ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    สุ่มสีแดงครั้งแรก

    ในช่วงหลายวันมานี้ศิษย์ของตระกูลหนานพากันสมัครเข้าร่วมสามแผนกอย่างล้มหลาม 

    เนื่องจากพวกเขาเอาแต่ฝึกฝนกันเป็นระยะเวลานานกว่าสองปีเศษ พอมาถึงตอนนี้พวกเขาก็สามารถเข้าร่วมกับสามแผนกใหญ่ได้ ทำให้พวกเขาจะได้รับทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

    สามวันต่อมา

    หนานหมิงอ่านข้อมูลที่หัวหน้าแผนกทั้งสี่ส่งมาด้วยความสนใจ จากข้อมูลในช่วงเวลาสามวัน ศิษย์ของตระกูลหนานเข้าร่วมกับศาลาชุนหมิงมากกว่าหกส่วน หอการค้าหมื่นสมุทรสามส่วน และตระกูลหนานหนึ่งส่วน

    แม้ว่าตระกูลหนานจะได้คนเข้าร่วมเพียงแค่หนึ่งส่วนแต่จำนวนที่ได้ก็มากกว่าเก้าหมื่นคนเลยทีเดียว

    สำหรับศาลาชุนหมิง เนื่องจากทั้งสองมีหน่วยใหญ่อยู่สองหน่วยได้แก่หน่วยข่าวกรองและหน่วยลอบสังหาร

    ซึ่งศิษย์ตระกูลหนานที่เข้าร่วมกับศาลาชุนหมิง ส่วนมากจะเข้าร่วมกับหน่วยลอบสังหารมากกว่าหน่วยข่าวกรอง เนื่องจากศิษย์ตระกูลหนานคิดว่าหน่วยลอบสังหารนั้นดูมีอำนาจมากกว่าหน่วยข่าวกรอง อีกทั้งพวกเขายังได้ออกไปไล่ล่าหรือสังหารศัตรู ไม่เหมือนกับหน่วยข่าวกรองที่บางส่วนก็คอยหลบซ่อนเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ

    ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น

    [ โฮสต์สามารถอัญเชิญได้แล้วตอนนี้ ไม่ทราบว่าโฮสต์จะทำการอัญเชิญเลยหรือไม่? ]

    หนานหมิงรีบวางข้อมูลตรงหน้าทันทีจากนั้นเขาก็รีบท่องคาถาก่อนที่จะยอมรับการอัญเชิญ

    การ์ดสีทองปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของหนานหมิง 

    [ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ ม่อเสี้ยนจากตำหนักรัตติกาล ตัวละครระดับสีทอง ความแข็งแกร่งระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]

    [ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ] 

    ม่อเสี้ยนจากตำหนักรัตติกาล? 

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะใช้เวลาประมาณสิบลมหายใจถึงจะจำได้ว่าตำหนักรัตติกาลคือบอสใหญ่ของเนื้อเรื่องช่วงที่หนึ่ง เรียกได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมาก โดยเฉพาะสี่ปราการแห่งตำหนักรัตติกาลและม่อเสี้ยนก็คือหนึ่งในนั้นสี่ปราการที่แข็งแกร่ง 

    ม่อเสี้ยนนับว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งและนางมีความงามที่ล้มอาณาจักรได้เลย ราวกับว่านางคือปีศาจจิ้งจอกที่ทำให้ราชวงศ์ล่มสลาย นอกจากนี้ความสามารถของนางก็คือการใช้ภาพลวงตาและเสน่ห์ที่งดงามของนาง เพียงแค่สบตาก็อาจจะถูกมนต์สะกดของม่อเสี้ยนได้แล้ว 

    “ ม่อเสี้ยนก็นับว่าไม่เลว ด้วยพรสวรรค์และความสามารถด้านภาพลวงตาที่หาได้ยาก แม้กระทั้งเซียนที่แท้จริงถ้าหากถูกนางใช้มนต์สะกดก็ไม่น่าจะรอดได้ ” หนานหมิงพึมพำด้วยรอยยิ้ม

    “ สุ่มต่อเลย ” หนานหมิงกล่าวขึ้นพร้อมกับทำท่าพนมมือไปด้วย

    ไม่ถึงสามลมหายใจ ดวงตาของหนาหมิงก็เบิกกว้าง ลมหายใจถี่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้เนื่องจากการ์ดที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นสีแดง

    ใช่แล้วการ์ดสีแดงที่หาได้ยากหลังจากที่ใช้เวลานานถึงเจ็ดปี หนานหมิงเพิ่งจะสุ่มได้ครั้งแรก

    [ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ ไน่หวงเล่ยแห่งตำหนักเซียนหมื่นบุปผา ตัวละครระดับสีม่วง ความแข็งแกร่งระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ แต่เนื่องจากโลกที่โฮสต์อยู่เป็นโลกระดับต่ำทำให้ไม่สามารถรองรับพลังเซียนได้ระบบจึงปิดผนึกความแข็งแกร่งของยมฑูตขาวดำไว้เหลือเพียงแค่กึ่งเซียนเท่านั้น ]

    [ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ] 

    เมื่อหนานหมิงเห็นชื่อของไน่หวงเล่ย ดวงตาของเขาก็เปร่งประกายด้วยความตื่นเต้นและยินดีทันที 

    “ ในที่สุดข้าก็สามารถอัญเชิญการ์ดสีแดงได้สักทีและที่สำคัญคือเป็นถึงเซียนอมตะอีกด้วย!! ” หนานหมิงหัวเราะอย่างตื่นเต้นและยินดี

    สำหรับขั้นขอบเขตเซียนนั้นมีทั้งหมดสิบเอ็ดขั้นด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ เซียน เซียนปฐพี เซียนสวรรค์ เซียนทองคำ เซียนศักดิ์สิทธิ์ เซียนนิรันดร์ เซียนอมตะ จ้าวเซียน ราชันเซียน จักรพรรดิเซียน มหาจักรพรรดิเซียน

    ซึ่งเซียนอมตะนั้นนับว่าเป็นยอดฝีมือระดับกลางในบรรดาขอบเขตเซียน แต่สำหรับหนานหมิงในตอนนี้นางนับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองกำลังองเขา

    นอกจากนี้ไน่หวงเล่ยยังได้รับฉายาว่าเซียนดอกท้อ นางเป็นสตรีที่งดงามอย่างมาก ถ้าหากจะบอกว่าม่อเสี้ยนเป็นหญิงงามล่มอาณาจักร ไน่หวงเล่ยจะงดงามกว่าม่อเสี้ยนอีกครึ่งขั้น

    หนานหมิงหายตัวไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมาโผล่ที่ใจกลางเทือกเขาเฟิงหลงก่อนที่เขาจะอัญเชิญทั้งสองคนออกมา

    ทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัว หนานหมิงถึงกับมองทั้งสองด้วยแววตาหลงใหลในทันที 

    ไม่ว่าจะเป็นม่อเสี้ยนหรือไน่หวงเล่ย ทั้งสองนับว่าเป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามและอ่อนหวาน รูปร่างอรชร ผมของม่อเสี้ยนจะเป็นสีม่วงอ่อน ส่วนผมของไน่หวงเล่ยจะเป็นสีน้ำตาลแดง และที่หน้าผากของไน่หวงเล่ยมีสัญลักษณ์รูปดอกท้อประดับอยู่

    ภายในตำหนักเซียนหมื่นบุปผาจะมียอดฝีมือเจ็ดคนที่เรียกว่านางเซียนบุปผา ซึ่งแต่ละคนจะได้รับฉายาของดอกไม้แต่ละชนิด ซึ่งไน่หวงเล่ยเองก็นับว่าเป็นหนึ่งในนางเซียนทั้งเจ็ด ฉายาเซียนดอกท้อและนางก็อยู่ในอันดับที่สองของนางเซียนทั้งเจ็ด

    “ ไน่หวงเล่ย/ม่อเสี้ยน คาระวะนายท่าน ”

    ม่อเสี้ยนและไน่หวงเล่ยโค้งคำนับให้กับหนานหมิงด้วยท่าทีอ่อนโยนและอ่อนหวาน

    หนานหมิงกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากเพราะรูปลักษณ์ของพวกนางเรียกได้ว่าทำให้อาณาจักรล่มสลายก็ไม่เกินเลยจริงๆ แม้กระทั้งหนานหมิงเองก็แทบจะต้านทานแทบไม่อยู่

    เมื่อทั้งสองเห็นท่าทีของหนานหมิง พวกนางก็มองหน้ากันก่อนที่จะยกยิ้มที่มุมปากจางๆ ในฐานะสตรี ถ้าหากนายท่านของนางพึงพอใจในรูปลักษณ์ของนางก็ทำให้พวกนางรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง

    “ เอาล่ะๆกลับกันก่อน ” หนานหมิงกล่าวขึ้นพร้อมกับพาทั้งสองกลับไปยังที่พักของเขา

    ภายในที่พักของหนานหมิง

    หนานหมิงกำลังถูกม่อเสี้ยนนวดขา ส่วนไน่หวงเล่ยกำลังนวดไหล่ให้อย่างสบายใจ

    ด้วยความงามของทั้งสองหนานหมิงแทบจะไม่สามารถต้านทานการเย้ายวนได้ โชคดีที่เขาเป็นนายท่านของทั้งสองทำให้ทั้งสองก็ไม่กล้าที่จะรุกล้ำเขามากเกินไป ทำได้เพียงแค่โปรยเสน่ห์ใส่เท่านั้น

    ตอนนี้หนานหมิงกำลังครุ่นคิดว่าจะให้ทั้งสองไปทำหน้าที่อะไรดีถึงจะทำให้ความงามของพวกนางไม่สูญเสีย

    ไม่นานนักหนานหมิงก็คิดได้ เขาจะไม่ส่งทั้งสองไปไหนเพราะในฐานะนายท่าน เขาต้องมีสตรีอยู่ข้างกายและจะต้องเป็นสตรีที่งดงามเพื่อเสริมสร้างบารมีให้กับตัวเอง 

    “ นายท่านข้าขอมอบสิ่งนี้ให้กับท่าน ” ไน่หวงเล่ยที่นวดไหล่เสร็จแล้วก็เดินมาด้านหน้าพร้อมกับหยิบเอาสมบัติต่างๆของนางให้กับหนานหมิง

    ม่อเสี้ยนเองก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าสมบัติของม่อเสี้ยนจะไม่ได้มีสรรพคุณยอดเยี่ยมเหมือนกับของไน่หวงเล่ยแต่ก็นับว่ามีประโยชน์ในการบ่มเพาะคนของเขา

    “ นายท่านนี้คือเมล็ดต้นโพธิ์เก้าสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ผู้ที่อยู่โดยรอบเข้าใจต่อสวรรค์มากขึ้นและอาจจะทำให้เปิดเส้นทางสู่เซียนได้ นอกจากนี้ต้นโพธิ์นี้ก็จะรวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดมารวมไว้ที่เดียวกัน ยิ่งที่แห่งนี้มีเส้นเลือดมังกรขนาดใหญ่ก็จะทำให้พลังวิญญาณหนาแน่นกว่าเดิมหลายสิบเท่า นับว่าเป็นสมบัติเซียนที่หาได้ยากยิ่ง 

    โชคดีที่ข้าในตอนที่สำรวจเศษซากอารยธรรมโบราณของจ้าวเซียนผู้หนึ่งและบังเอิญพบเจอสิ่งนี้พอดี เพียงแต่ต้นโพธิ์เก้าสวรค์นี้จะต้องใช้เวลาเติบโตนับหมื่นปี และในทุกๆสิบปีต้นโพธิ์จะบรรลุขั้นเล็กๆหนึ่งครั้ง ร้อยปีบรรลุขั้นกลาง พันปีบรรลุขั้นสูง และเมื่ออายุหมื่นปีมันจะกลายเป็นต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ” ไน่หวงเล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ

    หนานหมิงที่ได้ยินที่ไน่หวงเล่ยกล่าวมาเขาก็ลุกขึ้นยืนทันที แม้ว่าการกระทำของเขาจะทำให้ม่อเสี้ยนที่กำลังนวดขาอยู่ล้มลงไปกับพื้น แต่หนานหมิงไม่ได้สนใจมากนัก เขากำลังสนใจเมล็ดโพธิ์เก้าสวรรค์ในมือของเขาอย่างจริงจังและตื่นเต้น

    ถ้าหากจะให้สังเกตดีๆจะพบว่ามือของหนานหมิงตอนนี้สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากเมล็ดโพธิ์เก้าสวรรค์นับว่าเป็นสมบัติเซียนชั้นยอดจริงๆ

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวกับไน่หวงเล่ยว่า “ เจ้าในฐานะเซียนดอกท้อย่อมต้องเข้าใจธรรมชาติของพืชพรรณเป็นอย่างดีสินะ เช่นนั้นข้าจะให้เจ้านำเมล็ดโพธิ์ไปปลูกที่ใจกลางเส้นเลือดมังกร และเจ้าก็คอยดูแลต้นโพธิ์นั้นให้ดี ” 

    ไน่หวงเล่ยยิ้มอย่างงดงามและตอบรับด้วยความเคารพ 

    ในฐานะที่นางเป็นเซียนดอกท้อ นางย่อมคุ้นเคยกับต้นไม้และดอกไม้เป็นอย่างดีและอีกอย่างแม้ว่าต้นโพธิ์เก้าสวรรค์นางจะไม่เคยปลูกมันแต่ตอนที่นางได้รับเมล็ดต้นโพธิ์เก้าสวรรค์มานางก็ศึกษามันอย่างจริงจังและเข้าใจเกี่ยวกับต้นโพธิ์อย่างแท้จริง เพราะแบบนี้นางจึงเป็นคนเดียวที่สามารถดูแลต้นโพธิ์ได้อย่างถูกต้อง

    “ ข้าจะไม่ทำให้นายท่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ” ไน่หวงเล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่นางจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแค่กลิ่นหอมของดอกท้อที่ลอยอยู่บนอากาศเท่านั้น

    หนานหมิงยิ้มอย่างยินดี เพราะวันนี้เขาได้รับประโยชน์อย่างมากจากการอัญเชิญในครั้งนี้

    “ ม่อเสี้ยนหลังจากนี้ไปเจ้าช่วยไน่หวงเล่ยดูแลต้นโพธิ์ให้ดีเพราะมันก็จะมีประโยชน์สำหรับเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    ม่อเสี้ยนยิ้มและตอบรับว่า “ ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตา ” 

    นางเองก็รู้ว่าต้นโพธิ์เก้าสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้นางบรรลุกลายเป็นเซียนจริงๆ ถ้าหากนางได้อยู่ใกล้ๆกับต้นโพธิ์ตลอดเวลา

    “ เรื่องเล็กน้อยเพราะถึงอย่างไรเจ้าก็นับว่าเป็นคนของข้า ข้าเองก็ต้องดูแลเจ้าอย่างดี ” หนานหมิงยิ้มพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้อีกครั้ง

    ม่อเสี้ยนก็นำโต๊ะและอุปกรณ์ชงชาขึ้นมาและลงมือชงชาให้กับหนานหมิง ในฐานะที่นางถูกเรียกว่านางมารเจ้าเสน่ห์ นางย่อมมีความสามารถหลากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี การชงชา การวาดภาพ การขับร้อง นางย่อมชำนาญถึงขีดสุดทุกอัน

    หนานหมิงมองดูม่อเสี้ยนชงชาด้วยแววตาพึงพอใจ

    ไม่นานนักไน่หวงเล่ยก็กลับมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ นายท่านข้าได้ปลูกต้นโพธิ์เก้าสวรรค์แล้วเจ้าคะ รอบๆข้าได้วางค่ายกลต่างๆที่ช่วยให้ต้นโพธิ์เจริญเติบโตได้อย่างดีอีกด้วย เพียงแต่นายท่านจะต้องส่งคนไปเฝ้าต้นโพธิ์เก้าสวรรค์ทุกนาที เพราะมันอาจจะเกิดปัญหาในช่วงแรกได้ ถ้าหากผ่านช่วงสิบปีแรกไปได้ก็จะไม่มีปัญหาใดๆแล้ว ” 

    หนานหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลข้าจะจัดคนเฝ้าดูต้นโพธิ์ทุกนาทีเอง ” 

    สำหรับหนานหมิงต้นโพธิ์นั้นสำคัญเป็นอย่างมากเขาย่อมไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้นกับต้นโพธิ์ของเขาอย่างแน่นอน

    หลายวันต่อมา 

    ในขณะที่หนานหมิงกำลังฝึกฝนอยู่นั้น จู่ๆข่าวที่ทำให้ทั่วทั้งทวีปเฮ่อหลุนสั่นสะเทือนก็มาถึงอาณาจักรต้าโจว

    หนานหมิงที่กำลังนั่งฝึกฝนอยู่ใกล้ๆกับต้นโพธิ์อยู่ ม่อเสี้ยนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานหมิง

    " นายท่านที่ทวีปเฮ่อหลุนได้ค้นพบสุสานของจ้าวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอดีต คาดว่าจ้าวยุทธ์ผู้นั้นคือต้วนเทียนเจ๋อ จ้าวยุทธ์ขั้นปลายที่แข็งแกร่งของทวีปเฮ่อหลุนเมื่อห้าหมื่นปีก่อน ซึ่งสุสานแห่งนั้นได้ปรากฏขึ้นที่อาณาจักรเฉาหลุน ทำให้ตอนนี้กองกำลังทั่วทั้งทวีปเฮ่อหลุนได้ส่งคนมาที่สุสานจ้าวยุทธ์ผู้นั้น 

    ในอดีตเมื่อห้าหมื่นปีก่อน จู่ๆจ้าวยุทธ์นามว่าต้วนเทียเจ๋อก็หายตัวไปและไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพียงแต่รู้แค่ว่าตอนนั้นเขากลับมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมาก่อนที่จะหลบซ่อนตัวและไม่มีข่าวคราวของเขาอีกเลย 

    เพียงแต่สุสานแห่งนี้มีพลังบางอย่างที่ทำให้คนที่อายุต่ำกว่าหนึ่งร้อยปีเข้าได้เท่านั้น ส่วนคนที่อายุเกินหนึ่งร้อยปีไม่สามารถเข้าไปด้านในสุสานได้ นอกจากนี้พลังยุทธ์ก็ห้ามเกินระดับเซียนยุทธ์อีกด้วย " ม่อเสี้ยนรายงานให้กับหนานหมิงฟัง

    หนานหมิงรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะสำหรับเขาแล้วสุสานของจ้าวยุทธ์ไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ แต่เขาคิดว่าสุสานแห่งนี้ก็น่าจะเอาไว้ให้ศิษย์ของตระกูลหนานฝึกฝนได้

    “ แล้วสุสานจะเปิดขึ้นเมื่อไหร่? ” หนานหมิงถามขึ้น

    “ จากที่หน่วยข่าวกรองรายงานมาคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณสองถึงสามเดือน เนื่องจากมีค่ายกลขนาดใหญ่ปกป้องอยู่ แต่ข้าได้ข่าวมาว่าตอนนี้กองกำลังทั่วทั้งทวีปเฮ่อหลุนได้เดินทางมายังอาณาจักรเฉาหลุนแล้ว ทางด้านของนิกายเทียนซูเองก็ได้ส่งคำเชิญมาหาพวกเราเพื่อที่จะให้พวกเราไปด้วยกัน ” ม่อเสี้ยนกล่าวขึ้น

    “ สองถึงสามเดือนงั้นหรอ ” หนานหมิงกุมคางเล็กน้อยเพื่อใช้ความคิด

    ไม่นานหนานหมิงก็กล่าวขึ้นว่า “ เจ้าไปบอกกับหัวหน้าแผนกทั้งสามว่าให้พวกเขาส่งศิษย์ไปที่อาณาจักรเฉาหลุน โดยจำนวนคนก็เอาเป็นแผนกละสามร้อยคน ส่วนคนที่คุ้มกันไปยังอาณาจักรเฉาหลุนก็เอาเป็นยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์และจ้าวยุทธ์แล้วกัน ” 

    การที่หนานหมิงส่งยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ไปก็เพื่อที่จะสร้างอำนาจบารมีให้กับตระกูลหนาน เพื่อที่จะทำให้ทุกๆคนหวาดกลัวและเคารพตระกูลหนานของเขามากขึ้น

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405