มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 68 ของเก่า

            ไม่ทราบอาจารย์ของตนเป็นใครมาจากแห่งหนใด? ระดับปราณยุทธแท้จริงอยู่ที่ระดับใด ? เป็นตัวตนระดับไหน ?  หลากหลายเรื่องราวมากมายที่อยากจะรู้แต่ไม่สามารถรับรู้ได้ขณะนี้  เนื่องจากเฒ่าเทียนคงได้ตรึกตรองวางแนวทางการก้าวเดินของกังหลงให้มั่นคงและปลอดภัยจึงผนึกไว้ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันหลายระดับคงเป็นเพราะไม่ถึงเวลาที่ควรจะรับรู้ และบางเรื่องราวหากรู้ก่อนกำหนดอาจก่อให้เกิดเภทภัยมากกว่าประโยชน์  เมื่อใดที่มีระดับพลังฝีมือเพียงพอจะสามารถรับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นได้ก็คงสามารถย่อยสลายเม็ดพลังเหล่านั้นได้หมดตามเจตนารมณ์ของผุู้เป็นอาจารย์ 

     

           ครุ่นคิดเรื่องราวต่าง ๆ ชั่วครู่ก็สลัดทิ้งความกังวลสงสัยทั้งมวลที่เกิดขึ้นทิ้งไป  มุ่งหน้าไปตามถนนหลบหลีกฝูงชนเจอที่มิดชิดจึงถอดชุดคลุมเก็บไว้ในถุงมิติทองคำแล้วออกมาเดินชมร้านค้าระหว่างที่รอสำนักประมูลเชียงหยางจัดเตรียมของให้ 

     

           เดินมาถึงร้านขายของเก่าซอมซ่อร้านหนึ่งป้ายแขวนว่า "ของเก่าโบราณหายาก"  มองเห็นร้านนี้ไม่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนร้านอื่น ๆ กังหลงเป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายเลยเลือกเดินเข้าร้านแห่งนี้ชมสินค้าเพื่อฆ่าเวลา และเผื่อโชคดีได้ของที่ต้องการติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง  เงินทองก็ถือว่ามีพอให้จับจ่าย  เดิมพันจากการประลองหลังจากแบ่งให้หยางเชียงซีมีถึงสามแสนห้าหมื่นเหรียญทองรวมที่ตนมีทั้งหมดเกือบห้าแสนเหรียญทองสามารถซื้อของได้มากมายพอสมควร 

     

            เจ้าของร้านเป็นชายแก่แต่งตัวเรียบง่ายดูสุขุมกำลังสนใจขัดถูของบางอย่างในมืออย่างตั้งใจ เพียงเหลือบมองมาทางกังหลงแว๊บหนึ่งก็ก้มหน้าขัดถูของในมือของตนต่อ  กังหลงมองดูของในร้านมีมากมายหลายอย่างแต่มิพบเห็นสิ่งใดที่น่าสนใจหลังจากหยิบโน่นหยิบนี่มาชมดูและวางลงไปคิดจะหันหลังกลับ พลันรู้สึกสัมผัสถึงพลังจิตวิญญาณอันหนาแน่นวูบหนึ่งแผ่มากระทบเหลือบมองไปเห็นเป็นเตากลั่นโอสถใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและดินโคลนแห้งกรังติดอยู่เต็มจึงเดินเข้าใกล้ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาแผ่พลังจิตสำรวจนานเกือบสิบลมหายใจ พลันสัมผัสถึงพลังจิตวิญญาณอันเบาบางเริ่มแผ่ออกมาจากวัตถุชิ้นนี้จึงกล่าวถามเจ้าของร้าน

     

           "มิทราบของชิ้นนี้เป็นอะไรรึท่านผู้เฒ่า? "

     

           ชายแก่เจ้าของร้านตอบโดยมิเงยหน้าเหมือนจะรับรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของกังหลงกระจ่างอยู่ก่อนแล้ว

     

           "ของเก่าชิ้นหนึ่งไม่ทราบอายุที่นักแสวงหาสมบัติขุดเจอ และนำมาขาย คล้ายจะเป็นจำพวกหม้อกลั่น !!" 

     

           กังหลงยกพิจารณาดูชั่วครู่ก็วางลงที่เดิมทำคล้ายมิสนใจแล้วเดินชมของอื่นต่อเจ้าของร้านชราแสดงสีหน้าผิดหวังวูบหนึ่ง กังหลงเดินวนหยิบโน่นวางนี่เรื่อยไปจนพ่อค้าชราเลิกสนใจ  เมื่อเห็นเช่นนั้นกังหลงเริ่มชวนคุย

     

           "ท่านผู้เฒ่ามิทราบมิสินค้าอะไรพอจะแนะนำบ้างหรือไม่? ข้ามิทราบว่ามีอะไรที่มีค่าหรือน่าสนใจคิดจะซื้อติดมือไปฝากสหายสักหน่อยวันนี้ข้าบังเอิญเพิ่งมาท่องเที่ยวเมืองแห่งนี้" 

     

           พ่อค้าชราเงยหน้าขึ้นตาสาดประกายคมกล้าวูบหนึ่ง  แม้จะเป็นแค่วูบเดียวแต่มิอาจรอดพ้นจากสัมผัสจิตวิญญาณของกังหลง  ทำให้ตระหนกต่อประกายตานั้น ครุ่นคิด

     

           "ช่างเป็นสายตาอันคมกล้ายิ่งระดับพลังคงมิต่ำกว่าปราณระดับราชันย์เป็นแน่  คงเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนกาย หลีกลี้มิต้องการให้ผู้ใดจดจำ  นี่นับเป็นครั้งแรกที่พบเจอผู้มีระดับพลังฝีมือสูงถึงขั้นนี้อาณาจักรเนตรอสูรมียอดฝีมือระดับนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ? หรือคนผู้นี้มิใช่คนของอาณาจักรเนตรอสูร ? มิทราบมีเจตนาใดแอบแฝงรึไม่ ?" 

     

           "หากสนใจสินค้าชิ้นใด ? เชิญกงจื้อเลือกสรร ข้าจะคิดราคาพิเศษให้ถือเป็นผู้คนวัยหนุ่มรายแรกที่สนใจของเก่าโบราณมิทราบกงจื้อชอบสะสมของเก่าด้วยรึไม่ หม้อกลั่นใบที่กงจื้อชมก่อนหน้านี้ เพิ่งมีคนนำมาขายให้เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้ากงจื้อจะเข้ามาหากเป็นนักปรุงโอสถคงจะสนใจ แต่ถ้ากงจื้อจะนำไปสะสมข้าคิดที่ราคาสองหมื่นเหรียญทอง มิทราบสนใจรึไม่?"

     

           ชายชราตรวจสอบระดับพลังปราณพบว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มรูปงามที่มีพลังปราณต่ำมาก  เพียงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุด นี่คงจะเป็นลูกหลานของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ที่ออกมาท่องเที่ยวหาประสบการณ์  กล่าวขึ้น

     

           ได้ยินราคา กังหลงขมวดคิ้ว  หันมองภายในร้านบัดนี้มีแต่ตน มิมีบุคคลอื่น จึงแสร้งทำมิสนใจเดินไปหยิบแผนที่เก่าแก่ที่ทำจากหนังสัตว์ผืนหนึ่งขึ้นมา พร้อมกล่าวถาม 

     

           "มิทราบนี่เป็นแผนที่อะไรรึท่านผู้เฒ่า? ข้าออกมาท่องเที่ยว แผนที่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า " 

     

           "อันนั้นน่าจะเป็นแผนที่โบราณมิทราบบ่งบอกอันใด มีเพียงลายเส้นคล้ายเส้นทาง แต่มิทราบเป็นของสถานที่ใดเคยมีคนหยิบดูมากมายแต่ไม่สามารถมองออกว่าเป็นแผนที่ของอะไร ต่างก็วางกลับทั้งนั้นข้าคิดราคาเพียงหนึ่งร้อยเหรียญทอง"

     

           ดูจากสิ่งที่ใช้ทำเป็นหนังสัตว์ที่มีความทนทานมีกลิ่นอายเก่าแก่มิสามารถระบุได้ว่าทำจากหนังสัตว์ชนิดใด มีเพียงอักษรเก่าแก่คำเดียวที่ปรากฏคล้ายคำว่า "มู่" ในใจกลางแผนที่  นี่คงต้องมีอะไรแอบแฝงในหนังสัตว์ผื่นนี้เป็นแน่ กังหลงครุ่นคิดพร้อมกล่าวถาม

     

           "หนังสัตว์ผืนนี้กับหม้อกลั่นเก่าใบนั้นมิทราบเท่าไรท่านผู้เฒ่าข้าคิดว่าน่าจะลองสะสมของที่มิทราบที่มาดูบ้างน่าจะดีกว่า และถือเป็นการอุดหนุนท่านผู้เฒ่าที่แนะนำก็แล้วกัน!!"

     

           เจ้าของร้านชรางุนงงกับคำตอบของชายหนุ่ม ครุ่นคิดชั่วครู่และตอบไป

     

           "หม้อกลั่นคิดราคาเพียงสองหมื่นเหรียญทองส่วนหนังสัตว์ผืนนั้นข้ากำนัลให้ฟรีก็แล้วกัน"

     

           "ถ้าเช่นนั้นต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่าแล้ว.. ข้าต้องขอตัวก่อนบังเอิญข้ามีนัดหมายกับร้านค้าอีกแห่งหนึ่งไว้ "

     

           คำนวนเวลาที่เดินชมของในร้านและพูดคุยเกือบถึงเวลานัดหมายนัดรับของจากสำนักประมูลเชียงหยาง  กังหลงจ่ายเงินและเก็บของที่ต้องการเข้าถุงมิติทองคำและขอตัวเดินออกจากร้านขายของเก่านับว่าได้หม้อกลั่นโอสถโบราณที่มีกลิ่นอายพลังจิตวิญญาณพร้อมหนังสัตว์กลิ่นอายเก่าแก่ในราคาสองหมื่นเหรียญทองนับว่าคุ้มค่า 

     

            ของที่สามารถแผ่พลังจิตวิญญาณออกมาได้ย่อมมิใช่ของธรรมดาและชายชราเจ้าของร้านที่มีระดับพลังที่สูงที่มาแฝงตัวในเมืองแห่งนี้ไว้ตรวจสอบภายหลังเมื่อมีกำลังที่มากพอก็แล้วกัน สิ่งสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือการรวบรวมสิ่งของที่ต้องการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบของสมาคมโอสถและการยกระดับปราณในคราวต่อไปในภายหน้า

     

            เดินออกมาหาที่ลับตาเปลี่ยนสวมใส่ชุดคลุมหลังจากเข้าไปรับของที่สำนักประมูลเรียบร้อย กังหลงก็ปฏิบัติเหมือนเช่นเคยหาที่ลับตาอ้อมโฉบบินไปทางหลังเขากลับเข้าสู่เรือนที่พัก  ผลัดเปลี่ยนเสื่อผ้าเสร็จรีบเข้าฝึกฝนในห้องโอสถนั่งสมาธิฝึกฝนพลังจิตวิญญาณเตรียมพร้อมทดสอบในวันรุ่งขึ้น.!!

     

            หลังจากการประลองที่ผ่านมาในตอนค่ำกังหลงพลันพบว่าแม้ตอนนี้ตนยังมิได้ร่ำเรียนทักษะยุทธในการโจมตี แต่การที่ตนมีระดับปราณยุทธที่สูงกว่าก็สามารถใช้ความต่างนี้หลบหลีกเอาตัวรอดมาได้บ้าง ดังนั้นขณะที่ยังมิได้มีทักษะยุทธที่สูงล้ำเพียงพอที่จะต่อกรกับผู้อื่นได้ ตอนนี้คงต้องทำการยกระดับปราณให้ยิ่งสูงขึ้นไปก่อนเพื่อทดแทนจุดด้อยเหล่านั้นจึงครุ่นคิดตัดสินใจนำโอสถปราณเมฆินทร์ออกมาสองเม็ด