ตอนที่17 คนนิสัยไม่มี
วันนี้เป็วันหยุดที่ทุกคนในบ้างต่างก็มายืนรอส่งธนวินท์ไปอยู่กับติณภพ ข้าวของมากมายถูกแพ๊คเป็อย่างดีส่งไปล่วงหน้าหลายวันแล้ว ในมือเด็กหนุ่มหอบหิ้วเพียงตุ๊กตาแมวตัวเดียวที่พาไปด้วย
“โชคดีนะลูก อย่าดื้อกับอาภพล่ะ เชื่อฟังอาภพนะค่ะหนูวิน”
“คับคุณยาย”
“โชคดีนะคะคุณหนู”
“คุณยายคับ ป้าน้อยน้องวินไปก่อนนะครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วโบกมือลาทุกคนจากในรถ หลังจากที่กอดลากันไปยกใหญ่แล้วเมื่อกี่
บอกลากันเรียบร้อยไม่นานรถของชายหนุ่มก็ขับออกมาจากบ้านจันทร์ประดับ ธนวินท์หันมองรั่วบ้านสีขาวจนลับตาก่อนจะหันกลับมานั่งตัวตรงตามปกติมองทางบ้างก็กันมองใบหน้าของติณภพบ้าง
“คุณท่านปล่อยคุณหนูไปอยู่กับคุณภพสองคนแบบนั่นมันจะดีเหรอค่ะ” หญิงสูงวัยถามคนเป็เ้านายด้วยความเป็ห่วง
“ดีซิ! น้องวินจะได้โตเป็ผู้ใหญ่สักที”
“แต่คุณท่านมองออกใช่ไหมค่ะว่าคุณภพเธอดูไม่ได้เออ …ไม่ได้รักคุณหนูวิน”
“อยู่ด้วยกันไปเดี่ยวก็รักกันเองแหละ ไม่นานหร่อกน้อยขี้คร้านตาภพจะตามติดยัยหนูแจ”
“ดูคุณท่านมั่นใจจังเลยนะค่ะ น้อยกลัวเหลือเกินค่ะว่าคุณหนูจะเ็ป เสียใจเหมือนคุณวาด”
“วางใจเถอะน้อย ฉันเชื่อสายตาตัวเอง”
“ค่ะคุณท่าน” แสงจันทร์แค่มั่นใจว่าหลานชายจะทำให้ติณภพหลงรักได้ในสักวัน เขาเองจะได้หมดห่วง เขาเชื่อสายตาตัวเองที่มองติณภพคนที่เขาเลี้ยงดูมาั้แ่เด็ก
รถขับออกมาสักพักใหญ่แล้วเด็กหนุ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว ทั้งที่เพิ่งจะทานข้าวเที่ยงไปเอง
“อาภพน้องวินอยากทานขนม”
“อย่าเื่มาก!”
“อยากกินๆ”
“นี่!”
“ก็ได้ๆ” เด็กหนุ่มหน้างองำกอดตุ๊กตาแมวอ้วนที่เอาติดมือมาด้วยแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น
….
รถคันโตขับเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านของติณภพ เขาลงไปเปิดประตูรั่วแล้วขับรถเข้ามาจอดในรั่วบ้าน ชายหนุ่มดับเครืองยนต์แล้วลงจากรถตามมาด้วยธนวินท์ที่เดินตามหลังเข้ามาติดๆ
เด็กหนุ่มกวาดสายตามองบ้านหลังนี้ในรอบเกือบสองปีที่ไม่ได้เหยียบมาที่นี่ั้แ่วันนั่น ทุกอย่างยังเหมือนเดิมทุกประการเขาเดินตามหลังติณภพขึ้นมาขั้นสองของบ้าน จนมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนเล็กที่เด็กหนุ่มเคยมานอนแล้วครั้งหนึ่ง
“ที่นี่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้สองครั้งต่อสัปดาห์ ฉันจะบอกไว้ให้นะ ว่าอยู่ที่นี่เธอต้องทำเองทุกอย่างไม่มีใครคอยตามใจเหมือนที่บ้าน”
“วินรู้แล้วน่า อาภพอะย้ำอยู่ได้”
“เออ ถ้าทำได้ก็ดี อย่าเห็นล่ะว่าให้ใครที่บ้านมาช่วย”
“ไม่ทำแบบนั่นหร่อกครับ” จากตอนแรกที่แอบคิดในใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดนั่นไปทันที ใช่ว่าตัวเขาจะทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็เอาสะเลย เพียงแต่แค่ไม่มีโอกาศได้ทำต่างหากล่ะ
“รับไปซ๊ะซิ” เขามองพวงกุญแจตรงหน้าที่ถูกติณภพยื่นมาให้
“นี่ห้องของเธอ”
“เราแต่งงานกันแล้วนะ ทำไมยังต้องนอนแยกห้องกันอีกคับอาภพ” เด็กหนุ่มกระชับกอดตุ๊กตาแมวในมือ ทำหน้ากระเง่ากระงอดออดอ้อนชายหนุ่ม ติณภพกอดอกยกยิ้มมุมปาก
“ก็ฉันเคยบอกเธอแล้วนี่ว่าเราจะอยู่ด้วยกันในฐานะอาหลานเท่านั่น” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีแววล่อเล่นอยู่ในน้ำเสียง ทำคนตัวเล็กไม่พอใจได้แต่ก้มหน้ามองพื้นห้อง เขาคิดว่าชายหนุ่มคงแค่พูดขู่ตอนอยู่บ้านเท่านั่น แต่ติณภพกลับพูดจริง จนทำเด็กหนุ่มตาแดงเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ยังกัดฟันยอมรับทั้งที่ใจไม่อยากจะยอมรับมันเลยสักนิด
“คับแยกก็แยก”
“พูดรู้เื่แบบนี้ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ นี่กุญแจสำรองจัดของให้เรียบร้อย…ฉันจะออกไปข้างนอกเดี่ยวเย็นๆ จะซื้อข้าวมาให้หวังว่ากลับเข้ามาแล้วเธอจะไม่ทำบ้านฉันรกนะ” พูดจบก็หันหลังเดินออกไป
“เดี่ยวก่อนคับอา” ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินไปหันกลับมามองหน้าธนวินท์
“สงสัยอะไรอีก?”
“ถ้าในระหว่างสี่ปีที่เราอยู่ด้วยกัน อาให้ฐานะวินเป็แค่อาหลานวินก็จะยอมรับมันให้ได้ แต่อาก็ต้องทำตามข้อตกลงของวินเหมือนกันคับ”
“ข้อตกลง?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม สงสัยว่าเ้าลูกแกะตัวขาวมีข้อตกลงอะไร หรือจะเล่นอะไรพิเรนๆ แกล้งเขาอีก
“อย่าพาคนของอามาที่บ้านหลังนี้”
“เธอหมายถึงใคร?”
“ก็เด็กๆ ในสต็อกอาไงคับ หรือว่าคุณเกรซอะไรนั่นด้วย” ชายหนุ่มกอดอกมองใบหน้าท่าทางจริงจังของลูกแกะตัวขาวบ้าง
“ได้!” เขากัดฟันตอบตกลง ‘ไม่ให้พามาที่นี่ก็พาไปที่อื่นได้’ สองคนจ่องตากันในความเงียบ
“อ่อ มีอีกเื่นึ่งแนะคับ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นติณภพดูมันใจขนาดนั่นว่าจะไม่พาคู่นอนของเขามาที่บ้าน
“อะไรอีกล่ะ!”
“สีปีนี้อาห้ามไปเอากับใคร อาห้ามมีใครเด็ดขาดเพราะถ้าวินรู้วินจะฟ้องคุณยาย จะเล่าให้คุณยายฟังให้หมดเลยคอยดู” เด็กหนุ่มกำมือเข้าหากันจนแน่นเขาโกรธติณภพมากมายแค่ไหนเสียใจมากมายขนาดไหนแต่ชายหนุ่มก็ชอบทำเมินเฉยต่อกันอยู่เรื่อย คราวนี้คงได้ยิ่งเกลียดเขาขึ้นมากว่าเดิมอีกแน่
“เธอนี่มัน!” ชายหนุ่มชี้หน้าธนวินท์อย่างอยากเอาเื่แต่ทำอะไรไม่ได้
“ทำไมคับอาภพวินทำไม… หึ! วินก็แค่รักษาสิทธิ์ของตัวเองเท่านั่น ก็อาภพเป็ของน้องวินแล้วนี่คับ……ถึงอาจะไม่อยากเป็ก็เถอะคับ” ฟังสิ่งที่ธนวินท์พูด ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรอีกเขาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายหันหลังเดินออกไปทันที เด็กหนุ่มเพียงมองติณภพตาแดงกล่ำ สะอื่นไห้ แล้วไข่กุญแจเข้าห้องนอนมาเงียบๆ เท่านั่น
ห้องนอนเล็กที่เคยมานอนครั้งนั่นตอนนี้กลับมีพื้นที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากชายหนุ่มสั่งทุบห้องเก็บของข้างๆ เพื่อนขยายห้องนอนเล็กให้เกือบเท่ากับห้องนอนใหญ่ เด็กหนุ่มมองสำรวจภายในห้องนอนที่ถูกทาด้วยสีขาวล้วนสะอาดตา เฟอร์นีเจอทุกชิ้นล้วนเป็สีขาวทั้งหมด มีทั้งโซนที่เป็โต๊ะทำงานไว้อ่านหนังสือชั้นวางของ และส่วนที่เป็เตียงนอนแยกกัน ถัดออกไปเป็ห้องน้ำมีทั้งอ้างอ่าบน้ำและฝังบัว มีหน้าต่างหันออกไปทางหน้าบ้านและระเบียงที่หันออกไปทางหลังบ้านอีกที เด็กหนุ่มเดินมาเปิดประตูระเบียงห้องออกจนกว้าง ทันทีที่ประตูเปิดออกกว้างลมก็พัดโกรกเข้ามาในห้องจนผ้าม้านปลิวสะไหว้ ธนวินท์หันกลับมามองข้าวของที่ลุงกนกข่นมาจากบ้านให้เขา แล้วเดินเข้ามาลงมือจัดการทุกอย่างตามที่ติณภพสั่งเอาไว้ให้เรียบร้อยเขาไม่อยากโดนนิณภพดุ
กว่าจะเรียบร้อยป่าไปเกือบครึ่งวัน ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วเขาหิวจนตาลายไปหมดเดินลงมาข้างล่างเพื่อนหาอะไรทานเปิดตู้เย็นออกดูก็ไม่มีของสดหรือบนชั้นวางของตู้ๆ ต่างๆ ก็ไม่มีอะไรที่เด็กหนุ่มพอจะทานได้เลยสักอย่าง พอเงยหน้ามองนาฬิกาที่ติดอยู่บนพนังบ้านตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าติณภพจะกลับมาสักที
ธนวินท์เลยขึ้นไปอ่าบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วลงมานอนเล่นโทรศัพท์รอชายหนุ่มข้างล่าง ธนวินท์ไม่อยากโทรไปตามติณภพให้ผิดใจกันอีก จนเด็กหนุ่มเผลอหลับไปในที่สุด
เสียงตะกุกตะกักที่ประตูทางเข้าบ้านทำเด็กหนุ่มสดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ธนวินท์หลับไปทั้งที่ไฟในบ้านยังไม่ได้เปิดเอาไว้ เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งมองไปที่ประตูบ้านอย่างหวาดกลัว ก่อนจะทำใจกล้าลุกเดินออกมาที่ประตู
“ใครน่ะ” ถามออกไปแล้วแต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
“ผมถามว่าใคร?” เด็กหนุ่มไม่กล้าแม้แต่จะเปิดไฟด้วยซ้ำเขากลัวว่าถ้าเป็โจรขึ้นมา เขาจะกลายเป็เป่าสายตาเพราะอยู่ในที่แจ้ง มือเล็กควานหาอุปกรณ์ป้องกันตัวเขาได้แจกันดอกไม้บนโต๊ะรับแขกติดมือมาด้วย
“ผมถามว่าใคร! ถ้าไม่ตอบจะแจ้งตำรวจแล้วนะ~” เด็กตัวขาวถามออกมาด้วยเสียงอันสันเทา ยืนหลบอยู่ข้างประตูในความมืด เขายังได้ยินเสียงตะกุงตะกังอยู่หน้าประตูไม่หยุด เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งกอดเขาน้ำตาไหลพราก เขาไม่แน่ใจว่าคนที่กำลังจะเข้ามาคือติณภพหรือเปล่า เพราะถามออกไปเท่าไหร่ก็ไม่เสียงตอบกลับมาสักครั้ง
‘ถ้าหากไม่ใช่อาภพล่ะ” ฟันคมกัดปากตัวเองไม่ให้เสียงร้องไห้จากแรงสะอื่นดังเล็ดลอดออกไปจากริมฝีปาก เขากลัวจนตัวสั่นแต่ก็ยังทำใจกล้าถือแจกันใบเล็กเอาไว้จนแน่น
“แกรกกกก!!!!” เสียงเปิดประตูเข้ามาในบ้านทำเด็กตัวขาวหลับตาปี่ ลุกขึ้นยืนและกำลังจะใช้แจกันทุบหัวคนมาใหม่แต่โชคดีที่มือใหญ่ของติณภพรับมันไว้ได้ทันซ๊ะก่อน
“ธนวินท์เธอจะทำอะไรนะห๊ะ!!” เสียงตะคอกของคนตัวโตทำเด็กหนุ่มหยุดมือลงกระทันหัน ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในความมืด
“อาภพ ฮึก หืออ ~ น้องวินกลัว” เด็กตัวขาวะโกอดไปรอบลำคอหนาทันทีที่เห็นว่าคนมาใหม่คือสามีมาดๆ ของตน
“อาภพไปไหนมา ฮึก~ทำไมเพิ่งจะกลับมาเอาป่านนี่ละคับ น้องวินกลัวฮึก~” เด็กหนุ่มสะอื่นไห้จนตัวโยนอยู่บนอกเขาชายหนุ่มเงียบไปอึดใจ เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะดันคนตัวเล็กออกไปจากอก
“มีสติแล้วหยุดโวยวายสักทีธนวินท์” คนที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายกำลังกลั่นเสียงสะอื่นแล้วผละออกจากอกชายหนุ่ม มองคิณภพในความมืด
“อาภพคับ ฮึก~” ติณภพผละออกมาแล้วหันไปเปิดสวิสไฟจนทั้งห้องสว่างวาบ ชายหนุ่มเดินไปวางของที่ซื้อมาบนโต๊ะอาหารก่อนจะยืนกอดอกพิงโต๊ะแล้วจ่องมองคนตัวขาวที่ยืนก้มหน้ากลั่นสอื่น
“ไหนตอบฉันมาซิ เธอเป็อะไร”
“วินกลัว ฮือ~” สองขาเล็กก้าวเดินมาหาชายหนุ่ม มือเล็กจับไปบนชายเสื้ออย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาอยากให้ติณภพปลอบแต่ชายหนุ่มช่างแสนเฉยชาเหลือเกิน
“อาภพไปดื่มมาเหรอคับ” เด็กหนุ่มเช็ดน้ำตาออกลวกมองคนตรงหน้า
“แค่ดื่มมานิดหน่อย” เขาผละเดินเลี่ยงออกมาจากธนวินท์ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยมานอกกางเกง ชายหนุ่มเดินมาเปิดลิ้นชักตรงทางขึ้นบันไดชั้นสองหยิบซองบุหรี่ออกมาแล้วจุดบุหรี่สูบโดยไม่สนสายตาของธนวินท์สักนิด
“มองอะไรหนักหนาว้ะ ข้าวอยู่บนโต๊ะ” ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งลงบนโซฟา ตัวที่หันหน้าเข้าหาโต๊ะทานข้าว เขาดึงมวลบุหรี่ออกมาจากริมฝีปาก ก่อนจะพ้นมันออกมาอยากสบายใจ
“อาเครียดอีกแล้วเหรอครับ” ธนวินท์ถามขึ้นเมื่อเห็นติณภพกำลังอัดบุหรี่เข้าปอด แล้วเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างชายหนุ่ม
“เป็เพราะน้องวินเหรอคับ~”
“หึ!” ชายหนุ่มชำเลืองสายตามองไม่ได้ตอบคำถามใดๆ
“อาภพไม่สูบแล้วได้ไหมคับ”
“ไม่อยากให้ฉันสูบแล้วเธอมีอะไรมาแลกละ” เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากอิ่มแดงข้างล่างอย่างรู้สึกกดดัน เขาไม่มีอะไรมาแลกสองคนนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบมาสักพัก
“ไปทานข้าวเถอะ ฉันจะนั่งรอเป็เพื่อน” เขาถอนหายใจบี้ก้นบุหรี่ลงในจานสำหรับใส่ก้นบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะ
หันมามองใบหน้าธนวินท์แล้วหมดอารมณ์จะสูบต่อ ดวงตารูปเหยี่ยวสีนิลเข็มกวาดมองใบหน้าเด็กหนุ่มที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มามาดๆ ธนวินท์ส่วมเสื้อกล้ามสีฟ้าหม่นเปิดเผยชวงอกกับหัวไหลขาวเนียนใส่กางเกงขาสั่นแบบที่เ้าตัวชอบใส่อยู่บ้านเป็แระจำจนเห็นต้นขาอ่อน เด็กหนุ่มกำลังจะลุกไปดูอาหารที่ติณภพซื้อมาให้ แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกออกไปไหนข้อมือเล็กก็ถูกกระชากจนร่างกายเซถล่าเข้ามาปะทะอกแกร่งทันที
“แต่งมายั่วฉันเหรอ” ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่ที่วางอยู่บนหน้าขาอ่อนตอนไหนไม่รู้กำลังบีบเคล้นคลึงเรื่อยมาจนถึงก้นงอล
“อื่อ เปล่าซักหน่อย” ชายหนุ่มคงไม่รู้ตัวว่าก้นงอลของหลานชายคุณท่านทำเขาติดใจขนาดไหน มันเต็มไม้เต็มมือจนเผลอลงน้ำหนักมือบีบขย่ำแรงไปหน่อย ใบหน้าคนถูกกระทำบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายขาวทำเขายื่นหน้ามาคลอเคลียอยู่ชิดซอกคอขาวอย่างไม่ทันรู้ตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ คลายกลิ่นกุหลาบในตอนเช้าทำชายหนุ่มเตลิดควบคุมตัวไม่อยู่เขาซุกซอกคอคนบนตักลากลิ้นสากขึ้นมาจนถึงติ่งหู ขบเม้มมันเบาๆ หายใจรดต้นคอ
“ชอบไหม” เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบเ้าตัวนั่นตัวสั่นอยู่บนตัก มือสองข้างถูกติณภพดึงไปพาดบ่า ชายหนุ่มถอนหายใจเขาเองต่างหากที่กำลังหลงไหล่ััจากร่างกายเด็กคนนี้ มือใหญ่เคลื่อนเข้ามาในเสื้อกล้ามตัวบาง ใช้ฝ่ามือััไปบนร่างกายของเด็กหนุ้ม จนเจอเม็ดบัวสีหวานเข้าแล้วก็หยุดมือไว้แค่นั่น เด็กหนุ่มชะงักค้างมือเล็กเลื่อนมาดันแพงอกเขาทันที
“อาภพอย่า”
“ไม่ชอบเหรอ” เขาเงยหน้าเ้าเลห์ขึ้นจากซอกคอแล้วถามขึ้นสายตาคาดคั่นเอาคำตอบ แต่มือใหญ่ก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว
“อาเมาแล้วพอเถอะคับ” กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งไปกับกลิ่นเหล้าเด็กหนุ่มพยายามเรียกสติคนตัวโตให้หยุดการกระทำหยาบโลนนี้ลง
“อย่าทำแบบนี้นะ!ผมไม่เต็มใจ”
“หึ ไม่ให้เอาก็ลงไป” ชายหนุ่มหยุดการกระทำทุกอย่างลงเขาหงุดหงิดที่ถูกเด็กปฏิเสธทั้งที่เขาอยากไปต่อกับเกรซ แต่ก็เลือกที่จะซื้อข้าวกลับมาให้เด็กดื้อแทน แถมตรงกลางกายยังแข็งค้างคาสงสัยคงต้องขึ้นไปช่วยตัวเองก่อน
“ไหนอาบอกว่าเื่ของเราแค่อาหลานไงคับ” เด็กหนุ่มถามออกมาด้วยความขับค่องใจ เขาเต็มใจเป็ของติณภพไม่เคยอยากปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะคำพูดของติณภพเองต่างหากที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามนี้ขึ้นมา
“ก็เธอไม่ให้ฉันไปเอากับใครนี่”
“แค่นี้เองเหรอครับที่อาภพอยากมีอะไรกับวิน”
“ใช่ แล้วเธอคิดว่าฉันพิศสวาทเธอมากนักเหรอไง” คำตอบยียวนกวนโมโหของติณภพทำเด็กหนุ่มกัดฟันกรอด
“งั่นอาภพก็ปล่อยวินเถอะคับ” เด็กหนุ่มตัดบททันที่ที่ติณภพพูดประโยคนั่นจบ เพียงแค่อยากไปมีอะไรกับใครแล้วไม่ได้เลยจะมาลงกับเขาเท่านั่นเองเหรอไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลยสักนิดเดี่ยว
“นี่!” ปากเล็กถูกบีบด้วยมือใหญ่ เด็กหนุ่มปล่อยคนกำลังโกรธทำตามใจไป เขาไม่ได้ดิ้นรนขัดขื่นอีก จนชายหนุ่มพลักเขาออกจากตัว
……
ธนุวินท์นอนพลิกตัวไปมา เขานอนไม่หลับ พยายามยังไงก็นอนไม่หลับอยู่ดี นับเลขก็แล้วนับแกะก็แล้ว เลยลุกออกมายืนรับลมที่ระเบียงห้อง เขาชำเลืองมองระเบียงห้องที่ติดกันของติณภพกลับปิดไฟมืดสนิท แต่ยังได้กลิ่นบุหรี่โชยมา ขาเล็กก้าวเดินไปจนชิดระเบียงห้อง
“อาภพหลับไปแล้วเหรอ?” เ้าตัวกำลังพึมพรำคนเดียว สองมือค้ำจับราวระเบียงหลับตาลงสูดอากาศเข้าปอด แต่ก็ยังได้กลิ่นเหม็นของบุหรี่จนหงุดหงิดใจ
“ไม่เห็นเหมือนที่บ้านสักนิดเลยอ่า”
“นอนไม่หลับเหรอ!”
“Ooใหมดเลยครับ”
“ฉันไม่ใช่ผี”
“แล้วอาทำไมไม่เปิดไฟละคับ ทำอะไรที่มืดๆ” ชายหนุ่มส่ายหน้า ยกบุหรี่ขึ้นมาสูบเงียบๆ
“แค๊กๆๆ” ธนวินท์ใช้มือปัดควันบุหรี่ออกเมื่อถูกติณภพพ้นควันใส่
“หึๆๆ”
“อาภพนิสัยไม่ดี แค๊กๆๆ”
“เหรอ?” ชายหนุ่มบี้ก้นบุหรี่บนจานสำหรับทิ้งบุหรี่อย่างหงุดหงิด แล้วเดินกลับเข้าห้องตัวเองไปเงียบๆ ปล่อยเด็กหนุ่มไว้คนเดียว