เมื่อได้ยินมู่อวี่เซิงกล่าวเช่นนั้นเหยาซีจึงค่อยๆ คลายความกังวลในใจลง
ทว่าดวงตางามดุจสายนทีคู่นั้นยังคงทอดมองออกไปยังนอกแผ่นน้ำแข็ง
ครืน!!!
ทันทีที่มู่เสินฉวนปลดปล่อยจิตสังหารกายาทองคำอมตะที่สถิตกลางหว่างคิ้วก็เผยรูปกายเทพแท้จริงแล้วพลันอ้าปากส่งลำแสงเซียนเจิดจ้าและน่ากลัวพุ่งทะยานออกไป!
"ฉัวะ——"
บรรพชนเซียนแห่งตระกูลหวังถูกโจมตีราวกับถูกอสนีบาตฟาดใส่ร่างครึ่งซีกถูกบดขยี้หายไป เหลือเพียงรอยเลือดที่ชุ่มโชก
"แสงเซียนเป่ยจี๋!!"
"เขาถึงกับซุกซ่อนแสงเซียนเป่ยจี๋ไว้ในทะเลจิตสำนึก!"
เซียนผู้หนึ่งหวาดผวาและร้องเสียงตระหนกออกมา
ในเวลาเดียวกันนิมิตโบราณก็ปรากฏขึ้นรอบกายมู่เสินฉวน ห้อมล้อมไปด้วยลมปราณโกลาหลภูผาธาราอันงดงามลอยคว้าง ราชันย์เซียนประทับบนฟ้าเก้าชั้น มีบัวแห่งวิถีผลิบาน
ทะเลพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองเชี่ยวกรากอยู่ใต้ฝ่าเท้าคลื่นซัดสาดเก้าชั้นฟ้า ภาพสลักวัฏจักรหยินหยางปรากฏขึ้นเบื้องหลังพลังวัฏจักรและหยินหยางไหลวนไม่หยุด
ตูม!!!
เมื่อนิมิตทั้งสี่ปรากฏมู่เสินฉวนก็ทะยานขึ้นทันใด ดุจกงล้อสีทองบดขยี้ฟ้าส่งพลังกระแทกไปยังบรรพชนตระกูลหวังอย่างแรง!
‘ตูม!’ การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวจากเหล่าเซียนถูกเขาบดขยี้ในชั่วพริบตา
กฎแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์อันไร้ขีดจำกัดแตกเป็นรอยร้าวประหนึ่งใยแมงมุมจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นละอองเทพกระจัดกระจายไปทั่วสวรรค์และปฐพี
บรรพชนตระกูลหวังที่ถูกโจมตีเป็นคนแรกร้องออกมาอย่างน่าสังเวช
ร่างของเขาถูกฝ่ามือสีทองตบใส่ระเบิดกลายเป็นโลหิตกระเซ็นสาด
ตูม!!!
มู่เสินฉวนยังคงสำแดงพลังต่อไปกลิ่นอายท่วมท้นประหนึ่งดาวดวงใหญ่ร่วงหล่นลงมาห้วงอากาศบิดเบี้ยวรุนแรงจนปรากฏรอยร้าวของห้วงมิติเงามังกรสวรรค์โผทะยานลงมาทันใด
เสียงคำรามของมังกรดังก้องไปทั่วทุกสารทิศแผ่นน้ำแข็งและผืนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เงามังกรสวรรค์เก้าสิบเก้าตัวแต่ละตัวราวกับราชันย์เซียนจุติลงมาสง่างามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ตูมๆ!!!
เซียนแห่งเป่ยหยวนที่เหลือกระอักเลือดและถูกซัดกระเด็นไปหลายร้อยจั้ง
ในดวงตาฉายแววตระหนกยิ่ง
กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ต่อกรได้สิบกว่าคนทั้งยังกดข่มได้ทุกสารทิศโดยไม่แสดงอาการอ่อนล้าแม้แต่น้อย!
"ฆ่า!"
เสียงตะโกนอันเย็นเยือกปะทุขึ้นเซียนทั้งหลายในบริเวณนั้นต่างรู้ดี
พวกเขาไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว!
จากนิสัยของมู่เสินฉวนหากเขาบรรลุวิถีในวันหน้า ย่อมต้องชำระแค้นทุกคน
เช่นนั้นสู้จบสิ้นตำนานของเขา ณที่แห่งนี้เสียเลย!
ตูม!!!
ฟ้าดินเหนือแดนเป่ยหยวนพลิกผันแผ่นน้ำแข็งถูกทำลายไปมากมาย ภูเขากำลังล้มครืน ฟ้าเบื้องบนกำลังแตกสลาย
ที่แห่งนี้กลายเป็นดินแดนแห่งความพินาศมองไม่เห็นแม้สิ่งใด นอกจากแสงที่ไหลวนและห้วงอากาศบิดเบี้ยว!
เพลิงสงครามโหมกระหน่ำลุกลามไปทั่วอาณาบริเวณ
เซียนทยอยร้องออกมาด้วยความน่าเวทนาวิถีแตกสลาย ถูกฝังอยู่ในที่ราบสีเลือดแห่งนี้ชั่วนิรันดร์
และในขณะนั้นเองแรงกระเพื่อมอันแผ่วเบาพลันแผ่ซ่านกลางอากาศ
เซียนจากราชวงศ์นักฆ่าแดนมนุษย์และแดนโลกันตร์ฉวยโอกาสจู่โจมพร้อมกัน!
หนึ่งในนั้นคือชายชราที่ผ่ายผอมและเหี่ยวแห้งราวกิ่งไม้
แม้เขาจะดูชราภาพแต่กลับกระตุ้นพลังโลหิตอันไร้ขีดจำกัดออกมา สำแดงเคล็ดวิชาอักษรลับปลายกระบี่อันเย็นเยือกเปล่งพลังสังหารครั้งใหญ่จากราชวงศ์สังหารรุ่นหนึ่ง!
อีกคนหนึ่งคือชายวัยกลางคนสวมหมวกป่านตลอดร่างรายล้อมไปด้วยจิตสังหาร เพียงลมปราณก็พร้อมบดขยี้จักรวาลและทำลายห้วงอากาศดุจเทพสังหารไร้เทียมทานที่เดินออกมาจากภูเขาโลหิตและทะเลศพอันมากมายน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!
ฉัวะๆ!
การโจมน่ากลัวยิ่งสองสายปะทุขึ้นในชั่วพริบตามาถึงตัว พุ่งแทงเข้าสู่ร่างของมู่เสินฉวยโดยตรง
แม้จะมีร่างที่แข็งแกร่งกว่าเซียนก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินจินตนาการ!
โลหิตศักดิ์สิทธิ์สีทองจำนวนมหาศาลสาดกระจายจนเห็นบาดแผลสยดสยอง
"แดนมนุษย์!"
"แดนโลกันตร์!"
"เป็นคนจากราชวงศ์นักฆ่าทั้งสอง!!!"
เซียนแห่งแดนเหนือทั้งหลายร้องออกมาเสียงดังจากนั้นในดวงเนตรก็ปรากฏความยินดีอย่างยิ่ง
แม้ราชวงศ์นักฆ่าที่ผู้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจะเป็นดั่งหนูสกปรกและผู้คนต่างรังเกียจ
แต่ในตอนนี้ ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร!
เพียงแค่สังหารมู่เสินฉวนและแย่งชิงผลแห่งวิถีมาได้ทุกอย่างหาได้สำคัญไม่!
อึดใจถัดมาเหล่าเซียนทั้งหมดก็พากันกรูกันเข้ามา ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป!
ส่วนมู่เสินฉวนที่อยู่ใจกลางสนามรบในยามนี้ผมเผ้าสยาย ดวงตาฉายแววเย็นชาที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันออกมา
เขากางมือออกทั้งสองข้าง แล้วประสานวิชา
สำแดงเคล็ดวิชาคืนชีพวิหคสวรรค์ในชั่วพริบตาบาดแผลสมานกันด้วยความเร็วอันน่าตกใจ
"หึ แดนมนุษย์ แดนโลกันตร์รึ!"
"ข้าจะสังหารพวกเจ้าหนูสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ในคูเมือง ข้าจะทำลายให้สิ้น!"
ตูม!!!
กลิ่นอายอันบ้าคลั่งปะทุขึ้นในชั่วพริบตาอำนาจน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ทำลายทุกสิ่งในรัศมีหมื่นลี้!
มู่เสินฉวนกำหมัดเทพ พลังดุจห้วงนรกคว้าดวงอาทิตย์สีทองขนาดใหญ่สองดวง ซัดไปด้านหน้า!
ตู้มๆ!!!
เซียนจากราชวงศ์นักฆ่าทั้งสองถูกซัดกระเด็นออกไปสำรอกโลหิต กระดูกหักดังกร๊อบ แตกหักไปนับไม่ถ้วน!
ยังมีเซียนจากเป่ยหยวนอีกหลายคนที่ถูกแรงระเบิดจากอานุภาพอันแข็งแกร่งนี้ซัดกระเด็นออกไป
ปราณโกลาหลท่วมท้นดั่งห้วงสมุทรโกรธเกรี้ยวทิ้งตัวลงมาจากฟ้าเก้าชั้นขวางกั้นร่างของทุกคนไว้ภายนอก
ในเวลาเดียวกัน
ลำแสงที่พาดผ่านจากขอบฟ้าอันไกลโพ้นก็ส่องลงมายังที่แห่งนี้
นั่นคือเสามารสีทองเข้มด้านบนสลักอักขระเทพและเพลิงมาร อำนาจมหาศาลแผ่กระจายออกมา
เสามารสะกดฟ้าปรากฏกาย!
มู่เสินฉวนกำเสามารสะกดฟ้าแล้วเหวี่ยงอย่างบ้าคลั่งคลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทุกสารทิศ
อาวุธหรือกฎแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่ต่อหน้าอาวุธจักรพรรดิ ล้วนแต่ไร้ประโยชน์!
นี่คือแผนที่แยบยลและหาญกล้าที่สุดของมู่เสินฉวนจงใจเผยช่องโหว่ และล่อให้คนจากราชวงศ์นักฆ่าปรากฏตัว!
จากนั้นก็เรียกอาวุธจักรพรรดิออกมากวาดล้างพวกมันให้สิ้น!
"นะ…นั่นมันอาวุธจักรพรรดิของตระกูลมู่!!"
เหล่าเซียนที่อยู่ในเหตุการณ์หวาดผวาอย่างยิ่งในใจต่างผุดความคิดเดียวกันขึ้นมา!
มู่เสินฉวนเสียสติไปแล้ว!
คลั่งการสังหารอะไรถึงเพียงนี้!
ไม่สนใจความเป็นตายร้ายดีของตระกูลในแดนใต้หรือถึงได้เรียกอาวุธจักรพรรดิมาที่นี่ เพียงเพื่อจะจัดการพวกเขาทั้งหมด!