ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 116 เล่นต่อสู้
เพล้ง
แจกันสีขาวใบน้อยแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่ตกลงสู่พื้น
ดูเหมือนว่าแจกันใบนี้จะบอบบางมากทีเดียว ยังดีที่คาลอสเตรียมกล่องและผ้ากำมะหยี่เตรียมพร้อมไว้รับมืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างการเดินทางไกล แจกันใบน้อยจึงรอดปลอดภัยจนมาถึงที่นี่
รอยยิ้มโผล่ขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มชุดแดงทันทีที่เห็นว่าตนเองทำให้แจกันแตกได้สำเร็จ หลังจากนี้ล่ะ ตระกูลหวงหลงจะต้องเสียใจที่คิดส่งคนมาทำลายตระกูลพีไรซ์
สายตาของคาลอสจ้องไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า จดจ่อรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
พลั่ก
หน้าแข้งของชายคนเดิมหวดเข้าที่ข้างเอวคาลอสอย่างแรง
“ทำบ้าอะไรของเจ้า! ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!” มันตะโกนหัวเสียทันทีที่เห็นเศษแจกันกระจายไปทั่วโถง มันรู้สึกว่าสิ่งอีกฝ่ายกระทำเป็นการลบหลู่ตระกูลหวงหลง จึงเตะอัดเข้าใส่ลำตัวไปหนึ่งครั้งเพื่อระบายความหงุดหงิด
คาลอสเกร็งพลังงานป้องกันเอาไว้ทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก สายตายังจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าไม่วางตา
แม้จะไม่มีใครมองเห็น แต่บัดนี้พื้นที่ว่างเปล่าเหนือเศษซากแจกันสีขาว มีพลังงานโปร่งใสลอยอยู่ ก้อนพลังงานที่ถูกบีบอัดจากผลของยันต์วิญญาณสถิตค่อยๆ คลายตัวออกมา
ร่างวิญญาณโปร่งแสงที่ถูกบีบอัดอยู่ในที่แคบๆ มานานพลันรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ร่ำร้องในใจว่าบรรยากาศภายนอกนี่หายใจสะดวกกว่าด้านในเยอะ หากมีครั้งหน้าเขาสัญญากับตัวเองว่าจะหาสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่านี้สักหน่อยจะได้ไม่ลำบากเท่านี้
ในขณะที่วิญญาณโปร่งแสงรับรู้ถึงอากาศภายนอก แรงดึงดูดจากสถานที่อันไกลแสนไกลก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อสิ้นผลของยันต์วิญญาณสถิต พลังแห่งกฎเกณฑ์ก็ทำหน้าที่ของมันทันที พยายามจะดึงร่างของจินให้กลับไปยังตระกูลพีไรซ์
จินที่เริ่มรู้สึกว่าแรงดึงดูดหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ก็เปิดหน้าต่างระบบ และดึงกายเทียมออกมาจากช่องเก็บของพร้อมกับใช้งานมันทันที
ร่างวิญญาณไร้สภาพค่อยๆ ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับกายเนื้อ ก่อตัวเป็นร่างมนุษย์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับต้นแบบวิญญาณแทบจะทั้งหมด อาภรณ์สีขาวโอบเข้าหาร่างของชายหนุ่ม กลายเป็นชุดคลุมสีขาวที่ดูสะอาดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง
ร่างของชายหนุ่มในชุดขาวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ มองดูทุกสิ่งรอบตัว
เห็นกลุ่มคนในชุดสีทองยืนรายล้อม พร้อมกับชายหนุ่มชุดแดงลายเมฆที่นอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น ทุกคนล้วนจับจ้องมองมาที่ตัวเอง
สมาชิกตระกูลหวงหลงเองก็มองกลับไปที่ชายหนุ่มชุดขาวด้วยความงุนงงสงสัย จู่ๆ ร่างกายที่ไร้ที่มาก็ปรากฏกายขึ้นตรงกลางโถงทางเดิน เป็นใครก็ต้องตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตอบสนอง ร่างชายหนุ่มในชุดขาวก็เคลื่อนไหวเป็นคนแรก พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มชายชุดทองสามคนที่ยืนล้อมคาลอสอยู่ทันที
ปัง ปัง ปัง!
ความเร็วที่ชายชุดขาวพุ่งออกไปแทบไม่มีใครมองทัน เช่นเดียวกับหมัดที่ถูกส่งออกไปหลังจากนั้น และถึงต่อให้ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสามมองทัน แต่ก็ไม่มีใครตอบสนองต่อมันได้
ร่างของกลุ่มผู้ตรวจสอบจากตระกูลหวงหลงปลิวกระเด็นลอยไปด้านหลังพร้อมกับรอยยุบขนาดใหญ่ที่บริเวณกลางหน้าอก ดวงตาของพวกมันเหลือกโปน อ้าปากค้าง ไม่สามารถทนรับแรงหมัดที่รุนแรงขนาดนั้นได้
ชายหนุ่มชุดขาวคว้าจับไปยังขวานสีแดงเพลิงที่หนึ่งในคนทั้งสามยึดไปกลับคืนมา แล้วโยนมันไปที่ด้านข้างของชายหนุ่มชุดแดงที่นอนคว่ำหน้าอยู่
ชายหนุ่มชุดแดงดันตัวขึ้นทันที คว้าขวานสีแดงเพลิงขึ้นมาถือไว้ในมือ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ราวกับเป็นคนละคนกับชายที่ล้มหน้าคว่ำเมื่อสักครู่
“เจ้าเป็นใคร!”
“ไปแจ้งผู้อาวุโสเดี๋ยวนี้ มีผู้บุกรุก!”
กลุ่มคนโดยรอบต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนพวกเขาตอบสนองไม่ถูกไปพักใหญ่ จนกระทั่งชายหนุ่มชุดแดงลุกขึ้นยืน คนทั้งหมดถึงเริ่มรู้สึกตัว แต่ละคนก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป
จินที่บัดนี้อยู่ในรูปลักษณ์มนุษย์ ปลดปล่อยไอพลังของอเวกระดับเก้าออกมา พลังกดขี่ด้านจิตวิญญาณจากคัมภีร์ภูตอัสนีนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง กดดันกลุ่มคนที่กำลังโหวกเหวกโวยวายได้อยู่หมัด เสียงของคนทั้งห้องเงียบลงไปในฉับพลัน แม้ต้องการจะร้องตะโกน แต่ร่างกายไม่สามารถทำตามที่ใจต้องการได้
ชายหนุ่มชุดขาวเร่งพลังงานที่อยู่ภายในร่างให้มากขึ้นไปอีก แรงกดดันทางจิตวิญญาณที่เข้มข้นพุ่งกระทบสมาชิกตระกูลหวงหลงทุกคนที่อยู่ในห้อง เนื่องจากสมาชิกพวกนี้ไม่ได้มีระดับพลังที่สูงอะไรนัก หลายคนจึงไม่สามารถทนยืนต่อไปได้ไหว คุกเข่าลงไปอยู่กับพื้น สร้างความอัปยศให้ตระกูลหวงหลงเป็นอย่างสูง
“ใครกล้ามาสร้างปัญหาให้ตระกูลหวงหลง?!” เสียงตะโกนดังลอดผ่านมาจากด้านหลังประตูบานใหญ่สุดโถงทางเดิน เป็นเสียงของชายที่มีอายุ ฟังดูเย่อหยิ่ง
แม้กลุ่มคนด้านนอกจากถูกพลังของจินกดดันเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าเสียงตะโกนของผู้คนก่อนหน้านี้จะไปกระตุ้นความสนใจของบุคคลที่อยู่ด้านในห้องโถงเข้าให้
ครืด
ประตูบานใหญ่ถูกง้างเปิดออก ปรากฏร่างของชายชราหนวดเครายาวสีขาวเดินออกมา เครื่องแต่งกายเป็นสีทองเหมือนกับสมาชิกตระกูลหวงหลงคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนจะหรูหราและประณีตมากกว่า
กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกไม่ว่าจะยืนอยู่หรือนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความอัปยศ ต่างก็เปลี่ยนสีหน้าจากทุกข์ระทมกลายเป็นยิ้มแย้มขึ้นมาในทันใด ประกายในดวงตาของพวกมันสว่างจ้ายามที่เห็นชายชราเดินผ่านประตูออกมา จากนั้นจึงหันมามองชายหนุ่มชุดขาวด้วยแววตาเย้ยหยัน
ชายชราผู้นี้คือผู้อาวุโสลำดับที่สามของตระกูลหวงหลง เพิ่งพัฒนาไปเป็นอเวกระดับที่เก้าได้เมื่อสองปีที่แล้ว นับว่าเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหวงหลงยามนี้
การที่อีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ เท่ากับเป็นการรับประกันชัยชนะของตระกูลหวงหลง ต่อให้ชายหนุ่มชุดขาวจะมีวิชาแปลกๆ ที่สะกดข่มจิตวิญญาณของพวกมันทั้งหมด แต่คนหนุ่มอายุน้อยเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่มีทางต่อกรกับอเวกระดับเก้าผู้มีประสบการณ์มากกว่าได้อย่างแน่นอน ชะตากรรมได้กำหนดมาแล้วว่าผู้บุกรุกคนดังกล่าวจะต้องตายอยู่ที่นี่!
จินจ้องมองชายชราชุดทองเงียบๆ เขารู้สึกโชคดีที่ได้พบอเวกระดับเก้าในทันทีที่เข้ามา ตัวตนระดับเท่านี้ แม้จะไม่ได้ใช้วิชาเผาโลหิตก็ไม่ได้นับว่าตึงมือบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์เท่าไหร่นัก
ไม่กลัวหากต้องเจอ มีแต่กลัวว่าจะไม่ได้เจอก็เท่านั้น
ชายชราเคราขาวปลดปล่อยพลังของอเวกระดับที่เก้าออกมาข่มชายหนุ่มชุดขาวทันทีที่เดินผ่านประตูออกมา ดูจากใบหน้าก็รู้แล้วว่ามันถือตนเองว่าสูงส่งเพียงไหน
จินจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนจะปลดปล่อยพลังที่มีออกไปจนถึงขีดสุด
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเท่านั้น ไอพลังที่ชายชราชุดทองปล่อยออกมาถึงกับดูหมองลงไปทันตา
เป็นเพียงคนที่เพิ่งข้ามผ่านมาเป็นอเวกระดับที่เก้า จะมาเทียบรัศมีของจินที่เกือบจะเป็นขั้นสูงสุดของอเวกระดับเก้าได้อย่างไร นี่ไม่ต่างไปจากเด็กน้อยยืนโอ้อวดตนเองต่อหน้าผู้ใหญ่ ดูอย่างไรก็น่าขบขันมากกว่าน่าเกรงขาม
ใบหน้าของชายชราชุดทองเคราขาวครึ้มลงทันทีที่เห็นว่าไอพลังของตนเองไม่สามารถนำไปเทียบกับอีกฝ่ายได้ แต่ไม่นานมันก็รวบรวมความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง ถึงไอพลังจะหนาแน่นกว่าแล้วอย่างไร เป็นอเวกระดับที่เก้าเหมือนกัน พลังฝีมือไม่น่าจะต่างกันมากนัก... นี่คือสิ่งที่มันคิด
จินสังเกตอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลาเหมือนเช่นที่อีกฝ่ายก็จับจ้องมาที่ตนไม่วางตา นอกจากประโยคแรกที่อวดโอ่หยิ่งผยองแล้ว ก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากชายชราชุดทองตรงหน้าอีก
ชายหนุ่มชุดขาวปรายตาไปมองคาลอสที่ยืนเกร็งอยู่ใกล้ๆ พลังของอเวกระดับเก้าสองคนที่ปะทะกันอยู่ทำให้อเวกระดับเจ็ดอย่างคาลอสต้องฝืนร่างเข้าต้านรับ
“ออกไปก่อนเถอะ หลังจากนี้คงมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ เจ้าจงหาระยะที่เหมาะสมคอยสังเกตการณ์ หากท่าไม่ดีให้รีบหลบหนีออกไปทันที” จินกล่าวกับคาลอสก่อนจะปิดกั้นไอพลังของศัตรูเพื่อให้อีกฝ่ายหนีไป
คาลอสที่ได้รับโอกาสก็เหวี่ยงขวานไว้ด้านหลังแล้วพุ่งตัวออกจากโถงทางเดินไปทันที
ชายหนุ่มชุดขาวที่ไม่มีห่วงแล้วก็ค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาเป้าหมายตรงหน้า เอ่ยปากพูดกับอีกฝ่ายว่า “มาแล้วไฉนจึงนิ่งเฉย ไม่เห็นอวดดีเหมือนปากของเจ้าเมื่อครู่นี้เลย? หรือจริงๆ แล้วเจ้ากำลังรอคอยอะไรอยู่”
จินมองอีกฝ่ายด้วยหางตา ดูไม่ได้ให้ความสำคัญอีกฝ่ายเท่าที่ควร ซึ่งก็เป็นความจริง ตอนที่ชายหนุ่มปะทะพลังกับอีกฝ่าย ได้แอบใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่ายังมีตัวตนระดับสูงในตระกูลซุ่มซ่อนอยู่อีกหรือไม่...แต่น่าเสียดาย ที่ไม่พบผู้แข็งแกร่งในบริเวณใกล้เคียงเลย
สายตาของจินค่อยๆ พุ่งเป้ากลับมาที่ชายชราชุดทองซึ่งกำลังกำหมัดแน่น สีหน้าบ่งบอกถึงอาการไม่สบอารมณ์เล็กน้อยบนใบหน้าที่ถูกชายหนุ่มรุ่นราวคราวลูกดูถูกตนเองเช่นนี้ นั่นเพราะกายเทียมปรับเปลี่ยนไปตามสภาพวิญญาณ เมื่อวิญญาณดูหนุ่มแน่น กายเนื้อจึงดูหนุ่มแน่นตามไปด้วย เป็นเหตุให้อีกฝ่ายไม่สามารถมองผ่านอายุที่แท้จริงของจิน
ดูเหมือนว่าคำพูดกระตุ้นอารมณ์เมื่อครู่จะยังไม่มากพอให้อีกฝ่ายลงมือ แต่ไม่เป็นไร จินที่คิดว่าตนเองมาเพื่อสร้างความวินาศสันตะโรอยู่แล้ว จะลงมือก่อนก็ไม่เสียหาย
ดีเสียอีก การต่อสู้ย่อมดึงความสนใจจากคนหมู่มากได้ เมื่อนั้น ชนชั้นนำภายในตระกูลหวงหลงคงออกมาให้เขาทุบตีเป็นแน่
“เอาล่ะ ในเมื่อยังคงนิ่งเฉย เจ้าจะต้องเป็นคนแรกที่ตาย” จินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะสะกิดเท้าพุ่งตัวออกไปด้านหน้า ฟาดมือออกไปพร้อมโจมตี
ปึง!
หมัดอันหนักหน่วงกระแทกเข้าไปที่แขนของอีกฝ่าย เนื่องจากมีเวลาให้เตรียมตัว อีกฝ่ายจึงยกมือขึ้นกันได้ทันท่วงที แต่ความแรงของหมัดก็ทำเอาแขนของมันชาหนึบไปทั้งแขน ต้องรีบกระโดดถอยหลังหนีการโจมตีที่ตามมา
แต่มีหรือจะหนีความต่อเนื่องของเพลงหมัดแปดทิศพ้น ชายหนุ่มชุดขาวตั้งมั่นก้าวฉับต่อเนื่องติดตามเข้าซ้ำไปหลายหมัด ทุกหมัดที่เข้าเป้า จะมีหมัดอีกหมัดคอยเคลื่อนไหวตามไปซ้ำในทันที
ร่างของชายชราชุดทองชาวาบไปทั้งร่าง หมัดของอีกฝ่ายตามติดและรวดเร็วจนตัวมันได้แต่ตั้งรับ แต่เนื่องจากทั้งคู่เป็นอเวกระดับเก้าเหมือนกัน ความรุนแรงที่ส่งผลจึงยังไม่เพียงพอจะกำราบกันได้
ชายชราเคราขาวฝืนต่อสู้ไม่หนีไปไหน นั่นก็เพื่อรอเวลาที่สมาชิกระดับสูงภายในตระกูลจะเดินทางมาที่นี่ ก่อนหน้านี้เขาแจ้งข้ารับใช้คนสนิทแล้วว่าหากเกิดอะไรขึ้นให้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากภายในทันที และเมื่อถึงตอนนั้น คนที่จะพ่ายแพ้ก็คืออีกฝ่าย
ส่วนจินที่รัวหมัดออกมาไม่หยุดก็ตั้งใจจะไว้ชีวิตอีกฝ่ายชั่วคราว ไม่เช่นนั้นคงใช้วิชาเผาโลหิตจนถึงขีดสุดแล้วสังหารอีกฝ่ายในชั่วพริบตาไปแล้ว ไหนเลยจะมาเล่นต่อสู้กับอีกฝ่ายอยู่อย่างนี้
เพราะหากเป็นเช่นนั้น เขาจะไล่ตามหาผู้คนในตระกูลหวงหลงครบทุกคนได้อย่างไร? พวกชนชั้นนำของตระกูลที่รู้มากและเห็นแก่ตัวแบบนั้น หากรู้ว่าสู้ไม่ไหวคงหนีไปตั้งแต่แรก จะยอมเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเช่นนั้นหรือ? นี่จึงเป็นเหตุผลให้จินออมแรงไว้เพื่อเจอศึกใหญ่ จากนั้นจึงค่อยกวาดล้างแกนหลักของตระกูลหวงหลงทั้งหมดในทีเดียว