หยอกล้อกระดิกหางส่าย ส่งท้ายเด็กหญิงในเครื่องแบบนักเรียน
“ไปก่อนเด้อ โด้ย”
โบกมือไหวบอกหมาก่อนไปโรงเรียน ปีนี้เ้าหัวแดงกับเด็กผิวหมึก
ต่างได้เลื่อนชั้นขึ้น ชุดนักเรียนที่ใส่เริ่มมีสีขาวหม่น เกินกำลังทรัพย์ที่จะซื้อหาให้ทัน
เสื้อหมองเก่ากับกระโปรงสีน้ำเงินซีดเซียว ถูกรอยเข็มซ่อมจากฝีมือยายเฒ่าหอม เย็บปะชุนไว้
“ใส่ไปก่อนเนาะ อีหล่า”
บอกกับหลานน้อยทั้งสอง ทนไปก่อนถึงฤดูหักข้าวโพดขาย
“ขั่นมีเงิน คึสิได่ชื้อให้ใหม่”
ส่วนถุงสมุดย่ามไม่จำเป็ต้องซื้อจัดหา เพราะประดิษฐ์ขึ้นมาเองได้
ทางสองเด็กหญิงเองไม่เดือดร้อนอาทรใด ด้วยเข้าใจสภาพความเป็อยู่ ต่างพยักหน้ารับ
“บ่เป็หยังดอก ยาย”เ้าหัวแดงพูดขึ้นกับยาย
แม่เฒ่าหัวหงอกลงจากเรือนชานไผ่สาน ยืนเหยียบพื้นดินบริเวณใต้ยุ้งข้าว
เนื่องไม่มีแรงทำนา ได้แต่ยกให้ญาติพี่น้องทำต่อรอรับเพียงข้าวเปลือก
ที่เอามาส่งถึงยุ้งฉาง จึงพอกินคุ้มทุกปีสำหรับกับหลาน
จัดแจงเปิดไหหม้อคราม ใช้มือคว้านลงในน้ำหมักสีเขียว ขณะเจือเหลืองตกตะกอนข้น
“พอดีเป็แล้ว ตั๊ว”
เอ่ยทักกับน้ำครามในหม้อหมักจุลทรีย์ เทกรองเอาแต่ก้อนครามก้นไห
ไว้ตักใส่ภาชนะนำผ้าฝ้ายขาว ลงไปจุ่มในตุ่มแอ่งดินเผา
เทน้ำจากครุตะกร้าไผ่สานขัดแน่นปุขี้ชันเคลือบ จนไร้รอยรั่วใช้สำหรับบรรจุน้ำ
“เอาหละเด้อ บาดหนิ”
จ้วงปลายไม้คนจนแตกตัว ให้ผ้าฝ้ายกับน้ำครามผสมกัน
หมักทิ้งไว้สามวัน สามคืน ค่อยมาส่องดูอีกที
เฒ่าหอมมีฝีมือในการย้อมครามเลื่องลือนัก ในคุ้มแควแถวนั้นรู้กันดี
ชาวบ้านหลายคนเอาเสื้อผ้าฝ้ายมาให้หมัก พอได้ค่าจ้างช่วยประทังบรรเทา
สำรวจตรวจตาเรียบร้อย ก็ได้เวลาคว้าผ้าขาวม้าเคียนหัว
ฉวยตะกร้าไผ่สาน ลงเท้าออกไปเดินดูไร่สวนฝ้ายแปลงน้อย บนหัวนาปลายเถียง
“มื้ออื่นยามเซ่า ๆ สิมาเก็บเล็มเอาดอกฝ้ายจั๊กน่อย”
ยายหอมคุยกับทิดขอน ผู้เป็ญาติห่าง ๆ ที่อาสาทำนาให้ตรงขอบสันสระ
ซึ่งใช้เถียงนาเป็ที่พักอาศัย นอนในกระท่อมปลายนาเป็ปกติวิสัย
“ให้ข่อยเก็บไว้ถ่าบ่ แม่ตู้เฒ่า?”
ทางนางแสง เมียทิดขอนอยากช่วย
ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังไหว
“บ่เป็หยังดอก อีนาง”
แม่เฒ่าหอมเคร่งในคุณภาพ คัดสรรทุกขั้นตอน
“ของจังซี่ มันต้องคัดเอาแต่ดอกงาม ๆ ให้มาเลือกเองกับมือสาเนาะ”
“จังซั่น กะได่”แสงยิ้มให้
“สิได่ไปแล้ว เด้อ”
คราวได้แวะสนทนากัน จากนั้นค่อยแยกตัวก้าวย่างเท้า
ระหว่างทาง แม่เฒ่าได้หักต้นกิ่งใบคราม ที่ขึ้นตามธรรมชาติ
ตรงบริเวณท้ายคุ้มบ้าน นำมาล้างสลัดคาบฝุ่นเกาะ
วางผึ่งลมให้สลบเฉาสักพักก่อน ค่อยมัดรวมกันเป็ก้อน
จับยัดลงปากโอ่งเติมน้ำแล้ว ปิดฝาครอบป้องกันแสงส่องเข้า
...“กลับมาแล้ว จ้า”
เด็กผิวหมึกดีใจ แบกถุงตราพระราชทานมายื่นให้ยายเฒ่า
“ทางโรงเรียนมีชุดนักเรียนแจกให้นำเด้อ งวดนี่”
เื่ทราบถึงเบื้องบน ตอนออกมาเยี่ยมเยือนลูกหลาน ชาวภูพานของพ่อหลวงแม่ฟ้า
กระแสรับรู้ว่าชาวบ้านป่า ยังขาดแคลนอยู่มาก
จึงได้นำสิ่งของ มาแบ่งปันให้กับเหล่าประชาของท่าน
ถุงตราพระราชทานสีเขียวเข้ม บรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง
เครื่องใช้ประเภท สบู่ ยาสีฟัน ผ้าห่ม กล่องยาสามัญประจำบ้าน
ทั้งมีชุดเสื้อผ้านักเรียน ถูกนำมาแจกจ่ายให้กับโรงเรียน
เพื่อมอบแก่นักเรียนที่ยากจน แต่ผลคะแนนเรียนดี จากคนของทางการประสานงาน
เ้าหัวแดงเดินมาทีหลัง ยื่นส่งเศษเงินเหรียญให้แม่เฒ่า
เมื่อเช้าตอนเดินไปโรงเรียน ได้นำเอามัดยอดผัก แปลงหลังเรือนไผ่
ขอฝากร้านสหกรณ์ชุมชนกลางบ้าน ช่วยขายให้
เลยได้ซองถุงเมล็ดผัก มาหลากหลายชนิดสายพันธุ์
“คึดว่า สิลงผักแนวใหม่ ตั๊วยาย”
เผื่อลูกค้าสนใจจะได้อุดหนุน เพราะผักจำพวก พริก ตะไคร้ ต้นหอม
ซึ่งมีปลูกเกือบทุกหลังคาบ้าน จึงเร่งหาทางอื่นบ้าง
“กะเข้าท่าคึกัน อีหล่า”
นางเห็นด้วยในความคิดด้านหัวการค้า เชิงพาณิชย์ของหลานล้ำเกินนัก
อันหยิบจับอะไรได้เป็เงิน เป็ทอง รู้จักทำมาหากินั้แ่เด็ก
หลังเลิกเรียนยังมีการบ้านให้ทำ เ้าหัวแดงจัดการทบทวนโจทย์เลขยาก
สำหรับเด็กผิวหมึกนั่งเอกเขนกท่องสูตรคูณ เพราะพรุ่งนี้ต้องทดสอบออกหน้าชั้น
จนกระทั่งได้เวลา ยายหอมจุดตะเกียงเรียกกินข้าว
“มา ๆ”
กวักมือเรียกหลานน้อยให้มาล้อมวง หลังจากพากันอาบน้ำแล้ว
ลุล่วงก่อนยามเข้านอน เด็กผิวหมึกรู้สึกตื่นเต้น
กับการลองแปรงยาสีฟัน ที่บรรจุมาพร้อมในถุงพระราชทาน
“ทรงเป็เย็น ๆ แมะ”
บีบปาดลงให้กัน ขณะยืนยังนอกชานหลังเรือน ตุ่มโอ่งตั้งไว้ให้อาบมุมบังตา
“ฮ่วย! มันแม่นอีหลี ฮ่าๆ”เ้าหัวแดงหัวเราะ
ยายเฒ่าดักรอ“ไส เบิ่งดู๊หล่ะ”
ชูตะเกียงส่องสำรวจบนเส้นผมหลาน หาตัวเหา
ปรสิตที่เด็กผิวหมึก มักจะติดจากเพื่อนร่วมชั้น
เอามาให้เ้าหัวแดงเป็ประจำ ใน่เปิดเทอมภาคแรก
“กะคันอยู่เด้”มีออกปากบ่น
ยากำจัดเหาที่ฝากเพื่อนบ้านซื้อจากตลาดในเมือง เหลือสองซองพอดี
“มื้ออื่นวันเสาร์ คึสิได่ฆ่ากัน”
คำของยายประกาศเตือนล่วงหน้า
สองเด็กหญิงทำหน้าพะอืดพะอม เพราะเคยรู้ซึ้งถึงกลิ่นฉุนของยาปราบเหามาก่อน
“ได่จ้า ยาย”
...หนทีไก่แจ้ขันสลับแทน ทำหน้าที่ต่อจากเ้าโต้งแก่ ที่ลาลับโลกไปแล้ว
อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์ เอาเนื้อมาทำแกง เลี้ยงคนในครอบครัว
“อ๊อ! อี้ อ๊อ ๆ”
ต๊อกแจ้ถึงเสียงจะไม่ไพเราะก้องกังวาน แต่ทุ่มเทเต็มที่
ส่วนยายเฒ่าลุกขึ้นมานึ่งข้าว จัดแจงหุ่งหาอาหารจนเสร็จสรรพ
“ตื่นหรือยัง น้อ”
นางเดินเข้าไปปลุกเด็กผิวหมึก เนื่องวันนี้จะออกไปเก็บดอกฝ้ายกัน
เ้าหัวแดงตื่นั้แ่แจ้ขัน ลงมากวาดลานดิน หว่านโปรยข้าวเปลือกให้ไก่
“ยาย มีอิหยัง?”
หลานหญิงสมองใส ถูกพาจูงมาดูกรรมวิธีในการจุ่มผ้าหมักคราม
“เฮ็ดค่อย ๆ เด้อ ระวังน้ำครามสิตื่น”
นางปรามเชิงแนะหลานให้เบามือ
“นั่นหล่ะ คนวนเข้าหาจะของ ครามจังเข้ม”
เผยเคล็ดสูตรพิเศษให้ พร้อมจับมือกะเกณฑ์ให้รู้น้ำหนัก
อันภูมิปัญญาดั้งเดิมถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ให้เลือนหายไปจากวิถี
พลอยสนุกไปด้วย จากที่ไม่ชอบกลิ่นหันมาถาม
“แล้วจักมื้อ มันจังสิเป็”เ้าหัวแดงชักสงสัย
กลับถูกใจยาย ที่ชอบให้ซักถึงประเด็น
“เบิ่งม่องสีมันเด้อ อีหล่า ต้องเขียวคล้ำคราม”แย้มถึงที่มาของชื่อ
ล้างหน้าเรียบร้อย เด็กผิวหมึกเข้ามากวนเซ้าซี้ขอ
“ให้ข่อย เฮ็ดนำแหน่”
จนยายเฒ่าหอม“ใหญ่ขึ้น จังสิสอนให้เด้อ”
ฟันขาวเรียงสะอาดเปิดยิ้ม
“จ้า ยาย”
ตะกร้าหมากสอดเสียมคอน มีถุงปุ๋ยเก่าสองใบพับแนบเตรียมไว้ก่อน
ทั้งเสียบรวมในย่ามสะพายพาดบ่า นางชวนหลานน้อย
“ไปเก็บดอกฝ้ายกันเนาะ ยามเซ่าจังซี่ น้ำค้างเกาะสีฝ้ายสิขาวงามพะนะ”
พูดเผยกลเม็ดวิธีธรรมชาติ ช่วยหนุนสู่กันฟัง
ทั้งหมดออกเดินทาง หมาบักโด้ยวิ่งนำตามเคย
“ป๊าด! เห็นบ่ขาวจ่านผ่านไปเหมิด”
เด็กผิวหมึกตื่นตากับสิ่งปรากฏตรงหน้า เมื่อมาถึงไร่ฝ้าย
นางหอมลงมือทั้งสอนวิธีไม่ให้โดนปลายแหลม
ของก้านบานแห้งหุ้มดอก ตอนดึงเอาปุยฝ้าย
“เฮ็ดจังซี่ เด้อ”
เรียนรู้เป็เร็วจึงไม่เจ็บ ต่างขยันขันแข็งแข่งกับแสงทอง
ที่กำลังทอทาบโค้งเส้นขอบฟ้า ในยามเช้าของวัน
จนได้จำนวนเพียงพอ ถึงพากันย้อนกลับมากินข้าวที่เรือนไผ่
แถวกระด้งฝ้ายถูกวางเรียง นำผึ่งให้คลายชื้น
ก่อนเข้าขบวนการปั่นนวดฝ้าย จับคัดดึงเมล็ดใส้ในดำ
ด้วยเครื่องรีดที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง บดแยกให้หลุดออก
หรือตามภาษาชาวบ้าน เรียกว่าอิ้วฝ้ายนั่นเอง
เสร็จแล้วเอาออกตากแดดอีกรอบ จนบานแตกขยายฟอง
สังเกตพอได้ที่ ให้ขึ้นขั้นตอนการตีฝ้าย โดยใช้อุปกรณ์ในท้องถิ่น
นำมาดัดแปลงลำไผ่เหลา ดัดโค้งผูกให้งอด้วยสายเอ็นใส
ลักษณะคล้ายคันธนู วิธีการดีดต้องอาศัยความชำนาญ
สามารถเปลี่ยนเป็ปุยนุ่นบางเบา สำคัญตรงต้องกักอยู่ในบริเวณห้องหับ
เผื่อกันลมเข้า มิฉะนั้นฟองละอองปุยจะถูกหอบพัดปลิว
หากเลอะเทอะเปื้อนผงฝุ่นสกปรก เมื่อนำมาทอขึ้นรูปจะเกิดรอยตำหนิได้
จากนั้นจึงปั้นแต่งเป็ก้อนแท่งยาว โดยใช้ลำไผ่ขนาดเท่านิ้วก้อย ม้วนพับทบเข้าหากัน
กรรมวิธีสุดท้าย คือเอาลำแท่งฝ้ายสำลีขาวเข้าเครื่องดึง
ปั่นกรอยืดให้เป็เส้นยาว ด้วยกงล้อหมุนไม้ทำมือ
กว่าจะได้เส้นฝ้ายมาทอเป็ผืน ต้องใช้ความพยายาม
สำหรับภารกิจกำจัดเหาบนหัว แม่เฒ่าหอมใช้ผลน้อยหน่าแห้ง
มาฝนกับหินกลั่นเอาน้ำสีข้น เทผงซองยาลงไปผสมให้เข้ากัน
เด็กตัวหมึกสระผมเปียก พร้อมทะเลงน้ำยาลงไป
ข้างเ้าหัวแดงถึงจะไม่มีเหา ก็ต้องร่วมทำเป็เพื่อนกัน
ตัวแม่เฒ่าเอง มีหวีเสนียดใช้แปรงผมไม่จำเป็ต้องใช้ยาฆ่าเหา
“หลับตาไว้เด้อ อีหล่า”
ห่วงใยระวังเกรงสารเคมี ก่อกระทบระคายให้แสบเคือง
...สามวัน สามคืนผ่านไป แม่เฒ่าสำรวจจับพลิกผ้าฝ้าย
จากสีขาวโดนคราม กินจนเปลี่ยนสีเป็เขียวเข้ม
เพิ่มขบวนการเทคนิค เติมกรดกัดด่างหว่านขี้เถ้า
จากการเผากาบเปลือกหอย เจือจางลงไป ในระหว่างนี้
ยังต้องให้กัดกินอีกสักสามวัน สามคืนรอเวลา
จวบจนเปลี่ยนเป็สีเหลืองชัด นั่นล่ะถึงค่อยได้ที่
สั่งสมประสบการณ์ จนแยกแยะกลิ่นสี อย่างชำนาญ
เหลือเพียงขบวนการสืบทอดต่อ คงไม่นานเมื่อเ้าเด็กหัวแดงขณะนี้
สายตาจับจ้องนั่งรอชมผลงานทางธรรมชาติ ข้าง ๆ ไหหมักคราม
...เด็กผิวหมึกถูกจ่ายงานให้ คัดเม็ดฝ้ายแยกส่วนเสียออก
งานง่าย ๆ สำหรับเด็กที่ยังห่วงเล่นอยู่บ้าง เลยไม่จริงจัง
ด้านแม่เฒ่าได้ยกกระด้งดอกฝ้ายที่ตาก มาให้ถึงบนชานเรือนไผ่
แล้วมอบงานให้หลานทำกัน เ้าหัวแดงสาละวนสนุกมือ
อยู่กับการใช้ไม้ไผ่ลำเล็กม้วนหมุน ทบพันแผ่นสำลี
ให้เป็รูปทรงลำแท่งยาว เพื่อรอขึ้นขั้นตอนต่อไป
หลังจากแม่เฒ่าได้ทำการดีดเข็นฝ้าย เป็ปุยแล้ว
การฝึกฝนตนเกี่ยวกับเื่งานผ้าทอ ต้องดัดสันดานกันั้แ่เด็ก
“เฮ็ดให้ดีงาม เข้าไว้ก่อน”
กำชับเน้นกับหลานหญิงน้อย ให้ใส่ใจในรายละเอียด
เพราะศาสตร์ศิลป์พวกนี้ ย่อมอาศัยความอดทน ชิ้นผืนผ้าถึงจะออกมาปราณีต
่หลังเลิกเรียนตอนเย็น แม่เฒ่าใช้ทำไม่ใช่ความบันเทิง
เอื้อต่อเ้าเด็กผิวหมึกนัก แต่เพราะถือว่าเป็งานเหมาะที่สุดแล้ว
“อยากสิได่ซิ่นกระโปรงนักเรียน ใหม่บ่?”
ยายเฒ่าเปรยกับหลาน ก่อนลงมือสอนวิธีสร้างเส้นด้ายฝ้ายสีขาวจากพืชไร่นาสวน
ถึงกำหนดส่งงานย้อมเสื้อครามสี่ตัว ให้น้าเหลิมได้เงินมาเพิ่ม
“เบิ่งท่าคึสิได่ กระโปรงผืนเดียว”
จ้องมองเงินในมือ คงต้องออมสะสมอีก จึงก้มหน้าตั้งตา
ปั่นหมุนกงล้อ สาวยืดเส้นด้ายให้ยาว นั่งทำจนดึกดื่น
ได้มัดฝ้ายสีขาวสองขด จึงดับตะเกียงลงนอนพักผ่อน
งานบางอย่างเร่งรีบไปนัก มักจะขาดความปราณีต
...เ้าหัวแดงกับเด็กผิวหมึก กลับมาจากโรงเรียนตอนเย็น
รีบมาเล่นกับกองปุยฝ้าย ช่วยกันใช้ลำไม้ไผ่พับม้วนสำลีขึ้นรูปเป็แท่ง
“ได่หลายแล้วบ่?”
เข้ามาถามยิ่งกองแท่งม้วนสำลีสูงเท่าไร ซึ่งนั่นหมายถึง
จะได้เส้นยาวของฝ้ายเป็หลายเท่า งานยืดสาวฝ้าย แม่เฒ่ถนัดด้านนี้อยู่แล้ว
จากดอกขาวสะอาดตา ผ่านการแปรรูปออกมาได้เส้นฝ้ายหลายมัด
ยายหอมเอาไปส่งให้ กลุ่มทอสตรีกลางหมู่บ้าน
จนมีเงินชื้อกระโปรงสีน้ำเงินสองตัว สำหรับให้หลานใส่ผลัดกัน
กับอีกชุดที่ได้รับแจกพระราชทาน เนื่องตัวเก่าสีน้ำเงินซีด ถูกเย็บปะจนดูไม่งามตา
อีกคติกล่าวคำสอนแก่สองหลานน้อย ให้อดทนต่องานภาระหน้าที่ตน
“อยากสิได่อีหยัง กะใส่ความเพียรลงไปนำ จังสิได่ดั่งตั้งใจหมายเด้อ”.