ครั้นทบทวนเื่พวกนี้อีกครั้งกลับไม่เข้าใจความคิดของเขาเลยจริง ๆ เดิมทีควรหนีห่างจากนางร้ายอย่างมู่หรงเซียวเท่าที่จะทำได้กลับอยู่ใกล้ชิดจนทำคนอื่นเข้าใจผิดไปหมดแล้วว่าเป็คู่สามีภรรยาที่รักใคร่หวานชื่น
จุ๊บ หยางเสวี่ยเฟยจุมพิตหลังมือหญิงสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำเอาคนตรงหน้ารู้สึกร้อนวูบวาบ ไม่รู้จะหลบหน้าไปทางไหน พลันดวงตาสีทับทิมมองเห็นสตรีงามที่คุ้นเคย
“เสี่ยวเหมยฮวา” นางพึมพำชื่อแซ่ของหญิงผู้นั้นแล้วหันมามองคนข้างกาย สตรีจากหอราตรีไม่น่ามาที่แห่งนี้ในคืนจันทร์เพ็ญได้เพราะเสียงกู่ฉินของนางถือเป็ของล้ำค่า ไม่อาจให้ผู้ใดเป็ส่วนตัว “ทำไมนางจึงมาอยู่ที่นี่เล่า”
“หากข้าไม่พานางมาที่นี่ ป่านนี้เ้าคงแต่งกายเป็บุรุษไปนั่งอยู่หอราตรีแล้ว” ชายหนุ่มอมยิ้มแล้วพูดอีกว่า “ครานี้คงไม่ต้องห่วงแล้วว่าผู้ใดจะเห็นเ้าเที่ยวเตร่อยู่ข้างนอก”
สีหน้าชายหนุ่มคล้ายโล่งใจ หากแต่สายตายังคงมองหญิงสาวราวกับรอฟังคำขอบคุณ
“หากเ้าตั้งใจทำเพื่อข้า ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง…” ความคิดในใจของมู่หรงเซียวระคนปนเปไปหมดจนเผลอคิดไปแล้วว่าหากเออออตามน้ำไปคงไม่เป็อันใด
อย่างน้อยมู่หรงเซียวก็คงได้มี่เวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับหยางเสวี่ยเฟย สายตาที่มองมาเช่นนี้จะเรียกว่าอันใดได้หากไม่ใช่ความรัก แต่แล้วก็คิดว่า เฮ้อ… ข้าคงคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป หญิงสาวเม้มปาก ลูบหัวใจที่เต้นตึกตักแล้วปลอบว่า ใจเอ๋ย อย่าดีใจเกินไปนักเลย ไม่อย่างนั้นคนที่เจ็บอาจจะเป็เ้านะ มู่หรงเซียวเคยร้องไห้เพราะเขามาแล้วหลายครา เ้าอยากเป็เช่นนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่เวลานี้ เ้าไม่มีพันธะใดผูกพันกับเขาเป็เพียงิญญาที่อยู่ในร่างของนาง อย่าได้เผลอใจไปเลย…
“ข้าย่อมทำเพื่อเ้าด้วยใจจริง” เขาตอบโดยไม่ลังเลทำเอาหญิงสาวที่กำลังโน้มน้าวใจตัวเองให้พึงระลึกถึงความเป็จริงใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะอีกครั้ง “ข้าทำเพื่อฮูหยินของข้า”
หญิงสาวถอนหายใจ รู้สึกว่าต้องเป็เพราะร่างกายนี้เป็ของมู่หรงเซียวแน่ ๆ จึงตอบสนองการกระทำของเขา ข้าน่ะ… ไม่มีทางหลงกลหรอก ข้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วเื่ราวจะจบลงเช่นไร ฉะนั้นแล้ว ข้าไม่มีทางตกหลุมพรางเด็ดขาด ข้าจะไม่มีวันเ็ปเพราะเ้าอีกครั้ง
บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จ้องนักดนตรีไม่วางตา เสียงกู่ฉินที่นางดีดบรรเลงไพเราะเหมือนอย่างเคย ท่วงทำนองสะกดให้ผู้คนหลงใหลตกอยู่ในภวังค์
หยางเสวี่ยฮวามองพี่ชายแล้วได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมเขาจึงเปลี่ยนไปมากเพียงนั้น จากที่เคยผลักไสไม่ไยดี เวลานี้กลับประคบประหงมนาง พลันคิดว่าต้องถูกมู่หรงเซียวใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนหว่านเสน่ห์ใส่เป็แน่จึงยิ่งเกลียดพี่สะใภ้มากขึ้นกว่าเดิม
เด็กสาวยังคงหวังว่าพี่สะใภ้ของนางจะเป็เสิ่นอวี้หลานจึงไม่ยอมแพ้ ทั้งยังคอยหาจังหวะให้คนทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน
ทว่า พี่ชายตัวดีกลับไม่ยอมลุกไปไหน นั่งติดกับฮูหยินเหมือนถูกผูกมัดไว้ด้วยกัน ทุกคนในศาลาเห็นกันถ้วนหน้าว่าสายตาของเขาเอาแต่จ้องมองมู่หรงเซียวเพียงคนเดียว
“เสี่ยวฮวา เ้ากินอีกหน่อยเถิด แล้วก็เลิกคิดสิ่งใดให้วุ่นวายจะดีกว่า” เสิ่นอวี้หลานคีบอาหารให้คนข้างกาย คลี่ยิ้มบางด้วยความเอ็นดูเพราะรู้ว่าน้องสาวรองแม่ทัพกำลังคิดวางแผนหลายสิ่งหลายอย่าง “ฮูหยิน ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ เ้าน่าจะลองเปิดใจให้นางบ้าง”
“ท่านพี่ไม่ต้องเปลี่ยนเื่เลยเ้าค่ะ” นางเอ่ยเพราะคิดว่าหญิงสาวกำลังปลอบใจตัวเองอยู่ ทั้งยังจำได้ว่าบุตรสาวจวนอื่น ๆ พูดถึงมู่หรงเซียวว่าอย่างไร ข่าวลือพวกนั้นล้วนไม่มีเื่ดีเลยสักนิดเดียว “ข้าอยากให้ท่านพี่เป็พี่สะใภ้ของข้า”
คุณหนูเสิ่นยิ้มกว้างแล้วตอบด้วยสีหน้าใจดี รักนางเหมือนน้องสาวแท้ ๆ เพราะรู้จักกันมานานและสนิทสนมเป็พิเศษจึงคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะบอกให้หยางเสวี่ยฮวาให้ยอมแพ้เสียที
“ข้ากับพี่ชายเ้าไม่ได้ชอบพอกันเสียหน่อย ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็เพียงเพื่อนพี่น้อง”
“เฮ้อ…” เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรทั้งพี่ชายและเสิ่นอวี้หลานต่างก็ปฏิเสธทั้งคู่ ทำหน้ามุ่ยเอ่ยว่า “ข้าไม่ชอบนางเลยเ้าค่ะ”
“เสี่ยวฮวา เ้าไม่เห็นหรือว่าพี่ชายของเ้าแสดงออกเช่นไรยามได้อยู่กับนาง เขาเคยเป็อย่างนี้หรือไม่เล่า” เสิ่นอวี้หลานพูดให้เด็กสาวคิด “สตรีครึ่งหนึ่งในเยว่จวนล้วนหมายปองอยากหัวใจของเขา บางคนเทียวไปมาหาสู่ หยิบยกเื่โน้นเื่นี้มาสนทนากับเขาแต่ก็รั้งความสนใจพี่ชายเ้าได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยชา ยามใดถูกสตรีเ่าั้แกล้งเข้าใกล้ ยังไม่ทันได้ถูกเนื้อต้องตัวเขาก็นิ่วหน้าจนพวกนางแทบร้องไห้ พร่ำเพ้อว่าตนเองไม่ดีตรงไหน หากแต่พอได้อยู่ใกล้ฮูหยินผู้นี้ เห็นหรือไม่เล่าว่าผ่านไปหนึ่งก้านธูปแล้ว สายตายังคงจ้องมองนาง รอยยิ้มยังไม่เลือนหาย”
“ท่านพี่ต้องถูกนางวางยาหรือไม่ก็ถูกนางหว่านเสน่ห์แน่ ๆ ข้ามั่นใจ…”
“เสี่ยวฮวา เ้าอย่าดูถูกฝีมือรองแม่ทัพเชียวเพราะเขาคือคนที่รู้เื่สมุนไพรรองลงมาจากข้า ย่อมไม่ถูกผู้ใดล่อลวงด้วยเื่นั้น ส่วนเื่เสน่ห์ของหญิงสาว อืม… จะบอกว่าถูกล่อลวงด้วยความเย้ายวนราวกับโดนเสน่ห์นางจิ้งจอกอย่างในตำราก็ไม่น่าใช่ เ้าดูสิ... ไม่ใช่ว่านางกำลังทำหน้ามุ่ยใส่เขาหรอกหรือ”
“…”
“พี่ชายเ้าอาจจะใจอ่อนแล้วก็ได้” เสิ่นอวี้หลานพูดแล้วนึกถึงหลี่ิฮ่าว บุรุษเพียงคนเดียวในใจของนางพลันรอคอยวันที่จะได้อยู่ด้วยกันอย่างที่ฝันเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงพึมพำของเด็กสาว
“ข้าไม่ชอบ อย่างไรก็ไม่ชอบ”
หญิงสาวส่ายหน้า ถอนหายใจเล็กน้อยเพราะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วนางจะต้องยอมรับมู่หรงเซียวเป็พี่สะใภ้เหมือนอย่างที่พี่ชายของนางยอมรับว่าคนตรงหน้าคือฮูหยินของเขา
ในขณะที่มุมหนึ่งของศาลา เมิ่งเซียงขมวดคิ้วด้วยสีหน้าจริงจัง กระซิบกระซาบถามคนที่ยืนข้างกายเพราะสงสัยใคร่รู้
“พวกเ้าคิดว่ารองแม่ทัพวางแผนอันใดหรือไม่”
“เฮอะ ลองทำให้คุณหนูร้องไห้อีกครั้ง ข้าไม่ปล่อยไว้แน่” เซี่ยหลานเฟิงเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง เขาอุตส่าห์ได้เห็นรอยยิ้มของนางในรอบหลายปีย่อมทำทุกทางเพื่อไม่ให้เ้านายหลั่งน้ำตาอีกครั้งเพราะหยางเสวี่ยเฟยอย่างแน่นอน
“พวกท่านคิดมากไปแล้ว หัวหน้าไม่มีทางทำเช่นนั้นหรอก” เสิ่นจื้อเหลียงกล่าว ตัวหดลงเล็กน้อยเพราะความเห็นไม่ตรงกับเสียงข้างมาก
“เ้าเพิ่งเข้ามาใหม่จะไปรู้อะไร เ้านายของเ้าน่ะ ร้ายกาจยิ่งนัก ชอบทำให้คุณหนูเสียใจ ผลักไสไล่ส่ง” เมิ่งเซียงยังคงจำได้จึงโพล่งออกมาเช่นนั้น “ไม่รู้ว่าเวลานี้กำลังคิดสิ่งใด รู้ว่าคุณหนูรักก็… เฮ้อ ถ้าคิดล้อเล่นกับคุณหนู ข้าไม่ปล่อยเขาไว้แน่ ๆ”
เมิ่งเซียงมองภาพตรงหน้าแล้วหวังว่ามู่หรงเซียวจะสมหวังในความรักเสียที
“รองแม่ทัพหยาง เ้าอยากได้สิ่งใดถึงเอาแต่จ้องหน้าข้า” มู่หรงเซียวเอ่ยถาม ดวงตาสีทับทิมเห็นแล้วว่าเวลานี้ชายหนุ่มกระดกจอกสุราจนหน้าแดง รอยยิ้มจึงหวานหยดย้อยจนรู้สึกขนลุกซู่ทันใด
“เ้าชอบของขวัญหรือไม่”
“…”
“ไม่ชอบหรือ” เขาไม่เพียงเอ่ยแ่เบาแต่ทำหน้าเศร้าด้วย “หากไม่ชอบ เ้าคงไม่แอบหนีไปหอราตรีทุกคืนวันเพ็ญหรอก”
“…”
“ไม่ชอบของขวัญที่ข้าให้ ไม่ชอบข้าแล้วหรือ”
มู่หรงเซียวเหลียวมองรอบตัว ทุกคนพร้อมใจกันนิ่งเงียบแล้วทำตัวเหมือนเป็ต้นไม้ก้อนหินประดับสวนกว้าง ก่อนจะตบตักชายหนุ่มเบา ๆ
“รองแม่ทัพหยาง เ้าเมาแล้วกระมัง พูดอะไรไม่รู้เื่”
“ไม่เมาหรอก ฮูหยินอย่าเปลี่ยนเื่ได้หรือไม่” คนตรงหน้าขยับเข้าใกล้อีกหนึ่งคืบแล้วคว้าเอวบางเอาไว้ “เหตุใดจึงไม่เรียกข้าว่าสามีบ้างเล่า ข้าน้อยใจรู้หรือไม่”
“…” มู่หรงเซียวหันมองทุกคนอีกครั้งราวกับขอคำปรึกษา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นสภาพเมามายของคนตรงหน้า
“ฮูหยิน กลับเรือนเราเถอะ ข้าง่วงแล้ว ข้า…” เขายังไม่ทันพูดจบดีก็เอนศีรษะหนุนตักหญิงสาวตรงหน้าทันที
“เฮ้อ… เฟิงเกอ อาเหลียง ช่วยพาเขาไปส่งได้หรือไม่” เสียงหวานเอ่ยกับคนสนิท
“คุณหนูจะกลับเลยหรือไม่เ้าคะ” เมิ่งเซียงถามราวกับรู้ใจเ้านายตัวเอง เวลานี้ยังมีเสียงเพลงของเสี่ยวเหมยฮวา บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ไม่มีทางลุกไปไหนเด็ดขาด
หากแต่เอวบางถูกใครบางคนโอบกอดไว้แน่นจนนางจำใจเอ่ยกับเขาว่า “ก็ได้ ๆ กลับห้องของเรากัน”
ครั้นได้อยู่กันตามลำพังแล้ว หยางเสวี่ยเฟยลืมตาทันทีราวกับร่างกายขับความมึนเมาออกไปได้เรียบร้อยแล้วคว้าร่างบางที่กำลังยืนหันหลังพันผ้าผูกเชือกยังไม่เรียบร้อยดีในพริบตา
มู่หรงเซียวรู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่ใต้ร่างเขาเรียบร้อย ชุดนอนบางเบาส่วนล่างเลิกขึ้นมาจนเห็นขาอ่อนข้างซ้าย ในขณะที่้าเปิดกว้างเผยให้เห็นเนินหน้าอกอวบอิ่ม มือสองข้างถูกตรึงไว้เหนือศีรษะไม่อาจดิ้นรนหนีไปที่ไหนได้