เซี่ยฮ่าวหยูยุ่งอยู่กับการเขียนพล็อตละครส่งให้ซูเม่ยจนไม่มีเวลาไปส่งอาหารเช้าหรือไปรับฉินซูอี้กลับบ้านหลังเลิกงาน ส่วนฉินซูอี้ที่ไม่ต้องคอยให้เซี่ยฮ่าวหยูมารับกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าตนเองจะไปเดินเล่นที่ไหนต่อ พอเลิกงานเธอก็ตรงกลับคอนโด และเธอก็เข้านอนั้แ่หัวค่ำ เพราะนอกจากเซี่ยฮ่าวหยูจะไม่มีเวลาให้เธอแล้ว เขายังไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะส่งข้อความมาหา
ฉินซูอี้เข้านอนั้แ่สี่ทุ่ม และคืนนี้เธอก็กลับมาฝัน ซึ่งเธอไม่ได้นอนฝันมานานแล้ว ในความฝันเธอเป็คนในยุคโบราณ โดยเซี่ยฮ่าวหยูคือคนรักของเธอ คืนไหนที่เธอฝันถึงความรักที่สดใสของเธอกับเซี่ยฮ่าวหยู ตื่นเช้ามาเธอก็จะอารมณ์ดีเป็พิเศษ
แต่ในคืนที่เธอฝันร้าย เธอมักจะฝันถึงฉากที่เธอถูกผู้ชายคนหนึ่งทรมานไม่ว่าจะให้อดข้าว นอนในห้องเก็บฟืน คุกเข่ากลางหิมะ หรือให้เธอไปแบกน้ำ คำพูดที่เขาพูดซ้ำๆ คือเธอนอกใจเขา แม้เธอจะอธิบายว่าผู้ชายที่เขาเห็นคือพี่ชายแท้ๆ ของเธอ แต่เขาก็ไม่เคยรับฟัง ทั้งยังทรมานเธอต่อไป ซึ่งเธอก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นสักครั้ง แต่คืนนี้เธอฝันเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน
ผู้ชายใจร้ายคนนั้นคือเซี่ยฮ่าวหยู สายตาที่เขามองมาที่เธอมีแต่ความโกรธและความรังเกียจ แม้เขาจะร้ายกับเธอแต่เธอก็ยังรักเขา เธอพยายามทำทุกวิธีเพื่อให้เขาเข้าใจและหวังว่าเขาจะกลับมารักเธอเหมือนเดิม แต่เธอกลับมารู้ถึงสถานะที่แท้จริงของเขาเสียก่อน
เซี่ยฮ่าวหยูในฝันเป็ถึงฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ แต่เธอกลับเป็เพียงหญิงชาวบ้านที่ฐานะไม่คู่ควร เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองและเพื่อที่จะตัดใจจากเขา เธอเลือกจบชีวิตตัวเองจากเขาไป
ฉินซูอี้สะดุ้งตื่นโดยมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า “หรือว่าภาพฝันคือภาพในอดีตที่ฉันกับฮ่าวหยูเคยเป็คนรักกันมาก่อน และสาเหตุที่ฉันยังรักและเชื่อใจเขาไม่เต็มร้อยก็เพราะเขาเคยทำร้ายฉัน”
เจียลี่ลี่ที่ได้ยินเสียงร้องก็เปิดประตูห้องนอนเข้ามาอย่างใ “อี้อี้ เธอเป็อะไรหรือเปล่า ฉันได้ยินเสียงเธอร้อง หรือว่าเธอฝันร้ายอีกแล้ว”
“พี่ลี่ ฉันฝันร้ายอีกแล้วค่ะ” ฉินซูอี้บอก
“ฝันว่าถูกทรมานอีกแล้วเหรอ” เจียลี่ลี่เดินเข้าไปกอดฉินซูอี้ “มันเป็แค่ความฝันนะ เธออย่าคิดมาก”
“ฉันฝันเห็นหน้าผู้ชายที่ทำร้ายฉันแล้วค่ะ”
“เธอฝันเห็นผู้ชายคนนั้นแล้ว? แล้วในฝันรู้สาเหตุไหมว่าทำไมเขาต้องทำร้ายเธอ” เจียลี่ลี่รีบถาม คำถามนี้เธอเคยได้ยินจิตแพทย์ถามกับฉินซูอี้อยู่เหมือนกัน โดยส่วนตัวเธอเชื่อเื่การกลับชาติมาเกิด แต่จิตแพทย์กลับบอกว่าบางทีฉินซูอี้อาจจะอินกับบทละครและดึงตัวเองออกมาจากบทบาทนั้นไม่ได้ก็เลยเก็บมาฝัน
“พี่เคยถามฉันใช่ไหมคะว่าทำไมฉันถึงเชื่อใจฮ่าวหยูได้ไม่เต็มร้อย และบางครั้งก็เหมือนว่าฉันไม่อยากอยู่ใกล้เขา”
“ผู้ชายในฝันของเธอคือฮ่าวหยูเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ผู้ชายที่อยู่ในฝันของฉันไม่ว่าจะเป็ฝันดีหรือฝันร้ายก็คือฮ่าวหยู ส่วนสาเหตุที่เขาทำร้ายฉันก็เพราะเขาคิดว่าฉันนอกใจเขา” ฉินซูอี้จับมือเจียลี่ลี่ไว้แน่น “พี่ลี่คะ ที่พี่เคยบอกว่าความฝันอาจเป็เื่จริงของฉันในชาติที่แล้ว บางทีฉันกับฮ่าวหยูอาจจะเป็คนรักกันและได้กลับชาติมาเกิดด้วยกันก็ได้นะคะ ไม่อย่างนั้นเื่บังเอิญหลายๆ อย่างจะเกิดขึ้นกับเราสองคนได้ยังไง ยิ่งเป็ความรู้สึกตอนแรกที่ฉันได้เจอกับฮ่าวหยู ฉันก็รู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก หรือเวลาที่ฉันรู้สึกกลัวและไม่อยากอยู่ใกล้เขา ทั้งๆ ที่ฉันก็รักและอยากเจอเขามาก ฉันก็อธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันรู้คำตอบแล้วว่าทำไมฉันถึงรู้สึกสับสนเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขา”
“ถ้าเธอเชื่อว่าความฝันคือเื่จริง แล้ว...” เจียลี่ลี่มองฉินซูอี้อย่างไม่มั่นใจ
“พี่อยากถามอะไรเหรอคะ”
“ถ้าในความฝันคือเื่จริง แล้วเธอยังจะรักฮ่าวหยูอยู่ไหม หรือว่าเธอจะเกลียดเขา”
ฉินซูอี้ยิ้มให้เจียลี่ลี่เต็มใบหน้า รอยยิ้มนี้เป็รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจที่สุดที่เจียลี่ลี่ไม่ได้เห็นมันอยู่บนหน้าน้องสาวมาหลายปี
“เธอจะไม่เกลียดเขาใช่ไหม” เจียลี่ลี่ถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่ค่ะ ฉันจะไม่เกลียดเขา แต่ฉันกลับโล่งใจที่ได้รู้สาเหตุที่แท้จริงเสียทีว่าทำไมผู้ชายที่อยู่ในความฝันถึงต้องทำร้ายฉัน ถึงแม้สายตาของเขาจะมีความโกรธและความรังเกียจ แต่ที่มากกว่านั้นคือแววตาของเขามีแต่ความเ็ป แสดงว่าเขารักฉันมากยังไงล่ะคะ”
“คิดได้อย่างนั้นก็ดี คราวนี้เธอคงเปิดใจให้ฮ่าวหยูได้เต็มร้อยเสียที ฉันดีใจนะเพราะฉันแอบลุ้นให้เธอเปิดใจให้ฮ่าวหยูอยู่เหมือนกัน ความรู้สึกลึกๆ ของฉันมันบอกว่าฮ่าวหยูจริงใจกับเธอและรักเธอมาก” เจียลี่ลี่ถอนหายใจโล่งก่อนจะถามต่อ “แล้วในฝันได้เห็นถึงตอนจบไหม เธอกับเขาเคลียร์ใจแล้วได้อยู่ด้วยกันไหม”
ฉินซูอี้ยิ้มเจื่อน “ไม่ค่ะ ฉันฝันถึงตอนที่ฉันจบชีวิตตัวเองเพื่อหลีกทางให้เขาไปคบกับคนที่มีสถานะเท่าเทียม และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือฉันอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เขาเห็น”
“น้ำเน่า! น้ำเน่าสิ้นดี!” เจียลี่ลี่ใช้มือขยี้ผมตัวเอง “ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในละคร ตัวเอกก็จะต้องตัดสินใจโง่ๆ แบบนี้สินะ แล้วชาตินี้จะยังไง เธอกับฮ่าวหยูจะได้สมหวังในความรักไหมเนี่ย”
“พี่คะ พี่ว่าฉันเล่าเื่นี้ให้ฮ่าวหยูฟังดีไหมคะ”
“เล่าให้เขาฟังก็ได้นะ ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เขา” เจียลี่ลี่ก้มดูโทรศัพท์ที่ถือติดมือเข้ามา “ซูเม่ยโทรมาน่ะ ขอฉันรับสายแป๊บนะ”
เจียลี่ลี่พูดสายไม่นาน จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ปล่อยให้ฉินซูอี้จัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อย เพราะสองสาวตั้งใจว่าจะออกไปหาเซี่ยฮ่าวหยู
ฉินซูอี้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังจะเดินออกจากห้อง เจียลี่ลี่ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับกระดาษปึกหนึ่งที่อยู่ในมือ
“อี้อี้ เธอต้องอ่านนะ เธอต้องอ่านบทละครนี้ให้ได้” เจียลี่ลี่พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
“บทละคร? พี่ซูเม่ยเขียนบทละครเสร็จแล้วเหรอคะ” ฉินซูอี้รับเอกสารมาถือไว้โดยที่ไม่ได้เปิดอ่านแต่กลับยิ้ม “ถ้างั้นวันนี้ฮ่าวหยูก็ว่างแล้วน่ะสิ”
“อย่าเพิ่งยิ้มดีใจน่า รีบอ่านก่อนเถอะ ฉัน...ฉันก็บอกเธอไม่ถูกเหมือนกัน” เจียลี่ลี่คะยั้นคะยอ เธอพูดไม่ออกเหมือนกัน ไม่ใช่แค่น้องสาวของเธอที่กลับชาติมาเกิด แต่เซี่ยฮ่าวหยูก็อาจกลับชาติมาเกิดเหมือนกันใช่ไหม ‘นี่มันจะเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว’
ฉินซูอี้เปิดเอกสารอ่านทีละหน้าอย่างสนใจ ซูเม่ยเป็คนเขียนบทละครขึ้นมาก็จริง แต่พล็อตเื่ได้มาจากเซี่ยฮ่าวหยู เธอก็อยากรู้ว่าคนรักของเธอมีจินตนาการด้านละครมากขนาดไหนอยู่เหมือนกัน
จนกระทั่งฉินซูอี้อ่านบทละครถึงตอนสุดท้าย น้ำตาเธอไหลออกมาเป็สาย “พี่ลี่ ตอนจบ...ตอนจบทำไมเป็แบบนี้คะ ทำไมเขาต้องทำเื่โง่ๆ แบบนั้นด้วย”
“เธอก็คิดว่าฮ่าวหยูกลับชาติมาเกิดเหมือนกันใช่ไหม”
“ฉันอยากไปหาเขา พี่พาฉันไปหาเขาทีนะคะ” ฉินซูอี้พูดทั้งน้ำตา “ฉันจะไปบอกว่าฉันให้อภัยเขา ฉันไม่เคยโกรธเขา ฉันจะบอกให้เขาเลิกทำร้ายตัวเอง ชาตินี้ฉันจะสู้ไปพร้อมกับเขา”
“อี้อี้! คุณเป็อะไร? แล้วคุณร้องไห้ทำไม” เซี่ยฮ่าวหยูเพิ่งนอนไปได้แค่สองชั่วโมงหลังจากที่เขาส่งพล็อตละครตอนสุดท้ายไปให้ซูเม่ย เขายังอยากนอนต่ออีกสักหน่อย แต่พอได้ยินว่าคนรักมาหา เขาก็รีบออกจากห้องนอนมาหาเธอ แต่เขากลับเห็นเธอร้องไห้
ฉินซูอี้โผเข้ากอดคนรักไว้แน่น “คุณสัญญากับฉันได้ไหมว่าคุณจะไม่ทำร้ายตัวเอง”
“ทำร้ายตัวเอง?” เซี่ยฮ่าวหยูใช้สองมือดันหัวไหล่แล้วมองคนรัก “อี้อี้ คุณหมายความว่ายังไง ทำไมผมต้องทำร้ายตัวเอง”
เจียลี่ลี่ผลักเซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้ให้เข้าไปในห้องนอนของชายหนุ่ม “พวกเธอเข้าไปคุยกันเองเถอะ เดี๋ยวฉันจะคุยเื่งานกับจูดี้ที่ห้องรับแขก”
เซี่ยฮ่าวหยูจูงมือฉินซูอี้ไปนั่งที่เตียงของตนเอง “ห้องผมรกและเล็กไปหน่อยนะ”
ฉินซูอี้โน้มเข้าไปกอดคนรักอีกครั้ง “ฉันอ่านบทละครของคุณแล้ว”
เซี่ยฮ่าวหยูได้ยินก็ยิ้ม “คุณก็เลยคิดว่าผมจะตายเหรอ มันเป็แค่บทละคร คุณไม่ต้องเก็บไปคิดมากหรอก”
ฉินซูอี้ปล่อยคนรักก่อนที่จะมองไปที่เขาอย่างไม่หลบสายตา “ฮ่าวหยู ถ้าฉันถามอะไรคุณ คุณสัญญาได้ไหมว่าจะไม่โกหกฉัน”
“สัญญาสิครับ ผมสัญญาว่าจะไม่โกหกคุณ” เซี่ยฮ่าวหยูตอบ
“พล็อตละครคือชีวิตจริงของคุณในชาติที่แล้ว และฉันก็คือคนรักของคุณใช่ไหม”
เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มค้าง เขาไม่คิดว่าเธอจะถามเขาด้วยคำถามนี้ เขาเริ่มลังเลว่าจะบอกความจริงออกไปดีหรือเปล่า แต่ถ้าบอกไปอย่างนั้น เขากลัวว่าเธอจะไม่ยอมให้อภัยเขา คิ้วของเซี่ยฮ่าวหยูขมวดจนแทบจะผูกกันยุ่ง
ฉินซูอี้ใช้มือเกลี่ยหน้าผากคนรัก “ทำไมคุณถึงโง่อย่างนี้ คุณทำร้ายตัวเองเพื่อฉันทำไม”
“คุณหมายความว่า...”
ฉินซูอี้ยิ้มให้คนรัก “หม่อมฉันก็คืออี้อี้ของพระองค์อย่างไรเพคะ ฝ่าา”
“เ้า...เ้าจำเราได้ เช่นนั้นเ้าก็กลับชาติมาเกิดเหมือนกันหรือ” เซี่ยฮ่าวหยูกอดคนรักไว้แน่น “เ้าจะไม่จากเราไปอีกใช่หรือไม่”
“ตอนนั้นฉันตัดสินใจทำเื่โง่ๆ ลงไป ทำให้เราสองคนต้องพรากจากกันเป็เวลานาน ทั้งยังทำให้คุณต้องทำร้ายตัวเอง ฉันขอโทษนะคะ” ฉินซูอี้กอดตอบคนรักและกลับมาพูดในภาษาปัจจุบัน
“จะโทษว่าเป็ความผิดของคุณได้ยังไง ต้องโทษที่ผมหูเบาและไม่เชื่อใจคุณมากพอ”
“ฮ่าวหยู คุณสัญญากับฉันได้ไหมว่าคุณจะไม่ทำร้ายตัวเองอีก” ฉินซูอี้ใช้มือลูบไปบนหน้าท้องของคนรัก “ดื่มยาพิษคงทรมานมากเลยใช่ไหมคะ”
“ั้แ่คุณจากไปผมก็ไม่รู้สึกถึงความเ็ปอีกเลย” เซี่ยฮ่าวหยูจับมือคนรักไว้เพราะไม่อยากให้เธอลูบสุ่มสี่สุ่มห้า เขากลัวว่าเขาจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ “ดื่มยาพิษก็มีข้อดีเหมือนกันนะครับ เพราะมันทำให้ผมได้มาเกิดใหม่ ผมถึงได้มารู้จักและรักคุณอีกครั้งไงล่ะ”
ฉินซูอี้ผละออกจากอ้อมกอดก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็โน้มใบหน้าเข้าหาคนรัก เซี่ยฮ่าวหยูทนไม่ไหวจึงตอบรับด้วยจูบที่ดุดัน จากนั้นทั้งคู่ก็แสดงความรักอย่างที่พวกเขาโหยหามานาน โดยไม่รู้เลยว่าเซี่ยตงจื่อกับเจียลี่ลี่ที่ได้ยินเสียงแสดงความรักของพวกเขาถึงกับต้องรีบออกไปข้างนอก ปล่อยให้บ้านเช่าหลังเล็กเป็พื้นที่ส่วนตัวของเซี่ยฮ่าวหยูและฉินซูอี้ โดยที่ไม่มีใครมารบกวนพวกเขาตลอดทั้งคืน