หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

การเปลี่ยนแปลงในดินแดนสวรรค์

ขณะที่ลั่วอู่หลินยังอยู่ในดินแดนปีศาจ ที่แดนสวรรค์ก็พลันมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นมา เนื่องจากว่าขุมกำลังที่คอยสร้างปัญหาให้กับขุมกำลังอื่นๆอย่าง เซิ่งหุน ได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับตระกูลราชสีห์เพลิงซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งแดนสวรรค์ เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆขุมกำลังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะตระกูลราชันมังกรวารีที่พึ่งได้รับผลกระทบเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะลงมือกับตระกูลราชสีห์ทองคำและขุมกำลังเซิ่งหุนได้ นั่นเพราะอีกฝ่ายมีระดับมหาเทพถึงหกคนด้วยกัน

 

หากถามว่าทำไมถึงรู้ได้ นั่นเป็นเพราะว่าผู้นำระดับมหเทพของทั้งตระกูลราชันมังกรอัสนีบาตสามคนและตระกูลราชันมังกรวารีอีกสองคนเคยลองประลองกับผู้นำทั้งหกของอีกฝ่ายมาแล้ว ซึ่งผลก็คือเสมอกัน ส่วนขุมกำลังวิหคเพลิงอมตะนั้นวางตัวเป็นกลางไม่ได้ข้องแวะกับผู้ใด เพราะพวกเขาหาได้รับผลกระทบของขุมกำลังเซิ่งหุนไม่

 

ข่าวนี้ทำเอาหลายขุมกำลังอกสั่นขวัญแขวนกันยกใหญ่ ขุมกำลังที่โกรธแค้นเซิ่งหุนพากันมาอยู่ภายใต้อาณัติของทั้งสองตระกูลราชามังกรด้วยความเต็มใจ ส่วนอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและกระหายในอำนาจก็ไปอยู่กับราชสีห์ทองคำเช่นเดียวกัน

 

อาจจะเรียกได้ว่าเหลืออยู่เพียงตระกูลวิหคเพลิงอมตะเท่านั้นที่ยังไม่ตัดสินใจ แม้ทั้งสองฝ่ายจะพากันมาโน้มน้าวก็ตาม

 

ซึ่งต้องบอกก่อนว่าแม้พวกเขาจะยังไม่ได้ตัดสินใจแต่ภายในตระกูลก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง หนึ่งคือฝั่งของผู้อาวุโสสูงสุดที่อยากเข้าร่วมกับพวกตระกูลราชามังกรอัสนีบาต ส่วนอีกฝั่งนั้นคือผู้นำตระกูลที่อยากเข้าร่วมกับพวกเซิ่งหุนด้วยความทะเยอทะยานที่มากล้น หากไม่ใช่เพราะลูกชายชมชอบเซียนหนิงซีแน่นอนว่าคงจะนำตระกูลเข้าร่วมกับอีกฝ่ายไปแล้ว

 

"ท่านประมุข ท่านต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไปยื่นข้อเสนอเช่นนั้นออกไป เจ้าหญิงน้อยคนนั้นคือหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนผู้นำตระกูลเซียน แบบนี้ไม่เพียงจะสร้างพันธมิตรไม่ได้ แต่นี่คือการยั่วโมโหเซียนเจียงเฉินอย่างเห็นได้ชัด"ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลวิหคเพลิงกล่าวขึ้นมาด้วยความโมโห เนื่องจากว่าผู้นำตระกูลได้เสนอการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับตระกูลราชามังกรอัสนีบาตซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สิ้นคิดอย่างยิ่ง

 

เพราะในใต้หล้านี้ใครๆก็รู้ว่าผู้นำตระกูลราชามังกรอัสนีบาตหวงหลานสาวคนนี้เป็นอย่างมาก นี่อาจจะเป็นชนวนให้เกิดสงครามตระกูลเลยก็ได้

 

"เหอะ กลัวอะไรกับเซียนเจียงเฉิน หากมันไม่ตกลงพวกเราก็แค่เข้าร่วมกับเซิ่งหุนพวกมันจะทำอะไรเราได้ ในเวลานี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในสภาวะถ่วงดุลซึ่งกันและกัน พวกเราคือตัวแปรอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นพวกมันที่ต้องง้อพวกเรา"ประมุขตระกูลวิหคเพลิงอมตะกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่แยแสแต่อย่างใด

 

ต้องบอกก่อนว่าเซิ่งหุนมีมหาเทพห้าคนบวกกับตระกูลราชสีหฺเพลิงที่แม้จะอ่อนแอที่สุดในสี่ขุมกำลังใหญ่แต่ก็มีมหาเทพอยู่หนึ่งคนรวมเป็นหกคน ส่วนทางด้านตระกูลราชามังกรอัสนีบาตมีมหาเทพสามคนบวกกับตระกูลราชันมังกรวารีอีกสองคนรวมเป็นห้าคนเท่านั้น

 

หกต่อห้ามหาเทพด้วยสถานการณ์เช่นนี้ยังถือว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันมากนัก แต่ถ้าหากตระกูลวิหคอมตะที่มีสองมหาเทพเลือกฝั่งเซิ่งหุนนั่นหมายความว่าตระกูลราชามังกรทั้งสองจะพ่ายแพ้ราบคาบทันทีในด้านของพลังอำนาจ แต่ถ้าหากเข้าร่วมกับตระกูลสองราชันมังกรก็ทำได้แค่สูสีเท่านั้น ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าคนส่วนใหญ่ของตระกูลวิหคเพลิงอมตะเอนเอียงไปฝั่งใด

 

ในเวลาเดียวกันที่ตระกูลราชันมังกรอัสนีบาตเซียนเจียงเฉินตอนนี้ใบหน้ามืดมนอย่างยิ่งเพราะข้อเสนอของตระกูลวิหคเพลิง แถมยังมีผู้อาวุโสบางคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ทำให้ทั้งครอบครัวพากันเครียดไปกันใหญ่

 

ด้านหลังตระกูลอันเป็นสถานที่ฝึกฝนของเซียนหนิงซี ตอนนี้เฟยหรงและเซียนหนิงซีกำลังนั่งกอดกันอย่างรักไคร่ แต่หากสังเกตุแววตาของเซียนหนิงซีดีๆจะเห็นความกังวลที่อยู่ภายใน สาเหตุย่อมไม่ใช่เรื่องอะไรนอกจากคำขอแต่งงานของตระกูลวิหคเพลิงอมตะและเป้าหมายของพวกมันก็คือตัวนาง

 

"หนิงซี ท่านปู่ของเจ้ายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้เสียหน่อย เหตุใดต้องกังวลปานนั้น"เฟยหรงกล่าวถามขณะที่กระจับอ้อมกอดนางเข้ามาแนบกาย

 

"เจ้าจะไม่ให้ข้ากังวลได้อย่างไร เจ้าพวกวิหคเพลิงนั่นเป็นตัวแปรของสงครามอย่างแท้จริง แถมในครั้งนี้ไม่ใช่ท่านปู่คนเดียวที่ตัดสินใจ เพราะยังมีมหาเทพอีกหลายคนที่ร่วมตัดสินใจด้วย"เซียนหนิงซีกล่าวน้ำเสียงเห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความกังวลใจ

 

"อย่ากังวล มีข้าอยู่ย่อมไม่มีใครบังคับเจ้าแห่งแต่งงานกับคนอื่นได้ เพราะเจ้าเป็นภรรยาของข้า"

 

"ฮิฮิ ช่างกล้าพูดเสียจริง ทั้งๆที่ไม่กล้าสู้หน้าท่านพ่อกับท่านปู่ของข้าแท้ๆ"นางหัวเราะออกมาเบาๆ เฟยหรงก็ยกยิ้มกลับให้นางและโอบกอดหญิงงามเอาไว้

 

'คิดจะมาแย้งชิงภรรยาของข้างั้นหรือ ช่างรนหาที่ตาย!! ลั่วอู่หลินข้าลงมือครั้งนี้ไม่ได้ช่วยท่านหรอกนะ แต่ข้าลงมือเพราะภรรยาข้า ดังนั้นข้าไม่ได้ทำผิดสัญญาแต่ประการใด ส่วนพวกเซิ่งหุนอะไรนั้นข้าจะปล่อยมันไปก่อน รอให้ท่านกลับมาจัดการพวกมันเองก็แล้วกัน'เฟยหรงกล่าวในใจ เจตนาแห่งการสังหารในร่างกายปะทุอย่างบ้าคลั่งแต่ไม่ได้ออกมาส่งผลกระทบต่อภายนอกแต่อย่างใด

 

ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกเฟยหรงไม่คิดลงมือเพราะตัวเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับความเป็นไปของโลกใบนี้เสียเท่าไรนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าที่จะคิดแตะต้องผู้หญิงของเขา มีหรือที่จะยอมได้ อีกทั้งการทำลายตระกูลที่เป็นกลางเช่นนี้ยังไม่สงผลให้สมดุลของสงครามเสียไปแต่อย่างใด

 

เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้า ในขณะที่ร่างจริงของเขายังอยู่กับเซียนหนิงซี เฟยหรงก็ได้สร้างร่างจำแลงขึ้นมาบริเวณชายป่าใหญ่ใกล้ๆตระกูลวิหคอมตะเป็นที่เรียบร้อย

 

ร่างพลังงานที่คล้ายกับมีจักรวาลอยู่ภายในลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะกวาดจิตสำนึกเพื่ออ่านใจทุกคนที่อยู่ภายในตระกูล เพื่อตรวจสองว่าใครเป็นมิตรและศัตรูบ้าง เมื่อทราบความคิดของทุกคนในตระกูลอย่างชัดเจนร่างพลังงานจักรวาลของเฟยหรงก็ไม่รอช้า ใช้พลังมิติขั้นสูงเคลื่อนย้ายคนที่อยากจะเป็นมิตรกับตระกูลสองราชามังกรออกจากตระกูลวิหคอมตะในทันที แน่นอนว่าในกลุ่มคนนั้นมีครอบครัวของฮั่วฟางหรงอยู่ด้วย

 

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!"เหล่าคนที่โดนเคลื่อย้ายพากันงุนงงสงสัย ซึ่งแตกต่างจากคนที่อยู่ด้านในตระกูลที่เกิดความตื่นตระหนกยกใหญ่ แม้แต่ผู้นำตระกูลและลูกชายของมันก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

"ท่านอาจารย์ ดูนั่นที่ท้องฟ้าเหนือตระกูลเหมือนจะมีคนอยู่"ฮั่วหานเฟิงกล่าวอย่างตื่นตระหนกพร้อมกับชี้นิ้วไปยังร่างพลังงานจักรวาลที่ได้เคลื่อนย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเหนือตระกูลแล้วตอนนี้

 

ด้านล่างนั้นมีเหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลต่างพุ่งทะยานขึ้นมาบนท้องนภาเมื่อสัมผัสถึงสิ่งผิดปกติได้ แต่ทว่าหน้าเสียดายนักที่พวกมันยังไม่ทันกล่าวอะไร ร่างพลังงานจักรวาลก็ชูมือขึ้นมา จากนั้นก็พลันมีลูกไฟขนาดใหญ่มหึมาสีแดงฉานประดุจดวงตะวันปรากฏขึ้นในชั่วพริบตาและล่วงหล่นลงไปยังตระกูลวิหคเพลิงอมตะอย่างรวดเร็ว

 

"ไม่ๆๆๆ!!!"ผุ้นำตระกูลตะโกนอย่างตื่นตระหนกและพยายามจะเปิดมิติหนีแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากในขณะที่เคลื่อนย้ายคนออกมา ร่างพลังงานจักรวาลได้ผนึกมิติเอาไว้หมดแล้ว และด้วยการผนึกของระดับพระเจ้านี้มีหรือที่ระดับมหาเทพอย่างมันจะทำลายได้

 

"ความโกรธเกรี้ยวสีแดง"

 

ร่างพลังงานเอ่ยปาก เปลวเพลิงอันร้อนระอุทำลายตระกูลวิหคเพลิงอมตะจนไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนข้างใน พวกมันล้วนแต่ตายอย่างทรมานทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้นำตระกูลและลูกชายของมัน เฟยหรงได้เผาผลาญแม้กระทั้งแก่นวิญญาณจนแหลกสลายกลายเป็นธุลีไม่สามารถหวนคืนสู่วัฏสงสารได้

 

การทำลายล้างในพริบตาเช่นนี้ ทำให้ผู้คนที่เหลือรอดได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ทว่าในขณะที่กำลังอึงงันอยู่นั้น เสียงที่ทรงอำนาจก็ดังขึ้นในหัวของผู้อาวุโสสูงสุดจนสะดุ้งพรวดพราด

 

"ไปเข้าร่วมกับฝ่ายที่เจ้าอยากไปซะ หากยังอยากอยู่รอด"

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงนั้นเปลวเพลิงสีแดงฉานก็หายไปพร้อมกับร่างพลังงานจักรวาล ส่วนผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าวิหคเพลิงอมตะนั้นก็ย่อมทำตามที่เสียงในหัวสั่งในทันที เพราะตัวเขาไม่สามารถที่จะเอาสมาชิกตระกูลที่เหลือไปเสี่ยงได้ แม้จะไม่รู้ว่าร่างปริศนานั้นคือใคร แต่ต้องเกี่ยวข้องกับสองตระกูลราชามังกรอย่างแน่นอน

คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน