ในตอนนี้เองคิรินและฮิวโกต่างพากันจ้องมองหน้าด้วยหลากหลายอารมณ์ คิรินจ้องมองด้วยความสงสัยพร้อมกับความสับสน ส่วนฮิวโกจ้องมองคิรินด้วยความดีใจ
"นายพูดอะไรออกมา" คิรินถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างมาก
"ผมพูดตามความจริง จากประสบการณ์ร่วมงานกันมากกว่า 4 ปี คงไม่ลืมตอนปีหนึ่งที่รับน้องแล้วได้ล้วงไหกินใช่ไหม" ฮิวโกพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม
ในตอนนั้นเองคิรินเหมือนจะมีความทรงจำหนึ่งผุดออกมา
ในการรับน้องมันก็เหมือนกับทั่วๆ ไป ดีที่คณะของคิรินไม่มีการรับน้องแบบโซตัส เป็คณะที่อยู่กันแบบชิลๆ ทว่าสิ่งที่แตกต่างออกมาในคณะคหกรรมศาสตร์ คือ การรับน้องแบบล้วงไหได้อะไรก็กินไป หากใครโชคดีก็ไม่ของอร่อย หากใครโชคร้ายหน่อยก็รับกรรมไป
อย่างตอนคิรินอยู่ปี 1 คิรินโชคไม่ดีนักได้มะระมา หากเป็มะระที่ผ่านการต้มแล้วจะไม่เป็อะไรเลย ทว่ามะระที่คิรินได้เป็แบบเพิ่งเด็ดจากต้นมาเลย ล้างน้ำด้านนอกให้พอสะอาดเท่านั้น
และแน่นอนว่าหากใครเคยััจะรู้ว่ามันขมมาเพียงใด คิรินกัดไปเพียงแค่คำเดียวก็ขมไปหลายวัน
คนที่ล้อเลียนคิรินเื่นี้เป็ประจำก็คือ แจ๊ค หนุ่มอารมณ์ดี เป็มิตรกับทุกอย่าง เป็ผู้ที่เข้ามาทักทายคิรินและได้กลายเป็เพื่อนสนิทกันนับั้แ่ตอนนั้น กระทั่งฝึกงานก็ยังทำที่เดียวกัน
ทว่าทั้งคู่ก็ได้แยกทางกันในเวลาต่อมา แจ๊คได้กลับไปเปิดร้านที่บ้านที่จังหวัดน่าน ส่วนคิรินก็กลับบ้านที่อยุธยาเช่นกัน แต่ก็ยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ ก่อนคิรินจะเสียชีวิตสามวันทั้งคู่ยังได้คุยกันอยู่
"แจ๊คนั่นนายหรอ" คิรินถามออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็ยังสับสนอยู่เล็กน้อย
"เฮ้ นายจะลืมเพื่อนสนิทคนนี้หรือ ฉันจะร้องไห้นะ" เพียงเท่านี้คิรินก็ดีใจ ก่อนจะพุ่งตัวกอดฮิวโกอีกครั้งท่ามกลางผู้คนกว่าสิบชีวิตที่อยู่ภายในห้อง
ทุกคนตกอยู่ในความสับสน ไม่มีใครรู้ว่าคิรินและฮิวโกกำลังพูดถึงเื่อะไรอยู่ แต่ก็ไม่มีใครถามออกไป เพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลาคิรินและฮิวโกคงพูดออกมาเอง ดังนั้นทุกคนจึงได้นั่งอยู่เงียบๆ จะมีก็แต่เซริวที่ยุกยิกอยู่หน่อยๆ จนโดนเจโรมหยิกไปหนึ่งที ถึงได้สงบลง
เวลาครู่หนึ่งกว่าที่ทั้งคู่จะผละออกจากกัน สีหน้าและแววตาที่ดีใจมันแสดงออกมา มิตรภาพของทั้งคู่ไม่เคยจางหายจริงๆ
"เอาไว้เื่ทุกอย่างค่อยคุยกัน ตอนนี้นายควรจัดการงานตรงหน้าก่อน มันจะไม่ทันเอานะ" ฮิวโกพูดออกมา ทำให้คิรินต้องกลับมาสนใจงานตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้
แม้จะอยากถามเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากเพียงใด แต่งานตรงหน้าก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นคิรินจึงกลับมาสนใจงาน และในตอนนั้นเองคาลวินที่นั่งอยู่ข้างคิรินในตอนแรกได้ขยับออกจากที่นั่งและเดินไปนั่งแทนที่ฮิวโกแทน
แม้จะไม่รู้เื่แต่คาลวินก็พอจะััได้ว่าทั้งคู่น่าจะร่วมงานกันและเข้าใจกันมากกว่าตัวเขาเอง ดังนั้นคาลวินจึงขยับที่ให้ฮิวโกไปนั่งข้างคิรินแทน จะได้คุยกันถนัด
"เอาล่ะอย่างที่ฉันบอก ของแค่นี้นายไม่พอใช้แน่ๆ กวาดเอามาให้หมดก่อน อย่างน้อยเหลือก็ดีกว่าขาด" ฮิวโกที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วก็รีบเข้าเื่ทันที
"เอางั้นหรือ" คิรินถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะเงินที่จะซื้อเองก็ไม่ใช่เงินของคิริน
"ตามสบายเลยครับน้องคิริน อย่างที่ฮิวโกบอกเหลือดีกว่าขาด อีกอย่างไม่ต้องกังวลเื่เงินเลยครับ เอาตามที่คิรินคิดเลยเดี๋ยวพี่ไดมอนด์เขาจ่ายเอง" เจน่าที่นั่งเงียบๆ ได้เอ่ยขึ้นมา
เจน่าพอจะรู้ว่าคิรินกังวลในเื่ใดอยู่ ทว่านั่นไม่ได้ทำให้เจน่ากังวลเลย อีกอย่างเ้าบ่าวของเธอก็ร่ำรวยไม่น้อย
ไดมอนด์ที่ได้ยินชื่อตนในบทสนทนาก็มองหน้าเจน่าไปหนึ่งทีแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เอาเถอะภรรยาของเธอรักลูกน้อยขนาดนี้ เอาเลยครับตามสบาย
"เ้าของเงินอนุมัติแล้ว ลงมือเลยคิริน ส่วนที่จะทำอะไรบ้างเอามาเดี๋ยวจะช่วยดูให้" ฮิวโกบอก
พอคิรินมีฮิวโกเข้ามาทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้นไม่น้อย เพราะในสมัยเรียนฮิวโกก็ทำอาหารได้อร่อยไม่น้อย อีกทั้งพร์ก็มากกว่าคิรินอีก ดังนั้นคิรินจึงปล่อยให้ฮิวโกดูสิ่งที่วางแผนไว้ และตนหันมาสนใจกวาดของลงตะกร้าต่อ
ใช้เวลาไม่นานนักคิรินก็เสร็จสิ้นในการกวาดวัตถุดิบมาใช้ในงาน เื่วัตถุดิบเสร็จไป ต่อมาจะเป็การแบ่งงานเพื่อให้ทุกคนช่วย แม้จะมีฮิวโกเข้ามาแต่งานที่มีแขกหลายร้อยคนก็ยังทำไม่ทันอยู่ดี
"ขนมหวานต้องใช้ไข่เยอะ แฝดครับเดี๋ยวพวกหนูจัดการไข่ให้พี่นะ" ฮิวโกเอ่ยบอกเสียหวาน
คิรินคงจะลืมบอกไป ฮิวโกมีนิสัยรักเด็ก แม้จะอายุเยอะแต่หน้าเด็กฮิวโกก็รัก ทว่าเป็การรักแบบเอ็นดูเสียมากกว่า ฮิวโกบอกว่าตนเป็ลูกคนเดียว ฝันอยากมีน้องมานานแต่พ่อกับแม่ไม่ยอมมีเพิ่ม ฮิวโกเลยได้แต่ไปรักน้องนอกบ้านแทน
่เรียนอยู่ฮิวโกมักจะชวนไปบ้านเด็กกำพร้า ไปเที่ยวเล่นที่นั่นและเอาขนมไปแจก และนี่เป็ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งที่คิรินชอบในตัวฮิวโก ครั้งหนึ่งฮิวโกยังบอกว่าอยากได้คิรินมาเป็น้องเลย เพราะเอ็นดูตนเองมาก คิรินจึงได้ทำสีหน้าปลาตายกลับไปแทน
"ผมไม่เคยทำ" เคนท์แฝดพี่เอ่ยออกมาด้วยความประหม่า กลัวว่าจะทำเสียงาน
"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่สอนเอง ทั้งคู่เก่งอยู่แล้วพี่รู้" การชักนำก็เป็อีกหนึ่งความสามารถของฮิวโก เพียงเท่านี้ฝาแฝดก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
"ขนมหวานสี่อย่าง อืมใช้สามหม้อแบ่งกัน ส่วนข้าวเหนียวน้ำกะทิอยากได้น้ำกะทิคั้นเองเอาไหมคิริน" ฮิวโกเอ่ย
ในเื่การทำงานคิรินจะชอบทำมากกว่าวางแผนและสั่งออกมา ดังนั้นคิรินจึงรับหน้าที่นั่งฟังและรองานตนเท่านั้น
และอย่างที่บอกฮิวโกเป็คนมีพร์ ดังนั้นเขามักจะวางแผนและทำออกมาได้ดี คิรินจึงปล่อยให้ฮิวโกแบ่งงานออกมาแทน
"มันต้องคั้นเองอยู่แล้ว ที่นี่ไม่มีกะทิสำเร็จ" คิรินเอ่ยออกมา ทำให้ฮิวโกชะงักเล็กน้อย
เมื่อเจอคิรินและได้กลับมาทำงานร่วมกันมันทำให้ฮิวโกลืมไปว่าตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในอดีต แต่อยู่ในจุดที่อาหารเป็ศูนย์แทน
"ฉันลืมน่ะ" ฮิวโกบอกออกมา
"แจสเปอร์เดี๋ยวคั้นน้ำกะทิให้หน่อยนะ เสร็จแล้วค่อยมาช่วยคนอื่น เพราะน้ำกะทิไม่ใช่เยอะเท่าไหร่" ฮิวโกเอ่ยบอก
"ฝอยทองต้องใช้สองคนขอคนใจเย็นนะไม่เอาหัวร้อนนะ" ฮิวโกพูดออกมาเพื่อคลายความเครียด แต่เหมือนฮิวโกจะลืมว่านี่คืออนาคต ดังนั้นทุกคนไม่เข้าใจมุขของตัวเองแน่ และเป็อย่างที่คิด เมื่อไม่มีเสียงตอบรับกลับมานอกจากความสงสัยทำให้ฮิวโกเขินอายเล็กน้อย
"แฮ่ม อืมทำฝอยทอง คนหยอดเอาเป็เอลวิส ส่วนคนทำแพเอาเป็อลัน ตกลงไหม" ฮิวโกพูดอีกครั้ง และทั้งเอลวิสกับอลันก็ตอบรับกลับมา
"ทองหยอดเป็ริโอ เม็ดขนุนเป็ปีแอร์ ตกลงไหม" ฮิวโกถามและทั้งคู่ก็ตอบรับกลับมาเช่นกัน
"ข้าวเหนียวกับข้าวสวยเดี๋ยวคิรินหุงเอง เพราะอย่างไรเสียก็ต้องปล่อยให้สุก และคิรินหุงอร่อยสุดแล้ว" ฮิวโกพูดและคนเห็นด้วยก็เป็เซริว เพราะเคยทานมาแล้วนั่นเอง
อย่าคิดว่าการหุงข้าวและข้าวเหนียวจะง่าย หากเป็ในปริมาณที่น้อยมันง่ายแน่นอน ทว่างานนี้เป็งานใหญ่ ดังนั้นปริมาณจะต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน
"ขนมจีบเดี๋ยวผมเป็คนจัดการเอง คิรินทำแป้งให้หน่อย ส่วนลาบพี่คาลวินรับไปนะครับ ห่อหมกคิรินทำ ต้มจืดเดี๋ยวให้บาร์รอนดู ทุกคนโอเคไหม ไม่ต้องห่วงผมกับคิรินจะคอยดูแลให้หากเกิดอะไรขึ้น" ฮิวโกบอกอย่างรวดเร็ว
การทำของคาวไม่ยากเท่าของหวาน เพราะของหวานจะต้องใจเย็นในการทำ ทว่าของคาวหากกำหนดรสชาติได้ก็ไม่ต้องกังวล
เมื่อไม่มีใครคัดค้านทุกอย่างก็เสร็จสิ้นเป็เวลาอันรวดเร็ว ฮิวโกสามารถมองและดูความสามารถของคนได้ไม่ยาก หากเป็ตัวคิรินเองเกรงว่าอาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้
ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ได้พากันแยกย้ายกลับไปยังห้องพักที่เจน่าจัดไว้ให้ มีเพียงคิรินและฮิวโกที่ยังคงนั่งอยู่ในห้องเพราะ้าคุยกันต่อ แต่เจน่าก็ไม่ได้ว่าอะไรทำให้ทุกคนพากันเดินออกจากห้องทิ้งไว้เพียงคิรินและฮิวโกเท่านั้น
"เอาล่ะทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่/ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่" เมื่อทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ทั้งคิรินและฮิวโกเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันทันที
"ฮะฮะฉันเล่าก่อนแล้วกัน หลังจากคุยกับนายผ่านมาสามวันฉันโดนรถชนเพราะช่วยเด็กน้อย ลืมตาตื่นอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว" คิรินเอ่ยบอก
"ไม่มีใครเรียกรถพยาบาลหรือ" ฮิวโกถามด้วยความสงสัย หากโดนรถชนโอกาสรอดมีมากหากเรียกรถทัน
"ฉันก็ไม่รู้ แรงชนมันมากจนฉันสลบไป" คิรินตอบ
"มาของฉัน หลังจากวางสายกับนายไป ฉันขับรถไปซื้อของแล้วรถสะดุดหลุมบนทาง รถก็ล้มหัวฟาดสลบไป ตื่นมาก็โผล่ที่นี่แล้วเหมือนกัน" ฮิวโกเอ่ยบอกทำให้คิรินมองหน้าไปทันที
"อะไรอย่ามองแบบนั้นมันเื่จริง นายก็รู้ว่าถนนดวงดาวแบบนั้นมันสภาพไหน ฉันรู้ว่ามันตายอนาถแต่ให้ทำไงเล่า หากย้อนกลับไปได้ ฉันก็ขอตายให้มันดีกว่านี้เหอะ" ฮิวโกพูดยาว
ใครจะคิดว่าการรถล้มในทางเป็หลุมเป็บ่อจะทำให้หนุ่มน้อยอย่างฮิวโกิญญาหลุดได้ เมืองไทยมันอเมซิ่งจริงๆ
"เช่นนั้นนายก็มาก่อนหน้าฉันสามวันว่างั้นเถอะ" คิรินเอ่ย
"เชื่อไหมตอนลืมตาตื่นมาฉันนี่งงเลย ตื่นมาเจอพวกไล่กระทืบอยู่ สมองประมวลผลไม่ทันกว่าจะฮึดสู้ได้ก็หัวแตกไปรอบหนึ่ง" ฮิวโกเอ่ยเล่าประสบการณ์ที่เจอวันแรกให้คิรินฟัง
"ฉันดีหน่อยตื่นในบ้านพัก แต่นายต้องไม่เชื่อแน่ว่ารสชาติอาหารเปียกมันเป็อย่างไร" คิรินเอ่ยเสียงเศร้ากับอาหารมื้อแรกที่จำไม่ลืม
"ฉันรู้เป็มื้อแรกที่ฉันก็จำไม่ลืม" ฮิวโกเอ่ย ทั้งสองมองหน้าก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
ท่ามกลางสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แน่นอนว่าความกังวลมันย่อมมีมาก แต่เมื่อมาเจอเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยกันดีมันทำให้ทุกอย่างถูกปลดออก ความกลัว ความกังวลมันหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ
และหน้าห้องแทนที่จะว่างเปล่ากลับพบว่ามีหนึ่งชีวิตที่พยายามเอาหูแนบกับประตูเพื่อฟังบทสนทนา และจะเป็ใครไม่ได้นอกจากเซริวเ้าเดิม
ั้แ่ออกมาเซริวก็ไม่ได้ออกห่างจากประตูเลย พยายามเอาหูแนบเพื่อฟัง ถามว่ารู้เื่ไหมก็ไม่อยู่ดี เพราะประตูทุกบานในตึกนี้ถูกทำมาอย่างดี และห้องทุกห้องเก็บเสียงมากเช่นกัน
เจโรมที่เท้าเอวจ้องมองเพื่อนสนิทควบกับผู้เป็นายด้วยสายตาเบื่อหน่ายอย่างไม่รู้จบ หลายครั้งที่พยายามแงะเซริวออกมา แต่เหมือนเซริวจะแปลงร่างเป็ตุ๊กแกไปแล้วทำให้แงะเท่าไหร่ก็ไม่ออก
เจโรมจึงทำได้เพียงมองดูเท่านั้น ครั้นจะปล่อยให้เกาะประตูไว้คนเดียวก็ดูจะอนาถไป ดังนั้นเจโรมจึงต้องอยู่เป็เพื่อนอย่างช่วยไม่ได้
"ไปได้แล้ว ต่อให้นายฝังตัวเองกับประตูมันก็ไม่ได้เื่หรอก เลิกพยายามเถอะนะ" เจโรมเอ่ยอีกครั้ง
"ไม่เอาเนี่ยจะได้ยินแล้ว นายเงียบๆ หน่อย" เซริวเอ่ยก่อนจะเอาหูแนบให้ชิดขึ้นไปอีก
เจโรมที่ได้ยินก็ได้แต่ปลงกับความมโนของเซริว แต่ปล่อยให้คิดไปเองแบบนี้ก็สนุกไม่น้อย ไม่ได้รู้เื่แต่ก็ปลอบใจตัวเองก็สมกับเป็เซริวดี
พี่เซริวเลิกแปลกให้พี่เจโรมได้ไหม5555
พี่เจโรมสู้ๆ เดี๋ยวพี่เซริวก็โตแล้วนะ
ฝาก #ครัวของคิริน ด้วยนะคะ