ผมนี่แหละนักสืบคุณไสย

    วิชาย้ายร่างสลับวิญญาณ

            หึหึ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังลั่นภายในถ้ำ เมื่ออาจารย์ของเขา ได้รับฟังจอมขมังเวทย์ปองเดชพูดจนจบ ใบหน้าอันเหี่ยวย่น สองตาที่กลวงโบ๋ กลับแสยะยิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติ ด้วยบริเวณปากที่ค่อย ๆ ฉีกกว้างผิดปกติ จนดูน่ากลัวปนความสยอง ยิ่งกว่าในหนัง ในละครเสียอีก


            “ดี ดี เอ็งทำได้ดีมาก ฮิฮิ” เสียงที่แหบพร่าดังก้องเข้ามาในโสตประสาทที่รับรู้ด้วยเสียง แม้ชายชราจะไม่ขยับปาก แต่ก็ทำให้บุคคลที่อยู่ด้านหน้าได้ยินอย่างชัดเจน พร้อมอากัปกิริยาที่เหมือนคนสองบุคลิก พูดไปหัวเราะไป ยิ่งทำให้น้ำเสียงมีความน่าสะพรึงอย่างมีเอกลักษณ์


            จอมขมังเวทย์ปองเดชได้แต่ก้มหน้า ก้มตาด้วยท่าทางที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่มีความแข็งกร้าวเหมือนก่อน เพราะบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของเขา มีนิสัยโหดเหี้ยม ไร้ใจ และเด็ดขาดอย่างมาก แม้กระทั่งลูกศิษย์ของตัวเอง ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ถ้าต้องแลกกับสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว อาจารย์ของเขาก็พร้อมที่จะเสียสละเลยทันที โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น


            ย้อนกลับไปในอดีต อาจารย์มีลูกศิษย์อยู่ทั้งหมดสองคนด้วยกัน คือตัวปองเดช และศิษย์พี่ของเขา ทั้งคู่ได้เติบโต พร้อมเล่าเรียนวิชาอาคมคุณไสยมาด้วยกัน จนถึงเวลาที่ใกล้ได้ออกจากถ้ำเพื่อไปฝึกฝนวิชาเพิ่มเติม เพราะถ้าอยู่แต่ในถ้ำต่อไป ระดับพลังคงไม่คืบหน้าไปไหนเสียที จึงต้องออกท่องโลกกว้าง เพื่อสะสมพลังจากโลกภายนอก ที่หาวิญญาณอาฆาตได้ง่ายกว่า


            แต่ช่วงนั้นอาจารย์ก็ได้ออกตามหาวัตถุดิบ เพื่อฝึกฝนพลังในโลกวิญญาณด้วยเช่นกัน แต่แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อาจารย์ต่อสู้แพ้ในโลกวิญญาณ และบาดเจ็บหนักกลับมา โดยอาการบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้พลังของอาจารย์ลดลง จนไม่สามารถประคองสังขารเดิม ที่ใช้มาตลอดได้อีก อาจารย์จึงตัดสินใจ เสียสละลูกศิษย์คนสำคัญ เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ จากวิชาอันเก่าแก่ของสำนักถ้ำทองคือ วิชาย้ายร่างสลับวิญญาณ เป็นการถอดจิตเปลี่ยนวิญญาณตัวเอง เข้าไปแทนจิตวิญญาณของร่างเดิม ซึ่งก็คือศิษย์พี่ของจอมขมังเวทย์ปองเดชนั้นเอง


            เมื่อจอมขมังเวทย์ปองเดชได้รู้เรื่องนี้ ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน แล้วที่อาจารย์เลือกร่างของศิษย์พี่ แทนที่จะเป็นร่างของเขา เป็นเพราะศิษย์พี่มีพรสวรรค์ในการเล่าเรียนวิชาอาคมคุณไสย ที่สูงกว่าตัวเขาอย่างไม่เห็นฝุ่น


            แต่การสืบทอดร่างสลับวิญญาณในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่อาจารย์คิดไว้ ด้วยพลังวิญญาณของศิษย์พี่มีพอ ๆ กับอาจารย์ที่มีอาการบาดเจ็บเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้พิธีกรรมแทนที่ร่าง ไม่สำเร็จโดยสมบูรณ์ ส่งผลกระทบให้ร่างนั้น สูญเสียประสาทสัมผัสทั้งห้าไป และยังทำให้เหมือนมีสองดวงวิญญาณในร่างเดียว อาจารย์ในสภาพร่างปัจจุบัน จึงมีพฤติกรรมสองบุคลิกแบบนี้


            “เอ็งนำภาชนะของข้ามาแล้วใช่มั้ย” เสียงของอาจารย์ ถามถึงภาชนะสำหรับเปลี่ยนถ่ายวิญญาณของเขาอย่างตื่นเต้น เพราะร่างเดิมไม่สามารถถูกแสงจากดวงอาทิตย์ได้เลย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการย้ายวิญญาณ ที่ทำให้ร่างนี้ดูไม่ต่างจากซอมบี้เท่าไร และเป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้เขาไม่สามารถออกนอกถ้ำนี้ได้

            

            “ใช่ครับ ท่านอาจารย์เลือกเลยว่าต้องการใคร?? กับไอ้สองคนที่นอนสลบอยู่ด้านหน้าประตูถ้ำ แต่ท่านคงไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้ด้วยใช่มั้ยครับ” จอมขมังเวทย์ปองเดชพูดอย่างตะกุกตะกัก เพื่อต้องการทวงสัญญาที่อาจารย์เคยให้ไว้ ในเรื่องวิชาสืบทอด ที่ช่วยให้เขามีพลังเพิ่มขึ้นจากเดิม


            “หึหึ สุดท้ายก็ทนกิเลส ความต้องการอยากมีพลังไม่ไหวซินะ ถึงมาหาข้าได้ แล้วเอ็งไปโดนอะไรมาละ ถึงมีสภาพแบบนี้” เสียงของอาจารย์ดังขึ้นจากความเงียบสงัด พร้อมกับคำพูดที่ดูถูกดูแคลน เล่ห์เหลี่ยมของจอมขมังเวทย์ปองเดช ที่เลือกไม่มาหาเขาสักที ถึงแม้ว่าปองเดชจะมีพลังระดับจอมขมังเวทย์นานแล้วก็ตาม


            “ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่ไอ้สองโดนมาหนักสุด อาจารย์ลองถามจากมันดู เพราะมันอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย” จอมขมังเวทย์ปองเดชตอบคำถามของอาจารย์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ ที่โดนพลังคุณไสยย้อนกลับเข้ามาหาตัวเอง พอพูดจบจอมขมังเวทย์ปองเดช ก็หยิบหุ่นพยนต์ไอ้สองขึ้นมา มอบให้กับอาจารย์ เพื่อให้มันบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกวิญญาณทั้งหมด ว่าใครเป็นผู้ลอบโจมตี ใช้วิชาคุณไสยย้อนกลับกับเขาในครั้งนี้


            “ไหนไอ้สองเอ็งบอกข้าหน่อย ว่าไปเจออะไรมาถึงได้เจ็บหนัก จนพลังวิญญาณลดลงไปมากขนาดนี้” อาจารย์ของปองเดช หยิบหุ่นพยนต์ไอ้สอง พร้อมบริกรรมคาถาสอบถามขึ้นมาในใจ


            หลังจากนั้นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเกินขึ้นในโลกวิญญาณ ระหว่างร่างที่ถูกยึดโดยไอ้สอง ที่กำลังต่อสู้กับพันธนาการบางอย่างจากบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเขามองเห็นแค่เพียงภาพเบลอเท่านั้น แสดงว่าคนนี้ต้องมาจากโลกมนุษย์ ดูจากสิ่งของที่ใช้กำราบนางพราย นั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงของขลังที่ช่วยปกป้องไม่ให้มองเห็นรูปร่างที่แท้จริงได้


            หืม! เสียงร้องที่บ่งบอกได้ถึงความน่าสนใจ เมื่อเห็นวิธีการใช้วิชาอาคมสุดแปลก แหวกแนว จากผู้มีพลังคุณไสยที่เขาเคยรู้จัก ทั้งการใช้ขวดแก้ว ไม้ตะพดที่พับเก็บได้ ซึ่งมันไม่น่าจะนำติดตัวไปในโลกวิญญาณได้เลย รูปแบบการพกสิ่งของแปลก ๆ ในโลกวิญญาณแบบนี้ ทำให้เขานึกถึงคนหนึ่งคน ที่เคยต่อสู้กันในโลกวิญญาณ จนทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาในโลกมนุษย์ ด้วยอาการบาดเจ็บอย่างหนัก


            แต่วิชาที่บุคคลนี้ใช้นั้นดูแตกต่างกัน เพราะคนที่เขาเคยต่อสู้มา เก่งกาจในวิชาจู่โจมจนยากจะคาดเดา และมิอาจป้องกันได้เลย ถือได้ว่าเป็นผู้มีวิชาจากสำนักไสยศาสตร์สายโจมตี ที่เจนจัดไม่ต่างจาก ระดับเจ้าอาคมมากเท่าไรนัก


            ซึ่งวิชาในการปราบนางพราย และหุ่นพยนต์ไอ้สองที่เขาเห็น น่าจะมาจากสำนักไสยศาสตร์สายป้องกันมากกว่า แต่เป็นสายป้องกันของสิบสองสำนักใหญ่แน่ ๆ ถึงสามารถใช้วิชาได้ช่ำชอง และพลิกแพลงดีขนาดนี้ เมื่อสรุปข้อมูลของบุคคลลึกลับนี้ได้ อาจารย์ของจอมขมังเวทย์ปองเดช ก็บอกเล่าข้อมูลสำคัญออกไป เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ลูกศิษย์ได้ระวังถึงบุคคลคนนี้ไว้ เพราะการต่อสู้กับจอมขมังเวทย์ส่วนใหญ่ มันไม่ได้จบเพียงทำร้ายร่างกายกันเป็นแน่

    คล้ายกับเรื่องผมนี่แหละนักสืบคุณไสย ที่คุณอ่าน