บทที่ 7 สังหารเชลย!
"ผู้ใดกำลังสังหารเชลย? เ้าอยากตายหรือไร?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหมู่ทหารแห่งต้าเฉียน ไม่นานหัวหน้าหลิวก็แทรกตัวฝ่าฝูงชนเข้ามา
หัวหน้าหลิวกวาดตามองด้วยสายตาเ็าแล้วถามว่า "ผู้ใดกันที่กำลังสังหารเชลย?"
ในชั่วขณะถัดมา สายตาของทุกคนก็พุ่งไปที่หลี่เต้า
"เ้าชื่ออะไร?" หัวหน้าหลิวจ้องมองไปทางหลี่เต้า
หลี่เต้าโยนดาบในมือทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า "เก้าห้าสองเจ็ด"
เก้าห้าสองเจ็ด? หัวหน้าหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน "เ้าเป็นักโทษปะาหรือ?"
เมื่อได้ยินคำว่านักโทษปะา ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น รวมถึงทหารเป่ยหมานต่างตะลึงงัน
หลี่เต้าไม่ได้ปฏิเสธสถานะนักโทษปะาของตน เื่เช่นนี้ไม่อาจทนต่อการสืบสวนได้ เขาจึงพยักหน้ารับ
เมื่อเห็นหลี่เต้าสารภาพ ทุกคนต่างรู้สึกใจนต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
ส่วนใหญ่แล้ว นักโทษปะาที่ผู้คนเคยเห็นบนสนามรบมักจะถูกส่งไปตายเปล่า หรือไม่ก็จะหลบซ่อนตัวสั่นงันงกอยู่ในที่ลับตาคน แต่นักโทษปะาที่ถือดาบคู่ออกรบในแนวหน้าและยังมีชีวิตรอดกลับมาเช่นนี้ หลายคนเพิ่งจะได้เห็นเป็ครั้งแรก แทบจะหายากยิ่งกว่าสมบัติของชาติเสียอีก
หัวหน้าหลิวเงยหน้าถามว่า "เหตุใดจึงสังหารเชลยศึก?"
หลี่เต้าตอบว่า "ข้าพลั้งมือไปหน่อย"
หัวหน้าหลิว "พลั้งมือถึงสองครั้งหรือ?"
หลี่เต้า "ครั้งแรกเป็มือซ้ายที่พลาด ครั้งที่สองเป็มือขวา ไม่เหมือนกัน"
หัวหน้าหลิว "???"
ทหารเป่ยหมาน "..."
พรึ่บ!
ดาบยาวเล่มหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากพื้น แทงทะลุร่างทหารเป่ยหมานที่กำลังด่าทออย่างหยาบคายฉับพลัน
ในชั่วพริบตาทั้งสนามก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง หัวหน้าหลิวใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "เก้าห้าสองเจ็ด ข้าถามเ้า เ้าจะอธิบายเื่นี้อย่างไร?"
หลี่ตอบว่า "ขออภัย คราวนี้เท้าซ้ายของข้าลื่น"
หัวหน้าหลิวโกรธจนแค่นหัวเราะออกมา "เช่นนั้นเดี๋ยวเท้าขวาของเ้าก็คงจะลื่นอีกสินะ?"
หลี่เต้ายักไหล่ "ใครจะรู้เล่า?"
ทหารเป่ยหมานต่างพากันนิ่งเงียบ ไม่เพียงแต่ถูกนักโทษปะาจากค่ายนักโทษบังคับให้ยอมจำนน แต่ยังถูกฆ่าหลังจากยอมแพ้ และตอนนี้ยังถูกข่มขู่อีก ช่างไม่เคารพสิทธิมนุษยชนเอาเสียเลย
เมื่อเห็นหลี่เต้าทำท่าทีเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก หัวหน้าหลิวก็หมดอารมณ์โกรธในทันที
ท้ายที่สุดแล้วจะไปเอาเื่อะไรกับนักโทษปะาได้?
นักโทษปะาไม่ใช่ทหารเสียหน่อย!
หรือจะฆ่าเขาเสีย? นี่ก็เป็เพียงนักโทษปะาที่สมควรตายอยู่แล้ว อีกอย่าง หากเป็การลอบสังหารก่อนหน้านี้คงจบไปแล้ว แต่ตอนนี้หัวหน้าหลิวจะลงมือได้อย่างไร?
การโจมตีกลางดึกครั้งนี้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ก็เพราะมีส่วนสำคัญจากนักโทษปะาผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้น นักโทษปะายิ่งมีความสามารถมากเท่าไร ประโยชน์ของพวกเขาในสนามรบยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทหารใต้บังคับบัญชาของพวกเขาจะาเ็และเสียชีวิตน้อยลงด้วย
ด้วยเหตุนี้เขายิ่งไม่อยากสังหารอีกฝ่ายเลย
ในที่สุดหัวหน้าหลิวก็ทำได้เพียงจัดการอย่างง่าย ๆ และลงโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หารู้ไม่ว่าเหตุที่หลี่เต้ากล้าฆ่าเชลยศึกอย่างไร้ยางอายนั้น ก็เพราะคิดเหมือนกับที่เขาคิดไว้นั่นเอง
ในสายตาของหลี่เต้า เขาก็เป็นักโทษปะาอยู่แล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก? หรือจะมีใครสามารถตัดสินปะาชีวิตเขาได้อีกหรือ?
"เก้าห้าสองเจ็ด เนื่องจากเ้าสังหารเชลยศึกในครั้งนี้ ดังนั้นผลงานในการรบครั้งนี้จึงไม่มีส่วนของเ้า"
"แล้วผลงานในส่วนที่สังหารศัตรูนั้นยังนับหรือไม่?"
"สังหารศัตรู? เ้าสังหารไปกี่คน?"
หลี่เต้าไม่ได้พูดอะไร เขาล้วงห่อผ้าที่เปื้อนเืออกมาจากอกเสื้อ เมื่อเปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยหูซ้ายของเหล่าทหารเป่ยหมาน
หลังจากนับคร่าว ๆ เขาเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า "รวมทั้งหมดสิบแปดหู"
"ถ้านับรวมสามคนที่อยู่บนพื้นด้วย ก็จะเป็ยี่สิบเอ็ดหู"
หัวหน้าหลิวมองดูเชลยศึกสามคนที่นอนตายอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาหม่นลง "สามคนนี้ไม่นับ"
หากการสังหารเชลยศึกนับเป็การฆ่าศัตรู เช่นนั้นคนที่ลงมือก็คงไม่ใช่แค่หลี่เต้าคนเดียว
หลี่เต้าไม่ได้โต้แย้ง เขาเอ่ยเสียงเรียบว่า "งั้นก็สิบแปดคน"
อย่างไรเสียคุณสมบัติก็ได้มาแล้ว ไม่เอาหูก็ช่างเถอะ เพียงสิบแปดคนนี้ยังทำให้ทหารแห่งต้าเฉียนทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง
ต้าเฉียนและชาวเป่ยหมานต่อสู้กันมานานนับร้อยปี ต่างฝ่ายต่างมีทั้งชนะและแพ้ อัตราส่วนความสูญเสียในาโดยทั่วไปรักษาระดับอยู่ที่หนึ่งต่อหนึ่งกว่า ๆ
กล่าวคือ ชีวิตของทหารต้าเฉียนหนึ่งคนโดยประมาณก็แลกได้เพียงชีวิตของทหารเป่ยหมานหนึ่งคนเท่านั้น
คืนนี้เป็การโจมตีกลางดึก อัตราส่วนนี้อาจไม่นับ แต่อย่างมากก็แค่หนึ่งต่อสอง ชีวิตของทหารต้าเฉียนคนหนึ่งสามารถแลกกับชีวิตของทหารเป่ยหมานได้สองคน
แต่ทว่าหมายเลขเก้าห้าสองเจ็ดผู้นี้กลับสังหารทหารเป่ยหมานถึงสิบแปดนายด้วยตัวคนเดียว
นี่มากกว่าจำนวนศัตรูที่ทหารต้าเฉียนส่วนใหญ่ที่อยู่ในที่นี้สังหารได้ตลอดชีวิตเสียอีก
แม้แต่หัวหน้าหลิวก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถสังหารทหารเป่ยหมานได้ถึงสิบแปดนาย
มองดูใบหูที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ หัวหน้าหลิวสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยปากว่า
"ในฐานะการลงโทษสำหรับการฆ่าเชลยศึก ครั้งนี้ข้าจะยกเว้นความดีความชอบพื้นฐานในภารกิจค่ายทหารให้เ้า หากมีครั้งหน้าอีก ข้าจะยกเว้นความดีความชอบในการฆ่าศัตรูให้เ้าด้วย"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็แย้มยิ้มน้อย ๆ "ขอบคุณท่านหัวหน้ามาก"
เมื่อได้ััถึงประโยชน์ของคะแนนคุณสมบัติ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับความดีความชอบในการรบมากนักแล้ว เพียงแค่แข็งแกร่งขึ้น ชัยชนะในาก็อยู่แค่เอื้อมมือ
หัวหน้าหลิวแค่นเสียงอย่างเ็า "แม้ข้าจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเ้าถึงเข้ามาอยู่ในค่ายนักโทษปะา แต่หากเ้ามีความสามารถก็จงทะนุถนอมมันให้ดี อย่าได้หยิ่งผยองจนเกินไป และอย่าได้คิดอะไรด้วย"
"เข้าใจแล้ว" หลี่เต้าเข้าใจว่าหัวหน้าหลิวกำลังพูดอะไร
นั่นคือการเตือนเขาไม่ให้คิดว่าตนเองมีพละกำลังแล้วเลือกที่จะหนีไป
ความจริงแล้วหลี่เต้าก็รู้ว่าหากก่อนหน้านี้เขา้าจะหนี เขาสามารถหนีไปได้อย่างง่ายดาย แต่หากหนีไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อเข้าสู่ค่ายนักโทษปะา ประวัติชีวิตก็ถูกลบทิ้งไปแล้ว นั่นหมายความว่าเขาจะกลายเป็คนไร้ตัวตน และคนไร้ตัวตนนั้น ไม่ว่าจะไปที่ใดก็จะถูกผู้คนรังเกียจ หากถูกทางการจับได้ก็อาจถูกปฏิบัติราวกับเป็ผู้ร้ายที่ถูกออกหมายจับ
แม้ว่าจะหนีออกจากราชวงศ์ต้าเฉียนไปยังราชวงศ์อื่นก็ยังคงเป็เช่นนั้นอยู่ดี ในโลกใบนี้ การไร้ซึ่งสถานะเปรียบเสมือนการไม่มีบัตรประจำตัวในชาติก่อน
หากไม่มีผู้ใดตรวจสอบก็ยังพอไหว แต่ถ้าหากมีผู้ใดสอบถาม คงไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้ หลี่เต้าจึงไม่เคยคิดถึงเื่เช่นนี้เลย เขา้าออกจากค่ายนักโทษปะาอย่างเปิดเผยและชอบธรรม เพื่อแลกกับชีวิตใหม่ และเหตุผลหลักที่ทำเช่นนี้ยังมีอีกหนึ่งประการ นั่นคือ ในชาตินี้เขายังมีญาติพี่น้องอยู่อยากจะกลับไป ก็ต้องใช้ตัวตนที่สะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น
...
เหล่าทหารเป่ยหมานได้ยอมจำนนแล้ว ต่อไปคือการทำความสะอาดสนามรบ หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลง นักโทษปะาจะถูกขังแยก เนื่องจากยังต้องนำตัวกลับไป
อาจเป็เพราะหลี่เต้าแสดงความโดดเด่นมากเกินไปก่อนหน้านี้ และยังช่วยชีวิตทหารของต้าเฉียนไว้มากมาย จึงไม่มีใครหยิบยกเื่นี้ขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากนับจำนวน ทุกคนก็พบว่าในบรรดานักโทษปะายี่สิบคนที่นำมาครั้งนี้ มีเพียงเก้าห้าสองเจ็ดคนเดียวที่รอดชีวิต จึงไม่มีใครพูดอะไร
หลี่เต้ามองสำรวจรอบ ๆ แล้วเดินมาที่กองไฟแห่งหนึ่งบนกองไฟยังมีขาแกะย่างวางอยู่ เขาไม่รีรอ คว้าขาแกะย่างขึ้นมาแล้วกัดกินทันที
พอกัดคำแรก ได้ลิ้มรสชาติที่คิดถึงมานาน หลี่เต้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะที่กำลังกินขาแกะอยู่นั้น หลี่เต้าก็เรียกระบบในใจ
ชั่วขณะถัดมา หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
[เ้านาย: หลี่เต้า]
[พละกำลัง: 3.16]
[คุณสมบัติที่สามารถใช้ได้: 1.24]