ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 117 เก็บกวาดหลังงาน (3)

            บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยกล้องถ่ายทำรายการและกล้องถ่ายภาพหลายตัว พนักงานในห้องส่งต่างพากันเตรียมการถ่ายทำตามหน้าที่ของตนหลิวอวี้เหราเดินอมยิ้มถือ IPAD มาวางไว้บนโต๊ะบนหน้าจอปรากฏแอคเค้าท์ QQ ของผู้อำนวยการสถานี หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างการถ่ายทำจะได้สื่อสารได้ทันท่วงที

            ถึงแม้เธอจะยังคงสงสัยว่าทำไมคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปซ้ำยังมีสีหน้าอารมณ์แข็งทื่อแบบนี้ถึงเป็นที่พูดถึงและถูกจับตามองจากสื่อต่างๆมากมายขนาดนี้ แต่ว่าจากสายโทรศัพท์จากเบื้องบนที่ต่อตรงมากำชับเธอสายแล้วสายเล่าทำให้เธอตระหนักถึงความสำคัญของการสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นอย่างดี

            สิ่งที่ทำให้เธอเคลือบแคลงใจที่สุดก็คือ... ทั้งๆที่ผู้จัดให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ขนาดนี้แต่ทำไมถึงไม่คำนึงถึงกระแสและเรทติ้งเลย

            เพราะถ้าทางผู้จัดให้ความสำคัญกับเรทติ้งโดยปกติแล้วต้องเรียนเชิญดารานักแสดงหรือศิลปินที่กำลังเป็นข่างอื้อฉาวมาให้สัมภาษณ์ไม่ใช่เหรอ?แบบนี้คนดูถึงจะติดตาม... แต่ครั้งนี้กลับตรงกันข้ามแขกที่เชิญมาสัมภาษณ์ไม่มีประเด็นอะไรในกระแสเลย แถมยังเป็นคนนอกวงการอีกใครก็ไม่รู้เหมือนโผล่มาจากหลุมอากาศ แล้วแบบนี้จะเรียกเรทติ้งได้อย่างไร?

            อีกด้านหนึ่งเจิ้งซ่งกับผู้จัดการจางกำลังตื่นเต้นและพยายามจำรายละเอียดสคริปต์ถามตอบให้แม่นยำที่สุดทำเอาพวกเขาไม่ได้นอนทั้งคืน

            ยิ่งวันนี้ ได้มาเจอสวีหยางอี้ตัวจริง พวกเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ

            เพราะสวีหยางอี้ไม่ใช่ลูกหลานเศรษฐีหรือนักการเมืองที่ทรงอิทธิพล...

            ท่าทางของเขาดูไม่เหมือนกลุ่มคนเมื่อวานแม้แต่น้อย แต่ว่ามีกลิ่นไอและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

            ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุใด เมื่อพวกเขาสองคนอยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายแล้วรู้สึกเหมือนตัวเล็กกระจิดริดอย่างบอกไม่ถูก

            ความรู้สึกแบบนี้แปลกประหลาดยิ่ง ทั้งที่อีกฝ่ายก็ดูเป็นมิตรกับพวกเขาอย่างน้อยก็พูดคุยเป็นปกติ แต่พวกเขากลับรู้สึกเหมือนไม่อยู่ในสายตาอีกฝ่ายเลยแม้ตอนทักทายกัน ก็ไม่เหมือนกำลังคุยกับพวกเขาอยู่

            เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่?

            คนที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับสวีหยางอี้ตอนนี้ล้วนมีความสงสัยอยู่เต็มอกนอกจากสวีหยางอี้ที่นั่งจิบกาแฟอย่างไม่สนใจ คนอื่นๆที่เหลือต่างเหลือบสังเกตเขาทุกๆ สามวินาที

            “พวกเราเริ่มกันได้รึยัง?” หลิวอวี้เหราคลี่ยิ้มเอ่ยถาม

            สวีหยางอี้พยักหน้าอย่างไร้อารมณ์  สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ช่างเสียเวลาชะมัด สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดตอนนี้คือฝึกวิชาเวทในคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์ในปฐมบทบทที่สองเพลงยา

            เพราะในปฐมบทบทนี้ จะนำมาซึ่งพลังเวทท่าใหม่แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือตัวเขาขยับเข้าใกล้การหลอมโอสถวิเศษขึ้นอีกก้าวแล้ว

            สำหรับเขาการใช้วิชาเวทของตัวเองยังหยาบ ขาดทักษะและความแม่นยำอยู่แต่ก็พอใช้ได้อย่างถูๆ ไถๆ 

            “คุณสวีคะ... คุณสวี...” ขณะที่สวีหยางอี้กำลังใจลอย หลิวอวี้เหราก็ส่งเสียงกระซิบเรียกสวีหยางอี้ดึงสติกลับมาระบายยิ้ม “คุณหลิวมีอะไรเหรอ?”

            หลิวอวี้เหราและผู้คนที่อยู่ในห้องส่งทุกคนต่างตะลึงไปตามๆ กัน

            มีอะไรเหรอ?

            แน่นอนว่าต้องมีสิยะ!

            นี่รายการสัมภาษณ์ ก็ต้องให้สัมภาษณ์สิ!

            ผู้ดำเนินรายการระดับแถวหน้าอย่างหลิวอวี้เหราอย่างฉัน ผู้จัดการจางคนดังและนักแสดงที่เป็นกระแสอย่างเจิ้งซ่งมากันครบขนาดนั้นยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรอีกเหรอ?

            รอยยิ้มของหลิวอวี้เหราแห้งผากลงทันที แต่เธอก็ฝืนยิ้มต่อไปอย่างมืออาชีพ“คุณสวีคะ คุณคิดอย่างไรกับกระแสที่พูดถึงคุณในโลกออนไลน์?”

            สวีหยางอี้มองอยู่ IPAD ที่วางไว้บนโต๊ะก่อนหน้านี้อย่างเป็นธรรมชาติ

            สีหน้า ท่าทาง แววตาของเขาช่างเป็นธรรมชาติยิ่งนัก...ไหลลื่นอย่างมืออาชีพจนพวกตากล้องอดกระซิบกันไม่ได้ “โห...นี่เขากำลังแย่งซีนพิธีกรอยู่ใช่ไหม...”

            หลิวอวี้เหรายังคงแสร้งยิ้มได้อย่างแยบยลเพราะเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้แตะต้องไม่ได้

            ไม่ใช่แค่แตะต้องไม่ได้ แต่ทางผู้จัดถึงขนาดเชิญพิธีกรมือหนึ่งของวงการมาสัมภาษณ์เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้จัดต้องการใช้ชื่อเสียงของเธอเสริมบารมีเขาขึ้นไปอีก

            สวีหยางอี้กวาดมองเพียงหนึ่งปราดก็อ่านสคริปท์ไปสิบบรรทัดแล้วและเห็นวิดีโอรูปภาพต่างๆ ที่แนบมาด้วย โดยทั้งหมดถูกจัดอยู่ในหมวด“สุดยอดคลิปวิดีโอมาแรงสัปดาห์นี้”

            ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ณ บึงบงกชจตุทิศปรากสู่สายตาผู้พบเห็นนับร้อย!

            ตะลึง!พบซากสัตว์ประหลาดน้ำจืดขนาดหลายร้อยเมตรปรากฏตัวกลางบึงบงกชจตุทิศ!

            เทพเซียนหรือปีศาจ? ชายหนุ่มยืนตระหง่านท่ามกลางปรากฏการณ์ธรรมชาติณ บึงบงกชจตุทิศ!

            ข้อถกเถียงของนักวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับปรากฏการณ์ปริศนา ณบึงบงกชจตุทิศ

            เขากดเข้าไปดูอย่างสนใจ แต่ไม่สนใจผู้คนและทีมงานที่อยู่รอบข้างแม้แต่น้อยจนเสียงสัญญาณปล่อยโฆษณาคั่นรายการดังขึ้น

            ตึง....

            ทั้งตากล้อง เจิ้งซ่ง ผู้จัดการจาง และหลิวอวี้เหราในใบหน้าที่ฝืนยิ้มจนแทบจะทนไม่ไหวต่างตกตะลึกอึ้งงันไปกับการกระทำของสวีหยางอี้เป็นอย่างมาก

            คนๆ นี้ ... ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการขั้นตอนใดๆ ทั้งสิ้น!

            รายการสัมภาษณ์ทั่วไป พิธีกรจะเป็นผู้ดำเนินรายการควบคุมบรรยากาศและจังหวะของการสัมภาษณ์ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายทำเหมือนไม่รู้ว่าพิธีกรมีไว้ทำอะไรและทำอะไรตามใจตัวเอง

            มู่ตันกวาดมองผู้คนโดยรอบอย่างเคร่งขรึมจากนั้นก็แอบยกโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบรรยากาศในห้องส่งอย่างเงียบๆและส่งเข้าไปในกลุ่มแชท “อิจฉาฉันสิ... เกลียดฉันสิ... ฉันกำลังดูหยางอวี้ผู้น่ารักกำลังนั่งให้สัมภาษณ์อยู่ท่ามกลางเหล่าคนวงการมีชื่อเสียงอยู่เต็มสองตา”

            “I WANT HIM!” “ถ่ายทำที่ไหนอ่ะ? ฉันมียันต์ล่องหนอยู่หนึ่งใบ! ฉันอยากแอบเข้าไปดูจัง!” “เจ๊มู่ตันลงวิดีโอวันไหนอ่ะ?”

            กลุ่มแชทกลุ่มนี้... มีสมาชิกทั้งหมดแปดร้อยกว่าคน...

            “แน่นอนว่าต้องรอให้อัดรายการเสร็จก่อน”มู่ตันเม้มปากพิมพ์ตอบอย่างแทบเก็บอาการไม่อยู่ “พวกเธอต้องเห็นเมื่อครู่คนในห้องส่งตกตะลึงกันหมดเลยพวกเขาคิดไม่ถึงว่าหยางอวี้พวกเราจะตำอะไรตามอำเภอใจขนาดนั้น น่ารักมากๆ”

            “พวกเขาควรจะรักษาโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ฝึกตนไว้ให้ดีๆ นะ!”“พวกเขาจะรู้สึกแบบนั้นได้อย่างไรพวกเขาไม่รู้หรอกว่าหยางอวี้ของพวกเราเป็นผู้ฝึกตน” “ฮ่าๆๆฉันชอบเห็นสีหน้าพวกคนธรรมดาที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างและจริงๆ แล้วไม่รู้อะไร”

            ภายในกลุ่มแตกตื่นราวกับผึ้งแตกรัง โดยที่สวีหยางอี้ไม่รู้สักนิดหลังจากอดทนรอโฆษณาจบลง รายการก็เริ่มทำการถ่ายทำ

            หลิวอวี้เหราเริ่มรายการโดยการเปิดคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งที่เริ่มถ่ายตั้งแต่ท้องฟ้ายามค่ำคืนสวีหยางอี้นั่งดูสายตาไม่ขยับ จนกระทั่งถึงฉากดาวทั้งเจ็ดดวงนั่นที่สังหารปีศาจปรากฏการณ์ดอกพลับพลึงเบ่งบาน ปราก​ฏการณ์คลังสมบัติน้ำวนจากนั้นก็ปราก​ฏคอมเม้นท์ในโลกโซเชียลขึ้นมา

            “นี่มันเรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย? นี่เป็นปราก​ฏการณ์ธรรมชาติเหรอ?ฉันคิดเป็นสเปเชียลเอฟเฟคมากกว่านะ!”... จากแอคเค้าท์8002719

            “ถึงคอมเม้นท์ด้านบน นายมั่นใจขนาดนั้นได้อย่างไร วันที่เกิดเหตุคนในเหตุการณ์พากันโพสต์วิดีโอกันให้พรึบ แต่ตอนนี้กลับถูกลบออกอย่างน่าสงสัยฉันคิดว่าเรื่องนี้จะต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ!”... จากแอคเค้าท์แรคคูนน้อยชอบกินหมี่กรอบ

            “หลายพันปีมานี้ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลยนี่ใกล้จะถึงวันสิ้นโลกแล้ว? วีดิโอที่แชร์กันบนโลกโซเชียลเชื่อถือได้เหรอ!”...จากแอคเค้าท์ lazy dragon

            “หยุดเถียงกันได้แล้ว! วิดิโอนี้เป็นของเพื่อนฉัน!แล้ววันนั้นฉันก็อยู่ด้วยและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตัวเอง!อุตส่าห์โพสต์ให้ดูขนาดนี้แล้ว พวกเธอยังไม่เชื่อกันอีก! ลงแล้วก็ถูกลบถูกลบก็ลงใหม่เป็นสิบๆ รอบ! พวกเธอจะเชื่อฉันหน่อยไม่ได้รึไง!”...จากแอคเค้าท์เซียวจินอวี๋

            “ไอหยา! คนโพสต์มาเองเลย! ไหนๆ เล่าให้ฟังหน่อย วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?คลิปนี้ถูกแชร์เยอะมาก นาทีนี้!”... จากแอคเค้าท์ Call mequeen 

            หลังจากที่อ่านคอมเม้นท์ได้สักพักภายในใจสวีหยางอี้ก็ได้แต่คิดว่ากลายเป็นเรื่องโตไม่น้อยเลยนะเนี่ย...ครั้นแล้วจึงเท้าแขนวางบนโต๊ะและตอบคำถามเมื่อครู่ “ก็น่าสนใจดี”

            ‘ก็’ น่าสนใจงั้นเหรอ?

            ทุกคนในห้องส่งตะลึงลานอีกระลอก... เห้ย ลูกพี่พวกเราอุตส่าห์ใช้ชื่อเสียงพวกเราทำให้นายโดดเด่นในวันนี้นายช่วยพูดอะไรมากกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ!

            “แค่ก...” หลิวอวี้เหราไอกระแอมเธอไม่คิดไม่ฝันว่าแขกรับเชิญคนสำคัญในวันนี้จะรับมือยากขนาดนี้แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเธอ จึงระบายถามต่อ “คุณสวีคะจากคลิปวิดีโอที่คุณได้ดูเมื่อสักครู่ คุณคิดว่าเป็นของจริงหรือไม่?”

            “ไม่ใช่แน่นอน” แม้สวีหยางอี้ไม่มีประสบการณ์ออกรายการสัมภาษณ์มาก่อนแต่เขาก็เคยดูรายการประเภทนี้มาบ้าง เขาจึงคลี่ยิ้มตอบ “เรื่องแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ”

            “บังเอิญอย่างไรคะ?” ในที่สุดก็ติดกับแล้ว...หลิวอวี้เหราลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก และรีบไล่ถามต่อทันที

            “ในฐานะคนในวงการบันเทิงหน้าใหม่อย่างผมที่กำลัง...”สวีหยางอี้มองไปยังเจิ้งซ่ง ให้ตายเถอะ ดันลืมชื่อของอีกฝ่ายไปได้

            แล้วเขาก็ตอบค้างไว้แบบนั้น

            ตอนนี้ไฟโมโหเริ่มสุมขึ้นกลางอกหลิวอวี้เหราแล้ว “แขกรับเชิญคนสำคัญ”วันนี้ไม่มีทางเป็นคนในวงการบันเทิงแน่นอน ในเมื่อเขาไม่ใช่คนในวงการก็ยังพอให้อภัยได้ แต่กับคนที่คร่ำหวอดในวงการสองคนนั้นกลับไม่รับช่วงพูดต่อไม่ช่วยกลับกลบเกลื่อนบรรยากาศอันอึดอัดนี้ มันหมายความว่าอย่างไร? ทำไม! คิดว่าตัวเองโด่งดังจนดูถูกรายกายของพวกฉันแล้วงั้นเหรอ?

            หลิวอวี้เหราพยายามสะกดความหงุดหงิดในใจลง เมื่อหันไปหาสองคนนั้น ก็พบว่าเจิ้งซ่งกับผู้จัดการจางจางกำลังดูวิดีโอนั้นอยู่อย่างตกตะลึงอึ้งค้าง

            ช้าก่อน...

            ในห้างสมองอันปราดเปรื่องของเธอผนวกกับประสบการณ์การเป็นพิธีกรมาอย่างโชกโชน อยู่ๆเธอก็ได้กลิ่นความผิดปกติบางอย่าง

            หลิวอวี้เหราอายุสี่สิบสองปีแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในจุดสูงสุดของสายอาชีพเธอก็ว่าได้รายการสัมภาษณ์ทุกรายการในมณฑลหมิงสุ่ยล้วนมีเธอเป็นผู้ดำเนินรายการแต่งานที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดังก็คือรายการไขปริศนาเรื่องลี้ลับ

            มณฑลนี้เป็นมณฑลที่มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับหุบเขาลึก แม่น้ำกว้างใหญ่และคนป่าอยู่หลายเรื่องจากประสบการณ์ทำงานพูดคุยเรื่องลี้ลับน่าเหลือเชื่อที่ผ่านมาของเธอทำให้เธอคุ้นเคยและมีสัมผัสที่ฉับไวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ

            สำหรับหัวข้อสัมภาษณ์ครั้งนี้ จมูกตรวจจับของเธอเริ่มทำงานแล้วสเปเชียลเอฟเฟคในวิดีโอนี้สมจริงเกินไป สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจผู้ชมได้ไม่เลวแต่ในฐานะที่เป็นพผู้ดำเนินรายการไขปริศนาเรื่องลี้ลับมาสองปีอย่างเธอเธอมั่นใจว่านี่ไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟคอย่างแน่นอน

            เดาทางได้ง่ายดายยิ่งนัก คอนเซปรายการในวันนี้เชิญนักแสดงในละครแนว“สังหารปีศาจ” มา ก็เพื่อหวังจะโปรโมทละครเรื่องนี้ให้เป็นกระแสเธอเห็นรูปแบบการโปรโมทแบบนี้มานักต่อนักแล้ว

            แต่ว่า...ปฏิกิริยาของแขกให้สัมภาษณ์และแขกร่วมสัมภาษณ์เมื่อครู่มีบางอย่างผิดปกติ

            ทั้งสามคนนี้ ไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน

            สวีหยางอี้ดูภายนอกเหมือนคนมนุษย์สัมพันธ์ดีเป็นมิตรกลับผู้คนแต่ตัวตนที่แท้จริงกลับเย็นชาตรงกันข้าม เธอได้กลิ่นแบบนั้นและที่เขาหยุดชะงักไปเมื่อครู่ ก็เพราะเขาไม่รู้จักอีกสองคนจริงๆท่าทางแบบนั้นไม่ใช่การแสดงแน่นอน

            แม้ในเอกสารที่เธอได้รับมา... จะระบุว่าสวีหยางอี้เป็นแสดงหลักผู้รับบทเป็นนักล่าปีศาจแต่ถ้าได้ร่วมงานถ่ายทำละครกันจริงๆทำไมเขาดูเหมือนไม่รู้จักคนในกองถ่ายทำเดียวกันเลยล่ะ?

            สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสคริปท์ที่พยายามบรีฟมามันขัดแย้งกันเกินไป

            ด้วยเหตุนี้ จึงได้ข้อสรุปมาเพียงข้อเดียวก็คือ ถ้าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อโปรโมทละครจริงๆ...

            แล้งพวกเขามาเพื่ออะไรกันแน่?

            หัวใจหลิวอวี้เหราเริ่มเต้นแรงขึ้น เธอรู้สึกเหมือน...เธอกำลังเข้าใกล้เส้นขอบของปริศนาบางอย่างอยู่

            เธอเม้มปากข่มใจตั้งสติ ความหงุดหงิดก่อนหน้านี้สลายหายไปอย่างสิ้นเชิงมีเพียงความตื่นเต้นเข้ามาแทนที เธอหันไปคลี่ยิ้มเอ่ยถามเจิ้งซ่ง “คุณเจิ้งคะคุณไม่รู้เรื่องคลิปวิดีโอนี้มาก่อนเหรอคะ?”

            เจิ้งซ่งตกตะลึง ผู้จัดการจางก็อึ้งค้าง เวลาถ่ายทำละครกองถ่ายห้ามนำโทรศัพท์เข้ากอง พวกเขาจึงไม่รับรู้เหตุการณ์ด้านนอกเท่าไรนัก!

            และจากสคริปท์ที่พวกเขาได้ก็เป็นการบรีฟให้พวกเขาออกมาพูดว่าเรื่องนี้เป็นสเปเชียลเอฟเฟคของการถ่ายทำละครแนวสังหารปีศาจเท่านั้น!

            พวกเขาคิดว่าการสัมภาษณ์วันนี้เป็นเรื่องเล็กๆ แต่หลังจากที่ได้เห็นคอมเม้นท์ในโลกโซเชียลอันดุเดือดและค้นหาข่าวเด่นประจำวันนี้คร่าวๆ ก็ตกใจเมื่อพบว่า...

            สื่อบนโลกโซเชียล เว็บไซต์สำนักข่าว และโซเชียลมีเดียเกือบทุกแพลตฟอร์มล้วนแชร์คลิปวิดีโอดังกล่าวกันทั้งนั้น!

            นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว!

            พวกเขา... เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาทันทีทั้งสคริปท์ที่ถูกบรีฟให้พูด ทั้งการมาเยือนของบุคคลระดับสูงและความรู้สึกตัวเล็กกระจิดริดเมื่ออยู่ต่อหน้าสวีหยางอี้ 

            ดังนั้น มีความเป็นได้ได้เดียวเท่านั้น... ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้...

            คือการจัดฉากเพื่อกลบเกลื่อน ‘ความจริง’ บางอย่าง

            ซึ่งพวกเขาไม่รู้ลึกตื้นหนาบางของความจริงเรื่องนี้ และหวาดกลัวที่จะจินตนาการต่อ

            แต่สิ่งเดียวที่พวกเขารู้ก็คือ วิดีโอที่ได้เห็นเป็นของจริงและไม่มีการตัดต่อสเปเชียลเอฟเฟคใดๆ ทั้งสิ้น

            ครั้นความคิดเหล่านี้พรั่งพรูจู่จับเข้ามาในหัว ทั้งสองคนก็มองตากันจากนั้นหันไปมองสวีหยางอี้พร้อมกันแต่สายตาที่มองกลับเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

            คนๆ นี้ ไม่ใช่ดารานักแสดงหรือศิลปินอะไรทั้งนั้นเขาคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ คือคนที่อยู่ในคลิปวิดีโอคือความจริงของปริศนาครั้งนี้!