวง่ายๆ เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล เมื่อโลกเอกะถูกผู้เเข็งเเกร่งทำลาย วงเเหวนเวทย์ขั้นสูงสลักซ่อนภายในจิตวิญญาณ จะถูกกระตุ้นให้ต้านทานการรุกล้ำ หากเป็นชนชั้นสูงส่งในขั้วมหาอำนาจจักรพรรดิ ถึงกับสะท้อนภาพศัตรูกลับไปได้ทันที เเละนั่นคือจุดเริ่มต้นบทกลอนล่าล้างปฐพีอันโด่งดัง ผู้เรืองอาคมจึงมีอิทธิพลอย่างมาก ไม่ว่าสูงต่ำหรือสำนักไหน ล้วนไดัรับการใส่ใจปรนนิบัติอย่างดีเยื่ยม
ห้วงสำนึกกล้าเเกร่งล่วงลึกดำดิ่ง หลังจากพบเจอเพียงความว่างเปล่าจนเกือบถอดใจ เเต่เบื้องหน้าไม่ใกลมีหมอกขาวก่อตัวเบาบางดั่งปุยนุ่น ก่อนเเปรเปลี่ยนเป็นธรณีประตูสุดพิสดาร กงเฟินไม่รอช้าทะยานเข้าไปไร้ความหวาดกลัว หมอกขาวกระเพื่อมเล็กน้อย จากนั้นสลายไปเหมือนภาพมายา
รู้ตัวอีกครั้ง ความสับสนพุ่งชนกงเฟินจนเกือบล้มคะมำ เพราะมันยืนอยู่ขั้นเเรกของบันไดไต่สวรรค์ท่ามกลางดาราจักรไร้สิ้นสุด เเละนี่ไม่ใช่สำนึกเเต่เป็นวิญญาณเเท้จริง! กงเฟินหวั่นใจ หากวิญญาณดับสูญเท่ากับตายตกในโลกภายนอก ' สถานที่เเห่งนี้คือสิ่งใดกันเเน่ พาให้ ' ขวัญ ' กระตุกยิบ ' กงเฟินบ่นอุบอิบ ใจหนึ่งอยากรู้ยิ่งนักสุดปลายทางจักมีสมบัติใด เเต่อีกเสี้ยวใจกลัวๆ กล้าๆ อยากหันหลังกลับ จากนั้นยอมรับทำใจให้ลืม เเต่พบว่าประตูมิติด้านหลังถอยห่างไกลไปทุกที
เส้นทางทอดยาวผ่านกลุ่มดาวดาราจักรอันกว้างใกล บัดนี้เป็นทะเลเทวรูปนับสิบหมื่น พระพักตร์ดุร้ายเกี้ยวกราด ปางประหลาดพิลึกน่าขนลุก รอยเเตกร้าวเกาะกินดั่งเส้นชีพจร จากนั้นคือเศษซากปรักหักพังของวิมานปราสาทสุดยิ่งใหญ่อลังการ เเต่กลับไร้มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใด
สุดปลายทางรำไรมองเห็นเงาต้นไม้โบราณ เปล่งเเสงสว่างพร่างพราว กิ่งก้านกลมมนขาวผ่องดั่งเเท่งเทียน ดอกใบงามล้ำ ประดับจากดวงดาราอุกกาบาตในสามโลก กงเฟินเบิกตาโพลง ที่เเท้บันไดใต่สวรรค์คือหนึ่งในรากนับล้านล้านล้านของมันนั่นเอง
ประกายเเสงเย็นตาบนคาคบใหญ่ ดึงดูดให้มันกระโจนข้ามผ่านสิ่งกีดขวางอย่างระเเวดระวัง เร้าสำนึกกว้างใหญ่เต็มกำลัง หากปรากฏสิ่งเเปลกปลอมใด พร้อมจะเผ่นหนีได้ในทันที มิติลึกลับในปฐพีมีกลาดเกลื่อนเกินคณานับ เเต่มากมายยิ่งกว่าคือดินเเดนไร้ผู้เปี่ยมวาสนาคนใหม่ที่ยังไม่ถูกค้นพบ โลกหล้าผ่านยุคสมัยยาวนานกว่าสิ่งใด ยังมีปมประวัติศาสตร์ก่อนบรรพกาลอันเลือนหาย ไม่ว่าผู้ได้เข้าสืบเสาะต้องหายตัวไปเป็นปริศนา
" ลูกไม้ใดกัน เเค่เข้าใกล้ ก็ทำให้เลือดลมสูบฉีด พลังเอกะเหมือนจะทะลวงผ่านได้อีกขั้น! " กงเฟินไม่เคยปิดบังเเววตาละโมบ หากต้องการสิ่งใดมันต้องได้ ผลไม้ผิวเขียวใสช่างมหัศจรรย์ คลับคล้ายมนุษย์ยิ่งนัก เพียงเเต่เค้าโครงรูปหน้าเลือนลางเกินไปเท่านั้น ฉับพลัน! นัยน์มรกตถ่างกว้าง เมื่อพินิจดูอีกครา โฉมหน้าไร้ชีวาหาใช่ใครอื่น " เป็นไปไม่ได้! ผะ... ผู้ผ่าน... "
มายามรณะยะเยือกเสียดแทงประสาทผัสสะจนลมหายใจบิดเบี้ยว กงเฟินลำคอเเข็งเกร็งไม่อาจเปล่งคำพูด ดั่งถูกปลายดาบพาดคอหอย ข้างกายตะเกียงไฟสีชาดคู่หนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เเกว่งไกวดั่งวิญญาณพยาบาท ย้อมกายาขาวซีดจนเเดงฉาน
ภาพสุดท้ายเป็นฉากหนึ่งอันเรียบง่าย พร้อมถ้อยคำครึ่งความหมายคล้ายบทกวีของผู้ฟั่นเฟือน ' ข้าน้อยมิกล้า... ท่านเทพคือ... ' ลมปากพวยพุ่งพิษร้าย สาปส่งถ้อยคำสุดท้ายเดินทางใกล นัยน์ตามรกตมืดครึ้ม วิญญาณหลอมละลายสิ้นเเสง จิตวิญญาณพ่ายเเพ้เเตกดับ กงเฟินตาย!
ดินเเดนมืด เวลาผันผ่านไปเเค่เสี้ยวใจ ฟ้าหม่นจรดดินดำไร้สีสันน่าตายนัก เเต่สำหรับเล็กน้ำ ระยางค์ประหลาดดั่งทองคำสุกใสกลืนกินนิ้วมือด่างดำเสมือนกรงขัง รุกคืบรวดเร็วจนกงเฟินคล้ายรูปปั้นสำริด ผ่านไปชั่วครู่ควบเเน่นเป็นก้อนกลมมนเหมือนไข่มุก ไม่รู้เเมลงพิษหายไปตั้งเเต่เมื่อใด เเต่บาดเเผลสาหัสบนร่างกายสมานอย่างรวดเร็ว โลกเอกะเชื่อมประสานไร้ร่องรอยภายในท้องน้อย
" นายเห็นทั้งหมดเเล้ว "
" ใช่เลย " หนุ่มรุ่นน้องขานตอบสั้นๆ บาดเเผลตรงไหล่บรรเทาขึ้นเล็กน้อย ในอุ้งมือเเกว่งดาบเล่นบาดตา ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์เช่นเดิม วิญญาณกระต่ายรักบี้กระโดดโลดเต้นอยู่รอบกาย " ผมว่าเเล้ว... เล็กคือพันธมิตรที่เเข็งเเกร่งอย่างเเน่นอน "
ไม่รีรอให้อีกฝ่ายร้องถาม การกระทำทั้งหมดซี้อใจเขาได้ เล็กน้ำบอกเล่าทุกเหตุการณ์ไม่ปิดบัง ทั้งจำได้เเละคล้ายจะจดจำได้ สิ่งที่เห็นกับได้ลองสัมผัสเเตกต่างอย่างเสมอเหมือน ในสำนึกเเว่วประโยคหนึ่งซ้ำไปวนมา ' มันอาจเป็นพรสุดประเสริฐหรือคำสาปอันเลวร้าย เเต่สหายน้อยจงใช้มัน... ค้นหาความจริง '