ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 41 มะเร็งต้นกำเนิด

    “ ไม่ต้องร้องฉันเตรียมตัวตายมานานแล้ว ไม่ทราบว่า ฉันจะมีเวลาอีกนานแค่ไหน” ราชินีธิดาราพูดด้วยอาการสงบ จนน่าแปลกใจ

    “ ไม่เกิน 1 เดือน”ผอ.อีริคเคยเจอเคสเช่นนี้มาหลายเคสเชื้อมะเร็งที่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองระดับนี้สามารถบอกได้เลยว่าทุกคนต้องตายภายใน 1 เดือนอย่างแน่นอน

    “ เอ่อผมมีเรื่องอยากพูดหน่อย ผมเคยพบกับคนไข้ของคุณหมออัสนีเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งผมเคยบอกกับเขาว่าจะมีอายุไม่เกิน 1 เดือน แต่ว่า

    เขาถูกรักษาโดยคุณหมออัสนีทำให้เขาไม่มีอาการเจ็บปวดอีกเลย หมออัสนีบอกกับคนไข้ว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างน้อยอีกสามปี”

    “งั้นช่วยเชิญพี่หมอมารักษาเสด็จแม่เลยได้ไหมคะ” เบลรีบถามผอ.อีริคทันที

    “ เอ่อ..คือว่าผมจะไปบอกกับคุณหมอเดี๋ยวนี้เลย” รองผอ.เกรียงรีบเดินออกไปทันที

    “พี่หมอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” หมอรงค์สงสัย

    “ คือว่ามีหลายเคสที่เราไปเชิญคุณหมอ แต่เขาไม่ยอมมา บอกว่า เขาต้องรักษาตามคิวแต่หากว่ามีอาการหนัก เขาจะมาทันที”

    “แต่เสด็จแม่เป็น..”                                                                                 

    “ หยุดเถอะให้คุณหมออัสนีเขาทำหน้าที่ของเขา อย่าไปบังคับเขาเลย”

    ราชินีธิดาราเอ่ยอย่างใจเย็นผอ.อีริค เลยพาพระองค์ไปที่ห้องพักวีไอพี ของโรงแรมเพื่อพักผ่อนทันที

    อัสนีตอนนี้รักษาคนไข้ได้50 คนแล้ว ท่านรองผอ.เกรียงก็เข้ามาทันที พร้อมกับผลตรวจของ ราชินีธิดารา

    “หมอพูดถูกต้องทุกอย่างเลย ไม่ทราบว่า จะช่วยไปพบพระองค์หน่อยได้ไหม”

    อัสนีไม่ตอบแต่อ่านผลตรวจ แล้วเขาก็ถามไปว่า

    “เซลล์มะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายขนาดนี้ พระองค์ทรงมีอาการอย่างไรบ้าง”

    “ ไม่เห็นพระองค์มีอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใดมีเพียงไม่สามารถควบคุมระบบปัสสาวะได้ แขนขา ก็ไม่มีแรง แต่นี่ก็เป็นมานานแล้วอาจเป็นเพราะอายุมากแล้วก็ได้นะครับ”

    อัสนีได้ฟังก็ลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ

    “แย่แล้วรีบพาผมไปเร็ว”  อัสนีลุกขึ้นแล้วสั่งพยาบาล ขอเวลา 1 ชม. มีเคสด่วน

    แล้วให้รองผอ.เกรียงรีบพาไปหาราชินีธิดาราทันที

    “เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

    “ ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าเซลล์มะเร็งต้นกำเนิดของพระนางอยู่ที่ไหน”

    “ ไม่รู้เราไม่มีประวัติ เห็นหมอรงค์เคยบอกว่าพระนางเคยเป็นมะเร็งที่ช่องท้องมาก่อนแต่รักษาหายแล้ว”

    “ ไม่ใช่เซลล์มะเร็งต้นกำเนิดของราชินี ต้องไม่ได้อยู่ที่ช่องท้องอย่างแน่นอน”

    “ แล้วไง”        รองผอ.เกรียงยิ่งสงสัยยิ่งนัก

    อัสนีไม่ตอบเขาอยากมองให้แน่ใจเสียก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จะได้รีบรักษาอย่างทันท่วงที

    “ภารกิจรักษาโรคมะเร็งของราชินีธิดารา จะได้เม็ดยารักษามะเร็งเพิ่มอีก 2 เม็ด”

    “ แค่สองเม็ดเอง ขี้เหนียวเสียจริง”อัสนีบ่นเบาๆ

    แต่พอมาถึงห้องพักราชินีอัสนี ก็ไม่พูดไม่จา เดินไปที่เตียงคนไข้ แล้วเอ่ยว่า

    “ กระหม่อมขอตรวจต้นคอของพระองค์หน่อยนะครับ”

    ราชินีธิดาราได้แต่บอกให้เบล ช่วยพยุงพระองค์นั่ง อัสนีมองไปที่ต้นคอ พบว่ามีเซลล์มะเร็งขนาดเล็กเกาะอยู่ที่ไขสันหลังของพระองค์และมันเป็นเซลล์มะเร็งต้นกำเนิด มันอยู่ระหว่างไขสันหลังเส้นประสาททำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด

    “ราชินีเป็นมะเร็งที่ไขสันหลัง มันอยู่ลึกมากและยังมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่หลายก้อนมันกดทับเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด (NOCICEPTORS)ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดหากปล่อยเอาไว้นาน จะทำให้สมองส่วนนี้เสียหาย ประสาทรับความรู้สึกจะถูกทำลายไม่สามารถรักษาได้อีก  ราชินีผมจะรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มแบบตะวันออกและจะใช้พลังจิตโบราณร่วมด้วย เพื่อช่วยรักษาพระองค์

    อาจมีเจ็บปวดในตอนที่ประสาทรับรู้เริ่มทำงานไม่ทราบว่า พระองค์ทรงยินยอมให้กระหม่อมรักษาหรือไม่”

    “ ฉันยินยอม”

    อัสนียิ้มแล้วให้ทุกๆ คนถอยห่างออกจากเตียง แล้วนำเข็มรักษาจากกล่องยมโลกออกมาแล้วเริ่มปักลงไปที่จุดที่ตรวจพบก้อนมะเร็ง อัสนีฝังเข็มไปทั่วศรีษะแล้วยังปักลงมาที่ปอด ลำคอ และ กระเพาะ จากนั้น ก็ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ผ่านทางข้อมือ  ราชินีพอได้รับพลังปราณบริสุทธิ์เข้ากระแสเลือดพลันก็รู้สึกดีออกมายิ่งนัก จนต้องยิ้มออกมา แต่ทันใดนั้นเองพระองค์ก็เริ่มเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ใบหน้าแดงกล่ำ กัดฟันแน่นเพราะเวลานี้ก้อนเนื้อที่ไปกดทับเส้นประสาทรับรู้มันค่อยๆ ฝ่อลงไปอย่างช้าๆ ทำให้ความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคร้ายเริ่มทำงานของมัน

    อัสนีนำยาเม็ดรักษามะเร็งที่เพิ่งได้มาวางเอาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วทาบไปที่ต้นคอของราชินีธิดารา พระองค์ถึงกับสะดุ้งเฮือกเหงื่อเม็ดโป้ง ค่อยซึมออกมาตามตัว

    เข็มรักษานับสิบเล่มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวยาที่อัสนีส่งเข้าไปที่ต้นคอมันเข้าแทรกซึมไปที่เซลล์มะเร็งต้นกำเนิด มันก็ค่อยๆ กระจายไปตามต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างฆ่าเซลล์มะเร็งไปที่ละจุดอย่างช้าๆ

    อัสนีสะบัดเข็มรักษาออกมาจนหมดใบหน้าที่เจ็บปวดของราชินีตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มปิติไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก อัสนีเพ่งมองไปทั่วร่างพบเห็นการตายของเซลล์มะเร็งไม่เหลือซากก้อนเนื้อที่งอกเงยหลายจุด ก็ค่อยๆ สลายหายไปทีละจุดจนหมด

    อัสนีเหงื่อท่วมตัวเช่นกันครั้งนี้เขาใช้พลังไปอย่างมาก เหน็ดเหนื่อยทั้งพลังจิต พลังปราณ และพลังของร่างกาย ไม่คิดว่า การช่วยคนป่วยโรคมะเร็งจะตึงมือเขาขนาดนี้นี่ขนาดมียาวิเศษช่วยแล้วด้วยนะ

    “ พี่หมอเป็นอะไรไหม”

    หมอรงค์เข้ามาพยุงเขาที่ทำท่าจะเป็นลม

    “ ไม่เป็นไรแค่เมื่อยเท่านั้น”

    “พี่หมอยืนท่านี้สิบสองชั่วโมง ไม่มีอาการก็แปลกคนแล้ว”

    “ อะไรนะ นี่ 12ชั่วโมงแล้วหรือนี่ คนไข้ที่รอผมอยู่ พวกเขาเป็นยังไงบ้างครับ”

    อัสนีหันมามองรองผอ.เกรียงที่ยิ้มแล้วบอกว่า

    “ผอ.ท่านไปบอกคนไข้ทั้งหมดแล้ว ให้เลื่อนมารักษาวันถัดไป”

    อัสนีพยักหน้าเห็นราชินีธิดาราตอนนี้หลับตานอนหลับ ก็เอ่ยกับทุกๆ คนว่า

    “ตอนนี้ราชินีหายแล้ว คืนนี้ให้พระองค์ทรงพักผ่อนให้มาก พรุ่งนี้เช้า พระองค์ทรงตื่นขึ้นมาก็ค่อยพาไปตรวจร่างกายอีกครั้ง”

    “ขอบคุณพี่หมอมากนะคะ” เบลเข้ามาขอบคุณเขา

    “ขอแค่เสด็จแม่ไม่มีอาการเจ็บปวด ก็ดีที่สุดแล้ว” หมอรงค์เอ่ยเหมือนกับว่าสิ่งที่อัสนีรักษานั้นเป็นแค่การรักษาอาการที่เกิดจากก้อนเนื้อทับเส้นประสาทรับรู้เท่านั้น หารู้ไม่ว่าเขาได้ทำการรักษามะเร็งจนหายดีเป็นปกติแล้ว

    อัสนีไม่อยากอธิบายแต่ไปกระซิบบอกกับ รองผอ.เกรียง ว่าเขารักษาโรคมะเร็งได้แล้วพรุ่งนี้เช้าให้ทำการตรวจร่างกาย โดยละเอียดด้วยสีหน้าของรองผอ.เกรียงก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอัสนีจะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้แล้ว

    “ ไม่ต้องพูดไปผมไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ทุกๆ คน”

    อัสนีกระซิบกับรองผอ.เกรียงให้รู้กันแค่สองคน แล้วก็ออกไปจากห้องทันที

    ก่อนจะลงลิฟท์หมอรงค์ก็รีบเดินตามอัสนีมาทันเลยลงลิฟท์ไปพร้อมๆ กัน

    “ พี่อัสตั้งแต่เช้าพี่ยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ ไปให้ผมเลี้ยงพี่เถอะ”

    “ นายไม่อยู่กับเบลเฝ้าแม่ยายนายเหรอ?”

    “ ไม่หรอกครับเบลเขาอยู่เฝ้าเอง เบลบอกให้พาพี่ไปเลี้ยงข้าวขอบคุณ”

    “ ก็ได้ฉันก็รู้สึกหิวพอดี”

    หมอรงค์พาอัสนีมาเลี้ยงข้าวที่บาร์ซิซูกะ

    “นี่นายจะพาฉันมาเลี้ยงข้าวหรือเลี้ยงอะไรกันแน่”

    “ ฮ่า ฮ่า นานๆ จะได้ออกมาเสียทีไม่รู้ว่าต่อไปจะได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่อีกไหม”

    อัสนีส่ายหัวหมอรงค์สั่งอาหารมาเต็มที่ แล้วก็เรียก มาม่าซังเข้ามา

    “ คุณหมออัสนีคุณหมอรงค์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

    “ มาม่า เรียกเรมี่กับมูมู่มาเลย วันนี้พวกเราเหมาสองคนนี้ทั้งคืนเลย”

    มาม่า พอได้ยินชื่อมูมู่ก็สีหน้าแปรเปลี่ยน แล้วก็บอกว่า

    “เดี๋ยวมาม่าจะไปตามเรมี่มาให้นะคะ แต่มูมู่ไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้วมาม่าเรียกเด็กใหม่มาแทนให้นะคะ”

    อัสนีได้ฟังก็ขมวดคิ้วเขารู้สึกว่า มันผิดปกติเป็นอย่างยิ่ง

    เขาลุกขึ้นแล้วมายืนต่อหน้ามาม่าแล้วเอ่ยถามทันทีว่า

    “เกิดอะไรขึ้นกับมูมู่กันแน่”

    “ คือว่า มูมู่ถูกคุณชายสามนที กิเลนทองรับไปเลี้ยงแล้วค่ะ”

    “ พี่ชายของนายภูผา?”

    “ ใช่ค่ะคุณชายนทีมาพบกับ มูมู่ ครั้งแรก ก็ถูกใจรับไปเลี้ยงทันทีได้โปรดอย่ายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลย เชื่อมาม่าเถอะ” มาม่าพูดออกมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้อัสนีสงสัย

    อัสนีไม่อยากพูดมากจ้องตาของมาม่า ทำการสยบวิญญาณของมาม่าทันที

    “ทำไมมูมู่ต้องไปอยู่กับมัน”

    “มูมู่กลัวคุณหมอเดือดร้อน คุณชายสามนทีสืบรู้มาว่า น้องชายเขาเคยมาที่นี่และถูกคุณหมออัสนีทำร้าย และบอกว่า จะส่งคนไปจัดการกับคุณหมอ หากมูมู่ไม่ยอมไปเป็นเด็กของมัน”

    “ นานแค่ไหน”

    “ เจ็ดวันแล้ว”

    “รู้ที่อยู่มูมู่ไหม?”

    “คอนโดแกรนด์ไดมอนด์สวิส ห้อง 704”

    อัสนีพยักหน้าแล้วก็แตะไปที่ไหล่ของมาม่า นางก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมา แต่อัสนีกลับไปที่โต๊ะแล้ว

    “ เรมี่คุณหมอรงค์มาหา” มาม่าตะโกนด้วยเสียงอันดัง

    “  ฉันมีธุระ ต้องไปก่อน”  อัสนีเอ่ยทันที แต่หมอรงค์บอกว่า

    “ เดี๋ยวธุระอะไรกันกินข้าวด้วยกันก่อน” อัสนีมองเวลา ก็พยักหน้า

    อาหารพอมาเสริฟ์เรมี่ก็มานั่งด้วย พร้อมกับชงเครื่องดื่มให้กับทั้งสองคน

    “ พรุ่งนี้ผมจะลาออกมาอยู่ที่โรงพยาบาลซานตาครอสกับพี่” หมอรงค์เอ่ยทันที

    “ ทำไมที่รพ.เทพพิทักษ์ก็ดีไม่ใช่หรือ แถมยังเป็นโรงพยาบาลระดับสาม  โรงพยาบาลซานตาครอสยังไม่ติดอันดับ 10 เลย”

    “ พี่ไม่รู้อะไรตอนนี้ผมว่า โรงพยาบาลเปลี่ยนไป ตั้งแต่ผอ.วิชัยเสีย คุณหมอรินกับหมอสันทัดก็เปลี่ยนตึกผู้ป่วยบี 1 เป็นตึกผ่าตัดพิเศษ มีหมอจีนและพยาบาลจีนมาอยู่ประจำตึกใหม่หลายคน ด้านหน้ามีรปภ. ทั้งคนจีนและคนไทย มองดูแล้วเหมือนพวกแก๊งมาเฟียชัดๆลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติแทบทั้งนั้น”

    “อย่าไปยุ่งกับพวกมัน นายลาออกแล้วมาอยู่ที่รพ.ซานตาครอสก็ดี”

    อัสนีรู้ว่าตึกใหม่นั้น เป็นตึกที่ใช้สำหรับผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะแน่ เขาไม่อยากยุ่งกับพวกมันแต่พอรู้เช่นนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ ที่จะต้องล้างบางพวกมัน

    “ พี่ครับ รู้ไหมท่านผอ.วิชัย เคยพูดกับผม ว่าเขาจะมอบรพ.เทพพิทักษ์ให้กับพี่

    แต่ไม่รู้ทำไมทำไมยกให้กับ หมอรินได้”

    “เขาเป็นพ่อลูกกันนี่”

    “ ไม่ใช่เขาเป็นแค่ลูกบุญธรรม ผมเคยได้ยินพวกเขาทะเลาะกันด้วยนะพี่”

    “พ่อลูกกันก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา”

    “แต่เรื่องที่พวกเขาทะเลาะกัน คือเรื่องพี่นะครับ”

    “ เรื่องฉัน?”

    “ ใช่ท่านผอ.บอกว่าได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ยกรพ.เทพพิทักษ์ให้กับพี่คนเดียว ทำให้หมอรินโกรธมากทั้งสองคนเลยทะเลาะกันใหญ่ ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่เคยพบกับท่านผอ.วิชัยอีกเลยดังนั้นตอนที่หมอรินบอกว่า พี่เป็นคนฆ่าหมอวิชัยกับคนในบ้านผมถึงไม่เชื่ออย่างแน่นอน”................

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810