สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด สมาคมพ่อค้าทาส

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด สมาคมพ่อค้าทาส

    “สมาคมพ่อค้าทาส”นั้นมีเส้นสายกระจายไปทั่วทวีปและอาจจะสู่โลกใหม่ด้วยหากมีพ่อค้าทาสที่ใจคอกล้าหาญข้ามฝ่าแผ่นดินรกร้างที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์หรือทะเลที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์อีกเหมือนกันไปจับชนพื้นเมืองป่าเถื่อนมาเป็นทาสได้

    สมาคมค้าทาสประกอบด้วยพ่อค้าที่ร่ำรวยมากมายเป็นสมาชิกและสมาคมเก็บค่าส่วนต่างค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้คนมาซื้อขายแลกเปลี่ยน ทำธุรกิจเกี่ยวกับทาสกัน

    เป็นสมาคมที่มีอำนาจมาก

    แน่นอน หากดยุกหมูอ้วนคิดจะสู้ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่สามารถสู้ได้แม้จะลำบากเพราะอาจจะโดนขัดขวางในเรื่องของแรงงานงานทาสราคาถูกที่เป็นปัจจัยสำคัญในการก่อสร้างและพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ

    แต่สำหรับดยุกหมูอ้วนที่แคว้นสามารถทำงานด้านเครื่องจักรกลแทนแรงงานได้แล้วผลกระทบก็ไม่มากเท่าไร

    แต่ที่ผมพยายามจะประนีประนอมกับสมาคมพ่อค้าทาสนั้นมีอย่างเดียวคือ

    “พระเอกอิเซไค”

    พระเอกอิเซไคมีสกิลความโกงอย่างที่กองทัพธรรมดาไม่สามารถปราบได้ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะโผล่มาในโลกนี้ไหม แต่เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนผมต้องรับมือล่วงหน้า

    พวกเขามีพลังความโกงจากเทพเจ้าเทพธิดาต่างๆ

    ทำให้การต่อสู้กับพวกเขาซึ่งหน้าอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก

    ดังนั้นเราหาทางรับมือพวกเขาแบบอ้อมๆด้วย“พลังม่านประเพณี”

    ด้วยความที่พวกเขาเป็นผู้คนที่ไม่สามารถดื่มเหล้าได้หากอายุไม่ถึงเพราะกฎหมายของญี่ปุ่นห้ามเอาไว้แต่สามารถซื้อทาสได้ทั้งที่กฎหมายและสิทธิมนุษยชนในรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นของพวกเขาก็ห้ามเอาไว้เหมือนกันแต่ทำได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจยิ่งกว่าการดื่มเหล้าเสียอีก

    หากพวกเขาเผชิญหน้าพ่อค้าทาสพวกเขาจะสนแค่ว่า “เป็นพ่อค้าทาสผิดกฎหมายหรือไม่”จากนั้นก็จะไม่สนใจหากทำถูกกฎหมายนั่นเอง

    ดังนั้นผมคิดว่าแม้ว่ามันจะยุ่งยากและอาจจะทำให้ผมได้ผลประโยชน์น้อยลงและเสียเวลามากกว่าเดิม เพิ่มขั้นตอนต่างๆมากขึ้น

    แต่หากผมมองว่าผลประโยชน์ที่เสียไปและเวลาที่เสียไปเป็นมาตรการป้องกันอีกชั้นหนึ่งที่จะทำให้ผมอยู่ห่างไกลจากพระเอกอิเซไค

    ก็นับว่าราคาถูกเอามากๆ           

    แบบเดียวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ราคาแพงมหาศาล จ้างคนมาดูแลจำนวนมากในราคาแพง โดยที่มันอาจจะไม่มีประโยชน์เลยแต่หากเวลาที่ต้องการใช้ประโยชน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะถึงขั้นประเมินค่าไม่ได้

    หากตีความว่าชีวิตของผมคือทรัพย์สินที่มีทั้งหมดและจะหาได้ต่อไปของดยุกหมูอ้วนการเสียสละทรัพย์สินเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตก็เป็นเรื่องที่คนฉลาด..ไม่สิ คนสติดีอยู่ควรจะทำ

    อันที่จริงคนเราอาจจะคิดว่าตนเองเสี่ยงชีวิตได้เพื่อสมบัติ

    แต่พอถึงที่สุดตอนที่จะเสียชีวิตจะคิดว่าตนเองสละทรัพย์สินทุกอย่างได้ ขอเพียงแค่รอดชีวิตไปก็พอ

    ตายไปแล้วใช้สมบัติไม่ได้

    มีชีวิตอยู่รอด แม้จะยากแค่ไหนก็ยังมีโอกาสหาสมบัติชิ้นใหม่ต่อไป

    “เวลา” คือสิ่งที่มีค่าที่สุด

    การตายคือการที่เราเสียทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเราคือเวลาไปจนหมดแล้ว

    โครม

    กองทองคำวางลงบนโต๊ะกับการจับคนเป็นทาสของดยุกอูลริกในช่วงสิบปีนี้จ่ายเป็นค่าปรับให้กับสมาคมค้าทาส

    เห็นเงินคนธรรมดาทั่วไปควรจะมีจิตใจหรืออารมณ์ที่ดี

    ไม่ใช่กับ ฮาฟัด พ่อค้าทาสที่คุมสมาคมค้าทาสนี้

    แน่นอนใบค่าปรับนั้นถูกต้องทุกอย่าง

    เงินค่าปรับก็พอสมควรแก่เหตุ

    แต่สีหน้าของฮาฟัด ตึงเครียดขึ้นมา

    “เอากลับไปเถอะขอรับท่านดยุกข้าคงไม่อาจรับค่าปรับนี้ได้จริงๆ มันจะทำให้ระเบียบของพวกเราเสียไป”

    เพราะความไหวพริบฉับไวในฐานะพ่อค้าทาสที่มีประสบการณ์

    เขารู้ดีว่าทุกอย่างไม่เคยได้มาด้วยความง่ายดาย

    การอบรมทาสที่มีความรู้ต้องใช้เวลายาวนานการฝึกศิลปะการต่อสู้ให้ทาสต้องใช้เวลายาวนาน

    การจะจับทาสที่มีวิชาการต่อสู้อยู่แล้วก็ต้องเปลืองแรงกายใจ

    ถึงจะได้การขายที่ทำกำไรได้มากมาย

    อยู่ดีดีก็มีคนเอาเงินมากองให้เต็มโต๊ะ

    ฮาฟัดไม่ต้องเดาก็นึกได้ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ

    “ถูกต้องเพราะเจ้าไม่คิดว่ามันเป็นธรรมสินะในการจะปรับคนที่ทำทุกอย่างถูกต้องตามกติกาของสมาคมพ่อค้าทาสแต่กลับปล่อยให้พ่อค้าผิดกฎหมายที่อยู่นอกสมาคมพ่อค้าทาสลอยนวล”

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน