ความมืดมิดในคฤหาสน์ของอัครินทร์ยามวิกาลคล้ายจะหนาทึบขึ้นเมื่อความเงียบสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็ความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ออก
วิญญูก้าวเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของอัครินทร์ที่ชั้นล่างโดยไม่ยอมเสียเวลาพักผ่อน ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป เขาพบพี่ชายนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สีมะฮอกกานีตัวใหญ่ อัครินทร์ดูอิดโรยและเคร่งเครียดอย่างหนัก แววตายุ่งเหยิงจนดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่อเห็นน้องชายก้าวเข้ามา เขาก็ยังพยายามเหยียดตัวตรงเพื่อรักษามาดอำนาจของตนไว้
"สืบพบอะไรบ้างวิญญู" อัครินทร์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบขรึมตึง
วิญญูไม่ตอบคำถามทันควัน เขาปิดประตูล็อกลงกลอนดังแกร๊กช้าๆ ก่อนจะเดินก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อดีตตำรวจนักสืบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชายด้วยแววตาจ้องจับผิดชนิดไม่ยอมกระพริบตา จากนั้นเขาก็ดึงแผ่นกระดาษประวัติบันทึกการใช้สายโทรศัพท์ของเมทินีโยนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปึก
"แกทำอะไรวิญญู? ฉันจ้างแกไปสืบคดีที่หัวหิน ไม่ใช่มาทำมารยาททรามใส่ฉันในห้องนี้" อัครินทร์ตะคอกเสียงต่ำด้วยความฉุนเฉียว
"เปิดตาดูเอกสารบนโต๊ะนั่นก่อนสิครับท่านผู้พิพากษาอัครินทร์ผู้ทรงเกียรติ" วิญญูเค้นเสียงประชดประชัน "แล้วช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่า... ทำไมในคืนวันเกิดเหตุ เมทินีถึงต้องโทรหาพี่และคุยสายกันนานถึง 22 นาทีเต็มๆ ก่อนที่เธอจะกลายเป็ศพในอ่างอาบน้ำเวลาต่อมา!"
อัครินทร์เบิกตาโพลง ใบหน้าซีดเผือดไปชั่วขณะหนึ่ง ร่างสูงขยับกายอย่างกระสับกระส่ายก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมปนรำคาญ "มันไม่แปลกตรงไหนนี่วิญญู เมทินีเป็เพื่อนสนิทของรดา และเราก็ช่วยกันเช่าวิลล่าหลังนั้นในนามของเรา เธออาจจะโทรมาปรึกษาเื่ห้องพักหรือเื่งานเลี้ยงกับผม..."
"22 นาทีงั้นเหรอครับพี่ชาย?" วิญญูหัวเราะหยัน ขยับก้าวเข้าไปทุบโต๊ะทำงานดังปัง "หยุดตอแหลได้แล้วอัครินทร์! ผมเช็กบันทึกการโทรย้อนหลังและข้อมูลพิกัดจีพีเอสสัญญาณมือถือของพี่เรียบร้อยแล้ว ในคืนเกิดเหตุสัญญาณมือถือของพี่ไปจับอยู่ใกล้วิลล่าที่หัวหินเวลาสี่ทุ่ม... พี่แอบมีชู้กับเมทินีใช่ไหม! และในคืนเกิดเหตุ พี่ลงไปพบเธอที่นั่น!"
"แก! ไอ้ตำรวจตกอับ!" อัครินทร์ผุดลุกขึ้นชี้หน้าน้องชายด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่นเทา ทว่าแววตาสั่นระริกบ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
"ผมถามว่าจริงไหม!" วิญญูคาดคั้นเสียงดังกร้าว
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ อัครินทร์ยืนหอบหายใจรุนแรง แผงอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดความกุมอำนาจและศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ก็พังทลายลง ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนานุ่มอย่างหมดแรง ยกสองมือขึ้นกุมขมับเช็ดหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม
"ใช่..." อัครินทร์ยอมสารภาพเสียงแ่เบาราวกับคนพ่ายแพ้ "ฉันแอบมีสัมพันธ์ชู้สาวลับหลังรดากับเมทินีมาเกือบสองปีแล้ว... แต่ฉันไม่ได้ฆ่าเธอนะวิญญู! ฉันสาบานได้!"
"แล้วทำไมพี่ต้องลงไปพบเธอในคืนนั้น และพยายามใช้อำนาจปิดข่าวคดีฆ่าตัวตายของเธอ!" วิญญูเค้นถามเสียงเครียด
"เพราะยัยเมทินีเสียสติไปแล้วและกำลังจะลากฉันลงนรกไปด้วย!" อัครินทร์ตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านอย่างควบคุมอารมณ์กึ่งคลั่งไม่ได้ "ในคืนวันนั้น... ยัยนั่นโทรมาหาฉันด้วยท่าทางคุ้มคลั่ง เธอขู่เสียงแข็งว่าจะเอาภาพถ่ายลับและข้อความแชตชู้สาวทั้งหมดของเราไปยื่นฟ้องร้องต่อคณะตุลาการเพื่อทำลายอนาคตหน้าที่การงานผู้พิพากษาของฉัน และจะเอาไปแฉให้รดารับรู้เื่ราวทั้งหมด หากฉันไม่ยอมตกลงจดทะเบียนหย่าขาดกับรดาภายในสิ้นเดือนนี้เพื่อมาแต่งงานเปิดตัวกับเธออย่างออกหน้าออกตา! ฉันทั้งโกรธ ทั้งกลัว และร้อนใจจนทนนั่งเฉยไม่ได้ จึงจำต้องรีบบึ่งรถลงไปพบเธอที่วิลล่าหัวหินกลางดึกเพื่อเจรจาประนีประนอม... เราสองคนปะทะคารมโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในห้องนั่งเล่นริมสระน้ำ ยัยนั่นทุบตีและขว้างข้าวของใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง แต่ฉันสาบานด้วยเกียรติของฉันเลยว่า หลังจากที่เจรจาไม่เป็ผล ฉันก็โมโหมากขี่รถกลับกรุงเทพฯ ทันที... ตอนที่ฉันก้าวเท้าเดินออกจากวิลล่าหลังนั้น เมทินียังคงยืนกรีดร้องด่าทอฉันอยู่เลย! เธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆ วิญญู! ฉันไม่ได้เป็คนลงมือกรีดข้อมือเธอแล้วโยนลงอ่างน้ำบ้าๆ นั่น!"
คำสารภาพอันน่ารังเกียจของอัครินทร์ทำให้วิญญูมองพี่ชายร่วมสายเืด้วยแววตาสมเพชและผิดหวังลึกซึ้ง
---
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายนอกประตูไม้มะฮอกกานีบานหนาของห้องทำงาน
รดายืนนิ่งงันราวกับรูปปั้นสลักหินที่ไร้ชีวิตชีวา มือเรียวบางที่ชุ่มเหงื่อเย็นๆ สั่นระริกจนแก้วน้ำชาเก๊กฮวยร้อนๆ ในถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวที่เธออุตส่าห์บรรจงต้มและตั้งใจยกมาประเคนให้สามีสั่นไหวโงนเงนส่งเสียงกริ๊กๆ สะท้อนก้องในความเงียบสงัดของโถงทางเดินอันสลัว รดาแอบก้าวเดินลงมาโดยหวังลึกๆ ในใจว่าจะยอมลดทิฐิลงและเปิดอกพูดคุยกับอัครินทร์เพื่อประคับประคองความสัมพันธ์อันแตกร้าว แต่เท้าบางกลับต้องหยุดกึกอยู่หน้าประตูไม้เมื่อเสียงทุ่มเถียงอันดุเดือดลอยละลิ่วเล็ดลอดผ่านช่องใต้ประตูออกมาอย่างคมชัด
ถ้อยคำสารภาพผิดจากปากของสามีผู้ที่เธอรักและเทิดทูนเหนือใคร... *“ฉันแอบมีสัมพันธ์ชู้สาวลับหลังรดากับเมทินีมาเกือบสองปีแล้ว... ยัยนั่นโทรมาหาฉันด้วยท่าทางคุ้มคลั่ง เธอขู่จะเอาข้อความแชตชู้สาวไปแฉให้รดารับรู้...”*
เสียงนั้นเปรียบเสมือนอสุนีบาตผ่าเปรี้ยงลงมากลางสมองของรดาจนขาวโพลน ร่างกายชาวาบไปทุกสัดส่วนลามไปจนถึงปลายนิ้ว ทุกคำพูดที่หลุดลอดออกมาไม่ต่างอะไรจากใบมีดโกนคมกริบอาบยาพิษที่กรีดเฉือนหัวใจของเธอจนยับเยินป่นปี้ไม่มีชิ้นดี โลกทั้งใบที่เธอเพียรพยายามสร้างและรักษามันไว้ด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มพลันพังครืนลงมาเป็เถ้าถ่านในวินาทีเดียว เมทินี... เพื่อนรักสนิทที่สุดั้แ่จำความได้ และอัครินทร์... สามีมาดขรึมผู้รักษากฎหมายและความยุติธรรม... คนสองคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุดในชีวิต กลับร่วมมือกันสวมเขาและทรยศหักหลังลักลอบสมสู่อย่างไร้ยางอายมานานถึงสองปีเต็มๆ!
ความเ็ปที่แสนสาหัสเกินกว่าร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหวแล่นริ้วจู่โจมจนแขนขาไร้เรี่ยวแรง ถาดชากระเบื้องเคลือบในมือเรียวร่วงหล่นกระแทกพื้นหินอ่อนดังเพล้งสนั่นหวั่นไหว! เศษกระเบื้องสีขาวแตกร้าวละเอียดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับน้ำร้อนสีเหลืองทองที่สาดกระเซ็นเปียกชุ่มเท้าเปลือยเปล่าของรดาจนแสบร้อน ทว่าความแสบภายนอกนั้น เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อยกับแผลเน่าเฟะที่กำลังฉีกขาดอยู่ภายในใจของเธอ
*เพล้ง!*
เสียงแก้วแตกทำลายความเงียบงันในห้องทำงานทันที วิญญูรีบดึงประตูเปิดออกอย่างรวดเร็วจนพบกับรดาที่ยืนช็อกแน่นิ่ง น้ำตาเอ่อล้นบ่าอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าหวานแห้งผากไร้สีเืราวกับคนตาย อัครินทร์ก้าวตามหลังวิญญูออกมา ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีจนกลายเป็ขาวซีดเมื่อเห็นภรรยายืนจ้องมองตนด้วยแววตาแตกสลายปนเกลียดชังสุดขีด
"รดา..." อัครินทร์พึมพำเสียงสั่นสะท้านพยายามก้าวเข้ามาจับไหล่เธอ "ฟังผมอธิบายก่อน..."
"กรี๊ดดดด! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รดากรีดร้องออกมาลั่นคฤหาสน์ด้วยความขยะแขยงระบายความเจ็บแค้นทั้งหมดออกมาผ่านเสียงร้องไห้โฮ เธอสะบัดตัวหลุดหลีกจากมืออัครินทร์ราวกับแตะต้องยาพิษ "พวกแกมันสารเลว! หน้าไหว้หลังหลอก! เมทินีกับคุณ... พวกคุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!"
รดาไม่รอฟังคำพูดใดๆ อีก หญิงสาวหันหลังกลับวิ่งหนีออกไปทางประตูหน้าบ้านท่ามกลางเงามืดและพายุลมพัดกระโชกแรงด้านนอก เสียงประตูใหญ่ปิดดังปังสะท้อนความเคียดแค้น
"รดา! รดา!" อัครินทร์พยายามจะวิ่งตามออกไป แต่วิญญูเอื้อมมือมากระชากคอเสื้อเชิ้ตของพี่ชายไว้แน่น ดึงตัวเขากลับมาด้วยแรงมหาศาล
"ปล่อยรดาไปซะอัครินทร์!" วิญญูตะคอกเสียงต่ำ "พี่ทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ตอนนี้พี่ควรห่วงคอตัวเองเถอะ เพราะถ้าความจริงเื่นี้หลุดไปถึงหูตำรวจ... คดีฆ่าตัวตายของชู้รักพี่จะแปรเปลี่ยนเป็คดีฆาตกรรมทันที!"
วิญญูสะบัดคอเสื้อพี่ชายทิ้งอย่างรุนแรงจนอัครินทร์เซถอยหลังไปชนโต๊ะทำงาน อดีตนายตำรวจก้าวเท้าออกจากบ้านทันทีเพื่อขับรถตามหารดาที่วิ่งเตลิดหนีไปในราตรีอันมืดมิด
---
ระหว่างขับรถไปตามถนนที่ชุ่มไปด้วยละอองฝน วิญญูต่อโทรศัพท์หาพรรคพวกในหน่วยไอทีเพื่อตรวจสอบข้อมูลเื้ัของกวินต่อทันที จิตใจสืบสวนอันเฉียบคมบอกเขาว่า กวินคือตัวแปรหลักที่มีความเชื่อมโยงกับปมฆาตกรรมครั้งนี้
"ฮัลโหล... ว่ายังไงสืบพบความเชื่อมโยงเพิ่มเติมของไอ้เด็กที่ชื่อกวินไหม" วิญญูถามเสียงเครียดกรอกใส่บูลทูธ
"ผู้กองครับ ผมเช็กประวัติของกวินอย่างละเอียดแล้วครับ" ปลายสายตอบกลับเสียงรัวเร็ว "ในประวัติการศึกษาของมหาวิทยาลัย กวินเคยเรียนวิชาอาชญาวิทยาและกฎหมายแพ่งในเซกชันที่อาจารย์เมทินีเป็ผู้สอน และยิ่งกว่านั้น เมทินีเคยยื่นหนังสือรับรองความประพฤติและสนับสนุนกวินในคดีเรียกร้องความเป็ธรรมคดีหนึ่งคดีความเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยครับ!"
"คดีอะไร?" วิญญูถาม หัวใจเต้นระทึก
"คดีของ 'บัญชา' พ่อแท้ๆ ของกวินครับ รายละเอียดเอกสารสืบพบว่าคดีนั้น อัครินทร์ พี่ชายของผู้กองเป็ผู้พิพากษาศาลตัดสินคดีครับ!"
วิญญูเหยียบคันเร่งรถยนต์จนสุด ความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผยทำให้อะดรีนาลีนในกายฉีดพล่าน กวินจงใจก้าวเข้ามาล่อลวงรดา และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมทินีเพื่อใช้พวกเธอเป็กุญแจในการเปิดประตูล้างแค้นผู้พิพากษาอัครินทร์... มันคือหมากเกมล้างแค้นอันเหี้ยมโหดและเป็ระบบระเบียบที่สุด!
"รดา... คุณต้องปลอดภัยนะ" วิญญูพึมพำกับตัวเองด้วยความวิตกอย่างยิ่งยวดขณะกวาดสายตามองหารอยรถของพี่สะใภ้ท่ามกลางละอองฝนและพายุมืดมิด