ลำนำจักรพรรดิยุทธ์ สะท้านฟ้า

    บทที่34 ปรุงยา

    บทที่34ปรุงยา


              “ห้องว่าง!....ได้ข้าจะให้คนจัดให้คุณชายเดี๋ยวนี้” หวังลู่อี้เรียกคนรับใช้ให้จัดหาห้องให้แก่จ้าวเฟยหลงทันที


              “ซื่อจื่อโปรดอย่าให้ใครเข้าไปรบกวนข้าจากนี้อีกหกชั่วยามข้าจะออกมารักษาท่านอ๋อง หากถูกรบกวนตอนที่ข้าทำงานเกรงว่าการรักษาต้องล้มเหลว”จ้าวเฟยหลงต้องการความสงบจึงไม่อยากถูกรบกวน


              “ได้ข้าจะประกาศไปห้องของท่านคือเขตต้องห้าม ใครฝ่าฝืนล่วงล้ำประหารทันที”


              หวังลู่อี้กล่าวด้วยเสียงอันดัง


              “ท่านพี่อย่าเป็นห่วงข้าจะเป็นผู้เฝ้าดูแลความเรียบร้อยให้คุณชายจ้าวเอง”หวังลู่ชาง อาสา


              “อืม...ลำบากเจ้าแล้วน้องรอง” หวังลู่อี้เอ่ย


              เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วทุกคนออกจากห้องของหมิงโจวอ๋องทิ้งหวังลู่ซือเอาไว้ให้เป็นผู้ดูแล


              “ใต้เท้าตันท่านว่าไอ้เด็กนั่นมันจะทำอะไร ถึงต้องการห้องส่วนตัว” ฮัวหนิงเจี้ยนเอ่ยออกมาเพราะอดสงสัยไม่ได้


              “ท่านหมอฮัว ข้าเองก็สงสัยเช่นกันโรคของท่านอ๋องเกิดจากพิษของกิ้งก่าเพลิงพิภพ หากไม่มีสมุนไพรวิญญาณมาปรุงเป็นยาก็ไม่มีทางรักษาพวกเราใช้ทุกอย่างที่มีแล้วก็ยังมิอาจรักษาได้”


              “อีกอย่างใต้เท้าตันท่านสังเกตุหรือไม่ว่ายาที่เขาให้ท่านอ๋องกินมันค่อนข้างพิเศษมาก ต่อให้มีเงินก็ยังไม่อาจซื้อได้”ฮัวหนิงเจี้ยนมีข้อกังขาเพิ่มมาอีกอย่าง


              “ใช่แล้วยาบรรเทาอาการแสบร้อนของพิษสัตว์อสูรแบบนั้นหายากมากจริงๆด้วยแต่ว่าเขาใช้อย่างไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย” ตันฮุ่ยเหอสงสัยในข้อนี้เช่นกัน


              ทั้งสองคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าจ้าวเฟยหลงเป็นใครมาจากไหนหากทั้งสองรู้ว่าที่จ้าวเฟยหลงใช้ยานี้อย่างไม่รู้สึกเสียดายเพราะว่าเขาได้ยานี้มาจากคลังของโจรเหยี่ยวทมิฬละก้อเกรงว่าคงตกใจจนตาค้างตัวแข็งเป็นแน่


              เมื่อเข้ามาในห้องจ้าวเฟยหลงไม่รอช้าเรียกเตาปรุงยาออกมาแล้วทำการทบทวนคัมภีร์เทพสวรรค์กลั่นโอสถอีกครั้งเขาต้องแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเพราะการปรุงยาแม้จะเป็นถึงจักรพรรดิโอสถก็ต้องเริ่มที่ขั้นตอนแรกเช่นกัน ทำให้ทุกครั้งที่ปรุงยาย่อมมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวเสมอและถ้าหากเขาล้มเหลวเกรงว่าคงจะนำความลำบากอย่างสาหัสมาสู่ตนเองแบบไม่มีทางเลี่ยง


              ยาที่เขาจะทำการปรุงในครั้งนี้คือยาหิมะเจ็ดดาราเม็ดยาระดับปราณขั้นสูงส่วนผสมหลักครั้งนี้ก็คือชบาหิมะเจ็ดแฉกนั่นเองและมีสมุนไพรข้างเคียงอีกสามชนิดเพื่อปรับแต่งความสมดุลของตัวยาซึ่งจากการเดินทางในป่าเขามานานทำให้จ้าวเฟยหลงไม่ขาดแคลนสมุนไพรเหล่านี้แต่อย่างใด


              หลังจากเข้าใจวิธีการปรุงยาแล้วจ้าวเฟยหลงจึงทำการปรุงยาทันที


              เริ่มจากการถ่ายทอดความร้อนโดยใช้ปราณธาตุไฟถ่ายเทพลังสู่เตาปรุงยา


              หลังจากที่เตามีความร้อนพอเหมาะจึงเริ่มกระบวนการนำสมุนไพรลงใส่หม้อ


              เช่นเคยที่ปฏิบัติมาจ้าวเฟยหลงโยนสมุนไพรที่ต้องใช้ลงสู่หม้อทันทีหากว่าหมอตันและหมอฮัวทั้งสองคนเข้ามาเห็นการนำสมุนไพรลงสู่หม้อปรุงยาเช่นนี้อาจโกรธจนเป็นลมล้มพับไปก็ได้


              จากนั้นจ้าวเฟยหลง ใช้พลังจิตและพลังลมปราณแยกชนิดของสมุนไพรในเตาออกจากกันเริ่มการกำจัดสิ่งเจือปนและกากของสมุนไพรขั้นตอนนี้จ้าวเฟยหลงนับว่ามีทักษะในระดับหนึ่งแล้วหลังจากที่ปรุงยามาหลายสิบชุดทำให้ใช้เวลาไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น


              นับว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากเพราะว่าระดับยายิ่งสูงสมุนไพรที่ใช้ก็ยิ่งล้ำค่ายิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังนักปรุงยาจึงต้องใช้เวลาพอสมควรถ้าหากว่าเป็นคนอื่นปรุงยานี้คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองชั่วยามในการกำจัดสิ่งปนเปื้อน


              เมื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกไปก็เหลือแต่พลังบริสุทธิ์แห่งฟ้าดินของบรรดาสมุนไพรทั้งหลายกลิ่นหอมค่อยๆลอยล่องออกมาจากเตาปรุงยา ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องและยังฟุ้งกระจายไปรอบๆ ด้านนอกห้องด้วย ส่งผลให้คนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้สูดกลิ่นหอมชื่นใจนี้ไปด้วย


              “นี่....กลิ่นหอมนี่มัน....ท่านหมอตันหรือว่าเขากำลัง...”ฮัวหนิงเจี้ยน กระซิบกระซาบกับตันฮุ่ยเหอ


              “เป็นไปได้อย่างมากที่เขากำลัง...ปรุงยา”ตันฮุ่ยเหอแม้จะหักห้ามมิให้ตนเองเชื่อขนาดไหนก็ตามแต่ก็ไม่อาจไม่ยอมรับได้ว่ากลิ่นที่หอมขนาดนี้ลอยออกมาจากห้องที่จ้าวเฟยหลงคือสัญญาณของการปรุงยา


              “อืม...ตอนที่ได้กลิ่นตอนแรกข้าก็คิดอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่มั่นใจเท่าใดแต่เมื่อท่านหมอตันกล่าวเช่นนี้คงไม่มีทางเป็นอย่างอื่นแล้ว”ฮันหนิงเจี้ยนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก เขาเห็นชายหนุ่มคนนั้นอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีเท่านั้นแม้แต่หมอก็ไม่ใช่จะสามารถปรุงยาได้เลยหรือนี่


              อ๋องน้อยรองหวังลู่ชางผู้รับหน้าที่เฝ้าดูแลห้องของจ้าวเฟยหลงก็อดประหลาดใจไม่ได้แม้จะสังเกตุได้ว่าจ้าวเฟยหลงมีความลับมากมายแต่การที่กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยออกมาขนาดนี้เป็นอย่างอื่นไมได้นอกการปรุงยา นั่นยิ่งทำให้เขาสนใจในตัวจ้าวเฟยหลงมากขึ้นเช่นกัน


              ภายในห้องจ้าวเฟยหลงกำลังตั้งใจควบแน่นตัวยาอย่างตั้งอกตั้งใจหาได้รู้ว่าข้างนอกห้องของเขานั้นเกิดความสับสนงุงงงขึ้นขนานใหญ่หลังจากที่ควบแน่นแล้ว จ้าวเฟยหลงก็เริ่มเข้าสู่ขั้นต่อไปทันทีก็คือการหลอมรวมตัวยาเข้าด้วยกันตอนนี้จ้าวเฟยหลงเหนื่อยล้าอย่างมากแต่ก็ยังตั้งใจอย่างไม่ลดละความพยายาม


              เมื่อหลอมรวมแล้วตัวยาทั้งหมดผสมเข้ากันได้อย่างหมดจดเริ่มส่งพลังของฤทธิ์ยาออกมา คนที่อยู่ใกล้ห้องปรุงยาต่างรับรู้ได้ถึงพลังของยานี้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ปรอดโปร่ง สดชื่น เกิดขึ้นกับทุกคน


              “ความรู้สึกนี้หรือเขากำลังปรุงยาแก้พิษกิ้งก่าเพลิงพิภพอยู่” ตันฮุ่ยเหอ พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว


              “นี่ต้องเป็นยาระดับสูงแน่นอนพลังของยาขนาดนี้ย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ”ฮัวหนิงเจี้ยน พูดเสียงเบาๆ


              จ้าวเฟยหลงทำการหลอมรวมเรียบร้อยก็เข้าสู่กระบวนการสุดท้าย การขึ้นรูปเม็ดยานั่นเองกระบวนการนี้ใช้เวลาพอสมควรเพราะหากการขึ้นรูปผิดพลาดย่อมหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างจะสูญสลายหายไปทันทีเขาใช้พลังจิตและพลังปราณหล่อหลอมขึ้นรูปเม็ดยาอย่างแน่วแน่


              หนึ่งชั่วยามต่อมา


            “ออกมา!”


            เสียงของจ้าวเฟยหลงดังขึ้น เม็ดยาสีขาวนวลก็ลอยขึ้นจากเตาเปล่งแสงเจิดจ้าแผ่ความเย็นสดชื่นกระจายไปทั่วแล้วจึงค่อยๆร่อนลงบนฝ่ามือของเขา ที่ผิวของยามีสิ่งที่คล้ายกับดวงดาวส่องประกายอยู่เจ็ดจุดรอบๆเม็ดยาส่งกลิ่นหอมสดชื่น ให้ความรู้สึกเย็นสบายปรับอารมณ์ของผู้สูดดมให้แจ่มใสทันใด


              “นี่ก็คือหิมะเจ็ดดารา สินะ ฮ่าๆๆข้าสามารถปรุงพวกเจ้าออกมาจนได้”


            จ้าวเฟยหลงดีใจเป็นอันมากเขาพึ่งจะปรุงยาชนิดนี้ครั้งแรกก็ประสบผลสำเร็จแล้วแถมยังเป็นเม็ดยาระดับปราณขั้นสูงอีกด้วยผลงานระดับนี้
    จ้าวเฟยหลงจึงอดที่จะดีใจไม่ได้วิถีการปรุงยาของเขาก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วและเป็นก้าวใหญ่เสียด้วย ทำให้ตอนนี้จ้าวเฟยหลงมีความสามารถในการปรุงยาเทียบเท่านักปรุงยาชั้นตรีขั้นสูงแล้ว


              จ้าวเฟยหลงได้ทำการเก็บกวาดห้องจนเรียบร้อยแล้วเก็บเม็ดยาใส่กล่องอย่างดีเพื่อเตรียมนำไปรักษาหมิงโจวอ๋อง แต่ตอนนี้เขาหมดพลังไปมากโขตอนปรุงยาเตียงนอนในห้องจึงเป็นเป้าหมายของเขาในทันที เมื่อล้มตัวลงนอนก็หลับไป ไม่ได้สนใจว่าข้างนอกห้องมีคนรอผลการปรุงยาอย่างกระวนกระวายแต่อย่างใด


              สองชั่วยามผ่านไปจ้าวเฟยหลงตื่นนอนพร้อมกับพลังที่กลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้งเมื่อจัดการความเรียบร้อยของตนเองแล้วก็เดินออกจากห้องเพื่อเตรียมรักษาหมิงโจวอ๋อง


              “คุณชายจ้าว
    ! โปรดรอก่อน”


            หวังลู่ชาง ตะโกนเรียกเขาเฝ้ารักษาความปลอดภัยให้แก่จ้าวเฟยหลงเมื่อจ้าวเฟยหลงออกมา เขาจึงอยากสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องซึ่งพอๆกับสองหมอชื่อดังที่คอยสังเกตุอยู่ไม่ห่างจากห้อง


              “อ๋องน้อยรอง ท่านมีสิ่งใดหรือ”จ้าวเฟยหลงถามขึ้น


              “คุณชายจ้าวท่านทำสิ่งใดในห้องหรือถึงมีกลิ่นหอมเช่นนั้น”หวังลู่ชางตรงเข้าประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม


              “แน่นอนว่าต้องปรุงยาเพื่อรักษาท่านอ๋อง” จ้าวเฟยหลงตอบโดยไม่ปิดบัง


              หวังลู่ชางตกตะลึงไปทันใด


              “ทะ...ทะ...ท่านปรุงยาเป็นด้วยหรือช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก”


              หวังลู่ชางคิดเอาไว้อยู่แล้วแต่พอได้ฟังจากปากของจ้าวเฟยหลงก็ยังต้องตกใจอยู่ดีการเป็นนักปรุงยานั้นยากเย็นแสนเข็ญ แต่ชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงนักยุทธ์ใช้พลังธาตุยังไม่ได้ภูมิหลังก็ไม่น่าทรงอิทธิพลแต่อย่างใดไม่น่าจะรองรับการฝึกฝนของจ้าวเฟยหลงได้อีกอย่างต้องผ่านการปรุงยามาหลายร้อยรอบเขาอายุเพียงสิบห้าสิบหกจะเอาประสบการณ์มาแต่ตอนไหนกัน


              “ความสามารถเล็กน้อยไม่ควรให้เอ่ยถึง”จ้าวเฟยหลงกล่าวอย่างถ่อมตน


              “อ๋องน้อยรองเชิญ”จ้าวเฟยหลงเชื้อเชิญให้หวังลู่ชางเดินนำไปยังห้องของหมิงโจวอ๋อง


              “คุณชายจ้าวเชิญ”


              ตอนนี้ท้องฟ้าสีดำมืดดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ดาวส่องแสงตามทางเดินให้พวกเขาราวกับจะนำทางให้แก่ทั้งสองคน


              เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงห้องของหมิงโจวอ๋องก็เห็นกลุ่มหมอและสองพี่น้องหวังลู่อี้และหวังลู่ซือที่คอยดูแลบิดาของพวกเขาอย่างเศร้าสร้อย


              “ท่านพี่...ซือซือดูซิว่าข้าพาใครมา” หวังลู่ชางส่งเสียงด้วยความดีใจ


              “ชู่
    ! อย่าเสียงดัง....เจ้าพาใครมาหรือ”หวังลู่อี้ไม่เข้าใจที่น้องรองของตนพูด


              “นั่นสิพี่รองท่านพาใครมาหรือ”หวังลู่ซือก็อดแปลกใจไม่ได้


              “นี่ไง นักปรุงยาท่านนี้”หวังลู่ชางชี้นิ้วไปที่จ้าวเฟยหลง ทำให้พี่น้องของเขาต้องแปลกใจไปตามๆกัน


              “นี่คือคุณชายจ้าวท่านพี่ลืมไปแล้วหรือ” หวังลู่ซือเตือนพี่ชาย


              “อ้อ
    !! เอ่อ...ใช่แล้วข้าลืมตัวขออภัยๆ”


            สองพี่น้องจึงส่งสายตาตำหนิให้เขาตอนนี้สถานการณ์ไม่ดียังจะมาเสียมารยาทต่อหน้าผู้คนอีกคล้ายกับมองสายของพี่น้องของตนออกหวังลู่ชางรีบอธิบายต่อทันที


              “คุณชายจ้าวให้หาห้องให้เขาเพื่อที่เขาจะปรุงยาเพื่อมารักษาท่านพ่อ แล้วตอนนี้ก็ปรุงเสร็จแล้วด้วย”


            หวังลู่ชาง ยืดอกกล่างอย่างภูมิใจที่ได้ป่าวประกาศข่าวนี้


              “อะไรนะ
    !! ที่แท้คุณชายจ้าวท่านเป็นนักปรุงยาหรือนี่”


            หวังลู่อี้ก็อดที่จะตกใจข่าวนี้ไม่ได้ชายหนุ่มพเนจรคนนี้มีความสามารถเป็นถึงนักปรุงยาเลยหรือนี่


              “เฟยหลงเจ้าเป็นนักปรุงยาหรือทำไมไม่บอกข้าก่อนหน้านี้ปล่อยให้ข้ากังวัลแทบแย่” หวังลู่ซือมีสีหน้าน้อยใจคนที่นางพามากลับเป็นนางที่ไม่รู้อะไรเลย


              “ทุกท่านตอนนี้ที่สำคัญคือช่วยเหลือท่านอ๋องข้าว่าเรื่องนี้เร่งด่วนนักเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังจะดีกว่า” จ้าวเฟยหลงเตือนสติทุกคน


              “ใช่ๆๆ รักษาท่านพ่อก่อนเถอะนะ”หวังลู่อี้กล่าว


              “ช้าก่อน
    !!”จู่ๆ ตันฮุ่ยเหอก็พูดออกมา


              “ข้าเข้าใจว่าทุกท่านมีใจอยากช่วยเหลือแต่ท่านอ๋องเป็นคนสำคัญอย่างไรเสียก็ต้องแน่ใจว่า ยานั้นจะรักษาท่านอ๋องได้จริงๆ”


              “จริงด้วย
    ! เพื่อความกระจ่างข้าขอถามได้ไหมว่ายาที่หนุ่มคนนี้จะนำมารักษาคือยาอะไร”


            ฮัวหนิงเจี้ยนผสมโรงเข้ากันกับตันฮุ่ยเหอเป็นอย่างดี เขาใช้คำว่า หนุ่มคนนี้เพราะไม่อยากยอบรับในตัวของจ้าวเฟยหลง


              จ้าวเฟยหลงจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหมอทั้งสองคนมีความคิดที่ไม่ดีกับเขา พยายามที่จะทำให้เขาต้องอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากหลายครั้งหลายคราวแต่ก็ไม่อาจส่งผลใดๆกับเขา


              “ในเมื่อทั้งสองท่านอยากตรวจสอบยาของข้าเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร”


              จ้าวเฟยหลงยื่นกล่องยาไปที่หมอทั้งสอง


              เมื่อได้รับกล่องยามาถือไว้“หนุ่มน้อยยาที่เจ้าปรุงคือยาอะไรอย่างนั้นหรือ” ตันฮุ่ยเหอเอ่ยถามออกมา


              “ยาที่ข้าปรุงชื่อว่ายาหิมะเจ็ดดารา”


              จ้าวเฟยหลงตอบอย่างห้าวหาญไม่เกรงศักดิ์ศรีของหมอชื่อดังแต่อย่างใด


              “ฮ่าๆๆ”หมอทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกันเพราะไม่คิดว่าจ้าวเฟยหลงจะเอ่ยเช่นนี้


              “เจ้าหนูหากจะหลอกลวงก็ควรให้พอเหมาะจะได้มีทางลงเผื่อไว้บ้าง” ตันฮุ่ยเหอ พูดอย่างเย้ยหยัน


              “ใช่แล้วๆข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาขุดหลุมฝังตนเองเช่นนี้หรอกนะ”


            ฮัวหนิงเจี้ยนทั้งสงสารทั้งสมเพช เด็กหนุ่มจะมาหลอกลวงผู้อื่นแต่ก็ไม่มีความรู้ความสามารถจะหลอกใครได้


              “เหตุใดพวกท่านจึงกล่าวเช่นนี้”หวังลู่อี้ มีสีหน้าไม่ดีเมื่อเห็นหมอทั้งสองออกอาการแบบนี้ออกมา


              “เรียนซื่อจื่อยาที่หนุ่มน้อยคนนี้บอกว่าปรุงออกมาคือยาหิมะเจ็ดดารา มันคือยาระดับปราณขั้นสูงต้องให้นักปรุงยาชั้นตรีขั้นสูงหรือระดับสูงกว่าขึ้นไปจึงจะปรุงออกมาได้”ตันฮุ่ยเหอร่ายยาวออกมา


              “ใช่แล้วๆแล้วถ้าหากว่าต้องการเม็ดยาคุณภาพสูงย่อมต้องให้นักปรุงยาชั้นโทเป็นผู้ปรุง...แต่นั่นก็น้อยคนที่เป็นนักปรุงยาชั้นโทจะทำได้”ฮัวหนิงเจี้ยนเพิ่มเติมเนื้อหาต่อทันทีแล้วมองมาที่จ้าวเฟยหลง


              ทุกคนในตอนนี้หันมามองที่จ้าวเฟยหลงเป็นตาเดียวหลายคนตัดสินใจไปแล้วว่าจ้าวเฟยหลงเป็นคนหลอกลวงและจะต้องประสบเคราะห์กรรมแบบที่เกินกว่าจะบรรยายได้แน่นอน


              “แล้วท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าเม็ดยาหิมะเจ็ดดารามีลักษณ์เป็นเช่นใด”


              จ้าวเฟยหลงผู้ที่ไม่ได้ตื่นกลัวแม้แต่น้อยเอ่ยถาม


              “หากสงสัยข้าจะบอกเจ้าเอาบุญจะได้มิหลอกใครผิดพลาดอีก”


              ตันฮุยเหอเยาะเย้ยด้วยท่าทีเหยียดหยามจ้าวเฟยหลง


              “ยาหิมะเจ็ดดารา คุณภาพขั้นต่ำมีสีน้ำตาลคุณภาพขั้นกลางมีสีขาวใส แต่ถ้าคุณภาพขั้นสูงจะมีสีขาวนวล รอบ ๆ มีดาวเจ็ดดวงล้อมรอบเป็นแนวทั่วทั้งเม็ดพลังเย็น สดชื่น แม้เพียงสูดดมอายุก็ยืนยาวเพิ่มอีกสิบปี”


            ตันฮุยเหอ บรรยายสรรพคุณอย่างคล่องแคล่วให้ทุกคนในห้องฟัง


              “เจ้าหนุ่มนี่เคราะห์ร้ายแล้วมาอวดอ้างความรู้การรักษาต่อหน้าหมอผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้หาที่ตายชัด”


              หมอทั้งสองด้านหลังกระซิบคุยกัน


              “และที่สำคัญที่สุดการปรุงยานี้ต้องมีชบาหิมะเจ็ดแฉกเป็นตัวยาหลัก แล้วแบบนี้ หนุ่มน้อยเจ้าจะปรุงยานี้ออกมาได้อย่างไร”ฮัวหนิงเจี้ยนสำทับเข้าไปอีกหวังถล่มจ้าวเฟยหลงให้จมดิน


              คราวนี้ใบหน้าของหวังลู่อี้มืดดำมากขึ้นทุกที เขาคิดว่าพบคนที่จะรักษาบิดาได้แต่กลับเจอนักต้มตุ๋น แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร หวังลู่ซือก็เอ่ยออกมาก่อน


              “เฟยหลง เอาให้พวกเขาดูซิข้าคิดว่าท่านยังเหลืออยู่” หวังลู่ซือ กล่าวออกมาอย่างร้อนรน


              จ้าวเฟยหลงเห็นความอาทรในดวงตาได้ยินความห่วงหาในน้ำเสียงอันอ่อนหวานของนางก็อดยิ้มไม่ได้เขาแตะไปที่แหวนแล้ว ดอกไม้ดอกหนึ่งที่มีสีขาวบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยไอเย็นก็ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา

    คล้ายกับเรื่องลำนำจักรพรรดิยุทธ์ สะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165