ตอนที่16 ชานมไข่มุกของวิน
ตื่นเช้ามาในวันนั่นเด็กหนุ่มก็ไม่เจอติณภพในห้องนอน เพราะชายหนุ่มตื่นั้แ่ตอนเช้ามืด ขับรถออกไปทั้งที่ยังไม่ได้อ่าบน้ำแต่งตัว ธนวินท์ได้แต่หน้าเศร้าด้วยความเสียใจคิดว่าคงถูกติณภพทิ้งเอาไว้ที่บ้านจันทร์ประดับแน่ๆ ส่วนติณภพก็คงกลับไปนอนที่บ้านของตัวเองแล้ว วันนั่นเขานั่งเหมออยู่ที่ศาลาหลังบ้านเป็วันๆ แต่ปรากฎว่าติณภพไม่ได้ทำอย่างนั่น เย็นวันนั่นชายหนุ่มกลับมาทานข้าวด้วยกันที่บ้านตามเวลาปกติของครอบครัว หลังจากนั่นธนวินท์ก็ออกมารอรับชายหนุ่มพร้อมกับน้ำเย็นๆ เหมือนที่ทำทุกครั้งตอนชายหนุ่มกลับมาจากที่ทำงาน ทำแบบนี้มาจะครบสองอาทิตย์แล้ว
บนโต๊ะอาหารค่ำ
“คิดไว้หรือยังตาภพจะพาน้องไปฮัลนีมูลที่ไหน” เด็กหนุ่มทานข้าวไปไม่กี่คำก็อิ่มแล้ว แต่ยังไม่อยากอิ่มยังคงนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาเงียบๆ เขายังอยากนั่งมองหน้าติณภพไปเรื่อยๆ แต่แล้วคำถามของคนเป็ยายก็ทำเขาชะงักหยุดมือลงทันทีไม่ต่างไปจากติณภพ
“คุณยาย” เด็กหนุ่มมีแววตาเศร้าอย่างเห็นได้ชัด เขาอยากร้องไห้อยากกอดยายเขารู้ว่ายายทำทุกอย่างเพื่อเขา ร่วมถึงถามเื่นี้ขึ้นมาด้วยเื่ที่เขาเองก็อยากรู้แต่ไม่กล้าถาม เขาไม่รู้ว่าแสงจันทร์รู้ถึงความ้าของเขาได้ยังไง
“ยังไม่ได้คิดเลยครับคุณท่าน” ชายหนุ่มตอบหน้านิ่ง ในแววตามีประกายความโกรธแต่มีแค่ธนวินท์เท่านั่นที่มองเห็นมัน
“ไม่คิดก็คิดได้แล้ว พาหลานฉันไปเปิดหูเปิดตาบ้าง อยากไปประเทศไหนแจ้งคุณอัญไปได้เลย ฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง” ชายหนุ่มกลื่นน้ำลายเหนี่ยวๆ ลงคอ เขารู้สึกได้ว่ากำลังโดนแสงจันทร์เอ็ดให้แล้ว คงไม่พ้นเด็กตัวขาวที่นั่งเขี่ยข้าวเงียบๆ อยู่นี่แน่ๆ คงไปพูดอะไรเข้าคุณท่านถึงได้มาพูดแบบนี้กับเขา
“ไม่เป็ไรครับคุณท่านเื่ของน้องวินขอผมเป็คนรับผิดชอบเองครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไปนิ่งๆ เขากำลังคิดว่าควรพาเด็กหนุ่มไปที่ไหนสักที่ใกล้ๆ นี่แหละ เขาคงไม่ว่างพอจะบินไปต่างประเทศเวลานี้หร่อก คิดแล้วก็ได้แต่เหลือบตามองเด็กตัวขาวส่วนธนวินท์กลับมองมาที่เขาสายตากม่นเศร้า
“หึ!”
….
หลังงานแต่งมาได้เกือบสองอาทิตย์ เด็กนั่นก็ย้ายมาอยู่ในห้องนอนเดียวกันกับผม ผมต้องกลับมานอนที่บ้านจันทร์ประดับทุกวันด้วยเพราะเกรงใจคุณท่าน ที่จริงแล้วรออีกไม่ถึงสิ้นเดือนนี้ห้องนอนที่รีโนเวทใหม่ที่บ้านของผมก็จะเสร็จเรียบร้อย จะได้พายัยเด็กดื้อย้ายเข้าไปอยู่ได้แล้ว
ธนวินท์เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าเช็ดตัวผื่นเดียวพันไว้รอบเอวบางคอด เงยหน้ามองติณภพที่นั่งจ่องกันอยู่บนเตียง เขาเดินมาหยิบชุดนอนออกจากตู้ มือเล็กประม่าหน่อยๆ เมื่อสายตาที่มองมาทำเขาเสี่ยวสันหลังวาบ เห็นแบบนั่นธนวินท์หมดอารมณ์ที่จะทำตามที่มุกรวีบอกแล้ว ขาสองข้างก้าวเร็วๆ จะเดินไปที่ประตูห้องน้ำ
“จะไปไหน….” แต่แล้วต้นแขนก็ถูกชายหนุ่มกระชากกลับมาจนไปนอนหงายอยู่บนเตียงนอนพอจังหวะจะลุกหนีแต่ช้ากว่าติณภพที่เข้ามาคร่อมกักขังร่างเล็กไม่ให้ถ่อยหนี
“งื้อ~ อาภพ” มือเล็กที่ยังถือชุดนอนอยู่ดึงมันขึ้นมาปิดหน้า แต่แล้วก็กลับถูกติณภพกระชากออกไปแทน
“กลัวฉันขนาดนี้เลยเหรอ หึๆ!”
“…..”
“กลัวขนาดนี้แต่ปากบอกจะเป็เมีย~”
“ไม่ได้กลัว~”
“หึ!ยังจะมาปากแข็งอีก” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ พรางกวาดสายตามองเรือนร่างของคนเด็กกว่าไปด้วย ผิวของธนวินท์ขาวเปล่งเนียนละเอียดน่าััธ์เหมือนผิวเด็ก
“บ้าชิป” ยอดอกสีแดงสดทำเขาสบดออกมา จนต้องละสายตาไปมองใบหน้าหวานแทน แต่นั่นก็ยิ่งทำเขาหงุดหงิดใจอีกครั้งเมื่อเผลอมองกลีบปากอิ่มแดงระเรือที่เ้าตัวกำลังขบเม้มกัดปากตัวเองอย่างประม่า แต่นั่นมันยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้คนเขาเกิดอารมณ์เบื่องล่าง
“ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกมาคุยกัน” ธนวินท์พยักหน้าหงึกงัก ขยับตัวมุดลอดแขนชายหนุ่มออกมา ไม่ลืมที่จะคว้าชุดนอนติดมือเข้าห้องน้ำไปด้วย เขาเข้าห้องน้ำไปแล้วติณภพก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน มือใหญ่ลูบหน้าตัวเองพรางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
เด็กหนุ่มตัวขาวเดินออกมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ แต่พอเห็นสายตาดุๆ ของติณภพที่จ่องมา ตาไม่กระพริบ ก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเดินเข้าไปใกล้อีก
“มานั่งตรงนี้ซิฉันไม่ทำอะไรเธอหร่อกน่า” เด็กหนุ่มหลบสายตาเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ
“วันนี้เธอไปคุยอะไรกับคุณท่านมา? ว่ายังไงละธนวินท์”
“อาภพ~”
“เธอไปพูดเื่ฮัลนีมูลกับคุณท่านมาใช่ไหม?”
“วินไม่เคยไปคุยกับคุณยายเื่นี้เลยนะคับอาภพ” เขาจ่องลึกเข้าไปในแววตาของเด็กหนุ่มเพื่อหาความจริงในแววตาใส่คู่นั่น กลิ่นสบู่จากกายขาวทำเขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้ มือเล็กดันแผ่งอกคนที่เอนตัวเข้ามาจนใกล้เขา
“อาภพ” เสียงเรียกชือทำเขาได้สติขยับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิม
“หึ แล้วเธอรู้ไหมว่าฮัลนีมูลเขาไปทำอะไรกัน”
“ก็เที่ยวไงคับ ทเที่ยว”
“หึๆๆ ธนวินท์!”
“ขอโทษที่ทำให้อาภพลำบากใจ” ธนวินท์ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษออกมาเพราะไม่อยากเห็นชายหนุ่มหมางเมินต่อกันตอนนี้เขารู้แล้วว่าติณภพไม่อยากไป เขารู้แต่แล้วอยู่แล้ว
“ช่างเถอะนอนได้แล้ว!”
……..
เมื่อเช้าผมจะออกไปทำงานเด็กนั่นก็ตื่นมาส่งผมขึ้นรถแต่เช้า คงอยากขอโทษเื่ที่คุณท่านพูดบนโต๊ะอาหารเมื่อวาน ก่อนผมจะขึ้นรถขับออกมาก็พูดจาเลอะเทอะซ๊ะมากมายจนผมรำคาญดุไปยกหนึ่ง เห็นมองผมตาแดงๆ เหมือนคนจะร้องไห้แต่ผมก็ไม่สนใจขับรถอออกมาเลย
…….
17:00
ตอนนี้ก็เป็เวลาห้าโมงเย็นแล้ว แต่เขายังอยู่ในชุดสูททำงานยังกลับไปไม่ถึงที่บ้านจันทร์ประดับ วันนี้เขาเกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมาไม่รู้ถึงได้ทำตามใจเด็กนั่นได้ เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไม รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่หน้าร้านชานมไข่มุกหน้าโรงเรียนมัธยมของยัยเด็กดื้อแล้ว
คงเป็เพราะทุกวันเมื่อมาถึงที่ทำงานจะมีข้อความจากธนวินท์ส่งมาขอร้องกันให้เขาซื้อชานมไข่มุกหน้าโรงเรียนมาฝากในตอนเย็น เด็กหนุ่มอ้างเหตุผลว่าเขาจบมัธยมแล้ว คงไม่ได้ทานทุกวันเหมือนเมื่อก่อน เ้าตัวอยากกินมากๆ แต่ไม่อยากรบกวนลุงกนกให้ขับรถพาออกไปเลยไหว้วานเขาแทนซินะ
ในมือใหญ่ถือแก้วชาไข่มุกที่ซื้อมาจากหน้าโรงเรียน กับขนมที่แวะซื้อจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยเข้าบ้าน สองขาก้าวลงจากรถปิดประตูอย่างทุลักทุเลไหนจะกระเป๋าเอกสาร ไหนจะถุงขนมและแก้วชานมอีก ชายหนุ่มหอบหิ้วทุกอย่างเข้ามาจนถึงในบ้าน
“งอนเหรอ!” ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าบ้าน กวาดสายตามองหาธนวินท์ ก็ไม่เจอเด็กหนุ่มตัวขาวที่ชอบมายืนเสนอหน้าถือแก้วน้ำเย็นๆ รอกันเหมือนทุกวัน กลับเป็แม่บ้านอีกคน ติณภพเลยเดินเข้ามาหาในห้องนั่งเล่นเปื่อว่าจะมานอนดูซีรี่อยู่แต่ไม่ก็ยังเจอเด็กหนุ่ม ขึ้นไปบนห้องนอนตัวเองก็ไม่มีวี่แววของธนวินท์ น้อยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของแสงจันทร์เห็นชายหนุ่มเข้าเหมือนกำลังมองหาอะไรบ้างอย่างอยู่ก็เลยเดินเข้ามาถาม
“คุณภพหาใครอยู่เหรอค่ะ”
“น้องวินอยู่ไหนครับป้าน้อย”
“อยู่ในห้องนอนค่ะคุณภพ” น้อยอมยิ้มมองของในมือชายหนุ่มพรางพูดบอกออกไป
“ในห้องเหรอครับ ผมเพิ่งจะออกมาจากห้องก็ไม่เจอนะครับป้า”
“ป้าหมายถึงห้องนอนคุณหนูค่ะ”
“เขาไปทำอะไรที่นั่นครับไหนบอกผมไม่อยากอยู่ห้องตัวเอง”
“เพื่อนของคุณหนูมาหาั้แ่เมื่อบ่ายแล้วค่ะ คุณหนูก็เลยพาขึ้นไปบนห้อง….คุณภพมีอะไรหรือเปล่าค่ะ ถ้ามีธุระกับคุณหนูเดี่ยวป้าไปตามให้ได้นะค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับป้า แต่ผมฝากป้าน้อยเอาขนมกับน้ำนี่ไปให้หนูวินหน่อยนะครับ เดี่ยวผมตามไป” ชายหนุ่มยื่นถุงขนมกับชานมไข่มุกฝากป้าน้อยไปให้ แล้วเดินเลี่ยงออกไปอ่าบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ก็อกๆๆ!!!!!!!”
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้เด็กสาวต้องลุกมาเปิดประตู ติณภพในชุดเสื้อยืดแขนสั่นกับกางเกงขายาวใส่สบาย ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้องนอนของธนวินท์
เสียงเปิดประตูทำให้เขาต้องเกร็กขรึ่มมากกว่าเดิม เขายังไม่ทันได้คิดคำพูดที่จะใช้พูดกับธนวินท์เลยด้วยซ้ำประตูก็ถูกเปิดออกแล้ว
“อาภพสวัสดีค่ะ” มุกรวียกมือไหว้ชายหนุ่มทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มพยักหน้าหากแต่สายตากลับมองลึกเข้าไปในห้องนอน ผ่านหน้าเด็กสาวไป
“ชินอ่า เราบอกว่าจะกินคนเดียวไง” สองคนกำลังยื่อแย้งชานมไขมุกแก้วเดียวที่ติณภพซื้อติดมือมาให้ หากแต่ถูกชิณวุฒเพื่อนตัวดีแกล้งหยอกให้เพื่อนร้องไห้
“นี่มันของอาภพซื้อมาให้เรานะชิน” แขนแกร่งของชิณวุฒข้างหนึ่งรัดอยู่รอบลำคอระหงส์ อีกข้างรัดกอดรอบเอวบางของเด็กตัวขาว พรางจะยื่อแย้งแก้วชานมไข่มุกในมือเล็กของธนวินท์ ติณภพเห็นแบบนั่นก็รีบรุดเดินผ่านหน้ามุกรวีเข้ามาหาคนตัวขาวทันที
“เกิดอะไรขึ้นเล่นนะไรกัน!”
“อาภพ~”
“ฉันถามว่าเล่นอะไรกัน”
“ไม่มีอะไรคับอา แค่แกล้งกันเฉยๆ” ธนวินท์เห็นสายตาที่ชายหนุ่มใช้มองเพื่อนของตนก็เสี่ยวสันหลังวาบ ไม่รู้ว่าอาภพไปโกรธใครมาทำไมถึงได้หน้าตาบูดบึ่งเหมือนั์แบบนี้ ด้านชิณวุฒเขาขยับลงจากเตียงนอนพรางคว้าแก้วชานมไข่มุกจากปากของธนวินท์มาดูดต่อหน้าตาติณภพ ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวชายหนุ่มสามีมาดๆ ของเพื่อน เหมือนเพื่อนรักอีกสองคนเลยแม้แต่น้อย
“เอามานี่นะชิน~” ไม่วายคนตัวเล็กะโลงจากเตียงได้ก็ตามเพื่อนตัวดีมาติดๆ จะลงมาแย้งแก้วไปจากมือ แต่แล้วเอวบางก็ถูกติณภพรวบไปกอดไว้จากทางด้านหลังซ๊ะก่อนจะได้ทำอะไรอย่างที่ใจคิด
“อาภพปล่อยนะ ไอ้ชินเอาของเราคืนมา”
“หนูวินหยุดดิ้น! นี่ธนวินท์อาจะโกรธเราแล้วนะ” ชายหนุ่มต้องเสียงเข้มใส่นั่นแหละธนวินท์ถึงหยุดต่อต้าน แต่สายตาของเด็กหนุ่มยังคงมองแก้วในมือที่ชิณวุฒกำลังทานอยู่ไม่วางตา
“วินลูกรักแม่มาช่วยแล้ว” มุกรวีอ้าปากค้างมองเห็นการณ์ทั้งหมดก่อนจะรีบรุดมาหาเพื่อนทั้งสองของตน เพื่อแก้สถานะการ
“ชิณทำไมต้องไปแกล้งมันด้วย คืนเพื่อนไปเลยน่ะ” จู่ๆ ใบหูของชิณวุฒก็ถูกมุกรวีดึงจนยืดออกลงโทษที่แกล้งกันจนเกินงาม
“มุก มุก มุกเราเจ็บนะ” ไม่วายมือเล็กของหญิงสาวก็แย้งแก้วมาคืนธนวินท์จนได้ ส่วนธนวินท์ที่ยังถูกกอดเกี่ยวเอวอยู่ก็รับมาดูดต่อ ติณภพขมวดคิ้วไม่ชอบใจเลย เขาแย้งแก้วไปจากมือน้อยทันที
“อาภพทำอะไรคับ”
“เดี่ยวฉันซื้อให้ใหม่”
“เธอสองคน นี่ก็จะเย็นมากแล้วจะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนหรือจะกลับเลย ถ้ากลับเลยฉันจะให้รถที่บ้านไปส่ง”
ติณภพยืนมองเด็กสองคน สลับมองใบหน้าเมียเด็กของตนที่ตอนนี้เงียบไปทั้งห้องหลังจากสิ้นเสียงพูดของเขา
“อ่อ ใช่เรามีนัดนี่น่าชิน เราต้องกลับแล้วล่ะ ปะชินกลับๆ” เด็กสาวรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋า ก่อนจะขยับลุกขึ้นไปลากแขนชิณวุฒให้ตามออกมาติดๆ
“แต่ชินยังไม่อยากกลับวะมุก”
“กลับเหอะน่า”
“อาภพสวัสดีค่ะ ไม่ต้องไปส่งนะค่ะ มุกเอารถที่บ้านมาค่ะ ไปก่อนนะวินแล้วค่อยเจอกัน”
“งั่นกูกลับก่อนนะวิน เดี่ยวคืนนี้จะโทรหาครับ” รอยยิ้มเ้าเลห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเด็กหนุ่มตัวสงก่อนจะยกมือโบกลาเพื่อน
จากนั่นในห้องก็เหลือแค่ติณภพกับธนวินท์สองคน เด็กหนุ่มได้จังหวะผละออกมาจากคนตัวโตทันที แล้วจะแย้งแก้วมาจากมือใหญ่
“อาภพเอาแก้วชานมคืนมาเลย~”
“อาภพ!”
“สนิทกันมากเหรอ?”
“สนิทอะไรคับ?”
“กับเด็กคนนั่นนะ!”
“หืม ชินนะเหรอคับ สนิทมากคับ”
“วันหลังจะทำอะไรประเจิดประเจ้อ คิดบ้างว่าตัวเองมีผัวแล้ว”
“อาภพอะหยาบคาย”
“ก็หยาบคายแบบนี้ไม่ใช่เหรอที่เธอชอบ”
ชายหนุ่มถอนหายใจปาแก้วชานมทิ้งลงถั่งขยะ แล้วเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยเด็กหนุ่มไว้กับความสับสนมึนงง
“ไม่ใช่สักหน่อย น้องวินชอบอาภพคนอ่อนโยนต่างหาก” แก้วชาไข่มุกที่นอนคว่ำอยู่ในถังขยะทำเด็กหนุ่มหน้างออีกครั้ง ทั้งที่อยากกินมาหลายวันแล้ว แต่พอจะได้กินสักหน่อย ‘ทำไมอาภพต้องทำแบบนี้ด้วย’ เขาไม่เข้าใจสักนิดเดียวทำไมกับตัวเขาอาภพถึงทำหยาบคายใส่มากมายแบบ