หลงเฉินตกตะลึงกับคำพูดของจ้าวลัทธิ
เขาทำได้เพียงยื้อเวลาเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าจ้าวลัทธิไม่ใช่คนมีเมตตาปรานี แม้ว่าผู้อาวุโสทั้งสี่คนจะตายไปแล้ว พิธีสังเวยโลหิตก็ยังไม่หยุด
‘ตราบใดที่สระโลหิตถูกเติมเต็ม ข้าก็สามารถบรรลุสู่ระดับแก่นปฐพีขั้นต้นได้ ด้วยความสามารถเช่นนั้น เมื่อกลับไปที่เมืองเยวี๋ยนตี้ พลังของข้าก็จะเป็นที่ประจักษ์!’
เมื่อคิดเช่นนี้ จ้าวลัทธิจึงเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฆ่าพวกมันให้หมด ผู้คุมกฎ... จัดการตัวตลกสามคนนั่นเสีย!”
จากบรรดาผู้คุมกฎแปดคนของลัทธิเซียนโลหิต สี่คนได้ตายไปแล้ว เหลืออีกสี่คนที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น สองคนกำลังขัดขวางหลี่เผิงและหลี่เฉิงอยู่ ในขณะที่อีกสองคนกำลังตรึงหลีจิ้งไว้ เหล่าสาวกที่เหลือต่างคลุ้มคลั่งขณะพยายามสังหารเหล่าเด็กสาวที่ไร้ทางสู้
ฝูงหมาป่าอย่างพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานในการสังหารเด็กสาวนับร้อย เมื่อเป็นเช่นนั้น ต่อให้หลีจิ้งและอีกสองคนหลุดออกมาได้ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
สำหรับหลงเฉินแล้ว ผู้ที่อันตรายที่สุดก็คือผู้อาวุโสที่ถูกเรียกว่าแม่เฒ่าหวง นางดึงมีดสั้นที่เปล่งประกายแวววาวออกมาและกำลังจะเฉือนเข้าที่คอซีดขาวราวขนห่านของหยางหลิงชิง
“เจ้าคงตื่นตระหนกและโกรธแค้นมากสินะ? หลงเฉิน... เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีรอดเงื้อมมือของข้าไปได้งั้นรึ?”
จ้าวลัทธิที่ขวางอยู่ด้านหน้าหัวเราะร่า
แม้ว่าท่าทางของเขาจะดูผ่อนคลาย ทว่าเขาสามารถโจมตีได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าหลงเฉินจะแข็งแกร่งสักเพียงใดก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไปช่วยหยางหลิงชิงในตอนนี้ เหล่าสาวกที่เหลือต่างพุ่งตัวไปทางเหล่าเด็กสาวด้วยความโกลาหล
“พี่น้องข้า สังหารพวกนางเสีย! เมื่อฆ่าเด็กสาวพวกนี้แล้วพวกเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น!”
“ฆ่าพวกนางให้หมด! ฮ่า ๆ ๆ หลังจากคืนนี้พวกเราก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย! เมื่อฆ่าพวกนางแล้ว ข้างนอกนั่นยังมีเด็กสาวให้พวกเราล่าอีกมากมายก่ายกอง!”
ท่ามกลางเสียกรีดร้องโหยหวน เหล่าเด็กสาวเริ่มสะอื้นไห้หนักขึ้นหลังจากได้ยินว่าชีวิตของพวกนางกำลังจบสิ้นลง บางคนหน้าซีดเผือดจนหมดสติไป
“ชั่วช้านัก!”
ดวงตาของหลงเฉินกลายเป็นสีแดง เขากำหมัดแน่นขณะที่ร่างสั่นเทิ้ม
“ข้าสัญญากับท่านตาและท่านลุงรองเอาไว้ว่าจะพาหลิงชิงกลับไปอย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้ข้ากลับทำอะไรไม่ได้เลย!”
“พลัง! ความแข็งแกร่ง! ข้าต้องการความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้!”
หลงเฉินก้มศีรษะลง ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นอย่างรุนแรง คลื่นพลังโลหิตโบราณปะทุขึ้นจากร่างของเขา จ้าวลัทธิที่ก่อนหน้านี้กำลังหัวเราะร่วนกลับตัวแข็งทื่อ
“นี่มันอะไรกัน?”
ขณะที่เขารู้สึกงุนงงอยู่นั้น หลงเฉินคำรามดังกึกก้องจนทำให้ทั่วทั้งเมืองใต้ดินสั่นไหว!
จ้าวลัทธิที่ยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉินพลันเห็นลำแสงสีแดงพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา ลวดลายมังกรสีแดงแผ่ปกคลุมไปทั่วเกล็ดมังกรของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
กรร...!!!
เสียงมังกรคำรามนั้นมากพอจะสะเทือนไปถึงสวรรค์ ทำให้ทุกคนที่กำลังโจมตีอย่างกระตือรือร้นต่างหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราวและจ้องมองไปที่หลงเฉินด้วยความงุนงง
ภายในร่างกายของหลงเฉิน มังกรโลหิตนับไม่ถ้วนกำลังร้องคำรามและพุ่งทะยานขึ้น พลังวิญญาณแข็งแกร่งถาโถมเข้าสู่จิตใจของหลงเฉิน
‘นี่คือ... [สกัดโลหิตสลายปราณ]?’
เมื่อหยางหลิงชิงตกอยู่ในอันตราย หลิงซีเตรียมตัวที่จะช่วยนางแม้จะไม่รู้ว่าสำเร็จหรือไม่
เวลานี้ หลงเฉินที่เกรี้ยวกราดและไร้กำลัง เต็มไปด้วยความปรารถนาไร้ที่สิ้นสุดด้วยหวังให้ได้มาซึ่งพลังความแข็งแกร่ง และร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทำให้ความปรารถนานั้นกลายเป็นจริง
ร่างกายของหลงเฉินในตอนนี้เป็นดั่งวังวนสีแดง เมื่อพลังปะทุออกมา ทุกคนในลัทธิเซียนโลหิตถึงกับตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
จ้าวลัทธิสัมผัสได้ถึงเลือดในกายที่กำลังพลุ่งพล่าน แม้แต่คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ภายใต้ความสามารถในการดูดกลืนที่น่าสะพรึงกลัวของวังวนสีแดง ผู้คนจำนวนมากต่างกรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช
พวกที่ยังไม่ทะลวงแม้เพียงเส้นชีพจรมังกรเส้นที่ห้านับเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุด เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับไป๋จ้านสงกำลังเกิดขึ้นกับทุกคนในที่แห่งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรกคือผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้า ตามด้วยระดับเหนือกว่านั้นขึ้นไป
ตราบใดที่พวกเขาเป็นสาวกของลัทธิ พวกเขาทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ
เลือดสด ๆ จำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้งและถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างของหลงเฉิน ภายใต้ความสามารถในการดูดกลืนและการสกัดโลหิตอันมหาศาลของวังวนนี้ เลือดจำนวนมากได้ผันแปรเป็นพลังปราณโลหิตในตัวของหลงเฉิน
‘รากฐานของวิญญาณใด ๆ มาจากสายเลือดซึ่งสืบสานชีวิตและสามารถสืบทอดได้’
เพราะเหตุนี้ [สกัดโลหิตสลายปราณ] จึงเป็นความสามารถที่น่าทึ่ง พลังที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล
“เกิดอะไรขึ้น?”
เหล่าสาวกที่อ่อนแอพากันล้มลงบนพื้นพร้อมกับมีเลือดไหลทะลักออกมา ขณะที่คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้โชคดีไปกว่ากัน แม้แต่แม่เฒ่าหวงที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ยังมีสภาพน่าสังเวช มีดสั้นที่อยู่ในมือของนางหล่นลงกระทบพื้น
หลีจิ้งและอีกสองคนรู้สึกตกตะลึงอย่างที่สุด
แม้แต่ศัตรูของพวกเขาที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นยังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้ในขณะที่กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าเดิม
แววตาของหลีจิ้งเย็นชาขึ้น นางใช้มีดบินสามเล่มแทงทะลุหัวใจสาวกสี่คน หลังจากนั้นเลือดสด ๆ ในร่างของพวกเขาก็หลั่งไหลไปที่หลงเฉิน
แม้จะรู้สึกตกตะลึงและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลีจิ้ง หลี่เผิง และหลี่เฉิงมองหน้ากันไปมาและเข้าใจในที่สุด พวกเขาตะโกนอย่างบ้าคลั่งและพุ่งเข้าโจมตีบรรดาผู้ที่ยังไม่ล้มลง ขณะที่หลีจิ้งพุ่งจู่โจมแม่เฒ่าหวง!
“เจ้ามันเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่?”
แม้ว่าเหล่าสาวกของเขากำลังถูกสังหารหมู่ เจ้าลัทธิยังคงนิ่งเฉยไม่ไหวติง
เพราะเขาเองก็กำลังต้านทานพลังดูดกลืนที่รุนแรงจากร่างกายของหลงเฉินซึ่งทำให้เลือดในกายนั้นเดือดพล่าน ด้วยเกรงว่าหากเขาจู่โจมและเคลื่อนไหวมากเกินไป เขาอาจจะลงเอยเหมือนคนอื่น ๆ ที่มีเลือดไหลทะลักออกจากร่าง
พลังดูดกลืนจากร่างกายของหลงเฉินในเวลานี้อยู่ในระดับสูงสุด และด้วยความช่วยเหลือของหลีจิ้งและพี่น้องทั้งสอง เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตกลายเป็นศพที่เหือดแห้ง
เด็กสาวหลายคนไม่ได้หมดสติไปด้วยความกลัว หลังจากได้เห็นภาพที่น่าขนพองสยองเกล้าเช่นนั้น ในสายตาของพวกนาง สิ่งที่ล้มตายไปเป็นเพียงสัตว์ร้าย และไม่ว่าพวกเขาจะตายด้วยเหตุใดพวกนางก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ต้นเหตุของการดูดกลืนเลือดนี้ ผู้ที่ไม่เคยเห็นหลงเฉินมาก่อนกำลังคาดเดาไปต่าง ๆ นานาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“เจ้านั่นกำลังใช้เลือดของพวกเราในการเพิ่มพลังสินะ เขาถึงกับดูดกลืนเลือดของคนเหล่านั้น นี่คงเป็นการลงทัณฑ์ของสวรรค์แน่ ๆ!”
หยางหลิงชิงจับจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าและชายผู้นั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความแข็งแกร่งของเขาอยู่เหนือการควบคุม มีความลึกลับมากมายในร่างกายของหลงเฉิน และสิ่งเหล่านี้เองที่ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อเห็นเหล่าสาวกล้มตายไปทีละคนและตัวเขากลายเป็นจ้าวลัทธิที่ไร้ซึ่งสาวก จ้าวลัทธิเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด
“แม่เฒ่าหวง! ฆ่านังกายาเงาพิศวงนั่นเสีย!”
จ้าวลัทธิร้องตะโกน แต่เมื่อหันไปมองถึงได้รู้ว่าหลีจิ้งกำลังต่อสู้อยู่กับนาง แม้ทั้งคู่จะบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ ทว่าเวลานี้แม่เฒ่าหวงถูกจำกัดด้วยวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ของหลงเฉิน ไม่นานนักนางก็ถูกแทงด้วยมีดบินของหลีจิ้ง เลือดสด ๆ จากร่างของนางไหลทะลักออกมาและพุ่งไปที่หลงเฉิน
“อา…!”
นางกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ร่างกายที่โรยราของนางเหี่ยวย่นลงเรื่อย ๆ ไม่นานนางก็กลายเป็นเพียงศพแห้ง ๆ เช่นเดียวกับเหล่าสาวกคนอื่น ๆ
เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตล้มลงคนแล้วคนเล่าและกลายเป็นซากศพ ภาพที่เกิดขึ้นนี้ช่างน่าตื่นตะลึง และหลังจากที่แม่เฒ่าหวงตาย เหล่าสาวกที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรทุกคนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและล้มลงในที่สุด
จ้าวลัทธิยังคงตกตะลึง เป็นเพราะเวลานี้ไม่มีใครให้เขาออกคำสั่งอีกแล้ว ไม่มีใครในลัทธิหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว!
ตราบใดที่พวกเขาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกร พวกเขาจะถูกหลงเฉินฆ่าด้วยวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ส่วนผู้ที่เหนือกว่าขอบเขตชีพจรมังกรก็ได้ความช่วยเหลือจากหลีจิ้งและสองพี่น้องช่วยจัดการให้ หลงเฉินจึงสังหารคนไปมากกว่าพันคน!
เขาไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นการสังหารหมู่ที่บ้าคลั่งเช่นนี้ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาวิตกกังวล ขณะที่เลือดของแม่เฒ่าหวงซึ่งบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์เข้าสู่ตัวเขาและสกัดเป็นปราณโลหิต ขอบเขตระหว่างขั้นต้นและขั้นสมบูรณ์เกิดสั่นไหว
พลังปราณโลหิตนับไม่ถ้วนถาโถมอยู่รอบ ๆ จุดตันเถียนของเขา และแก่นมนุษย์เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง มันกำลังทานทนต่อพลังปราณที่ถาโถมเข้ามาขณะที่หมุนวนและหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
‘นี่คือความแข็งแกร่งของระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์หรือนี่? มีเพียงระดับนี้เท่านั้นที่ถือได้ว่าเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของระดับแก่นมนุษย์...’
เมื่อวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] สลายตัวไป ในที่สุดเมืองใต้ดินจึงกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้นอกจากจ้าวลัทธิแล้ว ทุกคนในลัทธิเซียนโลหิตล้วนถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
ศพแห้งเหือดนอนแผ่อยู่ทั่วบริเวณจนทำให้เกิดภาพที่น่าสยดสยอง
หลงเฉินและจ้าวลัทธิยืนอยู่ข้างสระโลหิต ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง หลี่เผิงและหลี่เฉิงกำลังไปช่วยเด็กสาวพวกนั้น ส่วนหลีจิ้งไปช่วยหยางหลิงชิงออกมาจากเสาโลหะและไปรวมตัวกับหลี่เผิง
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น แต่ทว่าทุกคนก็ยังรู้สึกหนักใจ นั่นเป็นเพราะจ้าวลัทธิที่ทรงพลังที่สุดยังคงไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น
เพราะวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ส่งผลต่อผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเท่านั้น ผู้ที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์อย่างแม่เฒ่าหวงคงสามารถทนต่อไปได้หากไม่ใช่เพราะการโจมตีของหลีจิ้ง
สำหรับจ้าวลัทธิ แม้ว่าสิ่งนี้อาจขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขา แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด
วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ หลงเฉินเคยใช้มันกับเป้าหมายที่จำเพาะเจาะจง ทว่าความแตกต่างในเวลานี้คือมันกลายเป็นการโจมตีในวงกว้าง
การโจมตีครั้งนี้โดยพื้นฐานแล้วมันคือวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] แต่มันก็ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า [เขตแดนกลืนโลหิต]!
เวลานี้ดวงตาแดงก่ำของจ้าวลัทธิเลื่อนไปจับจ้องที่หลงเฉิน
“พวกเจ้าทุกคน ตายเสียเถอะ!”
*****************