34 1-2
ตอนที่ 47 ขอยืมบางอย่างจากเจ้า (1)
แม้ว่ายามนี้นางจะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกปรือลมปราณเต็มตัวแล้ว แต่หากเปรียบเทียบกับขุมพลังความแข็งแกร่งของตระกูลเหลิงสายรองในเมืองเฟิงหยวนโดยรวม ยังนับว่านางอ่อนแอเกินไป
อีกทั้งในภายภาคหน้า นางยังต้องไปชำระหนี้แค้นกับตระกูลเหลิงสายหลักในเซิงจิ้งด้วย หากได้ไป๋ซือหมิงมาเป็นพรรคพวกอีกคน นางก็ไม่จำต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป
แลเห็นเหลิงหยุนเจียวส่ายหน้าปฏิเสธ โม่เฉินหยวนถึงกับมองด้วยหางตา สีหน้าการแสดงออกของนางในยามนี้ดูมุ่งมั่นทะเยอทะยานยิ่งนัก คงยากที่จะห้ามปรามแล้วจริงๆ
ความคับแค้นอาฆาตที่สองแม่ลูกคู่นี้ได้รับมาในอดีตตลอดหลายปีนี้ คงจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
“เข้าใจแล้ว แต่เจียวเหนียงล่ะ? หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น ผู้ใดจะปกป้องเขาได้?”
“เช่นนี้ข้าจะให้หวู่เหรินพาเขากลับเข้าเมืองเฟิงหยวนเสียก่อน หาโรงเตี๊ยมให้เขาค้างแรมรอคอยอยู่ที่นั่น”
เหลิงหยุนเจียวเปลือกตาสั่นกระพริบอยู่สองที รู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก ที่คำพูดเฉกเช่นนี้จะหลุดออกมาจากปากของโม่เฉินหยวนได้
ที่ผ่านมาไหนเลยจะเห็นว่า บุรุษผู้นี้จะกระตือรือร้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กชายถึงเพียงนี้? กระทั่งครั้งก่อนหน้าที่จะออกเดินทางไปซื้อสมุนไพร เขายังไม่คิดที่จะเสนอตัวออกเงินให้แม้แต่น้อย ระหว่างทางยังคอยปั่นเย้าแหย่เหลิงเจียวเหนียงเล่นอีกด้วย
มิใช่ว่าเจ้าหมอนี่กำลังคิดวางแผนชั่วอันใดอยู่กระมัง?
“ข้าไม่ต้องการรบกวนผู้ใด เขาเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของข้า จึงไม่คิดที่จะฝากผู้ใดเลี้ยงสุ่มสี่สุ่มห้า!”
“...”
อึดใจนั้น โม่เฉินหยวนแทบอยากจะสวนตอบออกไปทันควัน ‘นั่นก็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของข้าเช่นกัน!’ แต่แน่นอนว่าเขาทำได้เพียงแค่คิดในใจเท่านั้น
อย่างไรเสีย ในเมื่อยามนี้ยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เขาจึงไม่คิดจะโต้แย้งกับนางเรื่องนี้เช่นกัน
แต่แล้วเมื่อโม่เฉินหยวนเงยหน้าขึ้น เขาก็พบเห็นขวดโอสถสีขาวเกลี้ยงใบหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้า และนั่นก็เป็นเหลิงหยุนเจียวที่ยื่นส่งมาให้
“มิใช่ว่าท่านเพียงต้องการยาแก้พิษหรอกรึ? นี่ไงข้ามอบให้ท่าน ต่อแต่นี้ไป ท่านจะได้ไม่ต้องลำบากช่วยเหลือข้าอีก พวกเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”
“....”
โม่เฉินหยวนตกตะลึงนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริงๆ
เหลิงหยุนเจียวยอมมอบให้ยาถอนพิษให้แล้ว? หลงคิดว่าคนเช่นนางจะใช้เรื่องยาถอนพิษมาเป็นข้อต่อรองกับเขาเสียอีก
เจ้าตัวยื่นมือไปรับขวดยาถอนพิษอย่างใจเย็น
“ข้าอยากจะขอยืมสิ่งหนึ่งจากเจ้าเสียหน่อย คิดเสียว่าค่ายาถอนพิษก็ได้”
“....” โม่เฉินหยวนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คิดอยู่แล้วเชียว สตรีเช่นนางมีหรือจะยอมพลาดพลั้ง!
“เจ้าอยากจะขอยืมสิ่งใดกัน?”
“เป็นเชือกที่เจ้าใช้มัดเหนียวเหนี่ยวก่อนหน้านี้”
เหลิงหยุนเจียวชี้ไปที่ข้อมือของโม่เฉินหยวน ทำเอาตัวเขาถึงกับเลิกคิ้วมองตามด้วยความสงสัย
แม้ว่าตัวนางจะมีอาวุธแปลกประหลาดอยู่มากมาย แต่เหล่านั้นก็เป็นเพียงสิ่งธรรมดาทั่วไป หาใช่ยุทธภัณฑ์วิญญาณอันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งมนตราไม่
มอบเชือกพันธนาการวิญญาณให้นางยามนี้ อาจมีประโยชน์ต่อนางในภายหลัง
“ย่อมได้แน่นอน”
พริบตาที่โม่เฉินหยวนยกข้อมือขึ้น ยังไม่ทันที่เหลิงหยุนเจียวจะปรับสายตามองให้ชัดเสียด้วยซ้ำ นางพลันรู้สึกว่า มีสายลมกระโชกแรงพัดโฉบเข้าหาตัว พร้อมด้วยบางสิ่งบางอย่างที่กำลังพันรอบข้อมือของนางไว้
“สิ่งนี้เรียกว่า เชือกพันธนาการวิญญาณ เป็นยุทธภัณฑ์บรรลุขั้นตื่นรู้แล้ว จิตวิญญาณภายในนี้มีชื่อว่าจินโหย่ว ทันทีที่ขานเรียกชื่อ มันจะออกมาช่วยทันที”
“บรรลุขั้นตื่นรู้?”
เหลิงหยุนเจียวเพิ่งจะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกปรือลมปราณ จึงเป็นธรรมดาที่ยังไม่รู้เรื่องจำพวกนี้
“เฉกเช่นเดียวกับพวกยุทธภัณฑ์วิญญาณนั่นล่ะ เพียงอยู่ในระดับชั้นต่ำกว่า เดิมทีพวกมันเป็นแค่ยุทธภัณฑ์ธรรมดาทั่วไป ต่อมาจะด้วยเหตุบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ พวกมันจึงได้มีโอกาสดูดซับกลิ่นอายของพลังวิญญาณฟ้าดิน เมื่อสั่งสมจนถึงประมาณหนึ่ง จึงสามารถตื่นรู้มีจิตวิญญาณเป็นของตนเองได้”
“แต่ของข้านั้น ทำให้มันบรรลุขั้นตื่นรู้ด้วยกลวิธีพิเศษ แม้จะแตกต่างจากยุทธภัณฑ์ที่สามารถตื่นรู้ได้เองโดยธรรมชาติอยู่บ้าง แต่ความต่างที่ว่าก็มิได้มากมายนัก”
เหลิงหยุนเจียวจับจ้องเส้นด้ายสีท้องบนข้อมือด้วยความประหลาดใจ พลางชำเลืองมองโม่เฉินหยวนหนึ่งปราด
แม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็ดูมีประโยชน์กว่าที่ข้าคิดไว้มาก ในวันข้างหน้า หากเก็บเอาไว้ข้างตัวคงไม่เสียหายอะไร
“ขอบใจเจ้านัก กลับเมืองเฟิงหยวนเมื่อใด ข้าจะแวะไปหาเจ้าที่ค่ายทหารรับจ้าง แล้วพบกันใหม่”
สิ้นเสียงกล่าวจบ เหลิงหยุนเจียวก็ระดมลมปราณกระแสใหญ่อัดใส่สองคู่เท้า พร้อมระเบิดพลังดีดร่างทะยานออกไปโดยตรง
“….” สตรีนางนี้ เมื่อเห็นเขาหมดประโยชน์แล้ว ก็ทิ้งกันไปหน้าตาเฉยเลยรึ ให้มันได้เช่นนี้สิ!
“เรียนนายท่าน สมุนไพรทั้งหมดถูกส่งมอบให้แก่ผู้อาวุโสฉินแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะหลอมกลั่นเสร็จสิ้น”
ทันทีที่เงาร่างของเหลิงหยุนเจียวอันตรธานหายลับสายตาไป ก็มีสุ้มเสียงของหวู่เหรินดังขึ้นจากเบื้องหลัง
ได้ยินดั่งที่ว่า โม่เฉินหยวนก็พลันนึกย้อนไปถึงสิ่งที่เหลิงหยุนเจียวได้เคยกำชับเอาไว้ โอสถชนิดนี้ต้องใช้ร่วมกับการอาบแช่เท่านั้น
หากกินเข้าไปเพียงอย่างเดียว หรือลงไปแช่ตัวในอ่างก่อน ประสิทธิภาพที่ได้จะถูกลดทอนลงหลายส่วน
แม้ในยามนี้สมุนไพรซึ่งเป็นองค์ประกอบวัตถุดิบจะมีพร้อมเสร็จ แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่รอเวลาจนกว่าโอสถจะถูกหลอมกลั่นสำเร็จ
ชั่วอึดใจนั้นเอง จู่ๆร่างทั้งร่างของโม่เฉินหยวนก็พลันรู้สึกปวดระบมแทบขาดใจ เสมือนมีมดคันไฟนับพันนับหมื่นตัวกำลังกัดแทะเส้นเอ็นและไขกระดูกทั่วตัว ส่งผลให้เขาไม่สามารถยืนหยัดตั้งตรงได้อีกต่อไป เจียนจะทรุดฮวบล้มลงกับพื้นโดยตรง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หวู่เหรินก็รีบก้าวฉับพุ่งขึ้นหน้าในทันที เข้าโอบพยุงร่างของโม่เฉินหยวนไว้อย่างรวดเร็ว สีหน้าท่าทางดูร้อนใจเป็นกังวลยิ่งยวด
“นายท่าน....”