เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 129 ฉากที่น่าสยดสยอง

    หลงเฉินตกตะลึงกับคำพูดของจ้าวลัทธิ


    เขาทำได้เพียงยื้อเวลาเอาไว้  อย่างไรก็ตาม  เห็นได้ชัดว่าจ้าวลัทธิไม่ใช่คนมีเมตตาปรานี แม้ว่าผู้อาวุโสทั้งสี่คนจะตายไปแล้ว  พิธีสังเวยโลหิตก็ยังไม่หยุด


    ‘ตราบใดที่สระโลหิตถูกเติมเต็ม  ข้าก็สามารถบรรลุสู่ระดับแก่นปฐพีขั้นต้นได้  ด้วยความสามารถเช่นนั้น เมื่อกลับไปที่เมืองเยวี๋ยนตี้  พลังของข้าก็จะเป็นที่ประจักษ์!’


    เมื่อคิดเช่นนี้  จ้าวลัทธิจึงเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


    “ฆ่าพวกมันให้หมด  ผู้คุมกฎ... จัดการตัวตลกสามคนนั่นเสีย!”


    จากบรรดาผู้คุมกฎแปดคนของลัทธิเซียนโลหิต  สี่คนได้ตายไปแล้ว  เหลืออีกสี่คนที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น  สองคนกำลังขัดขวางหลี่เผิงและหลี่เฉิงอยู่  ในขณะที่อีกสองคนกำลังตรึงหลีจิ้งไว้  เหล่าสาวกที่เหลือต่างคลุ้มคลั่งขณะพยายามสังหารเหล่าเด็กสาวที่ไร้ทางสู้


    ฝูงหมาป่าอย่างพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานในการสังหารเด็กสาวนับร้อย  เมื่อเป็นเช่นนั้น  ต่อให้หลีจิ้งและอีกสองคนหลุดออกมาได้  พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก


    สำหรับหลงเฉินแล้ว  ผู้ที่อันตรายที่สุดก็คือผู้อาวุโสที่ถูกเรียกว่าแม่เฒ่าหวง  นางดึงมีดสั้นที่เปล่งประกายแวววาวออกมาและกำลังจะเฉือนเข้าที่คอซีดขาวราวขนห่านของหยางหลิงชิง


    “เจ้าคงตื่นตระหนกและโกรธแค้นมากสินะ? หลงเฉิน... เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีรอดเงื้อมมือของข้าไปได้งั้นรึ?”


    จ้าวลัทธิที่ขวางอยู่ด้านหน้าหัวเราะร่า


    แม้ว่าท่าทางของเขาจะดูผ่อนคลาย  ทว่าเขาสามารถโจมตีได้ทุกเมื่อ  ไม่ว่าหลงเฉินจะแข็งแกร่งสักเพียงใดก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไปช่วยหยางหลิงชิงในตอนนี้  เหล่าสาวกที่เหลือต่างพุ่งตัวไปทางเหล่าเด็กสาวด้วยความโกลาหล


    “พี่น้องข้า สังหารพวกนางเสีย! เมื่อฆ่าเด็กสาวพวกนี้แล้วพวกเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น!”


    “ฆ่าพวกนางให้หมด!  ฮ่า ๆ ๆ หลังจากคืนนี้พวกเราก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย!  เมื่อฆ่าพวกนางแล้ว ข้างนอกนั่นยังมีเด็กสาวให้พวกเราล่าอีกมากมายก่ายกอง!”


    ท่ามกลางเสียกรีดร้องโหยหวน  เหล่าเด็กสาวเริ่มสะอื้นไห้หนักขึ้นหลังจากได้ยินว่าชีวิตของพวกนางกำลังจบสิ้นลง  บางคนหน้าซีดเผือดจนหมดสติไป


    “ชั่วช้านัก!”


    ดวงตาของหลงเฉินกลายเป็นสีแดง  เขากำหมัดแน่นขณะที่ร่างสั่นเทิ้ม


    “ข้าสัญญากับท่านตาและท่านลุงรองเอาไว้ว่าจะพาหลิงชิงกลับไปอย่างปลอดภัย  แต่ตอนนี้ข้ากลับทำอะไรไม่ได้เลย!”


    “พลัง! ความแข็งแกร่ง! ข้าต้องการความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้!”


    หลงเฉินก้มศีรษะลง  ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นอย่างรุนแรง  คลื่นพลังโลหิตโบราณปะทุขึ้นจากร่างของเขา  จ้าวลัทธิที่ก่อนหน้านี้กำลังหัวเราะร่วนกลับตัวแข็งทื่อ


    “นี่มันอะไรกัน?”


    ขณะที่เขารู้สึกงุนงงอยู่นั้น  หลงเฉินคำรามดังกึกก้องจนทำให้ทั่วทั้งเมืองใต้ดินสั่นไหว!


    จ้าวลัทธิที่ยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉินพลันเห็นลำแสงสีแดงพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา  ลวดลายมังกรสีแดงแผ่ปกคลุมไปทั่วเกล็ดมังกรของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า


    กรร...!!!


    เสียงมังกรคำรามนั้นมากพอจะสะเทือนไปถึงสวรรค์ ทำให้ทุกคนที่กำลังโจมตีอย่างกระตือรือร้นต่างหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราวและจ้องมองไปที่หลงเฉินด้วยความงุนงง


    ภายในร่างกายของหลงเฉิน  มังกรโลหิตนับไม่ถ้วนกำลังร้องคำรามและพุ่งทะยานขึ้น  พลังวิญญาณแข็งแกร่งถาโถมเข้าสู่จิตใจของหลงเฉิน


    ‘นี่คือ... [สกัดโลหิตสลายปราณ]?’


    เมื่อหยางหลิงชิงตกอยู่ในอันตราย  หลิงซีเตรียมตัวที่จะช่วยนางแม้จะไม่รู้ว่าสำเร็จหรือไม่


    เวลานี้ หลงเฉินที่เกรี้ยวกราดและไร้กำลัง เต็มไปด้วยความปรารถนาไร้ที่สิ้นสุดด้วยหวังให้ได้มาซึ่งพลังความแข็งแกร่ง  และร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทำให้ความปรารถนานั้นกลายเป็นจริง


    ร่างกายของหลงเฉินในตอนนี้เป็นดั่งวังวนสีแดง  เมื่อพลังปะทุออกมา  ทุกคนในลัทธิเซียนโลหิตถึงกับตกตะลึงไปตาม ๆ กัน


    “เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”


    จ้าวลัทธิสัมผัสได้ถึงเลือดในกายที่กำลังพลุ่งพล่าน แม้แต่คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ภายใต้ความสามารถในการดูดกลืนที่น่าสะพรึงกลัวของวังวนสีแดง  ผู้คนจำนวนมากต่างกรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช


    พวกที่ยังไม่ทะลวงแม้เพียงเส้นชีพจรมังกรเส้นที่ห้านับเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุด  เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับไป๋จ้านสงกำลังเกิดขึ้นกับทุกคนในที่แห่งนี้  ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรกคือผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้า ตามด้วยระดับเหนือกว่านั้นขึ้นไป


    ตราบใดที่พวกเขาเป็นสาวกของลัทธิ  พวกเขาทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ


    เลือดสด ๆ จำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้งและถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างของหลงเฉิน  ภายใต้ความสามารถในการดูดกลืนและการสกัดโลหิตอันมหาศาลของวังวนนี้  เลือดจำนวนมากได้ผันแปรเป็นพลังปราณโลหิตในตัวของหลงเฉิน


    ‘รากฐานของวิญญาณใด ๆ มาจากสายเลือดซึ่งสืบสานชีวิตและสามารถสืบทอดได้’


    เพราะเหตุนี้ [สกัดโลหิตสลายปราณ] จึงเป็นความสามารถที่น่าทึ่ง  พลังที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    เหล่าสาวกที่อ่อนแอพากันล้มลงบนพื้นพร้อมกับมีเลือดไหลทะลักออกมา  ขณะที่คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้โชคดีไปกว่ากัน  แม้แต่แม่เฒ่าหวงที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ยังมีสภาพน่าสังเวช  มีดสั้นที่อยู่ในมือของนางหล่นลงกระทบพื้น


    หลีจิ้งและอีกสองคนรู้สึกตกตะลึงอย่างที่สุด


    แม้แต่ศัตรูของพวกเขาที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นยังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้ในขณะที่กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าเดิม


    แววตาของหลีจิ้งเย็นชาขึ้น  นางใช้มีดบินสามเล่มแทงทะลุหัวใจสาวกสี่คน  หลังจากนั้นเลือดสด ๆ ในร่างของพวกเขาก็หลั่งไหลไปที่หลงเฉิน


    แม้จะรู้สึกตกตะลึงและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  หลีจิ้ง หลี่เผิง และหลี่เฉิงมองหน้ากันไปมาและเข้าใจในที่สุด พวกเขาตะโกนอย่างบ้าคลั่งและพุ่งเข้าโจมตีบรรดาผู้ที่ยังไม่ล้มลง  ขณะที่หลีจิ้งพุ่งจู่โจมแม่เฒ่าหวง!


    “เจ้ามันเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่?”


    แม้ว่าเหล่าสาวกของเขากำลังถูกสังหารหมู่  เจ้าลัทธิยังคงนิ่งเฉยไม่ไหวติง


    เพราะเขาเองก็กำลังต้านทานพลังดูดกลืนที่รุนแรงจากร่างกายของหลงเฉินซึ่งทำให้เลือดในกายนั้นเดือดพล่าน  ด้วยเกรงว่าหากเขาจู่โจมและเคลื่อนไหวมากเกินไป  เขาอาจจะลงเอยเหมือนคนอื่น ๆ ที่มีเลือดไหลทะลักออกจากร่าง


    พลังดูดกลืนจากร่างกายของหลงเฉินในเวลานี้อยู่ในระดับสูงสุด  และด้วยความช่วยเหลือของหลีจิ้งและพี่น้องทั้งสอง  เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตกลายเป็นศพที่เหือดแห้ง


    เด็กสาวหลายคนไม่ได้หมดสติไปด้วยความกลัว หลังจากได้เห็นภาพที่น่าขนพองสยองเกล้าเช่นนั้น ในสายตาของพวกนาง  สิ่งที่ล้มตายไปเป็นเพียงสัตว์ร้าย  และไม่ว่าพวกเขาจะตายด้วยเหตุใดพวกนางก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา


    ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ต้นเหตุของการดูดกลืนเลือดนี้  ผู้ที่ไม่เคยเห็นหลงเฉินมาก่อนกำลังคาดเดาไปต่าง ๆ นานาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น


    “เจ้านั่นกำลังใช้เลือดของพวกเราในการเพิ่มพลังสินะ เขาถึงกับดูดกลืนเลือดของคนเหล่านั้น  นี่คงเป็นการลงทัณฑ์ของสวรรค์แน่ ๆ!”


    หยางหลิงชิงจับจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าและชายผู้นั้น


    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความแข็งแกร่งของเขาอยู่เหนือการควบคุม  มีความลึกลับมากมายในร่างกายของหลงเฉิน  และสิ่งเหล่านี้เองที่ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น


    เมื่อเห็นเหล่าสาวกล้มตายไปทีละคนและตัวเขากลายเป็นจ้าวลัทธิที่ไร้ซึ่งสาวก  จ้าวลัทธิเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด


    “แม่เฒ่าหวง! ฆ่านังกายาเงาพิศวงนั่นเสีย!”


    จ้าวลัทธิร้องตะโกน  แต่เมื่อหันไปมองถึงได้รู้ว่าหลีจิ้งกำลังต่อสู้อยู่กับนาง  แม้ทั้งคู่จะบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์  ทว่าเวลานี้แม่เฒ่าหวงถูกจำกัดด้วยวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ของหลงเฉิน  ไม่นานนักนางก็ถูกแทงด้วยมีดบินของหลีจิ้ง  เลือดสด ๆ จากร่างของนางไหลทะลักออกมาและพุ่งไปที่หลงเฉิน


    “อา…!”


    นางกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ร่างกายที่โรยราของนางเหี่ยวย่นลงเรื่อย ๆ  ไม่นานนางก็กลายเป็นเพียงศพแห้ง ๆ เช่นเดียวกับเหล่าสาวกคนอื่น ๆ  


    เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตล้มลงคนแล้วคนเล่าและกลายเป็นซากศพ  ภาพที่เกิดขึ้นนี้ช่างน่าตื่นตะลึง  และหลังจากที่แม่เฒ่าหวงตาย  เหล่าสาวกที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรทุกคนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและล้มลงในที่สุด


    จ้าวลัทธิยังคงตกตะลึง  เป็นเพราะเวลานี้ไม่มีใครให้เขาออกคำสั่งอีกแล้ว  ไม่มีใครในลัทธิหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว!


    ตราบใดที่พวกเขาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกร  พวกเขาจะถูกหลงเฉินฆ่าด้วยวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ส่วนผู้ที่เหนือกว่าขอบเขตชีพจรมังกรก็ได้ความช่วยเหลือจากหลีจิ้งและสองพี่น้องช่วยจัดการให้  หลงเฉินจึงสังหารคนไปมากกว่าพันคน! 


    เขาไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นการสังหารหมู่ที่บ้าคลั่งเช่นนี้  ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาวิตกกังวล  ขณะที่เลือดของแม่เฒ่าหวงซึ่งบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์เข้าสู่ตัวเขาและสกัดเป็นปราณโลหิต   ขอบเขตระหว่างขั้นต้นและขั้นสมบูรณ์เกิดสั่นไหว


    พลังปราณโลหิตนับไม่ถ้วนถาโถมอยู่รอบ ๆ จุดตันเถียนของเขา  และแก่นมนุษย์เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง  มันกำลังทานทนต่อพลังปราณที่ถาโถมเข้ามาขณะที่หมุนวนและหดตัวลงอย่างรวดเร็ว


    ‘นี่คือความแข็งแกร่งของระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์หรือนี่?  มีเพียงระดับนี้เท่านั้นที่ถือได้ว่าเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของระดับแก่นมนุษย์...’


    เมื่อวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] สลายตัวไป  ในที่สุดเมืองใต้ดินจึงกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง


    อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ในตอนนี้นอกจากจ้าวลัทธิแล้ว  ทุกคนในลัทธิเซียนโลหิตล้วนถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น


    ศพแห้งเหือดนอนแผ่อยู่ทั่วบริเวณจนทำให้เกิดภาพที่น่าสยดสยอง


    หลงเฉินและจ้าวลัทธิยืนอยู่ข้างสระโลหิต ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง หลี่เผิงและหลี่เฉิงกำลังไปช่วยเด็กสาวพวกนั้น  ส่วนหลีจิ้งไปช่วยหยางหลิงชิงออกมาจากเสาโลหะและไปรวมตัวกับหลี่เผิง


    แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น แต่ทว่าทุกคนก็ยังรู้สึกหนักใจ  นั่นเป็นเพราะจ้าวลัทธิที่ทรงพลังที่สุดยังคงไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น


    เพราะวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ส่งผลต่อผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเท่านั้น  ผู้ที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์อย่างแม่เฒ่าหวงคงสามารถทนต่อไปได้หากไม่ใช่เพราะการโจมตีของหลีจิ้ง


    สำหรับจ้าวลัทธิ  แม้ว่าสิ่งนี้อาจขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขา แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด


    วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้  หลงเฉินเคยใช้มันกับเป้าหมายที่จำเพาะเจาะจง  ทว่าความแตกต่างในเวลานี้คือมันกลายเป็นการโจมตีในวงกว้าง


    การโจมตีครั้งนี้โดยพื้นฐานแล้วมันคือวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ]  แต่มันก็ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า [เขตแดนกลืนโลหิต]!


    เวลานี้ดวงตาแดงก่ำของจ้าวลัทธิเลื่อนไปจับจ้องที่หลงเฉิน


    “พวกเจ้าทุกคน  ตายเสียเถอะ!”


    *****************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน