ราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า

    บทที่ 49: ราชธานีสวรรค์


    บทที่ 49: ราชธานีสวรรค์

    สามวันเต็มบนเรือเมฆาสวรรค์ผ่านไปอย่างเงียบสงบ

    ตัวแทนทั้งห้าคนของสำนักเมฆาครามต่างก็ใช้เวลาไปกับการทำสมาธิและปรับสภาพจิตใจของตนเองให้อยู่ในจุดสูงสุด ไม่มีใครพูดคุยกันมากนัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความมุ่งมั่นก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่ หลินฟานเองก็หลับตาลงราวกับกำลังทำสมาธิ แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังขัดเกลาการควบคุมพลังของแก่นแท้ทองคำและหลอมรวมจิตวิญญาณของเขากับดาบจักรพรรดิอสนีดับดาราให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์

    ในวันที่สามของการเดินทาง...

    "ถึงแล้ว!"

    เสียงของผู้อาวุโสที่ควบคุมเรือดังขึ้น ทำให้ทุกคนลืมตาขึ้นพร้อมกัน

    ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่หลินฟานยังต้องรู้สึกทึ่ง!

    มันคือเมืองขนาดมหึมาที่ไม่อาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้! "ราชธานีสวรรค์"! นครหลวงของอาณาจักรที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบภูเขาสูงเสียดฟ้าใจกลางแผ่นดิน! อาคารสูงตระหง่านเสียดแทงหมู่เมฆ มีค่ายกลป้องกันขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นครอบคลุมเมืองทั้งเมืองไว้ และมีเหล่าผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเหินฟ้าไปมาดุจฝูงผึ้ง! ความยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองของมันทำให้สำนักเมฆาครามดูเล็กไปถนัดตา!

    เรือเมฆาสวรรค์ค่อยๆ ลดระดับลง มุ่งหน้าไปยังลานจอดเรือเหินเวหาขนาดใหญ่ที่อยู่นอกเมือง ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเหล่าสำนักต่างๆ ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประลองโดยเฉพาะ

    ณ ที่นั้น... มีเรือเหินเวหาที่ทรงอำนาจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจอดอยู่ก่อนแล้วหลายลำ!

    เรือสีแดงฉานที่แผ่ไอร้อนออกมาตลอดเวลาของสำนักเพลิงผลาญจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ลำหนึ่ง!

    เรือสีเงินยวงที่ดูงดงามราวกับพระจันทร์ของหุบเขาจันทราก็จอดอยู่ไม่ไกลกัน!

    และที่น่าเกรงขามที่สุดคือเรือสีดำทมิฬลำมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นให้มีรูปร่างคล้ายดาบเล่มยักษ์! มันแผ่กลิ่นอายที่คมกล้าและกระหายเลือดออกมาอย่างไม่ปิดบัง... นั่นคือสัญลักษณ์ของ "สำนักดาบทะลวงสวรรค์"!

    การมาถึงของเรือเมฆาสวรรค์ได้ดึงดูดทุกสายตาในบริเวณนั้นทันที

    เมื่อหลินฟานและคนอื่นๆ ก้าวลงจากเรือ พวกเขาก็ถูกเผชิญหน้าในทันที!

    กลุ่มคนจากสำนักเพลิงผลาญเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทีหาเรื่อง ผู้นำของพวกเขาคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามกว่าเยี่ยเฟิงหลายเท่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอหังการและแววตาที่ลุกโชนดุจดวงอาทิตย์ เขาคือพี่ชายของเยี่ยเฟิง... เยี่ยเทียนเฉิง!

    "ฮึ่ม! นึกว่าเต่าแห่งสำนักเมฆาครามจะกลัวจนหดหัวอยู่ในกระดองเสียแล้ว" เยี่ยเทียนเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ข้าเห็นนะว่าพวกเจ้าพาเจ้าหัวขโมยคนนั้นมาด้วย!"

    สายตาที่ร้อนแรงของเขาจับจ้องมาที่หลินฟาน ซึ่งเขาจำได้จากคำบอกเล่าของน้องชาย

    ในขณะที่ฉินเจี๋ยและคนอื่นๆ กำลังจะก้าวออกไปตอบโต้... หลินฟานกลับยังคงสงบนิ่ง

    เขาเพียงแค่ปรายตามองเยี่ยเทียนเฉิงแวบหนึ่ง... ด้วยสายตาที่เรียบเฉยและว่างเปล่า... ราวกับกำลังมองก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ข้างทาง จากนั้นเขาก็เบือนสายตากลับไป ไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

    ความเฉยเมยนี้... คือการดูถูกที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับคนหยิ่งผยองอย่างเยี่ยเทียนเฉิง!

    "หน็อย! เจ้ากล้าเมินข้ารึ!" เยี่ยเทียนเฉิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ พลังปราณเพลิงเริ่มปะทุขึ้นรอบตัวเขา!

    แต่ในขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้นเอง!

    กลิ่นอายที่เย็นเยียบและคมกล้าราวกับใบมีดก็ได้แทรกผ่านเข้ามาในบรรยากาศ!

    ชายหนุ่มผู้หนึ่งในอาภรณ์สีเทา ที่มีดาบเล่มใหญ่สะพายอยู่บนแผ่นหลัง กำลังเดินผ่านพวกเขาไปอย่างช้าๆ เขาคือ เต้าอู๋ซิน อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักดาบทะลวงสวรรค์!

    เขาไม่ได้มองหน้าใคร แต่กลับกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเฉียบคม "สุนัขที่เห่า... มักไม่กัด เก็บแรงของเจ้าไว้ใช้บนเวทีประลองเถอะ"

    คำพูดนี้มุ่งเป้าไปที่เยี่ยเทียนเฉิงโดยตรง!

    แต่ในขณะที่เขาพูดนั้นเอง "เจตจำนงดาบ" ที่มองไม่เห็นของเขาก็แผ่พุ่งออกมาทดสอบทุกคนในบริเวณนั้น!

    พรึ่บ!

    "เจตจำนงกระบี่" ของหลินฟานที่หลับใหลอยู่ พลันตื่นขึ้นมาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ! มันแผ่ออกไปปะทะกับเจตจำนงดาบของอีกฝ่ายกลางอากาศ!

    ไม่มีเสียง... ไม่มีแสง... มีเพียงหลินฟานและเต้าอู๋ซินเท่านั้นที่รู้สึกได้ถึงการปะทะกันที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา!

    เต้าอู๋ซินที่กำลังจะเดินผ่านไปถึงกับหยุดชะงัก... เขาหันกลับมามองหลินฟานเป็นครั้งแรก... ในแววตาที่เคยเรียบเฉยของเขาปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจและความสนใจขึ้นมาอย่างชัดเจน!

    หลินฟานเองก็จ้องมองกลับไปอย่างไม่ลดละ...

    ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดสองคนในการประลองครั้งนี้... ได้ทักทายกันครั้งแรกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า ที่คุณอ่าน