บทที่ 12 การเปลี่ยนแปลงของหนวนหน่วน
“กัดจริงเรอะ! เมื่อกี้กู้ิหลี่ก็ให้เธอกัดทำไมเธอไม่ทำ?”
กู้อันจ้องมองไปที่หนวนหน่วน ถึงแม้ว่าแรงกัดจะไม่มากพอที่จะให้รู้สึกเจ็บ แต่เขาก็เสียใจอยู่ไม่น้อย นี่เขาเป็พี่ชายแท้ ๆ นะ!
หนวนหน่วนหยุดงับแขนพี่ชาย ใช้ขาสั้น ๆ หนีไปซ่อนอยู่ข้างหลังกู้ิหลี่ก่อนจะเอี้ยวหน้าออกมา
“ก็พี่… ให้หนวนหน่วนกัดเอง”
พูดอยู่นั่นว่าหนวนหน่วนขี้เหร่ เกินไปแล้วนะ!
“กู้ิหลี่สั่งให้เธอกัดฉันเหรอ!”
กู้อันยืนเท้าเอวอย่างไม่ยอมกัน
นิ้วเรียวยาวของกู้ิหลี่จิ้มลงบนหน้าผากของคนขี้โวยวาย “พูดอะไรของนาย พูดว่าพี่ไม่เป็เหรอ สมควรแล้วที่โดนกัด แล้วใครใช้ให้ปากหมา มาว่าน้องขี้เหร่ได้ยังไง มีแต่แกนั่นแหละที่น่าเกลียดเกินทน”
กู้อัน “ทำไมจะว่าไม่ได้ ก็เธอเป็น้องสาวของฉัน!”
กู้ิหลี่เย้ยหยันอย่างมีเลศนัย “เหมือนจะมีใครบอกไว้ว่าจะไม่นับญาติกับหนวนหน่วนตอนอยู่ข้างนอกนะ จำที่ตัวเองพูดไม่ได้เหรอ ต้องเตือนความจำหน่อยไหม”
กู้อันชะงัก “ฉัน… ฉันแค่บอกว่าอย่าพูดต่อหน้า!”
ทั้งสองเดินไปเถียงไป ส่วนหนวนหน่วนเดินตามหลังกู้ิหลี่ มือเล็ก ๆ ของเธอจับอยู่ตรงปลายเสื้อของเขา เดินตามไปทีละก้าวเหมือนหางตามติด
กู้ิหลี่ขายาวมาก เขาเคยเดินอย่างองอาจในทุกย่างก้าว แต่ในตอนนี้กลับเดินช้าลงเล็กน้อย และพยายามก้าวให้สั้นลงเพื่อให้หนวนหน่วนที่จับปลายเสื้อของตนเดินตามได้ทัน ใบหน้าของเขาดูเป็ธรรมชาติ ราวกับว่าเขาไม่ได้ฝืนการกระทำนี้แม้แต่น้อย
คุณหญิงกู้รวมถึงอาอี๋ที่เดินตามมาได้แต่แย้มยิ้ม ทั้งสองไม่ได้เข้าไปขัดการทะเลาะกันของพวกเด็กผู้ชาย หวังอยู่ในใจว่าหนวนหน่วนจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปช่วย
คุณหญิงกู้ “ฉันจับตามองิหลี่ตลอด ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะแอบทำอะไรแบบนี้เป็ด้วย”
เห็นความปากไม่ตรงกับใจของกู้ิหลี่แบบนี้แล้วก็โล่งใจอยู่บ้าง
“เ้าลูกชายคนเล็กในบ้านนี่แหละปัญหา อยากรู้ว่าถ้าหนวนหน่วนเมินเฉยใส่เขาขึ้นมาจะเป็ยังไง”
อาอี๋กู้ยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า “กู้อันเป็เด็กเปิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่สนใจมากับเรา แต่เขาก็อดทนนั่งรอในร้านเสริมสวยได้เป็ชั่วโมง เธอคิดว่าถ้าเขาไม่สนใจจริง ๆ จะนั่งรอแบบนี้ไหมล่ะ?”
ทั้งสองหัวเราะ จากนั้นก็พูดคุยกันต่อ เห็นหนวนหน่วนเข้ากับพี่ชายทั้งสองได้ดี แบบนี้ก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ไปเถอะ เดี๋ยวจะพาไปตัดผม”
กู้ิหลี่อุ้มเด็กหญิงตัวเล็กที่เดินตามหลังเขาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินไปที่ร้านทำผมด้วยขายาว ๆ ของตน
หนวนหน่วนจู่ ๆ ตัวก็ลอยขึ้นไปในอากาศ สีหน้าดูงุนงงเล็กน้อย เธอไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดอีกจนกระทั่งได้นั่งลงบนเก้าอี้สำหรับเด็ก
“ตัดผมให้เธอหน่อยครับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็เอนหลังพิงบนเก้าอี้ ก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทางที่หยิ่งยโสโดยไม่รู้ตัว
แล้วกู้ิหลี่ก็ถูกแม่ของตนตบเข้าที่หลังศีรษะจนเรียกสติกลับมาได้ เขาถึงเห็นว่าตนนั่งท่าอวดดีขนาดไหน ลืมไปเสียสนิทว่าแม่ตามมาด้วย
กู้อันยืนขำชอบใจอยู่ข้าง ๆ พอเดินผ่านหน้ากู้ิหลี่เลยโดนเตะก้นดังผัวะ
คุณหญิงกู้กำลังพูดคุยกับครูโทนี่ถึงเื่ที่้าให้เขาช่วย “ช่วยดูแลผมลูกสาวฉันให้ดูดีกว่านี้หน่อยค่ะ แล้วก็ทำทรงผมน่ารัก ๆ ให้แกด้วย”
ครูโทนี่พยักหน้าเข้าใจ หลังจากบำรุงอยู่หลายครั้ง ผมที่ค่อนข้างแห้งเสียของหนวนหน่วนก็กลับมานุ่มฟู เขาตัดผมสั้นให้เหมาะกับรูปลักษณ์เด็กน้อย ดูรวม ๆ แล้วน่ารักขึ้นเป็เท่าตัว
หลังจากตัดผมเสร็จ รูปลักษณ์ของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปมาก จนกู้อันต้องขยี้ตาด้วยความประหลาดใจ เขาเดินไปสำรวจรอบตัวหนวนหน่วน ราวกับสงสัยว่าเธอถูกสลับตัวมาหรือเปล่า
“เธอใช่น้องสาวที่ขี้เหร่คนนั้นจริงเหรอ?”
เขาเอามือแตะหน้าหนวนหน่วน ถึงแม้ว่าจะยังผอมแห้ง แต่ผิวที่นุ่มละมุน ผมที่ยาวสลวยทำให้รู้สึกว่าตอนนี้เธอเป็เหมือนสัตว์น้อยน่ารักตัวหนึ่ง
มือของเขาแตะไปแตะมาพลางครุ่นคิด
อันที่จริง... เขาจะให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็น้องสาวของเขาไม่ได้อยู่แล้ว
กู้อันแอบคิดในใจว่าหากเธออยากจะพูดอะไรบางอย่างด้วย เขาจะทำเป็หลบตาและไม่สนใจ
ส่วนกู้ิหลี่ไม่รอช้า เขาบรรจงลูบผมที่นุ่มฟูของหนวนหน่วน จนผมที่เพิ่งทำเสร็จเริ่มเหมือนแป้งทอดขึ้นทุกที
เธอยกมือขึ้นบดบังศีรษะของตัวเอง “พี่สี่ ใจเย็นค่ะ ผมของหนวนหน่วนยุ่งหมดแล้วนะ”
เด็กน้อยร้องทักท้วงขึ้น แม้ว่าการโดนลูบหัวจะไม่ใช่เื่ที่ร้ายแรงก็ตาม
เมื่อเห็นหนวนหน่วนลุกลี้ลุกลน แทบจะหดคอหนี กู้ิหลี่ที่เมื่อสักครู่อารมณ์ไม่ดีก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็ถูกตีเข้าอย่างแรงจนอารมณ์กลับมาเสียยิ่งกว่าเดิม
“เ้าเด็กนี่ มือของแกสกปรกนะ! หนวนหน่วนเพิ่งทำผมเสร็จมาใหม่ ๆ!”
เขาลุกหนีไป ท่าทางเหมือนหนูที่ถูกไล่ตีไม่มีผิด
กู้อันดึงสีหน้านิ่งบึ้งตึง ก่อนจะจ้องมองที่กู้ิหลี่ด้วยความโกรธเคือง ภายในใจเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เพราะเขายังไม่ได้ลูบผมน้องสาวเลย!
หนวนหน่วนที่กำลังจะเดินออกจากร้านทำผมกับคุณหญิงกู้สังเกตเห็นว่าพี่ชายของตนยืนทำหน้าบูดบึ้ง เธอเอียงคอด้วยความงุนงงก่อนจะครุ่นคิด ไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไร ถึงอย่างนั้นขาสั้น ๆ ของเธอจะต้องก้าวเดินตามผู้เป็แม่ไป เธอไม่ลืมที่จะหันมาจับมือของกู้อันอย่างเขิน ๆ ก่อนจะใช้ดวงตากระจ่างช้อนมองอย่างประหม่า
“พี่ชาย ไปกันเถอะ”
เสียงอันนุ่มนวลของหนวนหน่วนดับไฟร้อนในใจของกู้อันไปได้ชั่วขณะ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ััมือของหนวนหน่วน พอได้จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่ส่องสกาวนั่น เขาก็เคอะเขินเล็กน้อย แต่ก็ไม่วายเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ
“เห็นว่าเธออยากจับมือฉันมากหรอกนะถึงให้จับแบบนี้ ไปกันเถอะ”
เขากระชับฝ่ามือแน่นขึ้นและมองไปที่กู้ิหลี่ด้วยสายตาภาคภูมิใจ
‘เห็นไหม ๆ คนที่น้องชอบที่สุดยังไงก็เป็ฉัน’
เขารู้สึกราวกับมีความสุขขึ้นมาในที่สุด
กู้ิหลี่มองกู้อันด้วยสายตาเหยียดหยามในความโง่เง่า การที่หนวนหน่วนยอมจับมือใช่ว่าเธอจะยกให้เป็คนโปรดซะเมื่อไหร่ เทียบกับตอนหนวนหน่วนดึงชายเสื้อเขาและเดินตามติดแล้ว การกระทำเพียงเท่านี้ถือว่ายังน้อยนิด
จัดการรูปลักษณ์ภายนอกของหนวนหน่วนเรียบร้อย เหลือเพียงรอให้น้ำหนักของเธอขึ้นมากกว่าเดิมอีกสักหน่อย เพียงเท่านี้ภาพลักษณ์ของสาวน้อยน่าสงสารที่มาจากชนบทก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว
ณ สำนักงานใหญ่บริษัทตระกูลกู้ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม กู้หลินโม่ก็ชำเลืองมองดูเวลา แล้วก็พบว่ายังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงกว่าตนจะได้เลิกงาน!
ไม่เคยรู้สึกว่าเวลาเดินช้าขนาดนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้ว เม้มปาก บรรยากาศรอบข้างดูอึมครึมขึ้นมาทันตา
เลขาที่ยืนอยู่ข้างกายแอบชำเลืองมองราวกับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเ้านายของตน
วันนี้ประธานกู้ทำตัวแปลกมาก!
ั้แ่ต้นจนจบการประชุมทั้งหมด เขาเห็นท่านประธานชำเลืองมองนาฬิกาอยู่ประมาณหกครั้งได้ ราวกับว่าเขารู้สึกกระสับกระส่ายจนแทบรอไม่ไหวที่จะเลิกงาน
ช่างเป็ผู้ชายที่รักครอบครัวจริง ๆ เขาจำได้ว่าเื่แบบนี้เคยเกิดขึ้นตอนท่านประธานเพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ งั้นสิ่งใดกันที่ทำให้เ้านายของเขากลับมาเป็แบบนี้อีกครั้ง
ไม่นานโทรศัพท์ของกู้หลินโม่ก็ดังขึ้น
เขาอดใจรอที่จะรับสายนี้แทบไม่ไหว “ฮัลโหล?”
[คุณพ่อ~]
เสียงของหนวนหน่วนทำให้สีหน้าของกู้หลินโม่อ่อนโยนลงทันที
เลขาชักจะสงสัย
หรือคุณหญิงกู้จะโทรมา?!