หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 147: เงื่อนงำสู่สุสานกระบี่ และเป้าหมายที่ซ้อนเร้นของเยว่ชิงหลิง (剑冢线索月师姐之秘)

    ตอนที่ 147: เงื่อนงำสู่สุสานกระบี่ และเป้าหมายที่ซ้อนเร้นของเยว่ชิงหลิง (剑冢线索月师姐之秘)

    ห้องโถงศิลาโบราณ (古老石殿) สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเมื่อแท่นศิลาธรรมชาติใจกลางห้องแยกออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องทาง (通道) มืดมิดทอดตัวดิ่งลึกลงไปเบื้องล่าง กลิ่นอายพลังงานที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าพวยพุ่งออกมาจากปากทางนั้น ราวกับลมหายใจของอสูรโบราณที่หลับใหลมานานนับยุคสมัย อักขระโบราณ (古老符文) บนผนังทุกตัวส่องแสงสีเขียวมรกตเจิดจ้าขึ้นพร้อมกันในชั่วขณะที่กลไกทำงาน ก่อนจะค่อยๆ หรี่แสงลงสู่ความสลัวตามเดิม

    เจี้ยนหลิน (剑林), ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵), และเหล่าศิษย์ตำหนักในที่เหลืออีกสองสามคน (ผู้ที่ยังคงมีสภาพร่างกายพอจะติดตามมาได้ และบัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น) ต่างยืนนิ่งจ้องมองไปยังช่องทางลึกลับนั้น "ขาวน้อย" (小白) กระโดดกลับขึ้นมาเกาะบนไหล่ของเจี้ยนหลินอย่างรวดเร็ว มันใช้หัวเล็กๆ ถูไถกับแก้มของเขาเบาๆ ราวกับจะอวดอ้างผลงานและความสำเร็จของตนเองในการไขกลไกเมื่อครู่

    "ทางลับ...สู่ส่วนที่ลึกยิ่งกว่าของหุบเขาเร้นเมฆานี้งั้นหรือ?" ศิษย์ชายหน้าแหลมผู้เคยแสดงท่าทีดูแคลนเจี้ยนหลิน พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ความยิ่งใหญ่และพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่สัมผัสได้จากเบื้องล่างนั้น มันเกินกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการถึง ศิษย์อีกคนหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย แววตาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ

    เยว่ชิงหลิงยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ในแววตาสีไพลินอันเยือกเย็นนั้นฉายประกายครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง นางมองไปยังช่องทางมืดมิดนั้น สลับกับอักขระโบราณบนผนังที่นางเพิ่งจะพยายามตีความอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง

    "อักขระเหล่านี้..." นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยความมั่นใจและความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น "บางส่วนที่ข้าพอจะตีความได้จากความรู้ของตำหนักหยกเย็น (寒玉宫) ดูเหมือนจะชี้นำไปยังสถานที่ที่เรียกว่า สุสานกระบี่ไร้นาม (无名剑冢)...สถานที่ในตำนานที่กล่าวกันว่าเก็บซ่อนความลับของยอดฝีมือกระบี่ในยุคโบราณเอาไว้"

    คำว่า สุสานกระบี่ไร้นาม (无名剑冢) ทำให้พลังลึกลับภายในกายของเจี้ยนหลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น! เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดอันแรงกล้าที่มาจากส่วนลึกของเส้นทางนั้น มันคือ การนำพา ที่ชัดเจนและไม่อาจปฏิเสธได้ เขารู้สึกถึงความ โหยหา หรือ การเรียกหา บางอย่างที่เชื่อมโยงกับส่วนลึกที่สุดของตัวตน ราวกับว่ามี บางสิ่งบางอย่าง ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงอยู่ของเขากำลังรอคอยอยู่ ณ ปลายทางนั้น

    'สุสานกระบี่ไร้นาม...หรือว่านี่คือเป้าหมายที่แท้จริงที่พลังลึกลับในกายข้าต้องการให้ข้ามาถึง?' เจี้ยนหลินคิดในใจ หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความคาดหวังระคนความกังวล เขาไม่รู้ว่าพลังลึกลับนี้คืออะไรกันแน่ แต่เขารู้สึกได้ว่ามันมีความสำคัญต่อเขาอย่างยิ่งยวด

    "ศิษย์พี่หญิง ท่านคิดว่าเส้นทางนี้จะนำไปสู่สุสานกระบี่นั่นหรือขอรับ?" เจี้ยนหลินเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเยว่ชิงหลิงอย่างรอคอยคำตอบ

    เยว่ชิงหลิงปรายตามองเขาเล็กน้อย แววตาของนางยังคงความเยือกเย็น แต่ก็มีความซับซ้อนบางอย่างฉายผ่าน "ข้ามิอาจแน่ใจได้ร้อยส่วนพันส่วน แต่จากไอพลังที่แผ่ออกมา และความหมายบางส่วนของอักขระพฤกษาบรรพชนเหล่านี้...มีความเป็นไปได้สูงมาก" นางหยุดเล็กน้อย มองลึกลงไปในดวงตาของเจี้ยนหลิน ราวกับจะค้นหาหรือยืนยันบางสิ่งบางอย่าง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "เจี้ยนหลิน...การเดินทางมายังหุบเขาเร้นเมฆาในครั้งนี้ของข้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อตามหามรดกบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับตำหนักหยกเย็นของข้า...และจากเบาะแสที่ข้าเพิ่งจะประติดประต่อได้นี้...ดูเหมือนว่ามรดกนั้น...มันอาจจะเชื่อมโยงกับสุสานกระบี่แห่งนี้ก็เป็นได้"

    คำเปิดเผยเป้าหมายบางส่วนของเยว่ชิงหลิงนั้น ทำให้เหล่าศิษย์น้องที่ติดตามมาต่างมีสีหน้าประหลาดใจยิ่งขึ้น พวกเขารู้ดีว่าภารกิจของศิษย์พี่หญิงในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อตำหนัก แต่ก็มิคาดคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับสถานที่ในตำนานเช่นสุสานกระบี่ไร้นาม ส่วนเจี้ยนหลินนั้นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขามิคาดคิดว่าศิษย์พี่หญิงผู้เย็นชาและลึกลับผู้นี้ จะมีความลับและภารกิจที่ซับซ้อนซ่อนอยู่เช่นกัน และการที่เป้าหมายของนางอาจจะสอดคล้องกับ การนำทาง (จากเศษเสี้ยวจิตกระบี่)ของเขานั้น ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูจะ ผูกพัน และ น่าสนใจ ยิ่งขึ้นไปอีก

    "พวกเจ้าจะรออยู่ที่นี่ หรือจะตามข้าเข้าไป" เยว่ชิงหลิงหันไปถามศิษย์น้องของนาง น้ำเสียงของนางยังคงความเด็ดขาดเช่นเดิม

    เหล่าศิษย์ตำหนักในมองหน้ากันอย่างลังเล กลิ่นอายพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวจากช่องทางเบื้องล่างนั้นทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่นจนขนหัวลุก แต่การจะทิ้งศิษย์พี่หญิงให้เข้าไปเผชิญอันตรายเพียงลำพังก็มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะทำได้ หลังจากผ่านความเป็นความตายร่วมกันมาหลายครั้ง ความนับถือและยำเกรงที่พวกเขามีต่อเยว่ชิงหลิงนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

    "พวกข้า...จะตามศิษย์พี่หญิงไปขอรับ!" ศิษย์ชายหน้าแหลมคนเดิม (ผู้ที่เคยดูแคลนเจี้ยนหลิน แต่บัดนี้แววตาที่มองมายังเจี้ยนหลินนั้นเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากได้เห็นความสามารถของเขา) กล่าวขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ในน้ำเสียงจะยังคงเจือความไม่มั่นใจอยู่บ้าง ศิษย์ที่เหลือก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน พวกเขารู้ดีว่าการตัดสินใจของศิษย์พี่หญิงย่อมผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว

    เยว่ชิงหลิงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันมามองเจี้ยนหลินเป็นครั้งสุดท้าย "แล้วเจ้าเล่า? ยังจะติดตามมาอีกหรือไม่? หนทางเบื้องหน้าอาจจะอันตรายเกินกว่าที่เจ้าจะรับมือไหว"

    เจี้ยนหลินมองลึกลงไปในช่องทางมืดมิดนั้น ความรู้สึกดึงดูดจากพลังลึกลับภายในกายนั้นรุนแรงจนมิอาจต้านทานได้ "ข้า...จะขอร่วมทางไปด้วยขอรับ ศิษย์พี่หญิง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "บางที...สิ่งที่ข้ากำลังตามหา อาจจะอยู่ที่นั่นก็เป็นได้"

    เยว่ชิงหลิงมิได้กล่าววาจาใดอีก นางเป็นผู้นำก้าวเท้าแรกเข้าสู่ช่องทางลึกลับนั้นอย่างมั่นคง แสงจากผลึกบนผนังทางลับค่อยๆ ลับหายไปเบื้องหลัง ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม เหล่าศิษย์น้องและเจี้ยนหลินรีบเดินตามไปติดๆ

    เส้นทางภายในช่องทางนั้นลาดต่ำลงเรื่อยๆ ผนังโดยรอบขรุขระและเย็นเฉียบ มีเพียงแสงสลัวจากผลึกที่ฝังอยู่ในผนังเป็นระยะๆ เท่านั้นที่ส่องนำทาง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของตนเองและเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง กลิ่นอายของความเก่าแก่และพลังงานที่มองไม่เห็นกดทับลงมา ทำให้ทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ

    ยิ่งเดินลึกลงไป เจี้ยนหลินก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงปรานแท้จริงที่ เก่าแก่ และ บริสุทธิ์ มากยิ่งขึ้น "เมล็ดพันธุ์รากวิญญาณ" (灵根之种) สีดำในถุงผ้าของเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างแผ่วเบา ตอบสนองต่อพลังงานในสถานที่แห่งนี้ และภายในทะเลจิตของเขา "กระบี่จิตพฤกษา" (草木心剑) ก็ส่องประกายแสงสีทองสลับฟ้าครามออกมาอย่างต่อเนื่อง

    "ขาวน้อย" ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเจี้ยนหลิน ดูจะตื่นตัวเป็นพิเศษ มันใช้จมูกเล็กๆ ดมฟุดฟิดไปในอากาศ แล้วส่งเสียง "คิกๆ" แผ่วเบาเป็นระยะ ราวกับกำลัง สื่อสาร กับบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น หรืออาจจะกำลัง นำทาง พวกเขาไปยังจุดหมายที่แท้จริง

    หลังจากเดินทางอยู่ครู่ใหญ่ ซึ่งรู้สึกยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ พวกเขาก็มาถึงปลายทางของช่องทางนั้น มันเปิดออกสู่ห้องโถงใต้ดินขนาดมหึมาอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่แตกต่างจากห้องโถงศิลาโบราณที่พวกเขาเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง เพดานห้องโถงสูงลิบจนมองไม่เห็นยอด ผนังโดยรอบเต็มไปด้วย รอยสลัก ของกระบี่นับไม่ถ้วน แต่ละรอยสลักแฝงไว้ด้วย เจตจำนงกระบี่ (剑意) ที่แตกต่างกันไป บางรอยก็เฉียบคมดุจสายฟ้า บางรอยก็หนักแน่นดุจขุนเขา และบางรอยก็พลิ้วไหวดุจสายน้ำ กลิ่นอายของโลหะ และปรานกระบี่ที่เข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ

    และที่ใจกลางของห้องโถงมหึมาแห่งนี้ มี แท่นศิลา ขนาดใหญ่ที่ยกสูงขึ้นจากพื้น บนแท่นศิลานั้น มี "กระบี่โบราณ" (古剑) เล่มหนึ่งปักสงบนิ่งอยู่ มันมิได้ทำจากโลหะที่ส่องประกายวาววับ แต่กลับเป็นสีเทาหม่นคล้ายศิลาที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน ผิวของมันดูเรียบง่าย ปราศจากลวดลายหรืออัญมณีใดๆ ประดับประดา แต่กลับแผ่กลิ่นอายแห่งความ ยิ่งใหญ่ (浩瀚), ความเดียวดาย (孤独), และ ความอมตะ (不朽) ออกมาอย่างท่วมท้น! สัมผัสได้ถึงไอพลังอันกล้าแกร่งที่หลับใหลอยู่ภายใน รอคอยวันที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

    "นี่คือ...สุสานกระบี่ไร้นาม!" เยว่ชิงหลิงพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความยำเกรงและประกายตาที่สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดวงตาของนางจับจ้องไปยังกระบี่สีเทาหม่นเล่มนั้นอย่างไม่วางตา ราวกับต้องมนตร์สะกด


    (จบตอนที่ 147)

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn) ที่คุณอ่าน