เสียงของการต่อสู้อันดุเดือดสะท้อนก้องไปทั่วเมืองหรู่หมิง ขณะที่ผู้พิทักษ์ทั้งห้าจากสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่ได้เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง
ร่างของเอลฟ์ชายผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดคลุมศักดิ์สิทธิ์ส่องแสงเรืองรอง
ดวงตาของเขานิ่งสงบ แต่อาบไล้ด้วยแววแห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
ในมือของเขาคือคันธนูศักดิ์สิทธิ์สีแดงทองที่แผ่พลังอันบริสุทธิ์ออกมาราวกับแสงตะวัน
【ทักษะสกิล ศรศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายล้าง】
เขาง้างสายธนู และปล่อยลูกศรแสงนับร้อยพุ่งตรงไปยังฝูงหมาป่าที่กำลังกราดเกรี้ยวไปทั่ว
ลูกศรแสงอันศักดิ์สิทธิ์แหวกอากาศเป็นประกายเจิดจ้า พุ่งทะลวงร่างของหมาป่าปีศาจอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
“เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!”
ทุกครั้งที่ศรแห่งแสงปะทะกับร่างของพวกมัน แสงสว่างก็แผ่กระจายออกมาราวกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ร่างของหมาป่าเหล่านั้นแตกกระจายเป็นเศษซาก ดวงตาสีแดงก่ำของพวกมันค่อยๆหม่นลงก่อนที่จะสิ้นชีวิต
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกแกอย่ามีชีวิตอยู่เลย!”
ทางด้านของชายอีกคนหนึ่ง ผู้พิทักษ์หัวจระเข้ที่รูปร่างใหญ่โตบึกบึน ร่างกายของเขาประหนึ่งภูเขาหินที่มั่นคง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน เมื่อเห็นเหล่าหมาป่าเทพกลืนโลหิตจำนวนมหาศาลพุ่งเข้ามาใกล้
【ทักษะสกิล คลื่นกัปนาทกู้ร้องคลั่ง】
เขาก็แสยะยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะกวัดแกว่งขวานขนาดยักษ์ในมืออย่างดุดัน
“ปัง!”
เสียงของขวานปะทะกับอากาศทำให้เกิดคลื่นกระแทกอันรุนแรง สะท้านผืนดินจนสั่นสะเทือน คลื่นพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมารุนแรงถึงขั้นทำให้หมาป่าที่อยู่ในรัศมีนั้นกระเด็นกระจัดกระจาย บ้างร่างแตกกระจายกลายเป็นละอองเลือด เสียงคำรามดังก้องไปทั่วสนามรบ
ขณะเดียวกัน ชายชราดรูอิดที่แต่งกายด้วยชุดคลุมสีเขียว ยืนอยู่บนโกเลมไม้ขนาดยักษ์ที่เขาเรียกออกมาได้ ท่ามกลางกลิ่นไอของธรรมชาติที่อาบไล้ทั่วร่าง โกเลมไม้ที่เขายืนอยู่มีขนาดใหญ่โตจนคล้ายต้นไม้ยักษ์ และกิ่งก้านของมันเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
เถาวัลย์จำนวนมากเหวี่ยงเข้าใส่ฝูงหมาป่าปีศาจเหล่านั้น ทำให้หลายตัวถูกมัดพันธนาการและบดขยี้จนแตกกระจาย
อย่างไรก็ตาม หมาป่าปีศาจเหล่านี้มิใช่ธรรมดา เมื่อพวกมันเริ่มรวบรวมกำลังได้ พวกมันก็กระโจนเข้าใส่โกเลมไม้ของชายชรา บางตัวใช้กรงเล็บคมเฉือนกิ่งก้านหนาแน่นของโกเลมจนขาดสะบั้น เถาวัลย์ที่ดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าถูกฟันจนแตกกระจาย ร่างของโกเลมไม้สั่นสะเทือน
ชายชรารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาถึงตัว เขาถึงกับกระอักโลหิตออกมาคำใหญ่จากแรงสะท้อนของพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านผ่านโกเลมไม้ของเขา
อีกด้านบนท้องฟ้า การปะทะที่ดุเดือดระหว่างผู้พิทักษ์ทั้งสองกับมังกรทั้งสี่ตัวกำลังดำเนินไปอย่างโหดร้าย
มังกรแต่ละตัวนั้นต่างมีพลังธาตุที่แตกต่างกันออกไป ทั้งดิน น้ำ ลม และไฟ ความแข็งแกร่งของมันทะลุเลเวล 2,200 ท่วมท้นเกินกว่าผู้พิทักษ์ธรรมดาจะต้านทานได้ง่ายๆ การโจมตีของมันราวกับคลื่นมหันตภัยจากธรรมชาติ
พายุลมกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง กระแสน้ำทะลักท่วมร่าง แผ่นดินสั่นไหวราวกับจะถล่ม และเปลวเพลิงลุกโชนที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่ง
“ไอ้พวกนี้พอผสานพลังกันแล้วแข็งแกร่งจริงๆ!”
“ไม่แปลกใจเลยที่พวกสเน็คและกิลด์ของเขาจะพ่ายแพ้!”
ท่ามกลางความกดดันและการโจมตีอันไร้ปราณีนี้ ผู้พิทักษ์ทั้งสองพยายามอย่างสุดกำลัง ดาบและทวนถูกฟาดฟันออกไปด้วยความรวดเร็ว
ทว่าความแตกต่างของพลังเลเวลทำให้พวกเขาต้องถอยร่น ความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่เพิ่มขึ้นทำให้พวกเขาเริ่มท้อถอย
เสียงคำรามแห่งความโกรธดังออกจากปากของพวกเขา ขณะที่ตระหนักว่าในอีกไม่นานพวกเขาอาจจะถูกบดขยี้โดยมังกรทรงพลังเหล่านี้
“นั่นมัน..”
ทันใดนั้นเอง ร่างของชายวัยกลางคนที่ลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิงได้ปรากฏตัวขึ้น รัศมีแห่งความร้อนที่แผ่ซ่านจากร่างเขา ทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสองหันมองด้วยสายตาตกตะลึง
คานไม่รอช้า เมื่อเขาได้เห็นมังกรธาตุไฟที่มีคริสตัลสีแดงอาบแสงเจิดจ้าอยู่บนหน้าผาก คานก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ทันที
【ทักษะสกิล ประกายพิโรธอัคคี】
เปลวเพลิงที่ลุกไหม้จากหมัด ร้อนแรงราวกับสามารถแผดเผาได้แม้กระทั่งเหล็กกล้าที่แข็งที่สุด เขาปล่อยหมัดเปี่ยมพลังนั้นซัดเข้าใส่หัวของมังกรธาตุไฟ เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านเมือง ร่างของมังกรตัวนั้นปลิวกระเด็นออกไปไกลชนเข้ากับตึกอาคารขนาดใหญ่จนพังทลาย
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
มังกรธาตุไฟคำรามด้วยความเจ็บปวดขณะมันพยายามจะยืนขึ้นอีกครั้ง แต่ท่าทางอ่อนแอลงจากพลังมหาศาลของคาน
เมื่อผู้พิทักษ์ทั้งสองเห็นคานปรากฏตัวขึ้น สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความท้อแท้ก็พลันเปลี่ยนไป
“ผู้นำตระกูลซิกฟรีด คาน!”
ความหวังที่ริบหรี่กลับลุกโชนขึ้นมาในจิตใจ พวกเขาอุทานออกมาด้วยความยินดี
การปรากฏตัวของคานเปรียบเสมือนแสงสว่างในยามที่ความมืดเข้าครอบงำ พวกเขารู้ดีว่าความช่วยเหลือได้มาถึงแล้ว
ทว่ามังกรอีกสามตัวที่เหลือกลับไม่ยอมถอย มันคำรามออกมาเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเมื่อเห็นพี่น้องของตนถูกโจมตี พลังธาตุของมันเริ่มไหลเวียนไปรอบตัวอย่างรุนแรง เตรียมที่จะโจมตีตอบโต้
“หุบปากไปซะไอ้พวกจิ้งเหลน!”
แต่ชั่วพริบตาเดียว ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มลงอย่างน่าพิศวง เมฆดำลอยต่ำลงปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนไม่เหลือแสงจันทร์ ร่างเงาขนาดใหญ่ทะยานลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วด้วยความโหดเหี้ยม กรงเล็บมหึมาพุ่งกระแทกเข้าใส่มังกรทั้งสามตัว
“ปัง!”
เสียงของเนื้อหนังและเกล็ดที่กระแทกกันดังก้องไปทั่ว ทำให้ฝูงมังกรต้องถอยกรูดไปในทันที
ร่างเงานั้นคือเฟนเรียร์ มังกรเพลิงจักรพรรดิที่เป็นคู่หูของคาน มันมีเกล็ดสีแดงเพลิงที่งดงาม แผ่ไอความร้อนที่บีบคั้นทุกรอบข้าง และดวงตาสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยความอำมหิต ความทรงพลังของเฟนเรียร์เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้พิทักษ์แห่งเปลวเพลิงที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้
มังกรทั้งสามตัวเมื่อเห็นศัตรูที่น่าเกรงขามเช่นเฟนเรียร์ ก็เริ่มถอยร่นอย่างระมัดระวัง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
เฟนเรียร์คำรามเสียงดังก้องและปล่อยเปลวเพลิงสีดำจากปาก ไฟนั้นโหมกระหน่ำราวกับพายุเพลิง ทำให้มังกรทั้งสามตัวต้องเบี่ยงตัวหลบด้วยความหวาดกลัว เปลวเพลิงสีดำที่แผ่ออกมากลืนกินอากาศรอบข้างจนกลายเป็นม่านเพลิงหนาแน่น เผาไหม้ทุกสิ่งที่อยู่ใกล้
ด้วยการปรากฏตัวของคานและเฟนเรียร์ การต่อสู้ที่เคยหนักหน่วงก็พลิกกลับมาเป็นฝ่ายของผู้พิทักษ์
มังกรทั้งสี่ที่เคยเย่อหยิ่งตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังและดุดันอย่างที่มันไม่เคยเจอมาก่อน
ขณะที่อีกด้านนึง ท้องถนนในเมืองหรู่หมิงเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและบรรยากาศแห่งความสิ้นหวังฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตยังคงวิ่งพล่าน สังหารผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า
เสียงกรีดร้องของผู้คนที่ไร้หนทางหลบหนีดังก้องอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางคนเลือกวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง บ้างก็กอดคนที่รักไว้แนบแน่น ด้วยหวังว่าจะปกป้องให้พ้นจากเงื้อมมือของความตาย
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ หญิงสาวคนหนึ่งนั่งคุดคู้บนพื้น ถนนรอบตัวเธอเต็มไปด้วยเศษซากของการทำลายล้าง
อ้อมแขนของเธอโอบกอดลูกสาวตัวน้อยไว้แนบแน่น ดวงตาของเธอสั่นไหวไปด้วยความหวาดกลัวและน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่ขาดสาย
“ทะ..ท่านแม่ พวกเราจะถูกกินเหรอ?”
เด็กน้อยกอดแม่แน่นพลางร้องไห้ด้วยความกลัว เสียงสะอื้นของเธอดังก้องในอากาศทั่วทั้งบริเวณ
ท่ามกลางเสียงคำรามของหมาป่าที่พุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย หมาป่าตัวใหญ่สูงกว่า 5 เมตรยืนอยู่เบื้องหน้า ร่างของมันแผ่ไอแห่งความตายออกมาจนทั้งสองแม่ลูกรู้สึกหนาวสะท้าน
หมาป่าจ้องมองเหยื่อของมันด้วยดวงตาแดงฉานราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง มันแสยะยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม จากนั้นก็ค่อยๆย่อตัวลง
เตรียมจะกระโจนเข้าหาสองแม่ลูกที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“มะ..ไม่นะ! ลูกแม่!”
ทันใดนั้นเอง ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากความมืดอย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้าฟาดที่กระจ่างกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน
ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีขาวเจิดจ้า ดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นทันที
เขาพุ่งเข้าประชิดตัวหมาป่าตัวใหญ่ และในชั่ววินาทีนั้น หมัดของเขาก็ฟาดลงไปที่กลางลำตัวของหมาป่าอย่างรุนแรง
“เปรี๊ยง!”
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างของหมาป่าปลิวลอยขึ้นสูง ก่อนจะกระแทกกับอาคารที่อยู่ไกลออกไป อาคารพังทลายลงมาจากแรงปะทะ ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ เหลือเพียงเสียงโห่ร้องด้วยความตกตะลึงของคนที่ได้เห็นเหตุการณ์
“——!!”
สองแม่ลูกที่นั่งอยู่บนพื้นต่างมองชายหนุ่มผู้เข้ามาช่วยเหลือด้วยสายตาอันตกตะลึง ใบหน้าของหญิงสาวยังคงเปรอะเปื้อนด้วยน้ำตา แต่แววตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นความโล่งใจ ปนความประหลาดใจราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ชายหนุ่มผู้มีลักษณะราวกับนักรบจากตำนาน ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน เส้นผมสีขาวโพลน ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเงินแวววาวราวกับอัญมณี ร่างกายส่วนบนของเขาเปลือยเปล่า เผยให้เห็นลวดลายมังกรที่สลักอยู่บนผิวหนัง บนหน้าผากมีเขามังกรงอกออกมาอย่างน่าพิศวง ส่วนดวงตาของเขามีสีขาวโพลนไร้แวว เหมือนดวงตาของมังกรผู้มองผ่านความเป็นและความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
เขายืนอยู่ตรงนั้น นิ่งสงบและเยือกเย็น ขณะที่ฝ่ามือของเขามีกรงเล็บมังกรอันแหลมคมและเปล่งประกายราวกับมรกต ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวและลูกน้อยด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและนุ่มนวล
“ไม่ต้องกลัว...พวกคุณปลอดภัยแล้ว”
หญิงสาวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เธอค่อยๆลุกขึ้นยืน มือยังกอดลูกสาวไว้แน่น
“ขะ..ขอบคุณเจ้าค่ะนายน้อยอนาเธอร์!”
ในขณะที่ดวงตาของเธอมองชายหนุ่มผู้ช่วยเหลือด้วยความซาบซึ้งใจ ราวกับเขาคือเทพเจ้าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องชีวิตของเธอและลูกน้อย เด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอ เงยหน้ามองชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตด้วยดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความเคารพ
“นายน้อยเจ้าคะ!”
“สักวันหนูจะตอบแทนท่านนะคะ!”
ทันทีที่สองแม่ลูกเดินออกจากจุดนั้น
ชายหนุ่มก็หันไปยังฝูงหมาป่าที่กำลังเริ่มรวมตัวกันอยู่ไม่ไกลนัก
ดวงตาสีขาวของเขาเปล่งประกายราวกับเพลิงสวรรค์ที่พร้อมจะบดขยี้ศัตรูทุกตัว ร่างกายของเขาปล่อยพลังสีขาวที่แผ่ไปรอบๆ จนกลายเป็นออร่าที่เจิดจ้า ร่างของเขาดูราวกับกำลังจะกลายเป็นมังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแสนยาวนาน
...
หล่อว้อยยยยยยยยยยยยย!