ท้องฟ้าสีชมพูระเรื่อทองสาดส่องลงมายังแนวกำแพงสีแดงสด
เรือไม้เรียงรายอยู่บนทะเลไร้คลื่นกระแสลมเย็นเคลื่อนอ่อนมาจากทิศเหนือ
“อากาศเริ่มลดลงแล้ว”กีเนเวียกระชับชุดขนแกะบนกายเยลิน่า
“เสบียงใกล้หมดเต็มที”ดรูนขึ้นจากโถงท้องเรือ “แป้งอาจจะไม่พอถึงเดือน”
“เขาให้เรารอหนึ่งเดือน”ดันเต้มองไปยังเรือสำเภานับสิบลำ
“พวกเราไม่ได้เตรียมพร้อมเผชิญอากาศหนาวอย่างพรอว็องค์”ราชินีมองคนของตนบนกราบเรือ พวกเขานั่งอาบแดดจนผิวขึ้นสีแดงเข้ม
“ข้าเห็นเรือสำเภากำลังออกจากท่า”ชาวเมืองตาดีร้องดัง
ดรูนะโขึ้นหัวเรือเขารีบป้องมือมองไกล “เรือของท่านฮวนเซี่ยง”
“เขากำชับเื่แสดงพลัง”กีเนเวียกุมมือสามี
ดันเต้พยักหน้า“เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวบนลานทองคำ”
“พวกเขาตั้งลานพิธีหลายวันแล้ว”ดรูนผงกศีรษะ “ช่างเป็เมืองที่มีพิธีการ”
“พิธีการเ่าั้ก็เพื่อความปลอดภัยของตนเอง”กีเนเวียมองหัวเรือคุ้นเคยกำลังผ่านแนวกำแพงเรือสำเภามาเทียบข้าง
พ่อค้าสวมชุดไหมสีครามก้าวข้ามสะพานเรือมาด้วยรอยยิ้ม“มาแล้ว! ๆ”
“เราคิดว่าท่านจะปล่อยให้เราหนาวตายที่นี่แล้ว”ดรูนหัวเราะในลำคอ
“เฮ้ย...” ฮวนเซี่ยงถอนหายใจ“เพราะฮ่องเต้เสด็จมาเองหรอกนะ”
“ฮ่องเต้ของข้าต้องพิสูจน์เื่ราวก่อน”ดรูนหรี่ตา “ท่านคงเล่าหมดแล้ว”
พ่อค้าโบกมือ “ข้าแค่บอกว่ามีเหล่าเซียนกำลังขึ้นฝั่งเท่านั้น”
กีเนเวียหันมองสามี...เขาพูดความจริง
ดันเต้พยักหน้า แล้วก้าวเท้าไปบนหัวเรือ
“นายท่าน! ต้องรอจนกว่าฮ่องเต้จะประทับบนบัลลังก์เสียก่อน”พ่อค้ากล่าว
“...รอจนกว่าจะมีคนนั่งบนเก้าอี้ทองคำขอรับ”ดรูนเดินไปชี้ให้ดันเต้เห็น
...พวกเขา้าเห็นท่านด้วยตาตนเอง...กีเนเวียก้าวไปยืนข้างสามี
าาหนุ่มพยักหน้า ...มีม่านบางอย่างปิดบังใบหน้าของาาผู้นั้น...
...ฮวนเซี่ยงไม่สามารถมองหน้าเขาแต่เสียงของเขาดูเป็คนใจดี... ราชินีสาวถอยตัวกลับไปทางเรือน ...ศาสนขุนพลไร้ตัวตนที่นี่...เธอส่งกระแสจิตบอกสามี
...ใช่ พวกเขามีกองทัพนับสิบกองพัน...าาหันมองมายังฮวนเซี่ยง
พ่อค้ากำลังมองสองสามีภริยาคุยกันผ่านสายตาและการพยักหน้า
“ฮ่องเต้มาแล้วขอรับ”ฮวนเซี่ยงก้มคำนับครั้งหนึ่ง
...กองทัพเหล่านี้คือหลักประกันความปลอดภัย...ดันเต้พยักหน้าให้ภริยา
ดาบเดสติโอเนลเคลื่อนผ่านความว่างเปล่าเปลี่ยนฟ้าเรียกอัสนีคำราม
ผู้รับชมบนบัลลังก์ทองเพียงลุกขึ้นยืนเหล่าข้ารับใช้ก็ไม่วิ่งหนี
ทุกสายตาต่างจับจ้องเส้นสายฟ้าฟาดกระหน่ำซัดลงบนผืนน้ำ
“แด่ฟ้า” เหล่าผู้คนก้มลงคำนับกล่าวสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง
“แด่ฟ้า” ฮวนเซี่ยงคุกเข่าคำนับอยู่ข้างดันเต้พร้อมลูกเรือของเขา
ชายชุดดำข้างบัลลังก์ทองคุกเข่าลงคำนับ
เสียงสรรเสริญพาให้ฮ่องเต้คุกเข่าลงเป็คนสุดท้าย
เสียงกลองปี่ดังแ่ตามกระแสลมทันใดนั้นก็มีเสียงะเิลั่นถี่บนท้องฟ้าชายฝั่ง เสียงเดียวกับครั้งเผชิญกองทัพเรือยิงลูกเหล็กไฟ
แต่ครั้งนี้บังเกิดประกายแสงสว่างแตกแสงหลากสีบนนภาดำมืด
เรือสำเภอทุกลำขยับเคลื่อนเปิดทางให้แก่กองเรือพรอว็องค์
เมื่อเรือเทียบท่าผู้คนหลายร้อยต่างยืนเรียงแถว พวกเขาสวมชุดสีเขียวเข้มและหมวกดำทรงสูงแบบเดียวกัน
เมื่อเทียบสะพานเรือก็มีเสียงประกาศในภาษาต้าิว่า “อัญเชิญเซียนแห่งฟ้า” ข้าทาสบริวารทุกคนต่างคุกเข่าลงทันทีทำเอาดรูนขนแขนลุกตั้ง
“ข้าคิดว่าไปชุดเช่นนี้ไม่เหมาะแน่นอน”ดรูนส่ายหน้า
“กลิ่นปลาบนตัวท่านจะทำให้เขารังเกียจ”กีเนเวียก้าวออกจากเรือน
“เมสิน่าดูแลเยลิน่าเองหรือ”ดันเต้มองตามหลัง
“ลูกของท่านทำได้ทุกอย่าง”กีเนเวียพยักหน้าก่อนจะดีดนิ้ว แล้วเครื่องราชาาและราชินีแห่งฟรังเกียก็ปรากฏในทันใด
“พระเ้าถังตี้เสด็จ” ทหารคุ้มกันท่าเรือประกาศดึงให้สองผู้เป็ใหญ่เดินผ่านฮวนเซี่ยงผู้กำลังอ้าปากค้างตาเบิกกว้างอยู่ข้างสะพานเรือ
“ไปได้แล้วท่านฮวนเซี่ยง”ดรูนตบไหล่พ่อค้าก่อนดันหลังให้เขาเดินนำกลุ่ม
“ที่นี่คือเมืองหางโจวเป็ท่าด่านของต้าิ” ฮวนเซี่ยงอธิบายเสียงตะกุกตะกัก
ดรูนพยักหน้าระหว่างเดินไปพบชายในชุดคลุมไหมสีดำ
“บอกให้เขาเตรียมรับฮ่องเต้”ชายผู้นั้นชี้สั่งตำแหน่งยืนของดรูน
ทุกสายตาหันไปมองผ้าฝ้ายสีมุกบนกายกีเนเวียอันพลิ้วไหวสะบัดไปตามลมผิวกายเธอเปล่งประกายราวเกล็ดแก้วสะท้อนแสงระยิบระยับข้างาามนุษย์
ฮ่องเต้ต้าิผิวขาวสว่างใต้ชุดผ้าฝ้ายแดงอันคลุมทับด้วยผ้าไหมสีม่วงสูงค่าประดับเครื่องราชทองคำและหินหยกสีเขียว แม้แต่รองเท้าทรงครีบปลาก็เป็ทองคำ
สตรีผู้เดินติดตามคือฮองเฮาในชุดสีแดงปักลายัทองและสตรีอีกคนด้านหลังสวมชุดแดงซีดกว่าเครื่องประดับไม่ได้ฟู่ฟ่าเกินหน้าฮองเฮา
คนทั้งสามจ้องมองกีเนเวียผู้กำลังยุรยาตรลงจากสะพานเรือเงาผ้าและเส้นแสงอันแตกริ้วพาให้เห็นคล้ายปีกเทวทูตกำลังกางด้านหลังสาวงามผู้ควงแขนซ้ายสามี
แต่แล้วสองผู้เป็ใหญ่แห่งพรอว็องค์ก็ต้องชะงักตัวเพราะชายชุดดำผู้เริ่มมีเส้นผมสีเงินอายุราวห้าสิบปีได้แทรกตัวเข้ามาขวางทันใด
ดรูนเห็นการกระทำเป็ภัยก็แทรกตัวเข้ามาขวางหน้าไว้เช่นกัน
“โปรดรักษาระยะห่างจากพระเ้าถังยี่จง”ไม้เท้ากระแทกอกดรูน
“ขออภัยขอรับ” ดรูนทุบอกแล้วหันไปสื่อความของชายผู้นี้แก่ดันเต้
“ถอยมาอีกก้าวหนึ่ง” กีเนเวียกระซิบสามี
ดันเต้ก้าวถอยหลังโดยไม่สนใจความตื่นใจากฝ่ายตรงข้าม
ราชินีสาวหันไปหาดรูน “แจ้งเขาว่าข้าขอพบผู้มีปัญญาสูงสุดในแผ่นดิน”
เมื่อดรูนหันไปแจ้ง ชายผู้ขวางอยู่ก็กุมไม้เท้ามาตรงหน้า
“ข้านั้นคือ เอี้ยนกู่จอ(李 愛谷狗 )ราชครูแห่งต้าิ มีความอันใด”
กีเนเวียยื่นมือไปข้างหน้า“สตรีเมืองเราทักทายด้วยการััมือ”
เอี้ยนกู่จอมองมือสวยตรงหน้ามีท่าทีพินิจครู่ใหญ่ก่อนจะหันไปคำนับฮ่องเต้
“เป็การทักทายของคนตะวันตก”ฮ่องเต้กล่าวเสียงนุ่มภายใต้ม่านไข่มุก
ราชครูคำนับอีกครั้งก่อนหันมาจับมือกีเนเวียอย่างแ่เบาและราชินีก็ก้มคำนับตามธรรมเนียมฟรังเกียให้แก่ทุกคน
“ขออภัยแก่ท่านทั้งหลายสำหรับการกระทำที่นำมาสู่ความกลัว”ภาษาต้าิของกีเนเวียชัดเจนทุกประโยคและนุ่มละมุนหูกว่าสำเนียงของฮวนเซี่ยง
ทั้งเอี้ยนกู่จอและฮวนเซี่ยงถึงกับตาเบิกกว้างมองอย่างตกตะลึง
ฮวนเซี่ยงขนลุก“ท่านพูดภาษาภาคกลางได้เหรอ”
“หุบปาก”เอี้ยนกู่จอชี้นิ้วหยุดฮวนเซี่ยง ก่อนจะหรี่ตาประเมินสตรีตรงหน้า
กีเนเวียจึงย่อตัวคำนับแบบฟรังเกียผู้มีมารยาทควรทำอีกครั้ง“ข้าขอถวายการคำนับพระเ้าถังยี่จง” เหล่าขุนนางแหงนหน้ามองกีเนเวียทันที
เมื่อครู่นางได้เอ่ยพระนามของฮ่องเต้ชัดเจนราวเป็คนในวัง
ราชินีสาวหันไปหาสามีพร้อมแตะบนหลังมือซ้ายของเขาเบา
“แด่พระเ้าถังยี่จง”ดันเต้ใช้ภาษาต้าิแต่ทุบอกเคารพแบบฟรังเกีย “ข้านามว่าดันเต้ พวกข้าเดินทางมาจากพรอว็องค์”
“ดันตี้ แห่ง จ๋อยอ...ไคโจว...”ฮ่องเต้พยายามออกเสียงพรอว็องค์จนลิ้นพัน
ราชินีสาวยิ้มกว้าง “นามของเราคือกีเนเวีย”
พระเ้าถังยี่จงพยายามออกเสียงตามกีเนเวีย“จิ๋นซรือเตียว”
ดันเต้หันไปแนะนำดรูน “ราชองครักษ์ของเรานามว่าดรูน”
“ตูลุ่น”ทั้งเอี้ยนกู่จอและฮ่องเต้พยายามออกเสียง
“ข้าขออภัยที่อาจล่วงเกินกฎเมือง”ดรูนทำมือคารวะอย่างที่ฮวนเซี่ยงสอน
ฮ่องเต้หันทั้งตัวไปหาดันเต้“ท่านทั้งสองเดินทางมาเพื่อการใด”
กีเนเวียยิ้มหวาน “เมืองเราถูกรุกรานจึงต้องเดินทางหาแผ่นดินสงบสุข”
ราวกับคำพูดเมื่อครู่ไร้เสียงฮ่องเต้และเอี้ยนกู่จอจ้องหน้าดันเต้ พร้อมหรี่ตาทำทีไม่พอใจ กีเนเวียจึงหันไปส่ายหน้าให้แก่สามีเล็กน้อย
...พวกเขาให้ความสนใจคุยเื่ทางการกับบุรุษเพศมากกว่าสตรี...
ดันเต้พยักหน้า “ฮวนเซี่ยงเล่าว่าที่นี่มีปีศาจ้าให้เราช่วยเหลือ”
“ท่านเคยปราบปีศาจอย่างนั้นหรือ”เขาเอียงหน้าหลิ่วตามองสองผู้เป็ใหญ่
“สำหรับเรานั้นผู้วิเศษมีสองประการ”ดันเต้กอดอก “หนึ่งคือจิตจากฟากฟ้า และสองคือจิตแห่งอาดูร”
“จากฟ้า...หมายถึง์อาดูร...หมายถึงนรก” ฮ่องเต้สรุปความ
กีเนเวียพยักหน้า “ไม่มีผู้ใดฆ่าพวกที่มาจากนรกได้”
...ปรัชญาของพวกเขาช่างแตกต่างยิ่งนัก...กีเนเวียกุมมือหนา
...พวกเขา้าข้อพิสูจน์...ดันเต้กวาดสายตาไปรอบๆ
“คงต้องเห็นกับตาท่านถึงจะเชื่อเราสินะ” ราชินีคนงามกล่าวเสียงแ่ลง
ทุกสายตาจ้องเตือนเธอว่าพูดมากสตรีสองนางด้านหลังยังไม่กล่าวสักคำ
ราชินีผู้งดงามเพียงพริ้มตามองผ่านไหล่คนต้าิไปยังแนวทหารด้านหลัง
“พวกท่านคงพบปีศาจได้ทุกหนแห่ง”ตาประกายเพชรจ้องผ่านม่านไข่มุก
ฮ่องเต้ใบหน้าอวบผิวขาวอย่างชาวถังผู้อุดมสมบูรณ์หนวดเครายาวตามอายุเข้าใกล้สามสิบปี ดวงตาสีเข้มกำลังเคลิบเคลิ้มในภวังค์ลุ่มหลงความงามของกีเนเวีย
“ท่านจะให้เราจัดการหรือไม่”พระนางยิ้มอ่อน
นายทหารปีศาจรู้ตัวเสียก่อนว่าถูกกีเนเวียหมายหัวจึงรีบชักดาบกระโจนตัวเข้าหาราชินีคนงาม แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ร่างนั้นก็ต้องถูกอัดกระแทกพื้น
บนแผ่นหลังปีศาจมีบุรุษกายทองไร้อาภรณ์เครื่องประดับปกปิดเนื้อหนังผ่องแสง มีเพียงผ้าสีแดงสดสะบัดพลิ้วไปกับสายลมอันกระชากแรงขึ้นบนฟ้า
ง้าวเล่มใหญ่ในมือทั้งสองเล่มปักทะลุอกปีศาจก่อนเทพร่างทองจะตวัดฉีกแยกร่างปีศาจเสียกลางลำตัว นำแรงะเิิญญาสนั่นพื้นตีฝุ่นดินฟุ้งเป็วงกว้าง
ดันเต้กำมือสยบหมอกหินลงพื้นทันเห็นบุรุษกายทองผู้จางหายในอากาศ
ชาวต้าิต่างตกอยู่ในความตกตะลึงไม่สิ้นสุด
เอี้ยนกู่จอถามเสียงสั่น“นั่นคืออะไร”
ดันเต้นำกายเข้าบดบังร่างกีเนเวียอย่างระวังเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ได้สร้างความตื่นกลัวขึ้นทันใด “เราเรียกว่า อีธาเนล (Итанель)”
...หรือไม่ใช่เมืองนี้...กีเนเวียและดันเต้คำนึงถึงคำเตือนของอเล็กซานเดอร์
สองผู้เป็ใหญ่มองทหารรอบตัวพวกเขาเกร็งขาเตรียมพร้อมรับการปะทะ
ทันใดนั้น ชาวต้าิทั้งหมดก็คุกเข่าแม้แต่ฮ่องเต้และฮองเฮาก็เข่าอ่อนลง
“โปรดช่วยเมืองเราด้วย”พระเ้าถังยี่จงร้องขอด้วยสุรเสียงสั่นเครือ
“ท่านเซียนโปรดช่วยเราจากปีศาจแดนเหนือด้วย” เอี้ยนกู่จอกล่าวเสริม
กีเนเวียมองไปทางยอดเขาไกลออกไปก่อนจะลดสายตาลงมายังชาวต้าิ
เธอดึงดันเต้คุกเข่าตอบกลับ“โปรดรับคนของเราเป็ราษฎรด้วยเถิด”
ดันเต้คุกเข่าตอบรับให้แก่ฮ่องเต้ต่างเมืองเป็การแสดงความนับถือกลับ
“ข้ายินดี!”ฮ่องเต้ลุกขึ้นก่อนใคร “จากนี้ไปคนของท่านก็เป็คนต้าิ”
แสงยามค่ำคืนงดงามด้วยโคมไฟหลากสีตามแนวแม่น้ำ
เรือไม้แห่งพรอว็องค์และสำเภาเล็กล่องเข้าสู่ช่องแคบ
“แปลกใจยิ่งนักโดยทั่วไปแล้วกระแสน้ำจะไหลออกทะเล”พระเ้าถังยี่จงประทับบนหัวเรือเคียงข้างดันเต้ “ข้าไม่เคยเห็นการล่องเรือทวนกระแสน้ำมาก่อน”
ฮองเฮาผู้อยู่ในชุดแดงสดย่นหน้าอยู่ข้างฮ่องเต้นางลูบอกถี่
กีเนเวียััได้ว่าฮองเฮากำลังคลื่นเหียนเจียนไม่ไหว“นางไม่สบาย”
พระเ้าถังยี่จงทำหูทวนลมพระองค์เพียงชายตามองฮองเฮาครู่หนึ่ง แล้วละสายตาไปมองทางด้านหน้า “ท่านใช้พลังเซียนเปลี่ยนกระแสน้ำหรือ”
ดันเต้มองตาภริยาตน“ใช่แล้ว คลื่นไหลจากร้อนไปเย็น กลางน้ำไปหาฝั่ง”
...เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับเธอ...กีเนเวียชายตาไปยังสตรีชุดแดง
...คนต้าิไม่คุยกับสตรี...ดันเต้สบตาฮ่องเต้ “จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ”
กีเนเวียคว้าศอกฮองเฮาพาเธอไปเกาะอยู่ข้างกราบเรือ
ฮองเฮาหน้าเขียวจนคิ้วงอด้วยความคลื่นเหียนเจียนจะคายทุกอย่างออกจากปากพระนางยกมือขึ้นปิดปากกลืนน้ำขมลงคอหลายครั้ง
ราชินีสาวลูบหลังฮองเฮาแ่เบาอยู่หลายครั้ง
“ดีขึ้นไหม”กีเนเวียถามเสียงแ่ “เป็อย่างไรบ้าง”
ฮองเฮาสูดหายใจเข้าลึกแล้วขยับตัวออกห่างด้วยท่าทีห่างเหิน“ไม่เป็ไร”
“ความเจ็บป่วยคือวิถีแห่งอนันต์ไม่ว่าจะคน เทพ หรือปีศาจก็มีเหตุแพ้ภัย เจ็บป่วยได้ทั้งนั้น”กีเนเวียยิ้มอ่อนพร้อมยื่นไปจับมือสตรีตรงหน้าแล้วกดลงบนหลังมือฮองเฮาเพื่อขออภัย“ท่านกำลังจะอาเจียนแล้ว”
ฮองเฮาพยักหน้าครู่หนึ่ง“เราไม่เป็อะไร”
“ดีขึ้นไหม” กีเนเวียกดนวดบนข้อมือพระนางเบาๆ “ฮวนเซี่ยงบอกว่านวดตรงนี้จะช่วยลดอาการเมาเรือ”
“เมาเรือเหรอ” ฮองเฮาสูดหายใจลึกครู่ใหญ่“ดีขึ้นจริงด้วย” พระนางหันไปมองหญิงสาวอีกคนสตรีในชุดแดงซีดกำลังเดินชมกราบเรืออย่างสบายอารมณ์
ฮองเฮาคือภริยาใหญ่ส่วนสตรีผู้เดินยิ้มแฉ่งชมกราบเรือผู้นั้นคือภริยารอง
กระแสความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่านผ่านสายตาแข็งกร้าวของฮองเฮา
“ท่านทั้งสองควรรักกันไว้”กีเนเวียกุมมือดึงสติฮองเฮาให้กลับมายังเธอ
ฮองเฮาส่งสายตาิ่“ท่านอยากให้เราสนิทกับหมี่กุ้ยเฟย? (彌贵妃)”
ราชินีสาวยิ้มบาง“หมี่กุ้ยเฟยอาจไม่เป็อย่างที่พระองค์คิด”
ฮองเฮาหัวเราะสั้นห้วนในลำคอ“ท่านจิ๋นซรือเตียว วังหลังนั้นไม่ใจกว้างพอสำหรับจงฮองเฮา (鐘皇后) และหมี่กุ้ยเฟยหรอก”
“ในอนาคตนางอาจเป็ผู้ช่วยเพียงหนึ่งเดียวของท่านก็เป็ได้”
บทสนทนาหยุดลงเพราะเสียงเด็กกรีดร้องก่อนจะพากันวิ่งหัวเราะมาหาเธอ
“เมสิน่า”เสียงกีเนเวียนุ่มเตือนบุตรสาวถึงความเหมาะสม
เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบจึงจูงมือน้องวัยสองขวบเดินอย่างสง่างามมาหามารดา
ทั้งสองจ้องจงฮองเฮาด้วยตากลมใสบริสุทธิ์พลางส่งยิ้มหวานไปด้วย
จงฮองเฮาเริ่มผลิยิ้มตอบ“ท่านมีแต่บุตรสาวหรือ”
“เรามีบุตรสาวน่ารักสามคนเสียดายบุตรคนโตไม่สามารถเดินทางมาด้วย” กีเนเวียเล่าเสียงสดใสอย่างภาคภูมิใจ
ดวงตาสีเข้มเบิกกว้าง“ท่านไม่มีบุตรชายเลยหรือ” น้ำเสียงฮองเฮาเชิงตำหนิ
เยลิน่าโบกมือขอให้กีเนเวียอุ้มขึ้นเมื่อมารดาโน้มลงก็ปีนขึ้นมานั่งบนตักนุ่ม
เ้าหญิงทั้งสองหัวเราะชอบใจนำพาความอบอุ่นรอบกายกีเนเวียจนเธอยิ้มด้วยความสุขจากห้วงหัวใจราชินีสาวหอมกระหม่อมลูกคนละทีก่อนสบตาคู่สนทนา
จงฮองเฮาหลบตาไปครู่หนึ่ง“ข้าต้องขออภัยที่ถามท่านเช่นนั้น”
“บุตรหญิงหรือชายไม่สำคัญเพียงพวกเขาอยู่บนวิถีแห่งความชอบธรรม”
“ข้าอยากให้ทุกคนคิดเช่นนั้น”พระนางมองไปยังแผ่นหลังฮ่องเต้ “แต่หากไร้ซึ่งบุตรชาย สกุลของสามีข้าก็จะจบลงความสุขสงบที่เราสร้างสมมาจะถูกทำลาย”
กีเนเวียเบิกตากว้าง“ทำไมท่านถึงให้ความสำคัญกับบุตรชายมากนัก”
“ลูกชายเท่านั้นที่จะเหมือนพ่อ”ฮ่องเฮาผ่อนลมหายใจ “ถ้าเ้าโชคร้ายได้ลูกชายหน้าตาต่างจากพ่อ ก็คงมีคนลือว่าเ้ามีอะไรกับชายอื่น”
กีเนเวียหัวเราะตอบ ระหว่างที่เมสิน่าปีนขึ้นมาอยู่บนตักอีกข้างได้สำเร็จ
สองเ้าหญิงจึงโบกมือให้จงฮองเฮาสร้างความเพลิดเพลินแก่สตรีตรงหน้า
“ลูกชายจึงไม่ใช่แค่บุตรคนไหนก็ได้แต่เขาคือตราจากฟ้าสำหรับสิทธิ์อันชอบธรรมจาก์”จงฮองเฮาเล่นมือเด็กน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
...พวกเขามีปัญหาภายใน...กีเนเวียสบตาสามี
ดันเต้หันไปคุยเื่าในพรอว็องค์...พวกเขามีกำแพงสูงใหญ่...
...มีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขาณ ปลายทาง... กีเนเวียหันมายิ้มให้ฮองเฮา
...ต้องอ่านคนสุดท้ายให้ขาด...ดันเต้เหลือบตาไปยังราชครูผู้นั่งอยู่ท้ายเรือ
...เราจะจัดการเื่นี้ให้เสร็จก่อนเทียบท่า...