ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่ 336 เปิดตัว

เกาะพระจันทร์มีพื้นที่อุดสมบูรณ์ มันสามารถนำไปสร้างพื้นที่เชิงเศรษฐกิจได้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่ใกล้เคียง

หลังจากพิจารณาถึงผลได้ผลเสียในระยะยาว เจมส์จึงได้ข้อสรุปและยอมรับเกาะแห่งนี้แลกเปลี่ยนกับหุ้น'เวล'

ดินย่อมดีใจมีความสุขล้นพ้น

การเดิมพันครั้งนี้คือไพ่ใบสุดท้ายที่อยู่ในมือของเขา เรียกว่าทุ่มสุดตัว ได้แต่หวังว่า'เวล'จะอยู่รอดท่ามกลางกลุ่มเก่าๆ ที่ฝังรากลึกมานานแสนนาน

วันต่อมาเจมส์นั่งพูดคุยกับหยางเกี่ยวกับแอปพลิเคชันสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝั่งจีนลงมาเล่นตลาดในครั้งนั้นด้วย ชื่อว่าเหมาชุน

เจมส์ไม่มีปัญหาในการพูดภาษาเกาหลีและอังกฤษ หลังจากเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นจากเดย์และทอยที่เปรียบดังคลังคำศัพท์เคลื่อนที่

หุ่นมีความแม่นยำในภาษามากกว่าครูในโรงเรียนและอาจารย์ในมหาลัย ที่ดีแต่สอนตามหลักสูตรแต่พอให้พูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นกับชาวต่างชาติก็พากันใบ้กิน

แน่นอนการพูดภาษาจีนค่อนข้างมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่นั่นคือตลาดขนาดใหญ่ มันเป็นชุมทางที่แม้แต่ทางฝั่งอเมริกาก็ต้องการมาลงทุน

เป็นต้นว่าหนังฮอลลีวู้ด มักจะได้รับรายได้สูงสุดที่นั่นถล่มบ๊อกซ์ออฟฟิศ ยังไม่รวมถึงสินค้าอื่นๆ

แต่อย่างใดก็ตามชนชาตินี้ฉลาดเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเรียนรู้จากสิ่งของเหล่านั้นและนำมาพัฒนาเป็นของตัวเอง สุดท้ายจึงไม่รับสินค้าจากชาวต่างชาติและหันมาสนับสนุนเทคโนโลยีในบ้านตัวเอง

ในแง่นี้พวกเขาถือว่าดีกว่าเรามาก

การสื่อสารกับชาวจีนไม่ใช่เรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องมีหุ่นแบนเนอร์หรือแองเจิ้ล 21

หยก ผู้หญิงที่มีดวงตาโฉบดังเหยี่ยวสามารถพูดและอธิบายมันออกมาได้อย่างน่าฟัง

เหมาชุนรู้ว่าเจมส์คือใคร นี่คือตัวพ่อผู้ทรงอิทธิพลในขณะนี้ แม้จะเด็กรุ่นราวคราวลูกแต่เขายังคงแสดงความเป็นมิตรอย่างสุภาพ

“ประธานเจมส์ แอปพลิเคชันตัวนี้เป็นยังไงบ้างครับ ผมเชื่อว่ามันต้องทำให้คุณประทับใจไม่น้อย มันถูกออกแบบโดยทีมของผมเอง หลังจากที่มันเสถียรก็พร้อมเปิดตัว โดยสินค้าหลักจะขายทางออนไลน์...”

ชายหนุ่มได้ใช้แอปพลิเคชันก่อนหน้านี้แล้ว จึงผงกศีรษะเล็กน้อย “มันยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่หลังจากที่มันเปิดตัวคงทำให้ใครหลายคนเกลียดพวกเราไม่น้อย”

“ประธานเจมส์คิดมากเกินไป” คุณหยางบอก “หากเราไม่ลงมาเล่นในตลาดออนไลน์ สุดท้ายผู้เล่นคนอื่นก็จะกระโดดลงมาเอง สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือการขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยมีนัยสำคัญการขับเคลื่อนของโลก...”

“เทคโนโลยีพัฒนาไปทุกวัน การซื้อของผ่านร้านค้า ผ่านช้อปเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องขับรถออกไปข้างนอก ไหนจะเสียน้ำมันและเวลาในการทำงาน ยังต้องมาปวดหัวกับที่จอดรถไม่มี ดังนั้นเมื่อมีแอปพลิเคชันสั่งสินค้าออนไลน์ ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องง่าย”

เหมาชุนเสริมว่า “คนที่ไม่พัฒนาและหยุดอยู่กับที่ไม่สามารถอยู่รอดได้บนโลกที่โหดร้าย ทุกคนต้องเรียนรู้และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง...ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมจะเอาเรื่องลูกชายของผมมาพูดแล้วกัน หวังว่าทุกคนจะไม่เบื่อกันนะครับ”

“ตามสบาย” เจมส์ผายมือ

“ลูกชายของผมไม่ชอบในธุรกิจ เขาหลงใหลในหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เขามีโกดังเก็บหนังสือเป็นของตัวเอง และเริ่มที่จะแต่งนิยายหลังจากที่อ่านมันจนอายุได้ 20 ปี...”

“เขาชื่นชอบนิยายกำลังภายใน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะแต่งแนวนี้ ช่วงนั้นกระแสพวกกำลังภายในถือว่ามาแรงมาก นิยายของเขาติด 1 หนึ่งใน 10 จาก 100 คิดดูสิว่ามันบ้ามากแค่ไหน..”

“อย่างไรก็ตามกระแสนี้ใช่จะอยู่ตลอดไป ตอนนั้นอยู่ๆ นิยายประเภทกำลังภายในตัวเอกเก่งก็กลายเป็นไม่ได้รับความนิยม ต่อให้เขามีปกสวยๆ หลายพันหยวน หรือแม้แต่เนื้อเรื่องเข้มข้นก็ตาม คุณรู้ไหมครับว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้...”

โดยไม่รอคำตอบ เหมาชุนเล่าต่อไปว่า

“สาเหตุก็คือแนวของตลาดเปลี่ยนไป ผมเคยพูดคุยกับลูกชายจึงรู้ว่าทำไมเขาถึงได้เลิกเขียนแบบเดิมและหันไปแนวทางอื่นเพื่อเพิ่มกำไร นั่นก็คือการสำรวจตลาดและก้าวเดินไปกับมันนั่นเอง”

“ก็เหมือนกับเสื้อผ้า ในมุมมองของเรามองว่ามันเพอร์เฟคสวยงามมาก แต่ในสายตาคนอื่นมันล้าหลังและเก่า นี่เรียกว่าการเดินตามโลกอย่างที่ควรจะเป็น การทำธุรกิจเองก็เช่นกัน ดังนั้นลูกชายของผมจึงพัฒนาตัวเองเพื่อเขียนทุกแนว เพื่อรองรับตลาดที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา แน่นอนว่าเขามีกลยุทธ์บางอย่างที่สำคัญเช่นนี้ถึงได้ยืนอยู่ในจุดนั้นได้”

เหมาชุนพูดยาวจนน้ำไหลไฟดับ

เจมส์ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับนักเขียนเท่าไหร่นัก เขาแค่อ่านมังฮวา มังงะ เพราะชื่นชอบลายเส้นและเนื้อเรื่อง แต่อย่างใดก็ตามใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

“ถึงจะเป็นเพชรแต่หากมันอยู่ผิดที่ ก็เป็นได้แค่ก้อนกรวดสินะ...ดังนั้นการพยามให้มันเปล่งประกายในจังหวะที่เปลี่ยนไปจึงถือว่าไร้ประโยชน์ สิ่งนี้ไม่แตกต่างจากคนโง่ที่ทำงานโดยไม่เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงในการพัฒนา คนเราต้องเรียนรู้ทำงานให้น้อยแต่มีเงินเยอะขึ้น อย่าให้เวลาไปกับการทำงานทั้งหมดแต่มีเงินใช้แค่หยิบมือ...” เจมส์สรุปหลังจากรับฟังเรื่องราว

“ใช่ครับ และแน่นอนว่าคนที่ปรับตัวทันตั้งแต่เริ่มจะกลายเป็นคนร่ำรวย ท่ามกลางสายน้ำอันยุ่งเหยิงมีคนจำนวนหนึ่งกลายเป็นร่ำรวย อีกหนึ่งต้องล้มลงเพราะความคิดแบบเก่า อนิจจา พวกเขาได้แต่โทษความคิดของตัวเองที่ดื้อรั้นไม่พัฒนา” เหมายิ้มตอบ ในฐานะนักลงทุนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ เขารู้จักคนจำนวนมากและเห็นมาก็เยอะ

“เอาล่ะ แค่ทำงานของคุณให้เสร็จ ผมต้องการแอปพลิเคชันที่ทำให้ทุกคนหันมาสั่งซื้อสินค้าจากทางเรา” เจมส์ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เพราะมองว่าในอนาคตตลาดออนไลน์จะขยายตัว ร้านค้าจำนวนมากจะล้มลงและถูกแทนที่ด้วยสินค้าออนไลน์

เหมาชุนรู้สึกยินดียิ่ง “ขอบคุณครับ ผมจะรีบทำมันให้เสร็จเท่าที่คุณพอใจ”

“ระหว่างนั้นผมจะเข้าซื้อกิจการขนส่งเอกชน มันเป็นเรื่องง่ายที่จะดำเนินการ และนอกจากนั้นเรายังสามารถขยายสาขาด้วยการเปิดให้ซื้อเฟรนไชส์” คุณหยางเสริม

การพูดคุยเสร็จสิ้นในเวลา 1 ชั่วโมงต่อมา

พวกเขาได้ข้อสรุปและพร้อมที่จะเดินหน้าในโครงการที่ใหญ่ขึ้น

มีเพียงผู้เล่นระดับสูงเท่านั้นที่รู้ถึงการเคลื่อนไหวนี้ และอยากจะนำเงินมาลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่นคงทรัพย์สินตัวเองในอนาคต

..........

วันเปิดตัวปั้มน้ำมัน'เวล'ที่แรกถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพ

มีนักธุรกิจระดับสูงจำนวนมากมาเข้าร่วมงาน

พวกเขาคือตัวตนสูงส่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และบังคับทิศทางให้มันดำเนินไป

เจมส์เป็นประธานเปิดงานอันยิ่งใหญ่ เขาอยู่ในชุดสูทสีฟ้าอ่อน ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสายตาหลายคู่จับจ้อง

ริบบิ้นสีแดงอยู่ตรงหน้า หลังจากที่เขาเริ่มตัดผู้คนก็ปรบมือ เสียงจุดประทัดดังขึ้นและพุ่งสูงสู่ท้องฟ้า

นี่คือปั้มน้ำมันแรกของ'เวล'และมันจะกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้บริโภค แน่นอนนั่นคือสิ่งที่ดี แต่สำหรับปั้มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่มาก่อนย่อมรู้สึกไม่พอใจ

............

ปั้มน้ำมัน PSS ตึกสูงตระหง่านกลางมหานครเมืองกรุงเทพฯ บอร์ดบริหารและผู้ถือหุ้นต่างนั่งรวมตัว ในขณะที่จอแสดงผลข้อมูลการเปิดตัวของแบรนด์'เวล'

“มีใครพอจะบอกผมได้หรือเปล่าว่าไอ้บ้านี่มันโผล่จากที่ไหน!” ผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานมีผมเผ้าสีขาว เรี่ยวแรงแทบไม่มีเดิน แต่ความโลภกลับฉายชัดผ่านดวงตาอันเหนื่อยล้า

ประธานบริษัทฯ คุณเกรียงไกร

หนึ่งในผู้ถือหุ้นพุงโตตอบ “ผมเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากข้อมูลที่ได้ตรวจสอบมาคร่าวๆ พวกเขาไม่ใช่นักธุรกิจทั่วไปที่จะเข้าไปกดดันได้ การเทคโอเวอร์บริษัทเขาเป็นเรื่องยาก มันไม่ง่ายเหมือนก่อนหน้านี้...”

ใครหลายคนเห็นด้วย

พวกเขารู้ว่าเจ้าของปั้มน้ำมันที่แท้จริงคือใคร

เมื่อก่อนหากมีแบรนด์น้องใหม่โผล่เข้ามา พวกเขาจะส่งคนไปเจรจาซื้อหุ้นเพื่อควบคุมราคาน้ำมันในตลาด หากใครไม่เห็นด้วยก็ต้องเข้ากดดันด้วยช่องทางต่างๆ มันเป็นแบบนั้นมาหลายสิบปีและได้ผลดี ทว่าการทำแบบนี้กับ'เวล'ยังคงเป็นเรื่องยาก

“เราต้องรู้แหล่งที่มาของน้ำมันเหล่านั้น พวกเขาเอาน้ำมันมาจากที่ไหน เรื่องนี้นี่แหละที่น่าสงสัย...”

บอร์ดบริหารและใครอีกหลายคนเห็นด้วย

การเกร็งกำไรสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อทำกำไรสามารถทำได้ง่ายหากมีเพียงไม่กี่เจ้าในตลาด โดยเฉพาะทั้งหมดนั้นเป็นของของคุณ

แต่หากมันไม่ใช่ของคุณการจะควบคุมก็คงเป็นเรื่องยาก

“เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบ และนอกจากนั้นรูปแบบปั้มน้ำมันของพวกเขาก็คล้ายกับพวกเรามาก อย่างกับว่าเอาเราเป็นต้นแบบงั้นแหละ” ใครบางคนโพล่งขึ้นมา

“นั่นสิ และหากพวกเขาสามารถตอบโจทย์เรื่องห้องน้ำ ร้านค้าที่อยู่ภายในและกาแฟ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเข้าปั้มล่ะก็ ส่วนแบ่งตลาดของเราคงถูกโจรผ้าเขียวขโมยไปอย่างไร้ยางอาย!” หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน