ซีว่างแผ่พลังของตนเองไปทั่วบริเวณทำให้มันทราบว่านอกจะทหารที่คอยอารักขาอยู่เบื้องหน้า ตามตึกต่าง ๆมียอดยุทธ์คอยเฝ้าติดตามโดยไม่เผยตัวเช่นกัน พวกมันมีระดับคละเคล้ากันไปแต่ระดับพลังสูงสุดคือเหยียบนภาขั้นที่ 3 ไม่กี่คนซีว่างเค้นเสียงออกมาเล็กน้อยในเชิงดูถูก ก่อนจะวาดกระบี่ในมือ “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”
พลังที่พุ่งออกไปเป็นผลมาจากกระบี่ตัดดารามิได้ใช้ปฐมศาสตรา เนื่องจากปฐมศาสตราเป็นอาวุธชั้นฟ้าธาตุวิญญาณทำให้พลังของมันมีมหาศาล แต่มันก็ควบคุมได้ยากเช่นกัน
คลื่นพลังพุ่งไปขวางหน้าของขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทเทออนไว้ทิ้งล่องลอยเป็นหลุมลึกทอดยาว
ชายหนุ่มมิได้หวังสั่งหายผู้ใดทั้งสิ้นเพราะเหล่าทหารมิได้เกี่ยวข้องอันใด เพียงแต่ทำตามคำสั่งที่มันได้รับมาก็เท่านั้น
“ตั้งขบวนอารักขาองค์รัชทายาท!!” หลังจากสิ้นเสียงของคนที่สั่งการเหล่าทหารกล้าต่างเข้าไปล้อมรอบตัวรัชทายาทในทันที “ผู้ใดบังอาจ!!”คนที่กล่าวออกมาน่าจะเป็นผู้นำขบวนที่แขนขวาของมันคาดปลอกแขนสีฟ้าตรงกลางเป็นรูปมงกุฎพร้อมกับมีดาบอยู่ข้างใต้
ซีว่างเหินร่างลงตรงข้างหน้าของพวกมันจ้องมองไปที่เทออนด้วยสายตารังเกียจ “ข้าเอง..” มันยกกระบี่พาดบ่าของตนเองยืนทิ้งขามองไปด้วยสายตาเหยียด ๆ
“ฆ่ามัน!!” “ฆ่า!!” หัวหน้าของมันเมื่อตรวจพลังของซีว่างแล้วมันแค่เพียงผสานโลกาขึ้นที่ 3 จึงออกคำสั่งสังหารทันทีโดยมิได้ไต่ถามเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้นเหล่าทหารตอบรับในทันใดพร้อมเหินร่างเข้าหาซีว่างอย่างว่องไว
เหล่าทหารราว 20 คนต่างดาหน้าเข้าหาชายหนุ่มตามคำสั่งสีหน้าของพวกมันนิ่งเฉยเป็นอย่างมากจากคำสั่งสังหารดั่งกับว่านี้เป็นงานปกติของมันที่ต้องสังหารเด็กอายุ 18 ผู้มีพลังเพียงผสานโลกา
ซีว่างอ้าปากหาวรอบหนึ่งมองดูเหล่าทหารที่วิ่งเข้ามาอย่างมิได้ใส่ใจ ใช้มือขวาจับกระบี่มือซ้ายขึ้นมาแคะแกะเกลาตามใบหน้าท่าทางของมันเฉยเมยถึงที่สุด
ดาบ,ทวน,กระบี่,หอก พุ่งเข้าหาทุกทิศทางซีว่างเพียงตวาดออกมาคำเดียว เหล่าทหารถึงกับลงไปกองกับพื้นในทันที “คุกเข่า!!”มันกล่าวออกมาพร้อมกับแผ่พลังปราณที่เข้มข้นออกมา ทำให้เล่าทหารที่วิ่งเข้ามาบ้างลมไปกองกับพื้น บ้างคุกเข่าลงไปจนหัวเข่าของพวกมันแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆถึงจะมีบางคนพยายามจะฝืนทน แต่ระดับพลังที่แผ่นออกมามันต่างกันเกินไปทำได้เพียงกัดฟันเพื่อไม่ร้องโอดครวญออกมาเท่านั้น
เมื่อเห็นลูกน้องของตนสิ้นท่าอย่างง่ายดายโดยที่ฝ่ายตรงข้ามมิได้ขยับเลยแม้แต่น้อย แถมมันยังมีท่าทีเฉยเมยอย่างที่สุดนายกองก็ได้แต่สถบด่าอยู่ในใจพร้อมกับจ้องไปและสังเกตเด็กหนุ่มอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยถามออกมา “เจ้ามาขวางขบวนเสด็จ..เจ้ามีจุดประสงค์อะไร ?”
เมื่อตนเองโดนถามซีว่างจึงเพิ่มแรงกดดันใส่ทหารทั้ง20 นาย ในทันทีก่อนที่พวกมันจะร้องโอดครวญออกมาพร้อมกับหัวเข่าที่แตกละเอียด ไม่อาจกลับมายืนหยัดได้มั่นคงได้อย่างเร็ววันซีว่างสามารถมอบความเมตตาให้พวกมันได้เพียงเท่านี้ โดยไม่สังหารพวกมันแต่ก็ทำให้พวกมันบาดเจ็บสถานหนักก่อนที่มันจะหันไปมองนายกองที่กล่าวออกมาพร้อมกับเอ่ยวาจาตอบกลับไป
“โอ้ว..สนใจข้าแล้วรึ..”ก่อนที่ซีว่างจะเอานิ้วมือออกจากโพลงจมูกของตนเองพร้อมกับมีเม็ดขี้มูกก้นโตออกมาแล้วใช้นิ้วดีดออกไปด้วยความแม่นยำของมันเม็ดขี้มูกแปะเข้ากลางหน้าผากของนายกองดั่งกับจับวาง“ข้าเพียงอยากจะเห็นใบหน้าขององค์รัชทายาทใกล้ ๆ เพียงแค่นั้นเอง , อยากจะยลโฉม..ว่าผู้ที่จะเป็นราชาองค์ต่อไป..มีบรามีเหนือล้ำเช่นใดบ้าง, และ...”ซีว่างเบิกตาโพลงออกมาพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่เทออน“ว่าชาติชั่วผู้นี้เหตุใดถึงโชคดีเกิดมาบนบัลลังก์ได้..”
“บังอาจ!!” นายกองตวาดออกมาในทันทีที่ซีว่างกล่าวจบ
“ใจเย็น ๆ ท่านนายกอง” เทออนที่เงียบมานาน เอ่ยปากห้ามปรามทหารของมันก่อนจะมองมาที่ซีว่างด้วยสายตาสอดรู้สงสัย “เจ้ามีชื่อเสียงเรียงนาม..ว่าอย่างไร”
“ซีว่าง”
“เป็นชื่อที่แปลกนัก..ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน , ท่านนายกอง..หลังจากกลับเข้าวังไป..เจ้าไปตามนิวส์เลทเทอร์มาเข้าเฝ้าข้าด้วย..ข้ามีบางอย่างต้องสอบถามมัน”เทออนกล่าวออกมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย ก่อนจะมองกลับไปหาซีว่า“ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้ามา..ว่าเหตุใดถึงต้องมาก่อกวนข้าด้วย”
มันกล่าวออกมาอย่างใจเย็นรักษาท่าทีสมกับเป็นองค์รัชทายาทจริงๆ หากไม่รู้จักความเลวทรามของมันจากปากของเชียเล็ซซีว่างคงคิดว่ามันเป็นคนดีที่น่านับถือก็เป็นไปได้
“มิยาก ๆ ..” ก่อนที่ซีว่างจะกวักมือเรียกสาวน้อยเดินเข้ามาหาตนแต่นางกลับไม่ทำตาม เพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างแรง ซีว่างเห็นเช่นนั้นเพียงแต่กล่าวเสียงเข้มบอกไป “เชื่อใจข้า..ข้าไม่มีวันทำร้ายเจ้า..”มันแสดงสีหน้าแน่วแน่มุ่งมั่นออกมา
แต่หญิงสาวกลับไม่ทำตามเพราะความกลัวจับใจของผู้ที่อยู่ตรงหน้านางนางจึงทำได้แค่ยืนขาแข็งไม่กล้าทำตามสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมา
“ดูเหมือนสหายของเจ้าจะเกรงกลัวข้า , ข้าเคยทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจรึ..หนุ่มน้อย?” เรื่องปั่นสีหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างใจเย็นแบบนี้ยิ่งทำให้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าดูน่าเกรงขามขึ้นไปมากแต่ระดับพลังกับสวนทางกับท่าทีของมัน ทำให้ซีว่างมิได้เกรงกลัวต่อมันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหญิงสาวไม่ทำตามที่มันบอกมันจึงพุ่งกายเข้าไปหานาง แล้วอุ้มนางอย่างว่องไวก่อนจะเหินร่างกลับมายังที่เดิมของมัน
มันก้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูนาง“ข้าไม่มีวัน..ทำให้เจ้าเสียใจหรือเศร้าใจเช่นมัน..ข้าสัญญา”ก่อนที่ซีว่างจะเอื่อมมือไปถอดหน้ากากที่นางสวมออกมา
ร่างกายที่เป็นชายหนุ่มค่อย ๆบิดเบี้ยวดังกับแม่น้ำที่โยนหินใส่ลงไป เผยร่างกายที่เป็นเด็กสาวหน้าตาคุ้นเคยที่สวมชุดของบุรุษของซีว่างอยู่เทออนถึงพยายามซ่อนสีหน้าของตนเองไว้แต่ก็มิสามารถปกปิดคิ้วที่กระตุกขึ้นมาเป็นปมเล็กน้อยต่อซีว่างได้
ซีว่างหันมากล่าวหยอกล้อต่อเชียเล็ซ“จะว่าไป..ไม่ต้องใส่หน้ากากของข้า..แค่เจ้าเอาหนวดปลอมมาติดไว้..ก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเป็นแน่..”ก่อนที่ซีว่างจะมองต่ำไปที่อกของนางแล้วยิ้มออกมา“เจ้านี่ไม่มีเสน่ห์ของอิสตรีเลย..น่าเสียดาย”
เด็กสาวถลึงตามองไปที่มันพร้อมกับกล่าวต่อมันเบา ๆ “ท่านนี้รู้จักเวล่ำเวลาบ้างหรือไม่”
ขณะที่ซีว่างกำลังหยอกเย้าหญิงสาวเทออนก็เอ่ยปากออกมาอย่างสุขใจ
“โอ้..ข้าก็คิดว่าใคร , แม่หนูน้อยของข้านี่เอง”ก่อนที่มันจะหันหน้ากลับไปหาซีว่าง ก่อนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม“เจ้ามาเอาค่าหัวหรอกรึ , นายกอง..เอาอัญมณีสุวรรณให้มันไปห้าก้อน”
ขณะที่นายกองกำลังล้วงมือหยิบของตามที่นายมันสั่งซีว่างจึงเอ่ยปากทักท้วงออกมา
“อย่าได้ลำบากเจ้าเลย..ข้ามิได้มาเอาของรางวัล , ถึงเอาไป..ข้าก็มิกล้าใช้, เงินจากสวะเช่นเจ้า , ข้าใช้ไม่ลงจริง ๆ ”ซีว่างกล่าวออกไปด้วยเสียงเย็นชา พร้อมกับผลักเด็กหญิงมาข้างหน้า“คุกเข่าขอโทษนาง..แล้วข้าจะจากไปอย่างว่าง่าย..”
“เจ้า!!”นายกองตะเบงเสียงดังลั่นออกมาพร้อมเหินร่างของมันไปข้างหน้าอย่างว่องไวกำชับศาสตราในมือพร้อมกับเหวี่ยงฟาดฟันใส่ชายหนุ่ม
“เพี๊ยะ!!” ซีว่างตวัดปลายมือของมันเต็มแรงนายกองปลิวลอยกลับไปนอนกองแทบเท้าเจ้าเคออนในทันที
สภาพของมันตอนนี้หมดราศีน่าเกรงขามของยศนายกองของมันในทันทีไม่รู้ว่าฟันของมัน..หลงเหลืออยู่กี่ซี่ แต่ที่แน่ ๆ มันไม่สามารถทานอาหารแข็ง ๆไปได้อีกนาน
“ปกป้ององค์รัชทายาท!!” เมื่อนายกองของมันลงไปกองกับพื้นเหล่าทหารที่แอบซุ่มตามจุดต่าง ๆ ต่างพุ่งตัวมาดักหน้าของเคออนในทันทีชักอาวุธออกมาในท่าเตรียมพร้อม จับจ้องมาที่ซีว่างเป็นตาเดียว
ตอนนี้พวกมันไม่กล้าผลีผลามดาหน้าเข้ามาดูจากสภาพของนายกองที่นอนกองเลือดกบปาก จากการโบกมือตบเพียงครั้งเดียวเหล่าทหารที่ระดับต่ำกว่าช่วงชั้นนภาต่างมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัวแต่ด้วยหน้าที่ของมัน ทำให้มันมิอาจวิ่งหนีจากพื้นที่ตรงนี้ทำได้เพียงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
“เจ้าเป็นผู้มีความสามารถยิ่งนัก , ระดับพลังเพียงปฐพีขั้นปลาย..กับสามารถเล่นงานนายกองของข้าได้อย่างง่ายดาย, ถ้าเจ้าเข้าร่วมกับข้า..เจ้าจะเติบใหญ่ได้อีกในอนาคต..เจ้าสนใจหรือไม่”เทออนกล่าวออกมา ดวงตาของมันฉายแววที่แสดงถึงความต้องการออกมาอย่างเด่นชัดถึงมันจะกล่าวว่าเชิญชวน แต่น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่อาจปฏิเสธ
“คนแผ่นดินนี้นี่มันยังไงกัน..เจ้าไม่ใช่ผู้แรกที่กล่าวเช่นนี้กับข้า , ตอนแรกเห็นข้าเป็นขยะ..สุดท้ายชักชวนให้ข้าเข้าร่วม, เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าข้าตอบพวกมันกลับไปอย่างไร”ซีว่างยิ้มออกมาจับจ้องด้วยสายตาแข็งกร้าวออกไป
“แปลว่าเจ้าไม่สนใจ..น่าเสียดายยิ่งนัก”รอยยิ้มของเทออนหายไปแทนที่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้อารมณ์ “ลงมือ!!”มันสั่งต่อทหารใต้บังคับบัญชาของมันด้วยเสียงดังกู่ก้อง
“โอ้ว..ไม่ต้องเข้ามา.. , ข้าไปหาเจ้าเอง , แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!”ซีว่างโยนกระบี่ออกไปพร้อมกับพุ่งเข้าไปรับอย่างว่องไววาดอาวุธของตนเองฟาดฟันออกไปด้วยสายตาที่เย็นชา
เหล่าทหารที่ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่ต่างล้มไปกองที่พื้นในทันที ไม่อาจลุกขึ้นมายืนหยัดได้ใหม่ซึ่งพวกมันก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้น
ซีว่างมิได้เร่งรีบในการจัดการทหารมันต้องคอยเหลียวหลังกลับมามองเด็กหญิงกังวลว่าเทออนอาจจะวางแผนคิดไม่สื่อก็เป็นได้
เพียงไม่กี่อึดใจร่างของทหารพลสุดท้ายก็ล้มลงไปกองอย่างจำยอมตอนนี้บนที่พื้นหินต่างมีทหารที่ร้องโอดโอยจากความเจ็บปวดอยู่เกลื่อน
“ว่าอย่างไร..เจ้าจะยอมคุกเข่าให้นางหรือไม่..”สีว่างกล่าวเสียงเย็นในทันทีขณะที่ปลีกกลับมายืนอยู่ข้างสาวน้อย
ข้างกายของเทออนเหลือทหารอยู่เพียง 20 นายมีเพียงห้านายที่ระดับพลังอยู่ระดับเหยียบโลกาขั้นที่ 3 ที่เหลือคละเคล้ากันไปแต่สีหน้าของมันก็ยังนิ่งเฉยดุจเดิม
“หากเจ้าไม่ยอมทำง่าย ๆ , ข้าจะบังคับเจ้าเอง!!”ซีว่างส่งเสียงออกมาดังลั่นเพื่อกดดันต่อองค์รัชทายาทพร้อมกับแผ่พลังปราณออกมาอ่อนๆ เพื่อกดดันมัน
“เห้อ..ทหารของข้านี้มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ , เห็นทีข้าต้องลงมือด้วยตนเอง”ก่อนที่เทออนมันจะล้วงมือเข้าไปใต้ฉลองพระองค์ของตัวมันเองก่อนจะดึงมือกลับมาพร้อมกับสร้อยคออันหนึ่ง
ตัวสร้อยไม่ได้มีรูปร่างสวยงามใด ๆ ทั้งสิ้นเป็นเพียงสร้อยคอรูปดาวหกแฉกพร้อมกับสายคล้องที่ทำจากเชือกสีดำโง่ ๆ เส้นหนึ่งแต่เมื่อมันถอดออกมาระดับพลังของมันก็แปรเปลี่ยนไปในทันที
ตอนนี้ระดับพลังของมันอยู่ที่เหยียบนภาขั้นที่4 พลังของมันเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง5 ขั้น
“ข้าไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้ว..เป็นเจ้าระกันที่เป็นคู่มือข้า!!”ก่อนที่มันจะนำอาวุธของตนเองออกมา เป็นดาบสองมือก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาซีว่างในทันที
ชายหนุ่มล้วงมือเก็บตัดดาราและนำปฐมศาสตราออกมามันจะใช้จังหวะที่ปะทะกับเทออนตอนนี้เพื่อฝึกปรือให้ชำนาญในการใช้อาวุธชิ้นนี้
ครานี้ซีว่างมิได้คลื่นกายเข้าหามันเพียงแต่ยืนขวางหน้าเด็กหญิงเอาไว้ที่มันทำเช่นนี้เพราะมันเกรงว่าถ้ามันมัวแต่ต่อสู้ไปโดยเอาตัวเข้าแลกเหล่าทหารที่เหลือจะต้องเข้ามาเพื่อชิงตัวนางไปจากมัน มันจึงต้องทำเช่นนี้
เทออสวาดดาบเป็นรูปกากบาทพร้อมกับมีแสงพลังรูปเดียวกันพุ่งเข้าหาซีว่าง
ซีว่างยกดาบของตนเองเล็กน้อยมิได้ใช้วิชาออกมาตัวดาบเมื่อกระทบกับพลังของเคออนกลับทำให้พลังสายนั้นหายไปในพิบตา
เคออนวาดดาบกระหน่ำแทงออกมาดั่งกับห่าฝนมือซ้ายขวาของมันใช้ดาบคู่อย่าชำนาญอย่างมาก จ้วง,แทง,ฟาด,ฟัน ออกมาอย่างลื่นไหลไม่มีขาดช่วงของเพลงดาบสะดุดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
แต่ซีว่างก็ไม่แพ้กันปัดป้องได้ทุกครั้งคมดาบของฝ่ายตรงข้ามไม่อาจเล็ดลอดจากการป้องกันของชายหนุ่ม
ยิ่งเคออสออกแรงมากเท่าไหร่พลังของมันก็ยิ่งหมดไปเท่านั้น ไม่อาจเชือดเฉือนร่างกายของชายหนุ่มได้เลยสักครั้งมันกัดฟันของตนเองแทบแหลกคาปาก แล้วออกอาวุธทุกอย่างที่มันมีแต่เป็นฝ่ายตรงข้ามที่รับวิชาของมันได้ทุกครั้ง แถมมันยังไม่ถอยหลังเลยสักก้าวดั่งกับสิ่งที่มันทำเป็นผลาญกำลังของตนเองอย่างทิ้งขว้าง
“ยังไม่เข้ามาช่วยข้าอีก!!” มันตวาดใส่ผลทหารของตนเองในทันทีก่อนที่เหล่าทหารกล้าทั้ง 20 นายที่เหลือ จะพุ่งเข้ามาสอดตามคำสั่งของนายของมัน
เมื่อเห็นเหล่าทหารพุ่งเข้ามาช่วยศัตรูของมันซีว่างจึงใช้ดาบของตนเองเหวี่ยงสุดแรงที่มันมีใส่เทออน
องค์รัชทายาทรีบยกดาบไขว้กันเพื่อกันการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามแต่ด้วยแรงที่อ่อนล้าจึงทำให้มันถลาถอยออกไปในทันทีที่ดาบทั้งสามปะทะกัน
แต่ซีว่างก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้นก่อนที่เหล่าทหารจะถึงตัวของมัน “แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา!!”ซีว่างยกมือซ้ายขึ้นแบออกพร้อมกับกระทืบเท้าลงไปยังพื้นข้างหน้าเกิดเป็นเขตแดนวงกลมอันใหญ่ล้อมรอบเหล่าทหารและเทออสเอาไว้ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาล
ตอนนี้ดวงตาของชายหนุ่มกลายเป็นสีเหลืองนวลพร้อมกับบนหน้าผากที่มีรูปจันทร์เสี้ยวส่องสง่าอยู่มันเอ่ยปากออกมาต่อผู้ที่อยู่ตรงหน้าในทันที “คุกเข่า!!”
“ปัง!!” เสียเข่าของทหารทั้ง 20 นาย และเทออนหมอบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างแรง
“เจ้ามานี่” ซีว่างออกปากบอกต่อสาวน้อยในทันทีก่อนที่นางจะเดินมาอย่างว่าง่ายกว่าครั้งก่อน
“หมอบ!!” ซีว่างเพิ่มพลังปราณลงไปในวิชาของตนเอง จนคนทั้ง 20 คนหมอบลงในท่าก้มหัวชิดพื้นเช่นเดิมเสียงปังดังขึ้นมาจากศีรษะที่โขกเข้ากับพื้นแต่เจ้าเทออนพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการใช้มือของตนเองยัดพื้นเอาไว้ไม่ยอมหมอบลงไปแต่โดยดี
ซีว่างเห็นดังนั้นมันจึงคลายวิชาของมันออกอุ้มร่างของสาวน้อยไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะกระโดดเข้าไปยืนตรงหน้าของเทออนวางสาวน้อยให้ยืนตรงหน้าของรัชทายาท
ซีว่างจึงตวาดออกไปอย่างสุดเสียงพร้อมยกขาของตนเองออกแรงเหยียบใช้ปลายเท้ากดศีรษะของเทออน “ข้า..บอก..ให้..หมอบ!!” “ปัง!!”เสียงศีรษะของเทออนลงไปโขกกับพื้นดังสนั่น
เมื่อทำได้ดั่งใจตนซีว่างจึงออกปากบอกต่อมัน “ชาติชั่วอย่างเจ้า..ต้องเจอกับคนที่เลวกว่าอย่างข้า!!”ก่อนที่มันจะจับที่ข้อมือของหญิงสาว เหินขึ้นไปบนฟ้า พร้อมกับบินจากหายไปบนท้องนภา
หากมีใครนำข่าวนี้ไปเล่าที่ไหนคงมิมีใครเชื่อว่าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้กลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งออกหน้าแทนหญิงสาวที่โดนกลั่นแกล้งโดยองค์รัชทายาททำให้มันต้องถูกตามล่าโดยคนของราชวงศ์
แต่สำหรับซีว่างหากใครบังอาจทำให้สหายของมันต้องเศร้าใจ มันผู้นั้นจะต้องชดใช้เป็นร้อยเป็นพันเท่า
.
.
.
“ว่าอย่างไร..สบายใจขึ้นหรือไม่?” ซีว่างกล่าวถามต่อเด็กสาวในทันทีที่พวกมันอยู่ในที่ปลอดภัย
“ท่านไม่น่าทำถึงขนาดนั้น..ป่านนี้พวกมันอาจส่งคนออกตามหาท่านแล้วก็เป็นได้”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล
“ช่างมันปะไร.. , ช่างเถิด..ถึงเจ้าไม่ชอบในสิ่งที่ข้าทำ , แต่ข้าก็สบายใจที่ได้ทำ”ซีว่างยิ้มออกไปขณะที่มันกล่าว
ถึงตอนนี้ใบหน้าของเด็กสาวจะแสดงถึงความวิตกกังวลแต่ความหมองหม่นที่เคยแสดงออกทางใบหน้าของนางมันได้เลือนหายไปโดยที่นางมิได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
.
.
.
ณ เมืองแกรี่
“มันฟื้นขึ้นมาแล้วหรือยัง?” นายกแฮร์รี่กล่าวถามต่อหยางน่า
หญิงสาวไม่ได้ตอบเพียงแต่แสดงสีหน้าออกไปอย่างเฉยเมยแทนคำตอบของนาง
“งั้นแปลว่ามันยังไม่ฟื้น..” นายกมิได้สนใจในสิ่งที่หญิงสาวแสดงมันชินชากับกริยาเช่นนี้ของหญิงสาวแล้ว จากการอาศัยอยู่ด้วยกันร่วมเดือน
“ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด? , คงมิได้มาถามถึงอาการของมันเพียงอย่างเดียวหรอกนะ”หญิงสาวกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อ้อจริงสิ..แม่นางเอสเธอร์พึ่งส่งข่าวมา , เหมือนมีข่าวลือ..ว่าพบคนที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับสหายเจ้าแถวแคปปิตอล[1] ”
กล่าวจบสีหน้าของหญิงสาวแปลเปลี่ยนไปในทันทีนางมองกลับไปที่ชายชราด้วยสายตาที่เป็นประกาย
“ท่านมั่นใจมากน้อยเพียงใดเรื่องข่าวนี้”
“ข้าไม่มั่นใจ , แต่คนในข่าวที่แม่นางเล่าสู่ข้า , ระบุไว้ว่าชายผมดำข้างกายมีหญิงสาวอยู่ , บุกเข้าไปถล่มขบวนเสด็จขององค์รัชทายาท..จนแตกพ่ายอย่างสิ้นเชิง”นายกกล่าวออกมาในทันที
“เป็นมัน!! เป็นมันแน่นอนที่กล้าทำเรื่องโง่ ๆปรานนี้..แถมยังมีหญิงสาวอยู่ด้วย , สันดานอย่างมันคงต้องทำเช่นนั้นเพื่อป้อหญิงเป็นแน่!!”หยางน่ากล่าวออกมาด้วยความดีใจ นี่เป็นรอยยิ้มครั้งแรกในรอบเดือนที่นางแสดงออกมาทำให้ใบหน้าที่สวยงามขับความงามของนางได้อย่างไร้ที่ติ
-----------------
[1] capital อ่านว่า แคพ-อิแท็ล แปลว่า เมืองหลวง , ทุนทรัพย์ ( มีเยอะกว่านี้ ทั้ง N และ ADJ )
[ แถม 1 ] หยาง ตัวเขียน 洋 พินอิน Yáng แปลว่า ต่างเมือง , ต่างถิ่น , ต่างประเทศ , มหาสมุทร
[ แถม 2 ] น่า ตัวเขียน 娜 พินอิน Nà แปลว่า สวยงาม , นุ่มนวล , น่ารัก
**หยางน่า = งดงามแบบต่างเมือง ( สวยแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน )
ปล.วันนี้ลงเร็วหน่อยนะครับพอดีมีธุระช่วง 3 - 4 ทุ่ม ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ลงตามเวลา