การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 39 พี่เป็นคนไม่เลวเลยนะ

    บทที่ 39 พี่เป็นคนไม่เลวเลยนะ

     

    ตลอดทั้งชีวิตของสวีเสวี่ยเจียว เธอยังไม่เคยโดนใครเหยียดหยามถึงขนาดนี้มาก่อน

     

    เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอ ผู้ชายคนหนึ่งถึงกับยอมสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าเกือบสองหมื่นล้าน เรื่องนี้บ่งบอกถึงอะไร?

     

    มันกำลังบ่งบอกว่าสำหรับเขาแล้วเธอคือผีร้าย!

     

    แบบนี้เป็นการหยามหน้ากันอย่างหนักจนไม่อาจให้อภัยได้!

     

    สวีเสวี่ยเจียวโกรธจนน้ำตาไหลออกมา

     

    เมื่อเธอแสดงความไม่พอใจ หลายคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็รีบเข้าไปหาหญิงสาว

     

    คนของสวีเสวี่ยเจียวถามด้วยความเป็นห่วง “ประธานสวีเป็นอะไรไปคะ? ทำไม... ถึงร้องไห้ล่ะคะ?”

     

    ลู่เฉิงเหวินตอบ “ได้เงินไปหมื่นกว่าล้าน คงจะตื่นเต้นจนช็อกน่ะสิ”

     

    หญิงสาวพูด “พวกคุณออกไปก่อน”

     

    “อ้อ... ค่ะ พวกเรารอท่านอยู่ตรงนู้นนะคะ ถ้ามีอะไรก็เรียกพวกเราได้...”

     

    “ออกไป!” สวีเสวี่ยเจียวแผดเสียงตะโกน

     

    บรรดาเลขารีบเดินออกไป

     

    สวีเสวี่ยเจียวมองลู่เฉิงเหวิน “ฉันทำให้พี่รู้สึกรำคาญมากนักรึไง?”

     

    “ฮะ?” เขาไม่เข้าใจเธอเลยสักนิด

     

    ‘เธอบ้าไปแล้วรึไง!? เป็นบ้าไปแล้วใช่ไหมฮะ!?’

     

    ‘เธอได้หุ้นจากฉันไปหมื่นกว่าล้านเชียวนะ! เอาเงินไปเที่ยวเล่นให้สบายใจเถอะ!’

     

    ‘ถ้าเธอยกหุ้นของเธอให้ฉัน จะให้ฉันคุกเข่ากราบก็ยังได้! แต่นี่ฉันยกหุ้นให้เธอ ทำไมเธอ... ถึงยังโมโหอีก?’

     

    ‘ไม่รู้สึกว่าตัวเองโมโหในเรื่อง… ที่ไม่เข้าท่าบ้างเลยรึไง?’

     

    “ฉัน... ฉันไม่เข้าใจ” ลู่เฉิงเหวินพูด “นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เธอต้องการหรอกเหรอ?”

     

    สวีเสวี่ยเจียวหยิบสัญญาขึ้นมาฉีกเป็นชิ้น ๆ

     

    คราวนี้ถึงตาลู่เฉิงเหวินตะลึงบ้าง

     

    “น้องเสวี่ยเจียว...”

     

    “ลู่เฉิงเหวิน ฉันไม่ใช่พี่นะ! เงินทุกหยวนที่ฉันได้มาล้วนถูกต้องตามคุณธรรมและความสุจริต ฉันไม่เคยใช้ชีวิตของผู้ป่วยบีบบังคับให้คนอื่นจ่ายด้วยเงินแพงๆ พี่เก็บกรรมสิทธิ์หุ้นพวกนี้ไว้กับตัวเถอะ!”

     

    “เอ่อ…” ชายหนุ่มยังคงไม่เข้าใจ “เธอ ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

     

    “ฉันมันน่าเบื่อและน่ารำคาญมากเลยใช่ไหม!?”

     

    “ไม่นะ” ลู่เฉิงเหวินสะกิดแก้มตัวเอง “...น่ารักดีออก”

     

    “แล้วทำไมพี่ถึงอยากให้ฉันไปให้พ้น ๆ หน้าฮะ!?”

     

    ‘ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ?’

     

    ทันใดนั้นลู่เฉิงเหวินก็รู้สึกผิดขึ้นมา

     

    “ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ก็แค่... เหอะๆ ...เธอเกลียดขี้หน้าฉันไม่ใช่รึไง? ถ้าฉันไปให้พ้น ๆ หน้า เธอน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ?”

     

    สวีเสวี่ยเจียวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง “ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันอยากจะทำความรู้จักกับพี่ให้มากขึ้น”

     

    เธอเช็ดคราบน้ำตา ใบหน้าของหญิงสาวยิ้มแย้มสดชื่นในชั่วพริบตาราวกับนักมายากล

     

    “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะอยู่กับพี่ทุกวัน ยิ่งพี่รำคาญฉันเท่าไหร่ ฉันก็จะยิ่งเสนอหน้าไปให้พี่เห็น ฉันจะทำให้พี่หัวปั่นไปเลย!”

     

    เรื่องอื่นลู่เฉิงเหวินไม่กลัว ทว่าจะกลัวก็แต่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว

     

    เขามองนางเอกคนนี้ด้วยท่าทีหวาดกลัว

     

    “เพราะอะไรกันฮะ!?”

     

    ลู่เฉิงเหวิน “ไร้เหตุผลสิ้นดีเลย! พวกเธอเป็นอะไรกันไปหมด!? เหลิ่งชิงชิวก็เป็นแบบนี้ ตอนนี้เธอเองก็เป็นแบบนี้ไปด้วยอีกคน มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เธอไม่ชอบฉัน เห็นว่าฉันเป็นแค่สุนัขคอยตามกระดิกหาง ตั้งแต่เด็กเธอเห็นว่าฉันไม่ใช่คนดี หลายปีมานี้ไม่เคยแม้กระทั่งทักทาย สองวันมานี้พวกเธอเป็นอะไรไป? อยู่กันแบบสันติไม่ได้รึไง?”

     

    “พี่จะหมั้นกับเหลิ่งชิงชิวไหม?”

     

    “หมั้นอะไรล่ะ!” ลู่เฉิงเหวินบันดาลโทสะ “ฉันยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน ๆ!”

     

    สวีเสวี่ยเจียวมองอีกฝ่าย “งั้นดีเลย ฉันหมั้นกับพี่เอง”

     

    เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ กาแฟที่เพิ่งเข้าปากลู่เฉิงเหวินก็พ่นออกมา

     

    เขาสำลักอยู่นาน ตอนนี้พูดอะไรไม่ออกทั้งนั้น

     

    สวีเสวี่ยเจียวขมวดคิ้วมองเขา

     

    ลู่เฉิงเหวินลนลาน ทั้งลูบอก ทั้งเช็ดเสื้อ “นี่เธอ ...อย่าทำให้ฉันตกใจสิ ฉันไม่มีวาสนาขนาดนั้นหรอก เรื่องแบบนี้จะเอามาล้อเล่นไม่ได้!”

     

    หญิงสาวเท้าแขนลงบนโต๊ะ มือหนึ่งเท้าคาง และยิ้มพลางมองลู่เฉิงเหวิน

     

    “พี่เฉิงเหวิน ฉันคิดว่า ...หลายปีมานี้พี่เปลี่ยนไปมาก”

     

    “ฮะ? มากเหรอ?”

     

    “ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าระยะนี้พี่ไปกินอะไรแปลก ๆ มา แต่ฉันรู้สึกว่า ...พี่เป็นคนไม่เลวเลยนะ”

     

    ลู่เฉิงเหวินถอนใจ “ฉันยังมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”

     

    ...

     

    เมื่อนั่งอยู่บนรถด้านหลังคนขับ ลู่เฉิงเหวินก็มองออกไปนอกหน้าต่างเงียบ ๆ

     

    ความเป็นไปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกจะประหลาดไปสักหน่อย!

     

    ต่อไปจะขังหลงอ้าวเทียนไม่ได้อีกแล้ว ...หรือไม่งั้นก็ต้องกักขังไปตลอดชีวิต แต่ถ้าขังเขาไปทีละวันแบบนี้ ฉันคงเป็นบ้าไปซะก่อน!

     

    ตอนนี้ต้องรีบปล่อยตัวเขาออกมา แล้วให้เขาจัดการกับผู้หญิงในฮาเร็มพวกนั้น

     

    ไม่งั้นถ้าผู้หญิงพวกนั้นมารุมล้อมฉันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

     

    ผู้หญิงคนแรกที่มีท่าทีเปลี่ยนไปคือเหลิ่งชิงชิว เมื่อวานจู่ ๆ เธอก็มาบอกว่าจะหมั้น วันนี้ยังเป็นฝ่ายเข้ามาจูบ

     

     ตอนนี้ก็ยังมีสวีเสวี่ยเจียวอีกคน สายตาที่มองฉันดูเหมือนจะเปลี่ยนไป แถมยังบอกว่าอยากจะหมั้นอีก

     

    ถึงแม้จะเป็นคำพูดหยอกล้อ แต่หยอกล้อแบบนี้ก็ไม่ไหว

     

    ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ...สักวันชีวิตของฉันต้องเกิดเรื่องแน่!

     

    ไม่ได้! ฉันต้อง...ทำให้พวกเธอเกลียด เหม็นขี้หน้า จนสุดท้ายอยากจะหนีไปให้ไกล ๆ

     

    วันนี้เจอนางเอกไปหลายคน ฉันคงต้องขอสงบสติอารมณ์สักหน่อย

     

    ทันใดนั้น เฉินม่อฉวินก็โทรมาบอกว่าปู่ของเขาต้องการพบลู่เฉิงเหวิน

     

    เดิมทีลู่เฉิงเหวินไม่อยากจะไปนัก แต่พอมาคิดดูอีกที ตอนนี้ยังห่างจากเวลาเที่ยงตรงของวันพรุ่งนี้อีกมาก ถ้าออกไปเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกอาจจะเจอนางเอกได้ง่าย ๆ

     

    ตกลง! ฉันไปบ้านตระกูลเฉิน ไปดื่มกับเฉินม่อฉวินจนฟ้าสาง จากนั้นก็หลับจนถึงเที่ยง แบบนี้คงจะปลอดภัยแล้วละ!

     

    พี่อ้าวเทียนครับ พี่ต้องเพิ่มศักยภาพของตัวเองให้สูงขึ้นกว่าเดิมสักหน่อยแล้วนะครับ รีบเก็บแม่ผู้หญิงเหล่านั้นเร็ว ๆ เข้า ตอนนี้ผมต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างกับหัวขโมยแล้วนะครับ

     

    เมื่อไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเฉินและพูดทักทายเฉินชิวโซวอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็พากันไปที่ห้องของเฉินม่อฉวิน

     

    สองคนพี่น้องนั่งดูตะวันตกดินที่ริมระเบียง พลางจิบไวน์แดงและสูบซิการ์

     

    เฉินม่อฉวิน “เหลิ่งชิงชิวตอนนี้เป็นไงบ้าง? ได้ตัวมาแล้วรึยัง?”

     

    ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ “ได้ตัวอะไรกันเล่า พอเธอตื่นฉันก็ไล่กลับไปแล้ว”

     

    เฉินม่อฉวินประหลาดใจมาก จากนั้นก็ชูนิ้วให้ “เยี่ยม! หนักแน่นมาก! ชั่วชีวิตนี้ของฉัน เฉินม่อฉวิน นับถือแต่นายแค่คนเดียว”

     

    “อายุน้อยก็ไม่น้อยแล้ว หางานให้เป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว เอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ มันไม่ดีหรอก”

     

    “ฉันได้ยินมาว่านายเจอพี่สาวฉันแล้ว?”

     

    “อือ ...ใช่”

     

    ขณะนี้เอง เฉินเมิ่งอวิ๋นก็เดินเข้ามาในห้องโถงพอดี

     

    เธอตั้งใจจะมาเอาเรื่องเฉินม่อฉวินเกี่ยวกับเงินค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่ง ปรากฏว่าเมื่อเดินเข้ามาในห้องโถง นอกจากน้องชายของตนแล้ว เธอเห็นว่าลู่เฉิงเหวินก็อยู่ด้วย ทั้งสองกำลังนั่งสูบซิการ์อยู่ที่ระเบียง

     

    เฉินม่อฉวิน “ฉันแนะนำเลยนะ นายรีบตัดขาดจากเหลิ่งชิงชิวซะ แล้วกลับมาง้อพี่สาวฉัน หลังจากที่พวกนายเลิกกัน พี่สาวฉันไม่เคยคบผู้ชายคนไหนอีกเลย ถ้าก่อนนี้นายไม่ได้มีอะไรกับพี่สาว ตอนนี้เธอก็ยังคงบริสุทธิ์อยู่”

     

    “มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? ก้นเธอใหญ่ซะขนาดนั้น ไปทำมารึเปล่า?”

     

    เฉินเมิ่งอวิ๋นรู้สึกโกรธขึ้นมา

     

    ผู้ชายสองคนนี้แย่พอ ๆ กันเลย!

     

    พอได้มาอยู่ด้วยกันแล้วไม่เคยมีเรื่องดี ๆ!

     

    อีกทั้งยังกล้าดีถึงขั้นพูดนินทาเธอลับหลัง คนหนึ่งเป็นรักแรก ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นน้องชาย จริง ๆ แล้วพวกเขาควรจะเป็นคนที่เธอสนิทที่สุด ใกล้ชิดที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาพูดถึงตนเองโดยไม่มีความเคารพกันเลยสักนิด และคำพูดที่พูดออกมา... หยาบคายมาก!



    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน