บทที่ 8: เมืองหินดำ
หลังจากเดินทางรอนแรมตามป่าเขามาเป็เวลาสองวันเต็ม ในที่สุดเย่เฉินก็มองเห็นกำแพงเมืองที่สร้างจากหินสีดำทะมึนอยู่เบื้องหน้า มันคือ "เมืองหินดำ" เมืองหน้าด่านที่ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาเมฆาดับที่สุด เป็ที่พักพิงและเป็แหล่งรวมตัวของเหล่านักล่า, ทหารรับจ้าง, และคนเหมือง
บรรยากาศของเมืองหินดำนั้นแตกต่างจากเมืองเมฆาล่องโดยสิ้นเชิง มันดูหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ดิ้นรน ผู้คนที่เดินเข้าออกประตูเมืองล้วนมีท่าทางแข็งกร้าวและพกพาอาวุธอย่างเปิดเผย
เย่เฉินในสภาพที่สวมผ้าคลุมหน้าเก่าๆ และเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเดินตรงไปยังประตูเมือง แต่กลับถูกทหารยามสองคนใช้ทวนขวางไว้
"หยุดก่อน!" ทหารยามคนหนึ่งตะคอกเสียงดัง สายตาของมันมองเย่เฉินั้แ่หัวจรดเท้าอย่างดูถูก "ค่าผ่านประตูสิบเหรียญทองแดง จ่ายมา!"
คำพูดนั้นทำให้เย่เฉินชะงักไป เขานิ่งคิดไปชั่วครู่...และตระหนักได้ถึงปัญหาพื้นฐานที่สุดที่เขาไม่เคยต้องใส่ใจมาก่อนในชีวิต...
เขไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว
ในฐานะนายน้อยอัจฉริยะแห่งตระกูลเย่ เขาไม่เคยต้องพกเงินติดตัวด้วยซ้ำ ทุกสิ่งที่เขา้าล้วนมีคนจัดหาให้เสมอ แต่วันนี้...เขากลับไม่มีปัญญาจ่ายแม้กระทั่งค่าผ่านประตูเมืองที่เล็กที่สุด
"ฮ่าๆๆ ดูท่าทางแล้วคงจะเป็ขอทานที่หลงมาจากไหนสินะ" ทหารยามอีกคนหัวเราะเยาะ "ไสหัวไปให้พ้น! เมืองนี้ไม่ต้อนรับคนไร้ค่า!"
แววตาของเย่เฉินภายใต้ผ้าคลุมหน้าเย็นเยียบลง แต่เขาไม่ได้โต้เถียง เขาเข้าใจดีว่าในโลกที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง การไม่มีเงินก็ไม่ต่างอะไรกับคนไร้ค่า เขาหมุนตัวและเดินจากไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทหารยาม
แต่เขาไม่ได้จากไปไกลนัก เขาเดินเลียบกำแพงเมืองและมุ่งหน้ากลับเข้าไปในป่าที่อยู่ใกล้ๆ
"ไม่มีเงิน...ก็แค่หา" เขาพึมพำกับตนเอง
เย่เฉินก้าวเข้าสู่ความลึกของผืนป่า ััทั้งห้าของเขาที่ถูกขัดเกลาจากกายาโลหิตทำงานอย่างเต็มที่ เขาสามารถได้ยินเสียงใบไม้ไหวในระยะไกล ได้กลิ่นของสัตว์ป่าที่ลอยมาตามลม และมองเห็นร่องรอยบนพื้นดินได้อย่างชัดเจน
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ เขาก็พบเป้าหมาย... "หมูป่าเกราะหิน" สัตว์อสูรระดับต่ำที่สูงเกือบหนึ่งเมตร มีจุดเด่นคือิัที่แข็งแกร่งราวกับหินผาและมีนิสัยดุร้าย
"กรร!"
ทันทีที่มันเห็นเย่เฉิน มันก็คำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่ทันที เขี้ยวอันแหลมคมของมันพร้อมที่จะฉีกร่างของศัตรูให้เป็ชิ้นๆ
เย่เฉินยืนนิ่งไม่ไหวติง เขารอจนกระทั่งหมูป่าเกราะหินพุ่งเข้ามาในระยะสามก้าวอย่างใจเย็น...จากนั้นจึงเคลื่อนไหว!
หมัดขวาที่เรียบง่ายถูกส่งออกไปตรงๆ ไม่ได้มีเคล็ดวิชาหรือพลังปราณใดๆ มีเพียงพละกำลังกายภาพล้วนๆ ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
"ตูมมม!"
หมัดของเย่เฉินปะทะเข้ากับหัวของหมูป่าเกราะหินอย่างจัง! หนังที่แข็งดุจเกราะหินของมันไม่อาจต้านทานพลังทำลายล้างอันมหาศาลนี้ได้แม้แต่น้อย กะโหลกของมันยุบลงไปทันที! ร่างมหึมาของมันลอยขึ้นจากพื้นก่อนจะกระแทกลงไปนอนแน่นิ่ง...ตายในหมัดเดียว!
เย่เฉินมองผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ เขาลองแบกซากของหมูป่าขึ้นบ่า และพบว่าน้ำหนักหลายร้อยชั่งของมันเบาราวกับฟางสำหรับเขาในตอนนี้
เขาแบกซากหมูป่ากลับมายังหน้าเมืองอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้เดินไปที่ประตูเมือง แต่เดินตรงไปยังร้านค้าเล็กๆ ที่แขวนป้ายว่า "หอรับซื้อวัตถุดิบ"
เ้าของร้านซึ่งเป็ชายวัยกลางคนมองมาที่เขาด้วยท่าทีรังเกียจในตอนแรก แต่เมื่อเห็นซากหมูป่าเกราะหินที่สมบูรณ์และไร้าแ (ยกเว้นที่หัว) ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
"เ้าหนู...นี่เ้าล้มมันด้วยตัวคนเดียวรึ?"
เย่เฉินไม่ตอบ แต่โยนซากหมูป่าลงบนพื้นหน้าร้านเป็เชิงยืนยัน
ชายวัยกลางคนรีบเข้ามาตรวจสอบาแที่หัวของหมูป่า และยิ่งใมากขึ้นไปอีก "หมัดเดียว! นี่มัน...พลังแบบไหนกัน" เขากลืนน้ำลายและเปลี่ยนท่าทีเป็นอบน้อมทันที "ทั้งหมดนี่ข้ารับซื้อในราคาสองเหรียญเงิน! ว่าอย่างไร?"
สองเหรียญเงินมีค่าเท่ากับสองร้อยเหรียญทองแดง มันมากเกินพอสำหรับความ้าของเขาในตอนนี้ "ตกลง" เย่เฉินตอบสั้นๆ
หลังจากรับเงินมาแล้ว เขาก็เดินกลับไปยังประตูเมืองอีกครั้ง และโยนสิบเหรียญทองแดงให้ทหารยามอย่างไม่ใส่ใจ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของพวกมัน เขาก็เดินผ่านประตูเมืองเข้าไปอย่างสงบ
ภายในเมืองหินดำนั้นคึกคักและวุ่นวายกว่าที่เขาคิด เย่เฉินหาร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งและสั่งอาหารง่ายๆ มาประทังความหิว ขณะที่รับประทานอาหาร เขาก็เงี่ยหูฟังบทสนทนาของผู้คนรอบข้าง
"การค้า่นี้ซบเซาชะมัด ได้ยินว่าตระกูลใหญ่ในเมืองเมฆาล่องกำลังมีปัญหากัน"
"ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน! ว่ากันว่านายน้อยอัจฉริยะของตระกูลเย่...เย่เฉิน...หายสาบสูญไปในเทือกเขาเมฆาดับเมื่อเดือนก่อน! บ้างก็ว่าตายไปแล้ว บ้างก็ว่าหนีออกจากตระกูลไป!"
"จริงรึ! น่าเสียดายนัก... แต่แบบนี้ก็เข้าทางตระกูลเซียวเลยน่ะสิ!"
เย่เฉินยังคงรับประทานอาหารต่อไปอย่างเงียบๆ ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ในใจของเขากลับเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง "หายสาบสูญรึ... พวกเ้าปิดข่าวได้ดีนี่...เซียวอี้เฟิง"
ในขณะนั้นเอง บทสนทนาจากโต๊ะข้างๆ ก็ดึงดูดความสนใจของเขา
"กลุ่มทหารรับจ้าง 'พยัคฆ์ทมิฬ' กำลังรับสมัครคนเพิ่ม! ว่าจะไปคุ้มกันคาราวานสินค้าของตระกูลหลิน เดินทางผ่านป่าอสูรคลั่ง! ค่าจ้างสูงลิ่ว แต่ก็อันตรายถึงชีวิต!"
เย่เฉินวางตะเกียบลง... คาราวานของตระกูลหลิน? ตระกูลพ่อค้าที่เป็กลางจากเมืองเมฆาล่อง...
นี่อาจเป็โอกาสที่ดีในการหาเงินและเข้าใกล้เมืองเมฆาล่องเพื่อสืบข่าวโดยไม่เป็ที่สงสัย
ความคิดนั้นจบลงพร้อมกับที่เขาลุกขึ้นจากโต๊ะ และเดินตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มทหารรับจ้างที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส...