“ตื่นได้แล้วจูจินม่าย”เสียงเรียกของชายหนุ่มผู้หนึ่งปลุกเ้าของร่างที่นอนซบอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ จูจินม่ายเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่งัวเงียพลางมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะแต่ฉันคงซื้อบ้านในตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันยังเป็นักศึกษาอยู่”
“อะไรเนี่ย ฉันไม่ใช่นายหน้าขายบ้านนะ จูจินม่ายลืมตาขึ้นมามองฉันดีๆ”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาพลางประคองใบหน้าของจูจินม่ายก่อนที่อีกฝ่ายจะขยี้ตาของตัวเองเบาๆ
“เ้าชายฟิลลิป”เมื่อได้ยินคำตอบของจูจินม่ายชายหนุ่มจึงปล่อยใบหน้าของเธอลงทันที “มาถามหาเ้าหญิงออโรร่าหรอเธอน่าจะนอนหลับเป็ศพอยู่ในวังนั่นแหละ ตามเนื้อเื่เลย จริงด้วยสิ! ผ่านไปตั้งร้อยปีแล้ว ยังหนุ่มเหมือนเดิมเลยนะ เ้าชาย”
“เป็เอามากนะเนี่ย จูจินม่ายเลิกเล่นได้แล้ว”จูจินม่ายฉีกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว
“แปลกจังเลยนะคะ ทานข้าวเสร็จแล้วสลบคาโต๊ะแบบนี้ดูไม่ใช่นิสัยของคุณเลยนะคะ คุณจู”
“ใช่ค่ะ ดูไม่ใช่นิสัยของฉันเลยคุณเองก็เหมือนกันนะคะ คุณเจียง ดูไม่ใช่นิสัยของคุณเลย โดยปกติแล้วคุณอยากทักดวงใครคุณก็ทักไปโดยไม่ถามความสมัครใจ แต่เดี๋ยวนี้อัพเกรดเปิดซุ้มดูหมอในร้านคาเฟ่รายได้ระดับหัวหน้ายมทูตมันไม่พอใช้หรือไงคะมาดามเจียงคนสวยถึงได้ลงมือหาเงินกับดวงคนแบบนี้”
“หาเงินกับดวงคน มันจะได้สักเท่าไหร่กันมูลค่าเงินทองของคนทั่วไปกับของคนอย่างพวกฉัน มันไม่เหมือนกันนะคะ คุณจู”
“ในเมื่อคุณก็รู้ตัวดีว่าการเปิดซุ้มดูหมอของคุณไม่ได้ทำกำไรอย่างแน่นอน แล้วคุณจะเปิดไปเพื่ออะไรคะ”
“คำตอบง่ายๆค่ะ ว่าง”
“ว่าง คุณเคยบอกฉันเองไม่ใช่หรือคะ ว่าสมัยนี้คนชั่วมันเยอะกว่าสมัยก่อนแถมไม่มีเวลาพักร้อนเลยด้วยซ้ำ”
“ใช่ค่ะ คนชั่วสมัยนี้มันเยอะ แต่ว่าคนชั่วสมัยนี้มันก็ตายยากเหมือนกันเดือนนี้ก็เลยว่างค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็มีเวลาพักแล้วสิคะ”
“แน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็จัดเทศกาลปาร์ตี้ผีนานาชาติเลยสิคะจะเอาเวลาว่างมาเปิดไพ่ดูหมอไปเพื่ออะไร”
“พูดแบบนี้เธออยากเห็นเทศกาลปาร์ตี้ผีนานาชาติอย่างนั้นหรอ”
“หรือว่าคุณยังคิดถึงพี่ชายและแฟนพี่ชายของคุณอยู่”คำพูดของเจียงชิงเม่ยทำให้จูจินม่ายชะงักขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่สีหน้าของเธอจะสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“พอได้รู้สถานะที่แท้จริงของพวกคุณบางทีฉันก็อดที่จะนึกถึงพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้พวกเขาทั้งสองคนเสียชีวิตั้แ่อายุยังน้อย หนำซ้ำยังไม่ได้บอกลากันเลยสักคำทั้งๆที่เพิ่งจะสารภาพรักกันไม่กี่วัน ก่อนที่จะเกิดเื่”
“สรรพสิ่งล้วนมีเกิดย่อมมีจากเป็เื่ธรรมดาเธออย่าเอาเื่นี้มาใส่ใจเลย จูจินม่าย”
“บางทีความรักฉันท์คู่รักมันก็แอบน่ากลัวเหมือนกันนะดูอย่างคุณปู่กับคุณย่าของฉัน ทุกวันนี้พวกท่านยังง่วนอยู่กับการปั้นหม้อดินเผาอย่างกับว่าพวกท่านเพิ่งจะพบรักกันใหม่ๆ แต่มู่เกอกับฟางเจีย กว่าฟางเจียจะจีบมู่เกอติดก็ปาไปสี่ปีพอได้รักกันไม่นาน อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองคน ไม่ได้บอกลากันเลยสักคำทั้งที่รักกันอยู่แท้ๆ”
“ความรักมักจะเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบและมักจะจบลงได้หลากหลายรูปแบบเหมือนกัน ฉันเคยบอกคุณแล้วไม่ใช่หรอว่าทั้งสองคนไปเกิดใหม่แล้ว ไม่ได้ยึดติดหรือเป็ฝ่ายรอใครแต่พวกเขาออกตามหาซึ่งกันและกัน”
“ฉันก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะพบกันแล้ว”
“คุณอยากดูหมอหรือเปล่า อยากรู้มั้ยว่าเนื้อคู่ของคุณคือใคร”
“ชีวิตฉันแค่นัดบอร์ดก็จะบ้าตายอยู่แล้วส่วนเนื้อคู่ ใจหนึ่งก็อยากเจอแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเจอ”
“แต่ถ้าได้เจอ ก็เท่ากับว่านัดบอร์ดของคุณได้จบลงจริงมั้ย”คำพูดของเจียงชิงเม่ยทำให้จูจินม่ายได้ค้นพบทางออก เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งตรงหน้าเจียงชิงเม่ยอย่างไม่รอช้า
“ฉันอยากดูดวงทุกรูปแบบค่ะ คุณเจียง”
“แค่มือก็พอแล้วค่ะคุณจู”เมื่อได้ยินสิ่งที่เจียงชิงเม่ยกล่าวจูจินม่ายจึงยื่นมือข้างหนึ่งให้เจียงชิงเม่ยดูทันทีเมื่อเจียงชิงเม่ยได้ดูลายมือของจูจินม่าย เธอจึงเบิกตากว้างขึ้นมาทันที
‘ประตูมิติเวลา’เจียงชิงเม่ยเงยหน้าขึ้นมามองจูจินม่ายก่อนที่จะหันไปมองปิงเฉียวที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์
“มีอะไรหรือเปล่า เจียงชิงเม่ย”
“ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณเจียง”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะฉันแค่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระบางอย่างที่จะต้องคุยกับคุณชายปิงเฉียว”เจียงชิงเม่ยตอบกลับไปพลางมองลายมือของจูจินม่ายอีกครั้ง “ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“ไม่อยากจะเชื่ออะไรหรือคะ”จูจินม่ายถามกลับไปก่อนที่เจียงชิงเม่ยจะก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
“ตอนนี้บ่ายสองโมงสี่สิบห้านาที อีกสิบห้านาทีคุณจะได้เจอเนื้อคู่ของคุณ”
“คุณพูดล้อฉันเล่นหรือคะ คุณเจียง”
“ฉันไม่ได้พูดล้อคุณเล่นค่ะ คุณจูคุณจะได้พบเนื้อคู่เวลานั้นจริงๆ”
“มันเร็วขนาดนั้นเลยหรอคะ”
“ค่ะ”
“โอเคค่ะ ถ้ามันจะต้องเจอสุดท้ายมันก็ต้องเจอบางทีฉันจะได้ไม่ต้องไปนัดบอร์ดอีกแล้ว ขอบคุณนะคะคุณเจียง แต่ตอนนี้ฉันต้องขอตัวก่อน”
“คุณจะไปไหนหรือคะ”
“กลับบ้านค่ะพอดีครอบครัวเพื่อนของแม่ฉันมาทานข้าวที่บ้านเย็นนี้ฉันต้องรีบกลับไปช่วยแม่เตรียมอาหารเย็นก่อน ขอตัวก่อนนะคะ”จูจินม่ายกล่าวลาเจียงชิงเม่ยและปิงเฉียวก่อนที่จะเดินออกไปจากร้าน
“ประตูมิติเวลา ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาทุกคนที่รู้จักและใกล้ชิดเซี่ยหลานซี และมี่อายุใกล้เคียงกับเธอ ล้วนเกิดเื่คล้ายคลึงกับเซี่ยหลานซีด้วยกันทุกคนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เจียงชิงเม่ยเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจหลังจากจูจินม่ายได้เดินออกไปจากร้าน ก่อนที่ปิงเฉียวจะเดินเข้ามาหาเจียงชิงเม่ย
“ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเธอ”
“หมายความว่ายังไง”
“เธอเป็คนเปิดประตูมิติเวลาให้เซี่ยเว่ยหลานและหลังจากนั้นทุกอย่างได้เชื่อมต่อกันเรื่อยๆ จนไม่สามารถแน่ใจได้ว่าจะปิดประตูมิติเวลาใน่ใด”
“ตอนที่เกิดเื่กับเซี่ยหลานซี ฉันพยายามปิดประตูมิติเวลาแล้วนะแต่มันทำไม่ได้ เป็เพราะอะไรนายรู้มั้ย”
“เพราะประตูมิติเวลาเลื่อนไปหารูปแบบใหม่นั่นก็คือหลงเหลียนฉิน ตอนนั้นเซี่ยเว่ยหลานยังอยู่ที่แค้วนฉางเยว่อยู่เลย”
“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”
“เธอพูดแบบนี้หมายว่าจูจินม่ายคือรายต่อไปใช่มั้ย”
“ถูกต้อง ประตูมิติเวลารูปแบบใหม่อยู่กับจูจินม่าย”
“แล้วรูปแบบประตูมิติเวลานั้นเป็อย่างไร”
“ประตูมิติเวลารูปแบบใหม่ของจูจินม่ายคล้ายกับประตูมิติเวลารูปแบบของหลงเหลียนฉินแต่ฉันไม่แน่ใจว่ามีรายละเอียดอะไรนอกเหนือจากนี้หรือเปล่าเราต้องคอยเฝ้าดูต่อไปเรื่อยๆ”
“หมายความว่าอีกไม่นานเื่นี้จะเกิดขึ้นกับจูจินม่ายอย่างนั้นหรอ”
“ถูกต้อง แต่เื่นั้นมันไม่สำคัญหรอกยังไงซะพวกเราก็คุ้นชินกับเื่แบบนี้อยู่แล้ว แต่หลังจากนี้ไปจะมีเื่ที่สำคัญกว่านั้น”
“เื่อะไร”
“การทะลุมิติเวลาของจูจินม่าย อาจจะทำให้เธอถึงแก่ชีวิตในชาติภพนั้นและส่งผลกระทบมาชาติภพนี้ได้ ฉันอยากให้นายลงไปช่วยเธอที่นั่น”
“อีกแล้วหรอ”ปิงเฉียวเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหนื่อยใจเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็ครั้งแรกสำหรับเขาแต่มันเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว “แล้วจูจินม่ายจะทะลุมิติเวลาไปที่ไหน”
“ดินแดนอู่ถง แคว้นหนานหนิง”
__________________________________________________
[3] สวมหมวกเขียว (隔墙有耳) หมายถึงถูกคนนำหมวกสีเขียวมาสวมใส่ให้ ซึ่งหมายถึงผู้ชายที่ผู้หญิงของตัวเองไปลักลอบมีชู้ มีใจให้กับชายอื่นผู้ชายคนนี้ก็จะเรียกว่า ถูกสวมหมวกเขียว ซึ่งการถูกสวมหมวกเขียวเป็เื่ที่น่าอับอายขายหน้า
[4] ฟูเหริน(夫人) คือ ภรรยา เอาไว้ใช้เรียกสตรีที่ออกเรือนไปแล้ว