บทที่ 25 เลี้ยงฉลองให้กับความสำเร็จในก้าวแรก
ในชั่วพริบตาก็ถึงวันอาทิตย์แล้ว นับจากวันนั้นที่ออกมาจากบ้านของหานเซี่ยว โม่เฟิงก็กลับไปที่นั่นเพียงครั้งเดียว เพื่อเปลี่ยนฟิวส์ไฟฟ้าให้เธอ และซื้อกล่องใหม่มาให้เผื่อไว้ จากนั้นเขาก็จากไป…
นับจากวันนั้น หานเซี่ยวก็เหมือนหายตัวไป ไม่โทรหาโม่เฟิงอีกเลย โม่เฟิงคิดว่า เขาคงทำให้เธอเ็ป ใคร ๆ ก็คงทนไม่ได้ หากคนที่ไว้ใจ กลับทำเื่แบบนั้นกับตัวเอง ดังนั้นโม่เฟิงจึงไม่คิดจะตามหา ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าตัวเองจะต้องหาเธอเจออย่างแน่นอน แต่การทำเช่นนั้น จะยิ่งทำให้ชีวิตของเซี่ยวเซี่ยววุ่นวายกว่าเดิม สู้ปล่อยให้กลายเป็ความทรงจำที่ดีและบทเรียนอันล้ำค่า เพราะเขาได้ทำร้ายผู้หญิงที่ไว้ใจเขาไปแล้ว
วันเวลาที่แสนจะวุ่นวายผ่านไปเรื่อย ๆ โม่เฟิงยุ่งจนไม่มีเวลาคิดถึงเื่ของหานเซี่ยวและติงหรูจวินอีกต่อไป เพราะตอนนี้โม่เฟิงรู้ซึ้งแล้วว่า เงินทองสำคัญกับผู้ชายมากแค่ไหน หากไม่มีเงินก็ไม่มีความมั่นใจที่จะรักใคร
ในที่สุดก็ถึงวันอาทิตย์ นี่เป็ศึกแรกของาโฆษณา ดังนั้นโม่เฟิงและติงหรูจวินจึงให้ความสำคัญอย่างมาก และกำหนดให้เป็ความลับสุดยอด มีเพียงพวกเขาสองคนที่รู้ แม้แต่ป้ายพิธีมอบรางวัล ก็เพิ่งไปสั่งทำเป็พิเศษในตอนเช้า เพราะในฐานะบริษัทโฆษณา ย่อมมีฝ่ายประชาสัมพันธ์ในเครืออยู่แล้ว การจัดพิธีมอบรางวัลง่าย ๆ แบบนี้จึงเป็เื่เล็กมาก
หลังจากที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงานหนักมาทั้งเช้า ในที่สุดการเตรียมงานพิธีมอบรางวัลก็เสร็จสิ้น ตอนนี้สมาชิกทุกคนในทีมพิเศษ ตระหนักได้ถึงความสำเร็จของพวกเขา เพราะนี่เป็การเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ถึงแม้จะมีลิขสิทธิ์ทางปัญญาอยู่ก็จริง แต่มีน้อยคนนักที่จะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนี้และพิธีมอบรางวัลที่แปลกใหม่ในครั้งนี้ เป็การรวมตัวของผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ ดังนั้นชื่อเสียงของบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋นจะต้องโด่งดังไปทั่ว
ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่กำหนด เสียงประทัดดังขึ้น บรรยากาศทั้งหมดก็กลายเป็อลังการในทันที และยังดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาดู แม้แต่นักข่าวบางคนที่ทราบข่าว ก็รีบมาถ่ายภาพพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ด้วยและเพื่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ติงหรูจวินยังได้เตรียมช่างภาพมืออาชีพสองคน เพื่อบันทึกภาพจากหลาย ๆ มุม เผื่อไม่มีสื่อใดมาก็จะได้นำภาพเหล่านี้ไปตัดต่อเป็วิดีโอ แล้วเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็ปั่นกระแสให้เกิดการพูดถึงอย่างกว้างขวาง
ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 47 คนต่างขึ้นเวทีทีละคน แม้จะเป็เงินรางวัลเพียงหนึ่งพันหยวน แต่มันเป็ความคิดสร้างสรรค์ที่พวกเขานึกขึ้นมาได้ อาจ ถือได้ว่าเป็ไอเดียทองคำ แม้ว่าจะยังไม่ได้นำไปใช้อย่างเป็ทางการ แต่ก็มีเงินรางวัลให้ ไม่ว่าใครก็ต้องยินดีเป็ธรรมดา
เดิมทีมีการระบุว่ามีเพียงรางวัลเดียว แต่ต่อมาได้เพิ่มเป็ 47 รางวัล มีข่าวลือว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน ดังนั้นทุกคนจึงอยากรู้อยากเห็นผลงานของเขา ขณะเดียวกัน ก็ประทับใจในบริษัทเฟยอวิ๋นกรุ๊ป บริษัทแบบนี้สิถึงจะเรียกว่ามีใจกว้าง ต่างจากบริษัทที่มีเพียงถ้วยรางวัล แต่กลับปิดบังซ่อนเร้น กลัวคนอื่นจะแย่งไป
มองดูฝูงชนที่พูดคุยกันอย่างคึกคักและติงหรูจวินที่ตอบคำถามนักข่าวได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับเอ่ยถึงบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋นอยู่เป็ระยะ โม่เฟิงรู้ว่าพวกเขาประสบความสำเร็จแล้ว แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยก้าวแรกของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว
บนเส้นทางแห่งความสำเร็จจะบรรลุเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าก้าวแรกถูกต้องหรือไม่
ในเวลานี้ เนื่องจากได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง บวกกับแรงผลักดันด้านผลประโยชน์ เื่ที่เฟยอวิ๋นกรุ๊ปยังมีบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋นอยู่ด้วย จึงเป็ที่รับรู้ของชาวเมืองหนานผิง และความใจกว้างของบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋นในครั้งนี้ก็ทำให้ผู้คนประทับใจเป็อย่างมาก แน่นอนว่ามีบางคนตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋นสร้างกระแส
พวกเขาคิดว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็หน้าม้า แต่จู่ ๆ ก็มีวิดีโอเผยแพร่อย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต เป็ภาพลักษณ์ที่น่าสังเวชของโม่เฟิงที่กำลังแจกแบบสอบถามอยู่บนท้องถนน จากนั้นก็เป็ฉากที่โม่เฟิงะโออกมาอย่างไม่คาดคิด วิดีโอนี้หลิวชิ่งใช้วิธีพิเศษคัดลอกมาจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้า ถือได้ว่าวิดีโอนี้ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ลดลง
โม่เฟิงรู้ว่า ยิ่งถูกตั้งคำถามมากเท่าไหร่ ผู้คนก็จะยิ่งจดจำได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นในเวลานี้ โม่เฟิงและพวกเขาจึงเริ่มสร้างข้อกังขาขึ้นมาเอง แน่นอนว่าข้อกังขาเหล่านี้ พวกเขามีหลักฐานเพียงพอที่จะหักล้างได้ แม้ว่าการทำเช่นนี้จะไม่ค่อยเป็ธรรม แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสาธารณชน เพราะหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่พวกเขาตั้งคำถาม ก็จะนำหลักฐานออกมา เพื่อชี้ทิศทางความคิดเห็นของประชาชน จากนั้นก็เป็หลักฐานยืนยันตัวตนของที่ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 47 คน ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นในบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋น
ขณะเดียวกัน เมื่อเผชิญกับเื่แบบนี้ คณะกรรมการบริหารของเฟย อวิ๋นกรุ๊ปก็อดถามไม่ได้ เพราะนี่เป็โอกาสในการยกระดับชื่อเสียงของเฟยอวิ๋นกรุ๊ป แม้ว่าเฟยอวิ๋นกรุ๊ปจะเป็เหมือนูเาสูงใหญ่ในใจคนทั่วไป เป็บริษัทต้นแบบของที่อื่น ๆ แต่การเปิดเผยตัวตนในโอกาสที่เหมาะสม ยิ่งทำให้คนอื่นยอมรับในตำแหน่งของเฟยอวิ๋นกรุ๊ปมากขึ้น
ดังนั้น ในวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเมืองหนานผิง จึงมีการลงข่าวโฆษณาของบริษัทโฆษณาเฟยอวิ๋น และยังเป็หัวข้อข่าวใหญ่อีกด้วย แม้แต่รายการท้องถิ่นบางรายการ ก็เริ่มพูดคุยกันว่าแบบสอบถามแบบนี้ ในอนาคตจะต้องให้ผลตอบแทนหรือไม่ เพราะถือเป็ลิขสิทธิ์ทางปัญญาอย่างหนึ่งและแบบสอบถามแบบนี้ ส่วนใหญ่จะช่วยเหลือบริษัทได้มาก
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่โม่เฟิงสนใจ เพราะพวกเขาเริ่มดำเนินการตามแผนของหวังเหล่ยแล้ว ไม่รู้ทำไม ติงหรูจวินดูระมัดระวังเป็พิเศษ ทุกอย่างมีเพียงพวกเขาสองคนที่วางแผน ส่วนคนอื่น ๆ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและสถิติข้อมูลเท่านั้น
ในตอนเย็น สมาชิกทุกคนในทีมพิเศษ ตัดสินใจจัดงานเลี้ยงฉลองที่บาร์แห่งหนึ่ง เพื่อฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ทุกโครงการใหญ่ที่จะได้รับอนุมัติ แต่นับจากนี้ไป อย่างน้อยทางบริษัทก็จะพิจารณามอบหมายงานให้พวกเขามากขึ้น เพราะพวกเขามีความสามารถในระดับหนึ่งแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยก็ตาม แต่พวกเขาก็ทุ่มเท ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็หนึ่งในผู้วางแผนโดยปริยาย
บรรยากาศในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่โม่เฟิงสังเกตว่าติงหรูจวินไม่มีความสุขเลย ดูเหมือนเธอมีเื่ไม่สบายใจ โม่เฟิงยกแก้วไวน์ขึ้นมาและคอยยืนอยู่เคียงข้างติงหรูจวินเงียบ ๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง แต่เขารู้ว่า การอยู่เคียงข้างเธอแบบนี้ เธออาจจะมีความสุขขึ้น อย่างน้อยก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ สนุกสนานกันมาก เพราะบรรยากาศในบริษัทโฆษณาก่อนหน้านี้ค่อนข้างอึมครึม แถมพวกเขายังว่างงานทั้งวัน คอยจัดการกับแผนงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น บางครั้งโฆษณาที่ออกแบบมาเป็อย่างดีก็ยังถูกตัดออกเพียงเพราะมันด้อยกว่าบริษัทโฆษณาภายนอกเพียงเล็กน้อย อีกทั้งปกติแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยมีเื่อะไรน่าเฉลิมฉลองสักเท่าไหร่
แต่สำหรับวันนี้สมควรแก่การเฉลิมฉลองอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาประสบความสำเร็จในการเผยแพร่ชื่อเสียงของบริษัทโฆษณาออกไป แม้ว่าคนภายนอกจะยังไม่จ้างพวกเขาถ่ายโฆษณา แต่แค่รับงานของบริษัทตัวเองก็เพียงพอแล้ว