บ่ายวันหนึ่ง ณ...หมู่บ้านที่ห่างไกลแห่งนึงในเมืองหลวงของแคว้นเจี่ยหาน
ตึกตักๆ!! เสียงเท้าน้อยๆของเด็กผู้ชายหน้าตาเปื้อนฝุ่นผู้หนึ่งอายุ 7-8 ปี รูปร่างผอมบาง กำลังวิ่งมาอย่างดีใจใบหน้าเปื้อนยิ้ม ในมือเด็กนั้นถือหัวมันขนาดใหญ่ จำนวน 3 หัว กำลังวิ่งเข้าบ้านหลังนึงอย่างเร็วจี๋ แล้วผลักประตูเข้าไปในบ้านหลังนึงที่ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย ผลัก!! พอผลักเข้าไปในบ้านแล้วก็ะโหา พ่อแม่ ด้วยความดีใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ขอรับ ข้ากลับมาแล้ว ข้าได้เข้าป่าไปและหาหัวมันอันใหญ่กลับมาด้วยขอรับ วันนี้เราได้อิ่มกันแน่เลย” เสียงเจ้ยแจ้วของเด็กชายคนนี้ดังไปทั่วบ้าน แต่ก็ไม่มีใครขานรับเด็กชายซักคน เด็กชายก็เกิดความสงสัยในใจขึ้นมาว่า ทั้ง 2 คน ไปไหนกัน ทั้งบ้านไม่มีใครอยู่เลยรึ ดังนั้นพอคิดได้เอาหัวมันขนาดใหญ่ 3 หัวไปไว้ที่ห้องกินข้าวแล้วจึงเดินไปค้นหาแต่ละห้องในบ้านหลังนั้นจนเหนื่อย สุดท้ายก็ไม่เจอใครเลย ด้วยความเพลียจากการไปหาหัวมันในป่าและการค้นหาพ่อแม่ เด็กน้อยจึงไปหลับรอในห้องเผื่อว่าพ่อแม่ของเด็กน้อยจะกลับมา ด้วยความเด็กน้อยไม่คิดอะไรมากจึงไปนอนรอในห้อง เวลาผ่านไปจึงถึงกลางดึก เด็กน้อยก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียและท้องก็เริ่มหิวก็พบแต่ความมืด และยังไม่เห็นพ่อแม่กลับมาที่บ้าน เด็กน้อยจึงคิดในใจขึ้นมาว่า ท่านพ่อกับท่านแม่ไปไหนกัน? เพราะั้แ่จำความได้ ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่เคยกลับบ้านก่อนตะวันตกดินเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้น 2 ดวงตาเริ่มมีน้ำใสคลอออกมาเคลือบดวงตาแล้ว เนื่องด้วยความกลัวว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะไม่กลับมา เด็กน้อยจึงวิ่งไปค้นหาในบ้านอีกครั้ง สุดท้ายก็ไม่เจอ ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเริ่มคืบคลานเข้ามาหาเด็กน้อยคนนี้เสียแล้ว ยิ่งความมืดเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ความคิดด้านลบของเด็กน้อยก็เริ่มมากขึ้นทุกขณะไปด้วย ในเมื่อค้นหาบุพการีทั้ง 2 ทั่วบ้านหมดแล้วไม่เจอ ในใจคิดว่าในบ้านไม่เจอก็ต้องหาที่ข้างนอกบ้าน เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กน้อยจึงไปจุดไฟที่ตะเกียงที่วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าวพร้อมถือตะเกียงเพื่อออกตามหาบิดามารดาของตนที่ยังไม่กลับมา.....
ในความมืดมิดของท้องฟ้าที่มีแต่ดวงดาวระยิบระยับแต่กลับไม่เห็นดวงจันทราในยามค่ำคืนของคืนนี้ กลับมีเด็กน้อยคนนึงถือตะเกียงไฟอันเล็กๆวิ่งหาบางอย่างด้วยความร้อนรนรอบๆบ้านหลังเล็กๆ.... ตึกตัก ตึกตัก !! เสียงเท้าของเด็กน้อยที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว พร้ะโกนดังๆว่า “ ท่านพ่อ!! ท่านแม่!! พวกท่านอยู่ไหน ข้ากลับมาแล้ว .. ท่านพ่อ!! ท่านแม่!! พวกท่านอยู่ไหน ข้ากลับมาแล้ว.. ท่านพ่อ!! ท่านแม่!! พวกท่านอยู่ไหน ข้ากลับมาแล้ว..” เด็กน้อยะโแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเหนื่อยและหมดแรง ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับที่คุ้นเคยกลับมา เด็กน้อยจึงทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น แต่เมื่อร้องไห้ไปซักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมาและได้สังเกตุเห็นหมาป่าหางสีขาวขนาดไม่ใหญ่มากจำนวน 2 ตัว ที่วิ่งไปทางหลังบ้านที่อยู่ห่างไม่ไกล เพราะเมื่อเด็กน้อยอายุ 6 ขวบ บิดาของเด็กน้อยเริ่มสอนสิ่งต่างๆให้เด็กน้อยได้เรียนรู้ พร้อมกับเล่าถึงสัตว์ในป่าใกล้ๆบ้านอีกด้วย และบิดาได้เล่าถึงสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งมีนิสัยโหดร้ายนั่นก็คือ..หมาป่าหางสีขาวที่มีความสามารถในการดมกลิ่นเืในระยะไกล ร่างกายเต็มไปด้วยขนหนาสีน้ำตาลดั่งศิลาแต่ว่าขนหางกลับเป็สีขาวดั่งหิมะและยังชอบกินเนื้อสดๆอีกด้วย เมื่อเด็กน้อยนึกขึ้นได้ดังนั้น จึงรีบเช็คน้ำตา และหาไม้ที่เหมาะมือพร้อมดับไฟที่ตะเกียง และแอบวิ่งไปตามทางที่หมาป่าหางสีขาว 2 ตัว นั้นไป... เมื่อเด็กน้อยวิ่งตามหมาป่าออกไปได้ซักพัก ก็ไปเจอหมาป่าหางสีขาวจำนวน 2 ตัว ดังกล่าว ค่อยๆเดินไปที่คนผู้นึงที่เด็กน้อยคุ้นชินและคุ้นตามาก ซึ่งหันหลังให้กับหมาป่าหางสีขาวในท่าคุกเข่าด้านหน้าของคนผู้นั้นมีกองดินอยู่ 1 กอง มีไม้ยาวๆ ปักไว้มีชื่อๆนึงที่คุ้นตา เพียงแต่ด้วยความมืดจึงมองไม่ชัด เด็กน้อยๆค่อยๆแอบตามหมาป่า 2 ตัวนั้นไป เมื่อใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รูปร่างคนที่คุกเข่าอยู่ข้างหน้ากองดินก็เริ่มเด่นชัดในดวงตาทั้ง 2 ของเด็กน้อย มองดูแล้วเป็ร่างที่คุ้นเคยเป็อย่างมาก แผ่นหลังอันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่คล้ายคลึงกับผู้ชายที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิต ผมยาวที่มีสีดำปนเทาปกบ่าทั้ง 2 ข้างให้ความรู้สึกสุขุม เยือกเย็น คล้ายกลับเคยเห็นและเลยจับเล่นผมสีนี้เป็ประจำ เมื่อความคิดทั้งหมดมารวบรวมเป็หนึ่งเดียว นัยย์ตาทั้ง 2 ดวงของเด็กน้อยก็กว้างขึ้นอย่างฉับพลัน...เมื่อรู้ว่าคนข้างหน้าคือผู้ใด?......
ทันใดนั้นเอง!! หมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 ตัว ที่เดินไปเข้าใกล้คนผู้นั้นเริ่มมีอาการหิวโหย น้ำลายเริ่มไหลออกมาเต็มปากที่ยืดยาวและฟันอันแหลมคมขนาดใหญ่จำนวน 4 ซี่ ลิ้นสีดำที่ยาวเหยียดเลียปากที่เต็มไปด้วยน้ำลายไปมา เหลืออีก 4-5 ก้าวก็จะเดินมาถึงคนผู้นั้นแล้ว เมื่อเด็กน้อยเห็นดังนั้นจึงกำไม้แน่นไว้ พร้อมค่อยๆเดินไปใกล้ๆหมาปาหางสีขาวทั้ง 2 ตัวโดยที่ไม่ให้สัตว์ 2 ตัวนั้นรู้ตัว หมาป่าหางสีขาว 2 ตัว เมื่อเดินมาใกล้คนผู้นี้ก็หยุดแล้วใช่จมูกนั้นสูดกลิ่นคนผู้นั้น พร้อมทำท่าทางผงกหัวเหมือนพึงพอใจกับเหยื่อที่อยู่ตรงหน้านี้ หมาป่าหางสีขาวตัวนึงที่ดูมีขนาดใหญ่กว่าอีกตัวเล็กน้อย ดูเหมือนเป็เพศผู้ก็เดินมาด้านข้างของคนผู้นั้น และก็ก้มลงไปเลียเืที่ไหลออกมาตัวคนผู้นั้นที่อยู่ตรงพื้น เมื่อเลียเืเสร็จแล้วก็เงยหน้าหันไปมอง หมาป่าอีกตัว พร้อมผงกหัวเหมือนส่งสัญญาณว่า พร้อมที่จะกินเหยื่ออันโอชะที่อยู่ตรงนี้แล้ว เด็กน้อยเห็นฉากนี้แล้ว บังเกิดจิตสังหารที่เอ่อล้นออกมาจากนัยต์นาที่เป็สีดำเหมือนหลุมสีดำที่ไม่อาจมีสิ่งใดที่เข้าไปแล้วหลุดรอดออกไปจากหลุมนี้ได้ เมื่อจิตสังหารก่อขึ้นมาแล้ว ดังนั้น เด็กน้อยคนนี้ก็สงบจิตใจไว้และเก็บก้อนหินก้อนนึงที่อยู่ตรงหน้า และขว้างไปสุดแรงไปโดนต้นไม้ที่อยู่ข้างหมาป่าหางสีขาวที่อยู่ไม่ไกลมาก เมื่อก้อนหินที่มากระทบในต้นไม้ หมาป่าหางสีขาว 2 ตัวที่พร้อมจะกินเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าก็หันไปทางนั้นทันที หมาป่าตัวผู้ ะโออกไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเด็กน้อยเห็นฉากนี้แล้วก็วิ่งออกไปด้วยความเร็วที่ติดตัวมาั้แ่เด็ก เมื่อวิ่งจนใกล้จะถึงหมาป่าหางสีขาวตัวเมียที่อยู่ใกล้คนผู้นั้นก็กระโดนพร้อมเงื้อไม้ที่กำไว้แน่น ฟาดลงหลังของหมาป่าเพศเมียตัวนั้นทันทีอย่างสุดแรงจนปลายไม้แตกออกเป็คมแหลม ตุบ!! หมาป่าเพศเมียที่ไม่ทันระวัง โดนไม้ฟาดที่หลังอย่างแรงนั้น ก็กระเด็นไปทางข้างกองดินพร้อมสลบทันที ที่ด้านหลังเกิดาแยาวและมีเืไหลออกมา และที่ปากหมาป่าเพศเมียตัวนั้นก็มีเืไหลออกมา เมื่อหมาป่าเพศผู้ตัวนั้นเห็นว่า ตัวเมียโดนตีสลบไป ก็เกิดอารมณ์โกรธสุดขีด จึงหอนขึ้นมา 1 ครั้ง บรู๊ววว!! พร้อมกระโจนใส่เด็กชายคนนี้ทันทีด้วยความรวดเร็ว เมื่อเด็กชายเห็นหมาป่ากระโจนใส่ด้วยความรวดเร็ว เด็กชายจึงก้มลงหลบอย่างรวดเร็วและกลิ้งไปทางต้นไม้ต้นที่ได้ขว้างหินไปโดน เมื่อเด็กชายลุกขึ้นยืนได้แล้ว หมาป่าเพศผู้ตัวนั้นก็ได้รีบไปดูหมาป่าเพศเมียอีกตัวที่นอนสลบอยู่ทันที หมาป่าเพศผู้เมื่อได้เห็นสภาพาแของหมาป่าเพศเมียของมัน ก็โกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด พร้อมเกิดจิตสังหารของหมาป่าเพศผู้ตัวนั้นทันที ขนสีน้ำตาลตั้งแข็งขึ้นเหมือนหนามแหลม หูที่ยาวแหลมก็ตั้งชันขึ้น หางสีขาวที่ฟูฟ่องดั่งหิมะกลับหดเรียบไปกับกระดูกส่วนหาง จนกลายเป็เหมือนหนามสีขาวที่แหลมคมขนาดใหญ่ เมื่อเด็กน้อยหันดังนั้นในใจก็ตกตะลึงเป็อย่างมาก แต่ซักพักก็กลับมารวมรวบสติไว้ได้ แต่จิตสังหารยังมีอยู่เช่นเดิม มือกำไม้ที่ปลายแหลมคมไว้แน่น....
1 เด็กน้อย กับ 1 หมาป่าที่ดุร้าย เผชิญหน้ากันด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะคร่าชีวิตของฝ่ายตรงข้ามกัน หมาป่าเห็นเด็กน้อยราวกับเหยื่ออันโอชะเพิ่มมาอีกหนึ่งก็เริ่มโจมตีก่อน ถึงหมาป่าหางสีขาวจะมีแต่กล้ามเนื้อ แต่ก็มีความรวดเร็วและฉลาดอยู่ไม่น้อย หมาป่ากระโจนโจมตีเด็กน้อยทันทีด้วยความเร็วสุดกำลัง เด็กน้อยเห็นความเร็วของหมาป่าแล้ว ในใจคิดว่า รวดเร็วไม่น้อยกว่าตัวเด็กน้อยเลย แต่ด้วยความเร็วของหมาป่าที่โจมตีก่อน จึงไม่ได้ทันหลับ ได้แต่เอาไม้ที่กำไว้ 2 มือ เอามากันท่าโจมตีของหมาป่าตัวนั้นแทน เมื่อกรงเล็บที่ยาวและแหลมคมของหมาป่ากระทบกับไม้ท่อนนั้น ร่างของเด็กน้อยที่อายุเพียงแค่ 7 ปี ก็กระเด็นไปที่ต้นไม้ต้นนั้นทันที ตุ้ม!! เด็กน้อยลุกขึ้นมาทันทีที่มุมปากมีเืไหลซึมออกมา เด็กน้อยมองดูไม้ที่เอาไว้กันหมาป่าตัวนั้น มีรอยขีดข่วนของเล็บหมาป่า 6 รอยด้วยกัน แต่ละรอยก็ลึกไม่น้อยกว่า 1 เิเ แต่สีหน้าของเด็กน้อยยังนิ่งไม่มีท่าทีกลัวแต่อย่างใด เมื่อหมาป่าโจมตีเสร็จแล้วก็หันมามองเด็กน้อยด้วยความตกตะลึง เพราะมันใช้กำลังโจมตีไปสุดกำลังแล้ว แต่เด็กน้อยคนนี้ยังไม่เจ็บมากเท่าไหร่ ดังนั้นมันจึงต้องโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อคิดได้ดังนั้นหมาป่าจึงะโไปข้างหน้าเมื่อเท้าหน้าทั้ง 2 เท้าของหมาป่าลงถึงพื้นดินก็ะโเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว โดดไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ด้วยความรวดเร็วเพื่อหวังให้เด็กน้อยสับสนและเห็นไม่ชัด เพื่อที่จะได้โจมตีเด็กน้อยอย่างจัง เด็กน้อยเห็นดังนั้นแล้ว กำไม้ไว้แน่นพร้อมรวบรวมสติไว้ไม่ให้ร้อนรนในการรอดชีวิตในครั้งนี้ แต่เมื่อสตินิ่งแล้วเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นกับเด็กน้อย นั่นก็คือนัยต์ตาของเด็กน้อยเห็นว่าหมาป่า เชื่องช้าทันที ะโไปมาแบบช้าๆ.... เมื่อหมาป่าใกล้จะถึงตัวเด็กน้อยแล้ว หมาป่าหันหลังแล้วให้เอาหางสีขาวที่แหลมคม พุ่งเข้าแทงใส่เด็กน้อยทันทีอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยเห็นหมาป่าหันหลังแล้วใช้หางเป็อาวุธพุ่งเข้ามา หวังจะแทงใส่นั้น ตัวเด็กน้อยก็หันหลังและวิ่งไปทางต้นไม้ และะโไปยังกลางต้นไม้และเหยียบต้นไม้และะโหนีหางแหลมคมของหมาป่าทันที ตุ้มม!!! หางของหมาป่าแทงใส่ต้นไม้ต้นนั้น ต้นไม้ต้นนั้นหักครึ่งทันทีด้วยความรุนแรงของการโจมตีของหมาป่า เมื่อเด็กน้อยหลบได้แล้ว ก็วิ่งไปทางกองดิน เมื่อเห็นหมาป่าตัวเมียกำลังจะฟื้นคืนจากการที่สลบไปนั้น จิตสังหารของเด็กน้อยก็มีอยู่เต็มเปี่ยมก็วิ่งไปหาหมาป่าเพศเมียอย่างรวดเร็ว พร้อมะโขึ้นไปบนอากาศ และใช้ไม้ที่มีปลายคมนั้น ใช้ 2 มือถืออย่างแน่น พุ่งเข้าแทงที่คอหมาป่าเพศเมียอย่างรุนแรง ฉึก!!! เืสีแดงเข้มของหมาป่าเพศเมียตัวนั้นสาดกระจายไปทั่งบริเวณรอบๆ แต่เด็กน้อยไม่ใกลัว ด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เด็กน้อยกลับดึงไม้ปลายแหลมคมออกมาจากคอหมาป่าเพศเมีย แล้วจ้วงแทงไปยังระหว่างคิ้วของหมาป่าเพศเมียตัวนั้นอย่างสุดกำลังอีกครั้ง หมาป่าเพศเมียร้องโหยหวน 2 ครั้งแล้ว สุดท้ายร่างกายก็กระตุก หมดลมหายใจไปทันมี เมื่อหมาป่าเพศผู้เห็นหมาป่าเพศเมียตายลงกับตา จิตสังหารกลับเพิ่มขึ้น ออร่าสีดำผุดขึ้นรอบๆตัวหมาปาเพศผู้ทันที ด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด และหมาป่าเป็สัตว์เดรัจฉานจึงทำให้ขาดสติไปอย่างสิ้นเชิง หมาป่าะโโจมตีด้วยกรงเล็บ 2 ข้าง และใช้เขี้ยวแหมคม 4 ซี่ โจมตีเด็กน้อยอย่างไม่คิดชีวิต เด็กน้อยเห็นท่าทางที่เชื่องช้าของหมาป่าตัวนี้แล้ว ยิ้มมุมปากอย่างเ็า เมื่อกงเล็บหมาป่าใกล้เข้ามาก่อนที่จะถึงตัวนั้น เด็กน้อยก้มตัวหลบหมุนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อหลบกงเล็บหมาป่าพ้นแล้ว ดังนั้นจึงใช้ไม้ปลายแหลม แทงที่ท้องของหมาป่าที่ยังทะยานกลางอากาศอย่างจัง ฉึก!! เมื่อหมาป่าลงมาถึงพื้นก็เ็ปที่ท้องอย่างมาก เืของมันก็ไหลออกมาอย่างไม่หยุด แต่หมาป่าก็อดทนเอาไว้ ะโโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับช้าลงกว่าเดิม เพราะาแจากการแทงของไม้ปลายแหลมนั้นไปแทงอวัยวะภายในจนเสียหายอย่างหนัก เด็กน้อยเห็นท่าทางหมาป่าช้าลงก็รีบโจมตีสวนไปทันทีอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยหลีกไปทางด้านข้าง หลบการโจมตีของหมาป่าอีกครั้งและะโถีบลำตัวของหมาป่าอีกครั้งด้วยความรุนแรง ตุบ!!! กระดูกสีข้างของหมาป่าหักทันที หมาป่ากระเด็นไปทับหมาป่าเพศเมียที่นอนตายอยู่ตรงนั้นด้วยกัน หมาป่าจะลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ขึ้นเพราะาแสาหัส และกระดูกสีข้างก็หัก เลยได้แต่หายใจหอบอยู่ที่เดิม เด็กน้อยเห็นดังนั้น จึงเดินเข้ามาด้วยท่าทางเ็า นัยย์ตาดำมืดจนน่ากลัว เมื่อเดินไปอยู่ข้างหน้าหมาป่าเพศผู้ที่อาการสาหัส เด็กน้อยจ้องมองไปสายตาเ็า จิตสังหารยังมีอยู่เช่นเดิม เด็กน้อยจ้องมองและพูดขึ้นมาอย่างเ็าว่า “ พวกเ้ารู้หรือไม่ว่า คนข้างหน้าพวกเ้า เขาเป็ใคร “ หมาป่าเพศผู้ก็จ้องหน้าเด็กน้อยแต่ก็ไม่มีเสียงใดออกมามีแต่เืไหลออกจากปากตลอดเวลา เด็กน้อยก็พูดต่อไปว่า “ คนผู้นั้นที่อยู่ข้างหน้าพวกเ้าคือ บิดาของข้า พวกเ้าบังอาจมากที่กล้ามาจัดการบิดาของข้า วันนี้ข้าจะฆ่าพวกเ้าเพื่อมาเซ่นไหว้ให้กับบิดาและมารดาของข้า ขอให้พวกเ้าจดจำวันนี้ไปจนถึงโลกหน้าซะ “ พูดเสร็จเด็กน้อยก็กำไม้ปลายแหลมแน่นแทงเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของหมาป่าที่าเ็สาหัสตัวนั้นอย่างแรง หมาป่าตัวนั้นตาเบิกกว้างไม่คิดว่าจุดจบจะมาถึงเร็วเช่นนี้ หมาป่าชักกระตุก2-3 ที ก็ไร้ลมหายใจตายไปทันที เมื่อหมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 ตัว ตายไปแล้ว ทำให้จิตสังหารของเด็กน้อยหายไป เมื่อเด็กน้อยรู้สึกตัวทันใดนั้นก็วิ่งไปหาคนผู้นั้นที่ยังคุกเข่าอยู่หน้ากองดินกองนั้น เมื่อเด็กน้อยไปถึงก็คุกเข่าและหันไปมองหน้าคนผู้นั้นในความมืดที่ไร้ดวงจันทรา เมื่อเด็กน้อยเห็นใบหน้าในความมืดมิดและลูบคลำใบหน้านั้น น้ำตาที่เอ่อล้นจากตา 2 ข้างก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย เด็กน้อยร้องไห้อย่างหมดค่า ร้องไห้ไปลูบหน้าคนผู้นั้นไป เด็กน้อยร้องไห้ไปซักพักก็สะอึกน้ำตาและพูดกับคนผู้นั้นว่า “ ท่านพ่อ!! ท่านแม่!! ใครมันผู้ใดบังอาจสังหารพวกท่าน “ เด็กน้อยพูดอยู่แบบนั้นซ้ำๆ อยู่ 2-3 ครั้ง เมื่อเด็กน้อยพูดจบก็คลำไปทั่วตัวบิดา และเมื่อคลำไปที่มือของผู้เป็บิดา จึงพบว่ามือข้างหนึ่งได้กำบางสิ่งเอาไว้ เด็กน้อยจุดไฟที่ตะเกียงอันเล็กๆอีกครั้ง เด็กน้อยเอาไฟตะเกียงส่องไปก็เห็นบางสิ่งดังนั้นก็แกะมือบิดาพร้อมเก็บสิ่งนั้นมาไว้ในมือ เด็กน้อยใช้ไฟตะเกียงส่องดู สิ่งนั้นคล้ายกับผ้าชิ้นนึงมีขนาดไม่ใหญ่มาก รูปร่างเป็สีเหลี่ยมเหมือนฉีกมาจากเสื้อของบิดาตนเอง เมื่อเด็กน้อยคลี่ผ้าออกแล้วปรากฏเป็ข้อความสีแดงคล้ายกับเื เมื่อกลิ่นสีแดงลอยโชยมาที่จมูกเด็กน้อย เด็กน้อยก็ใเพราะเป็กลิ่นเืของคนนั่นเอง แสดงว่าเืที่ใช้เขียนใส่ผ้าผืนนี้ก็คือเืของบิดาของตนอย่างแน่นอน เมื่อเด็กน้อยตั้งสติได้ก็อ่านข้อความในผ้าที่บิดาได้เขียนเอาไว้นั้น ข้อความในผ้ามีดังนี้.......