“ ไม่ต้องร้องฉันเตรียมตัวตายมานานแล้ว ไม่ทราบว่า ฉันจะมีเวลาอีกนานแค่ไหน” ราชินีธิดาราพูดด้วยอาการสงบ จนน่าแปลกใจ
“ ไม่เกิน 1 เดือน”ผอ.อีริคเคยเจอเคสเช่นนี้มาหลายเคสเชื้อมะเร็งที่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองระดับนี้สามารถบอกได้เลยว่าทุกคนต้องตายภายใน 1 เดือนอย่างแน่นอน
“ เอ่อผมมีเรื่องอยากพูดหน่อย ผมเคยพบกับคนไข้ของคุณหมออัสนีเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งผมเคยบอกกับเขาว่าจะมีอายุไม่เกิน 1 เดือน แต่ว่า
เขาถูกรักษาโดยคุณหมออัสนีทำให้เขาไม่มีอาการเจ็บปวดอีกเลย หมออัสนีบอกกับคนไข้ว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างน้อยอีกสามปี”
“งั้นช่วยเชิญพี่หมอมารักษาเสด็จแม่เลยได้ไหมคะ” เบลรีบถามผอ.อีริคทันที
“ เอ่อ..คือว่าผมจะไปบอกกับคุณหมอเดี๋ยวนี้เลย” รองผอ.เกรียงรีบเดินออกไปทันที
“พี่หมอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” หมอรงค์สงสัย
“ คือว่ามีหลายเคสที่เราไปเชิญคุณหมอ แต่เขาไม่ยอมมา บอกว่า เขาต้องรักษาตามคิวแต่หากว่ามีอาการหนัก เขาจะมาทันที”
“แต่เสด็จแม่เป็น..”
“ หยุดเถอะให้คุณหมออัสนีเขาทำหน้าที่ของเขา อย่าไปบังคับเขาเลย”
ราชินีธิดาราเอ่ยอย่างใจเย็นผอ.อีริค เลยพาพระองค์ไปที่ห้องพักวีไอพี ของโรงแรมเพื่อพักผ่อนทันที
อัสนีตอนนี้รักษาคนไข้ได้50 คนแล้ว ท่านรองผอ.เกรียงก็เข้ามาทันที พร้อมกับผลตรวจของ ราชินีธิดารา
“หมอพูดถูกต้องทุกอย่างเลย ไม่ทราบว่า จะช่วยไปพบพระองค์หน่อยได้ไหม”
อัสนีไม่ตอบแต่อ่านผลตรวจ แล้วเขาก็ถามไปว่า
“เซลล์มะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายขนาดนี้ พระองค์ทรงมีอาการอย่างไรบ้าง”
“ ไม่เห็นพระองค์มีอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใดมีเพียงไม่สามารถควบคุมระบบปัสสาวะได้ แขนขา ก็ไม่มีแรง แต่นี่ก็เป็นมานานแล้วอาจเป็นเพราะอายุมากแล้วก็ได้นะครับ”
อัสนีได้ฟังก็ลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ
“แย่แล้วรีบพาผมไปเร็ว” อัสนีลุกขึ้นแล้วสั่งพยาบาล ขอเวลา 1 ชม. มีเคสด่วน
แล้วให้รองผอ.เกรียงรีบพาไปหาราชินีธิดาราทันที
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”
“ ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าเซลล์มะเร็งต้นกำเนิดของพระนางอยู่ที่ไหน”
“ ไม่รู้เราไม่มีประวัติ เห็นหมอรงค์เคยบอกว่าพระนางเคยเป็นมะเร็งที่ช่องท้องมาก่อนแต่รักษาหายแล้ว”
“ ไม่ใช่เซลล์มะเร็งต้นกำเนิดของราชินี ต้องไม่ได้อยู่ที่ช่องท้องอย่างแน่นอน”
“ แล้วไง” รองผอ.เกรียงยิ่งสงสัยยิ่งนัก
อัสนีไม่ตอบเขาอยากมองให้แน่ใจเสียก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จะได้รีบรักษาอย่างทันท่วงที
“ภารกิจรักษาโรคมะเร็งของราชินีธิดารา จะได้เม็ดยารักษามะเร็งเพิ่มอีก 2 เม็ด”
“ แค่สองเม็ดเอง ขี้เหนียวเสียจริง”อัสนีบ่นเบาๆ
แต่พอมาถึงห้องพักราชินีอัสนี ก็ไม่พูดไม่จา เดินไปที่เตียงคนไข้ แล้วเอ่ยว่า
“ กระหม่อมขอตรวจต้นคอของพระองค์หน่อยนะครับ”
ราชินีธิดาราได้แต่บอกให้เบล ช่วยพยุงพระองค์นั่ง อัสนีมองไปที่ต้นคอ พบว่ามีเซลล์มะเร็งขนาดเล็กเกาะอยู่ที่ไขสันหลังของพระองค์และมันเป็นเซลล์มะเร็งต้นกำเนิด มันอยู่ระหว่างไขสันหลังเส้นประสาททำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด
“ราชินีเป็นมะเร็งที่ไขสันหลัง มันอยู่ลึกมากและยังมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่หลายก้อนมันกดทับเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด (NOCICEPTORS)ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดหากปล่อยเอาไว้นาน จะทำให้สมองส่วนนี้เสียหาย ประสาทรับความรู้สึกจะถูกทำลายไม่สามารถรักษาได้อีก ราชินีผมจะรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มแบบตะวันออกและจะใช้พลังจิตโบราณร่วมด้วย เพื่อช่วยรักษาพระองค์
อาจมีเจ็บปวดในตอนที่ประสาทรับรู้เริ่มทำงานไม่ทราบว่า พระองค์ทรงยินยอมให้กระหม่อมรักษาหรือไม่”
“ ฉันยินยอม”
อัสนียิ้มแล้วให้ทุกๆ คนถอยห่างออกจากเตียง แล้วนำเข็มรักษาจากกล่องยมโลกออกมาแล้วเริ่มปักลงไปที่จุดที่ตรวจพบก้อนมะเร็ง อัสนีฝังเข็มไปทั่วศรีษะแล้วยังปักลงมาที่ปอด ลำคอ และ กระเพาะ จากนั้น ก็ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ผ่านทางข้อมือ ราชินีพอได้รับพลังปราณบริสุทธิ์เข้ากระแสเลือดพลันก็รู้สึกดีออกมายิ่งนัก จนต้องยิ้มออกมา แต่ทันใดนั้นเองพระองค์ก็เริ่มเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ใบหน้าแดงกล่ำ กัดฟันแน่นเพราะเวลานี้ก้อนเนื้อที่ไปกดทับเส้นประสาทรับรู้มันค่อยๆ ฝ่อลงไปอย่างช้าๆ ทำให้ความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคร้ายเริ่มทำงานของมัน
อัสนีนำยาเม็ดรักษามะเร็งที่เพิ่งได้มาวางเอาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วทาบไปที่ต้นคอของราชินีธิดารา พระองค์ถึงกับสะดุ้งเฮือกเหงื่อเม็ดโป้ง ค่อยซึมออกมาตามตัว
เข็มรักษานับสิบเล่มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวยาที่อัสนีส่งเข้าไปที่ต้นคอมันเข้าแทรกซึมไปที่เซลล์มะเร็งต้นกำเนิด มันก็ค่อยๆ กระจายไปตามต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างฆ่าเซลล์มะเร็งไปที่ละจุดอย่างช้าๆ
อัสนีสะบัดเข็มรักษาออกมาจนหมดใบหน้าที่เจ็บปวดของราชินีตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มปิติไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก อัสนีเพ่งมองไปทั่วร่างพบเห็นการตายของเซลล์มะเร็งไม่เหลือซากก้อนเนื้อที่งอกเงยหลายจุด ก็ค่อยๆ สลายหายไปทีละจุดจนหมด
อัสนีเหงื่อท่วมตัวเช่นกันครั้งนี้เขาใช้พลังไปอย่างมาก เหน็ดเหนื่อยทั้งพลังจิต พลังปราณ และพลังของร่างกาย ไม่คิดว่า การช่วยคนป่วยโรคมะเร็งจะตึงมือเขาขนาดนี้นี่ขนาดมียาวิเศษช่วยแล้วด้วยนะ
“ พี่หมอเป็นอะไรไหม”
หมอรงค์เข้ามาพยุงเขาที่ทำท่าจะเป็นลม
“ ไม่เป็นไรแค่เมื่อยเท่านั้น”
“พี่หมอยืนท่านี้สิบสองชั่วโมง ไม่มีอาการก็แปลกคนแล้ว”
“ อะไรนะ นี่ 12ชั่วโมงแล้วหรือนี่ คนไข้ที่รอผมอยู่ พวกเขาเป็นยังไงบ้างครับ”
อัสนีหันมามองรองผอ.เกรียงที่ยิ้มแล้วบอกว่า
“ผอ.ท่านไปบอกคนไข้ทั้งหมดแล้ว ให้เลื่อนมารักษาวันถัดไป”
อัสนีพยักหน้าเห็นราชินีธิดาราตอนนี้หลับตานอนหลับ ก็เอ่ยกับทุกๆ คนว่า
“ตอนนี้ราชินีหายแล้ว คืนนี้ให้พระองค์ทรงพักผ่อนให้มาก พรุ่งนี้เช้า พระองค์ทรงตื่นขึ้นมาก็ค่อยพาไปตรวจร่างกายอีกครั้ง”
“ขอบคุณพี่หมอมากนะคะ” เบลเข้ามาขอบคุณเขา
“ขอแค่เสด็จแม่ไม่มีอาการเจ็บปวด ก็ดีที่สุดแล้ว” หมอรงค์เอ่ยเหมือนกับว่าสิ่งที่อัสนีรักษานั้นเป็นแค่การรักษาอาการที่เกิดจากก้อนเนื้อทับเส้นประสาทรับรู้เท่านั้น หารู้ไม่ว่าเขาได้ทำการรักษามะเร็งจนหายดีเป็นปกติแล้ว
อัสนีไม่อยากอธิบายแต่ไปกระซิบบอกกับ รองผอ.เกรียง ว่าเขารักษาโรคมะเร็งได้แล้วพรุ่งนี้เช้าให้ทำการตรวจร่างกาย โดยละเอียดด้วยสีหน้าของรองผอ.เกรียงก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอัสนีจะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้แล้ว
“ ไม่ต้องพูดไปผมไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ทุกๆ คน”
อัสนีกระซิบกับรองผอ.เกรียงให้รู้กันแค่สองคน แล้วก็ออกไปจากห้องทันที
ก่อนจะลงลิฟท์หมอรงค์ก็รีบเดินตามอัสนีมาทันเลยลงลิฟท์ไปพร้อมๆ กัน
“ พี่อัสตั้งแต่เช้าพี่ยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ ไปให้ผมเลี้ยงพี่เถอะ”
“ นายไม่อยู่กับเบลเฝ้าแม่ยายนายเหรอ?”
“ ไม่หรอกครับเบลเขาอยู่เฝ้าเอง เบลบอกให้พาพี่ไปเลี้ยงข้าวขอบคุณ”
“ ก็ได้ฉันก็รู้สึกหิวพอดี”
หมอรงค์พาอัสนีมาเลี้ยงข้าวที่บาร์ซิซูกะ
“นี่นายจะพาฉันมาเลี้ยงข้าวหรือเลี้ยงอะไรกันแน่”
“ ฮ่า ฮ่า นานๆ จะได้ออกมาเสียทีไม่รู้ว่าต่อไปจะได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่อีกไหม”
อัสนีส่ายหัวหมอรงค์สั่งอาหารมาเต็มที่ แล้วก็เรียก มาม่าซังเข้ามา
“ คุณหมออัสนีคุณหมอรงค์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
“ มาม่า เรียกเรมี่กับมูมู่มาเลย วันนี้พวกเราเหมาสองคนนี้ทั้งคืนเลย”
มาม่า พอได้ยินชื่อมูมู่ก็สีหน้าแปรเปลี่ยน แล้วก็บอกว่า
“เดี๋ยวมาม่าจะไปตามเรมี่มาให้นะคะ แต่มูมู่ไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้วมาม่าเรียกเด็กใหม่มาแทนให้นะคะ”
อัสนีได้ฟังก็ขมวดคิ้วเขารู้สึกว่า มันผิดปกติเป็นอย่างยิ่ง
เขาลุกขึ้นแล้วมายืนต่อหน้ามาม่าแล้วเอ่ยถามทันทีว่า
“เกิดอะไรขึ้นกับมูมู่กันแน่”
“ คือว่า มูมู่ถูกคุณชายสามนที กิเลนทองรับไปเลี้ยงแล้วค่ะ”
“ พี่ชายของนายภูผา?”
“ ใช่ค่ะคุณชายนทีมาพบกับ มูมู่ ครั้งแรก ก็ถูกใจรับไปเลี้ยงทันทีได้โปรดอย่ายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลย เชื่อมาม่าเถอะ” มาม่าพูดออกมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้อัสนีสงสัย
อัสนีไม่อยากพูดมากจ้องตาของมาม่า ทำการสยบวิญญาณของมาม่าทันที
“ทำไมมูมู่ต้องไปอยู่กับมัน”
“มูมู่กลัวคุณหมอเดือดร้อน คุณชายสามนทีสืบรู้มาว่า น้องชายเขาเคยมาที่นี่และถูกคุณหมออัสนีทำร้าย และบอกว่า จะส่งคนไปจัดการกับคุณหมอ หากมูมู่ไม่ยอมไปเป็นเด็กของมัน”
“ นานแค่ไหน”
“ เจ็ดวันแล้ว”
“รู้ที่อยู่มูมู่ไหม?”
“คอนโดแกรนด์ไดมอนด์สวิส ห้อง 704”
อัสนีพยักหน้าแล้วก็แตะไปที่ไหล่ของมาม่า นางก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมา แต่อัสนีกลับไปที่โต๊ะแล้ว
“ เรมี่คุณหมอรงค์มาหา” มาม่าตะโกนด้วยเสียงอันดัง
“ ฉันมีธุระ ต้องไปก่อน” อัสนีเอ่ยทันที แต่หมอรงค์บอกว่า
“ เดี๋ยวธุระอะไรกันกินข้าวด้วยกันก่อน” อัสนีมองเวลา ก็พยักหน้า
อาหารพอมาเสริฟ์เรมี่ก็มานั่งด้วย พร้อมกับชงเครื่องดื่มให้กับทั้งสองคน
“ พรุ่งนี้ผมจะลาออกมาอยู่ที่โรงพยาบาลซานตาครอสกับพี่” หมอรงค์เอ่ยทันที
“ ทำไมที่รพ.เทพพิทักษ์ก็ดีไม่ใช่หรือ แถมยังเป็นโรงพยาบาลระดับสาม โรงพยาบาลซานตาครอสยังไม่ติดอันดับ 10 เลย”
“ พี่ไม่รู้อะไรตอนนี้ผมว่า โรงพยาบาลเปลี่ยนไป ตั้งแต่ผอ.วิชัยเสีย คุณหมอรินกับหมอสันทัดก็เปลี่ยนตึกผู้ป่วยบี 1 เป็นตึกผ่าตัดพิเศษ มีหมอจีนและพยาบาลจีนมาอยู่ประจำตึกใหม่หลายคน ด้านหน้ามีรปภ. ทั้งคนจีนและคนไทย มองดูแล้วเหมือนพวกแก๊งมาเฟียชัดๆลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติแทบทั้งนั้น”
“อย่าไปยุ่งกับพวกมัน นายลาออกแล้วมาอยู่ที่รพ.ซานตาครอสก็ดี”
อัสนีรู้ว่าตึกใหม่นั้น เป็นตึกที่ใช้สำหรับผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะแน่ เขาไม่อยากยุ่งกับพวกมันแต่พอรู้เช่นนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ ที่จะต้องล้างบางพวกมัน
“ พี่ครับ รู้ไหมท่านผอ.วิชัย เคยพูดกับผม ว่าเขาจะมอบรพ.เทพพิทักษ์ให้กับพี่
แต่ไม่รู้ทำไมทำไมยกให้กับ หมอรินได้”
“เขาเป็นพ่อลูกกันนี่”
“ ไม่ใช่เขาเป็นแค่ลูกบุญธรรม ผมเคยได้ยินพวกเขาทะเลาะกันด้วยนะพี่”
“พ่อลูกกันก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา”
“แต่เรื่องที่พวกเขาทะเลาะกัน คือเรื่องพี่นะครับ”
“ เรื่องฉัน?”
“ ใช่ท่านผอ.บอกว่าได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ยกรพ.เทพพิทักษ์ให้กับพี่คนเดียว ทำให้หมอรินโกรธมากทั้งสองคนเลยทะเลาะกันใหญ่ ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่เคยพบกับท่านผอ.วิชัยอีกเลยดังนั้นตอนที่หมอรินบอกว่า พี่เป็นคนฆ่าหมอวิชัยกับคนในบ้านผมถึงไม่เชื่ออย่างแน่นอน”................