!!!กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
หลงหลินกรีดร้องสุดเสียง ไม่ช้าประตูเหล็กหนาก็เปิดอ้า
บุรุษมากหน้ายืนรายล้อมหน้าประตู
หลงหลินขบคิดในใจ... ตอนนี้นางมีทางสายไหนให้เลือกเดินได้บ้าง
แม้นางจะสั่นกลัวเกินจะกล่าว หากแต่เมื่อนางได้ขบคิด พร้อมนึกถึงคนที่ใฝ่หา นางพลันพบว่ามีเส้นทางสายหนึ่งที่นางควรเลือกเดิน
เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังรักษาไว้ซึ่งเกียรติของสตรี
หลงหลินรีบพลิกมือร่ายอิทธิฤทธิ์ ไอหมอกหนาพลันปรากฏ หากแต่ในชั่วอึดใจเดียว สายหมอกหน้าก็พลันสลายไปแทบจะในทันที ซุนเข่อซินร่ายฤทธาดูดไอหมอกหนาเข้าปากมันอย่างรวดเร็ว...
หากแต่หลงหลินก็รู้ดีสิ่งนี้ซื้อเวลาให้นางได้ไม่มากนักในช่วงเวลาที่สายหมอกยังไม่หมดไปนางก็พุ่งร่างสุดแรงหมายจะดับชีวิตสตรีของตนเอง รักษาเกียรติแห่งสตรีไว้
ดีกว่าต้องกลายเป็นเครื่องบำเรอบุรุษมากหน้า ถูกชำเราอย่างน่าอดสู
หากแต่แม้ว่านางจะคิดว่าทำทุกสิ่งอย่างได้อย่างรวดเร็วแล้ว
"!!!อั๊กกก" เสียงร้องของหลงหลินร้องดัง นางพบว่ามีบุรุษผู้หนึ่งได้มายืนดักหน้านางไว หมัดแข็งของมันชกเข้ามาที่ท้องน้อยลิ้นปี่ของนาง
หลงหลินร่างขดงอทรุดกายลง
ผู้แซ่ซุนใช้มือจิกซึ่งศีรษะของนางขึ้น
มันกล่าวเย้ยหยันนางสตรี
"แม่ตัวดี เจ้ามิใช่คนแรกที่คิดทำแบบนี้ ผู้แซ่เกาผู้นี้ช่างเบื่อหน่ายกับการกระทำไม่รู้ความของนางสตรีเสียจริง เจ้าแค่อ้าขากว้างสักหน่อย ถูกคล้าคลึงอีกนิด มิใช่ว่าจะต้องตกตาย หากแต่ทำไมจึงรีบกลับเลือกเส้นทางสายมรณะเสียเล่า หากแต่เจ้าปรารถนาจริงๆ ข้าพูดแซ่เกาก็จะไม่โกรธเคืองเจ้าเลย... หากแต่เจ้าปล่อยให้ผู้แซ่เกานี้สุขสันต์เสียก่อนเถอะ"
ผู้แซ่เกาจิกหัวหนึ่งนางสตรี ถลึงตาจดจ้องนาง
ก่อนที่ในไม่ช้าในถ้ำมืดจะมีแต่เสียงโห่ร้องของเหล่าเดรัจฉานบุรุษเพศ
ไม่ช้าซุนเข่อซินก็พูดกล่าว
"สหายเกาขอบใจเจ้ามากนัก ที่รักษาตุ๊กตาเนื้อสดนี้ให้ข้า มันคงแย่มากๆ หากนางกลายเป็นเนื้อหนังที่เย็นชืดผู้แซ่ซุนคงเสพสมไม่ลง" ซุนเข่อซินพูดพลางถอดเสื้อผ้าคลุมกายออก ตัวแล้วตัวเล่า
สหายแซ่เกายิ้มเยาะ รอยยิ้มช่างหยาบช้าไม่ช้ามันก็พูดกล่าว
"ผู้แซ่ซุนช่างเป็นสุภาพชน หากแต่ถ้าเมื่อกี้นี้หากนางตกตายเราสหายแซ่เกาก็พร้อมเสพสมในเนื้อหนังที่เย็นชืด"
ไม่รู้ทำไมหลังสิ้นคำกล่าวนี้ แม้แต่ซุนเข่อซินมันก็ยังรู้สึกหนาวสั่นในรสนิยมของผู้แซ่เกา ที่หนักหนาเกินพูดกล่าวจริงๆ
หลงหลินที่ร่างสั่นเทา นางพูดกล่าวพร้อมใบหน้าที่ซีดเซียวและน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวในชะตากรรมที่ตกอยู่ในมือของเหล่าเดรัจฉานในร่างมนุษย์ "หากเจ้าทำอะไรข้าพี่.. พี่ใหญ่จางหมิง.. ต้อง.ไม่..ปล่อยพวกเจ้าแน่"
เมื่อซุนเข่อซินได้ยินเช่นนี้มันก็หัวเราะดังก้อง กู่ร้องอย่างสุดเสียง
"!!!ฮะฮาฮา นังตัวดีเมื่อกี้นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ"
ไม่ช้าหลงหลินก็ย้ำคำ "พี่..พี่ใหญ่จางหมิง..ต้อง..ไม่ ปล่อยพวกเจ้าแน่.."
"ฮะฮาฮา จางหมิง เจ้าจางหมิงผู้นั้น ฮะฮาฮา" ซุนเข่อซินหัวเราะเสียงดังก่อนจะก้าวย่างมาตรงหน้าของหลงหลินในร่างที่เปลือยเปล่าท่อนบนของมัน ก่อนจะใช้มือมารของมันจิกศีรษะดึงร่างของหลงหลินขึ้น มันแนบใบหน้าของมันชิดไปกับใบหูของนาง
เสียงของมันแหบพร่าและน่ากลัวอย่างประหลาด
และเมื่อมันพูดกล่าวจบน้ำตาของหลงหลินก็รินไหล
สติของนางไม่ช้าก็คล้ายถูกสั่นคลอน
ร่างของนางคล้ายเย็นชืดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปากที่สั่นเทามีแต่น้ำเสียงบางเบาพูดกล่าวว่า
"ไม่... จริง ไม่จริง เจ้าโกหก เจ้ากำลังโกหกข้าอยู่"
ซุนเข่อซินหัวเราะอย่างหยาบเหยียด
"ฮะฮาฮา เจ้าหาว่าข้าซุนเข่อซินผู้นี้พูดปดงั้นรึ ฮะฮาฮา ข้าจะทำเช่นนี้ไปทำไม หากแต่เจ้าน่าจะพอจำสิ่งนี้ได้..."
ไม่ช้าซุนเข่อซินก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกำไลวิเศษของมัน มันคือชุดบำเพ็ญชุดหนึ่งที่มีรอยหมกไหม้ปรากฏอยู่ทั่ว ไม่ช้าซุนเข่อซินก็คลี่ชุดออก เผยให้เห็นเนื้อผ้าด้านใน ที่มีจุดพิเศษอยู่ มันมีรอยปักเย็บรูปมังกรที่แลดูเหมือนลายปักนี้จะหาความงดงามได้ไม่ มังกรในผ้าปักหาดูสมส่วนใดๆ ไม่ มันเอียงซ้าย เอียงขวาบูดเบี้ยวยิ่งนัก
และเมื่อหลงหลินได้เห็นมัน
นางกรีดร้อง เจ็บปวดเกินจะพูดกล่าว
เนื้อผ้าปักเย็บในชุดที่หมกไหม้
คือผ้าเช็ดหน้าลายปักที่นางเย็บลายอย่างตั้งใจมอบให้พี่ใหญ่จางหมิง
ลวดลายที่บูดเบี้ยวก็เพราะนางมิเคยซึ่งการเรียนเย็บปัก
หากแต่ถึงอย่างนั้นพี่ใหญ่จางของนางก็รับมันไป พร้อมกล่าวชมว่าหนอนดินตัวนี้ช่างงามนัก
วันนั้นหลงหลินบึ้งตึง แง่งอนในพี่ใหญ่จางของนางอยู่หลายวัน
.
.
.
ไม่ช้าโลกของหลงหลินก็ราวแหลกสลาย
สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเร็วเกินไป หัวใจของนางรับมันไม่ไหวอีกต่อไป
หลงหลินราวกับสตรีที่ตายไปแล้ว ซุนเข่อซินลูบไล้ใบหน้านวลเนียนของสตรีหลงหลิน หากแต่นางก็หาพูดกล่าวสิ่งใดไม่
จากใบหน้าเป็นลำคอ จากลำคอสู่เนินไหล
ไม่ช้ามันก็ยิ้มเยาะ พร้อมพูดกล่าวอย่างชื่นชม
"ผิวกายสตรีของเจ้าช่างนวลเนียนนัก น่าเสียดายที่ได้ลิ้มชิมเพียงครั้งเดียว" พูดถึงตรงนี้มันก็หันไปมองทางสหายแซ่เกาและเหล่าบริวารของมันที่บัดนี้ต่างก็พัดผ้ารอกันแล้ว
"ของรสชาติหอมหวานเช่นนี้ ไม่น่าเลยที่จะต้องครองราคีกับเหล่าบุรุษตั้งมากมาย แม้ข้าซุนเข่อซินจะชมชอบสตรีงาม หากแต่ยามตักกินก็นิยมซึ่งของมีราคาบริสุทธิ์สดสะอาด จะให้กินร่วมโต๊ะกับผู้อื่นซุนเข่อซินผู้นี้ก็ทำมิได้ ช่างน่าเสียดายน่าเสียดายจริงๆ หากแต่อย่างน้อยที่สุด เจ้าก็ควรภูมิใจ ที่หว่างขาเปิดอ้าครั้งแรกเป็นข้าผู้แซ่ซุนที่ให้เกียรติเจ้า" มันพูดพลางสุดหายใจลึก สัมผัสกลิ่นอายสตรี
ผู้แซ่เการาวกับว่าเบื่อหน่าย มันจึงจำต้องเร่งเร้า
"ไอ้สหายแซ่ซุน เอ็งจะดื่มด่ำนานไปไหม หากยังชักช้าอีก เราผู้แซ่เกาจะร่วมบรรเลง สอนรสกามาที่พริ้มพรายให้แก่เอ็งกับแม่นางสตรีผู้นั้น ผู้แซ่เกานี้ช่างชำนาญนักในการชำเราอันร้อนแรง จะหนึ่งสตรีสองบุรุษ หรือร้อยบุรุษหนึ่งสตรีผู้แซ่เกาก็นิยมยิ่ง ฮะฮาฮา"
"!!!หุบปาก"
ไม่ช้าซุนเข่อซินก็ถกกางเกงสวมของมันออกสิ้น มันเคล้าคลึงกระตุ้นความเป็นชายของมันอยู่ครู่ พร้อมจดจ้องมองหลงหลินนางสตรีงามที่แม้มีสติ หากแต่นัยน์ตาก็เลื่อนลอยราวกับเป็นซากศพไร้ชีวิต
ไม่ช้าความเป็นชายของมันก็พรั่งพร้อม ขุนเขาแห่งความเป็นชายของมันตั้งตระหง่านแล้ว
เหลือเพียงแค่ปลดเปลื้องซึ่งเครื่องเรือนเสื้อผ้าสตรี
จากนั้นก็จับขาของนางเปิดอ้า
มันก็จะได้โถมทับอย่างสุขสม
.
.
.
หากแต่เมื่อมันกำลังจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของนางสตรี
อยู่ๆ ก็มีหนึ่งมือไม้มาจับคว้าซึ่งไหล่หนาของมัน
ซุนเข่อซินเสียอารมณ์เต็มทน มันจึงร้องตะโกนพูดกล่าว
"ไอ้เดรัจฉานแซ่เกา ข้าผู้แซ่ซุนก็กำลังจะรีบโถมทับนาง เหตุใดจึง..."
ไม่ช้านัยน์ตาของผู้แซ่ซุนก็ถลึงกว้าง
พื้นห้องผนังถ้ำต่างเจิ่งนองไปด้วยคราบโลหิต บางคนกลายเป็นร่างไร้ศีรษะ
บางคนร่างเละเครื่องในแหลกเหลว สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ยังไง
ไม่ช้าก็มีบุรุษผู้หนึ่งดึงร่างอ่อนโทรมของบุรุษผู้เปลือยเปล่ามา
.
.
.
เหอซือห้าวพูดกล่าว
"คุณชายมันผู้นี้จะจัดการอย่างไรดีขอรับ ข้าว่ามันน่าจะเป็นหัวหน้าก่อการเช่นเดียวกัน"
ไม่ช้าบุรุษผู้ใบหน้าบูดบวมก็รีบพูดกล่าว "นะ.. นะ.นายท่าน... โปรดเมตตา..ข้าด้วยขอรับ.. ข้าผู้แซ่เกา เป็นคนตระกูลเกา... หากนายท่านปล่อยข้าไป... บิดาข้าแซ่เกา..ต้อง.. ต้อง.. ต้องตอบแทนท่านอย่างมากมายแน่นอนขอรับ"
ฉินเทียนหันหน้ายิ้มบางเบา
ไม่ช้ามันก็พูดกล่าว
"เหอซือห้าว เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญมาเนิ่นนานน่าจะรู้ว่าวิธีใดจะมอบความสุขสันต์ให้คุณชายน้อยแซ่เกาผู้นี้ได้มากที่สุด ข้าแซ่ฉินอยากได้ยินเสียงกรีดร้องที่ยิ่งกว่าความตาย... ขอมันนัก"
กล่าวจบเหอซือห้าวก็ยิ้มเบาสบาย โค้งกายตอบกลับด้วยความยินดี
มันร่ายฤทธาปักคลึงร่างผู้แซ่เการาวกับห้าม้าแยกร่าง ตรึงมันไว้กลางผนังถ้ำ
พร้อมหยิบเหล็กแหลมหนายาวด้ามหนึ่งออกมา ฤทธาแห่งอัคคีทำให้เหล็กแหลมกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นควันและไอร้อนสัมผัสได้แม้จะอยู่ห่างจากมันเกือบคืบศอก
เหอซือห้าวมองผู้แซ่เกาแล้วกล่าวถาม
"คุณน้อยโปรดรออีกสักครู่ความร้อนกำลังจะได้ที่แล้ว"
ผู้แซ่เกาถลึงเหลือก นัยน์ตาราวกับจะหลุดจากเป้าให้ได้ เหงื่อก็ซึมไหล ร่างก็สั่นเทา พยายามดึงแขน ดึงขาแห่งตนให้หลุดจากฤทธา ปากก็พยายามพูดกล่าว หากแต่ผ้าหนาก็ถูกอุดยัดอยู่
และเมื่อเหล็กแหลมร้อนเป็นสีแดงฉานได้ที
เหอซือห้าวก็ใช้มือของมันคลำคลึงซึ่งความเป็นชายของผู้แซ่เกา
ดวงอัณฑะของมันถูกจับแน่นกระชับมือของเหอซือห้าวจากนั้น...
"คุณชายน้อยแซ่เกาเหล็กร้อนได้ที่แล้วขอรับ ผู้น้อยแซ่เหอจะมอบความสุขสันต์ให้ท่านแล้วนะขอรับ เหอๆๆๆ"
ไม่รู้ทำไมเสียงหัวเราะเบาๆ ของเหอซือห้าวช่างราวกับมัจจุราชเดินดิน นายทัณฑ์พญาบาลแห่งโลกันตนรกซะเหลือเกิน
"อืออออออออออออออออออ ยือออออออออออออออออออออ ยืออออ" เสียงกรีดร้องของผู้แซ่เกาดังสุดเสียง เจ็บปวดเกินบรรยาย นัยน์ตาราวกับจะถลึงออกมาจากเบ้า ร่างแข็งเกร็งศีรษะโบกสะบัดอยากจะตายเสียให้ได้ รอบลำคอมเห็นเป็นเส้นโลหิตหนาปูดโปนหลายเส้น หากแต่ที่เสียงร้องมิปรากฏพร้อมผ้าอุดปากอุดเสียงของตัวมันผู้แซ่เกาอยู่ จึงมีแต่เสียงอู้อี้ที่แสนทรมานออกมา
เหล็กแหลมร้อนจ้วงแทงไปที่หนึ่งดวงอัณฑะ มันแช่มช้าค่อยๆ ขยับปลายแหลมไปทีละนิดทีละนิด ไม่ช้าโลหิตก็ค่อยๆ ซึมไหล พร้อมกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา
เหอซือห้าวเมื่อแทงเข้าไปสุดก็กระชากเหล็กร้อนออกมาอย่างรวดเร็ว เนื้อหนาที่ไหม้ติดเหล็กถูกกระชากดึงมาพร้อมกัน
"อือออออออออ ยือออออออออออออ ยืออออ"
ผู้แซ่เการาวกับปรารถนาจะตกตายสายตาจ้องมองขอความเมตตาต่อผู้แซ่เหออย่างถึงที่สุด
หากแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นสิ่งที่มันได้ยินกับทำให้มันตกตะลึง
"คุณชายเกาขอรับ นิแค่พึ่งเริ่มต้นเท่านั้น ท่านยังเหลืออัณฑะอีกข้างนะขอรับ และนอกจากนั้นพวกเรายังไม่ถึงช่วงสำคัญของความสุขสันต์นี้เลย" ผู้แซ่เหอพูดพลางเอาหน้าไปแนบกับใบหูของผู้แซ่เกา "ท่านไม่คิดเหรอว่าองค์แห่งความเป็นชายของท่านมีรูช่องพอดีกับเข็มแหลมเหล็กร้อนในมือข้านัก"
ไม่ช้าเมื่อผู้แซ่เกาได้ยินดังนี้
มันก็รีบโบกสะบัดศีรษะไปมา แม้จะได้ยินไม่เป็นคำหากแต่ก็พอจับใจความว่า
ผู้อาวุโสโปรดเมตตา โปรดเมตตา น้ำตาแห่งมันรินไหลอาบน้ำ นัยน์ตาสั่นสะท้านเกินจะกล่าว
เหอซือห้าวคล้ายอยากจะกล่าวถามมันกลับ
ในชีวิตเจ้าเคยเมตตาเหยื่อสาวบุรุษสตรีที่เจ้าเคยทารุณรึเปล่า
หากแต่แม้เหอซือห้าวจะไม่กล่าวถาม...
ในใจมันก็มีคำตอบอยู่แล้ว
.
.
.
ไม่ช้าเหล็กแหลมร้อนก็ได้ทำงานของมันอีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้ง
ฤทธาแห่งผู้ครองอำนาจบำเพ็ญแห่งผู้เหนือตำนานช่างร้ายเกินจะกล่าว
ฤทธิ์ ["ห้ามตาย"] ช่างโหดร้ายเกินทน
ผู้แซ่เกายังไม่ทันตกนรก ก็ดันพบเจอกับยมบาลผู้ทำทัณฑ์ทรมานเสียแล้ว
.
.
.
ซุนเข่อซินที่หันหลังกลับมาพบเจอเรื่องสยอง แม้มีปากตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดกล่าวสิ่งใด มันจ้องมองบุรุษตรงหน้า แล้วก็เหลียวหันไปหาร่างของสหายแซ่เกา ที่แลดูทรมานยิ่งกว่าตาย กลางใบหน้าของผู้ทำทัณฑ์ทรมานนั้น คือผู้เหนือตำนานตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิต
อยู่ดีๆ เข่าของมันก็ทรุดลง เหงื่อไคลที่มิเคยหลั่งบัดนี้แตกพร่าไปทั่วร่างกาย
ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า มันพยายามกอดแข่งกอดขาของหนึ่งบุรุษ ซึ่งแลดูเหมือนหัวหน้าสั่งการของ ณ ที่แห่งนี้
"นะ... นะ.. นายท่าน ข้า..ข้า..น้อยผู้แซ่ซุน..นามซุนเข่อซิน ขอนายท่านเมตตา.. นายท่านจะสั่งสอน.. สิ่งใดกับเข่อซินผู้นี้ก็ได้.. จะให้เป็นบ่าวเช็ดล้าง เลียเท้า กินมูก ซุนเข่อซินก็พร้อมจะทำ ขะ.. ขะ.. ขอนายท่านเมตตา อย่าทำทัณฑ์ทรมานเข่อซินผู้นี้เลย ได้โปรด!!! นายท่านได้โปรด"
ซุนเข่อซินพูดกล่าวไปก็ร้องไห้ไป ราวกับว่าเป็นเด็กงอแงเอาแต่ใจ
มันเคยคิดบ้างหรือไม่ชีวิตที่ตกตายเพราะมัน ก็เจ็บปวดเป็นเช่นกัน
ไม่ช้าฉินเทียนก็พูดกล่าว เรียกหนึ่งในบ่าวใกล้ตัวมาจัดการ
"เหอซีจือนำมันพูดนี้ไปจัดการเสีย ดูตัวอย่างจากท่านพี่ใหญ่เหอซือห้าวเอาเถอะ"
เหอซีจือยิ้มรับหน้าที่นี้มันก็ชำนาญเช่นกัน
.
.
.
ไม่ช้าฉินเทียนก็ร่ายฤทธาแห่งมัน สร้างชั้นน้ำแข็งมาปัดบัง ภาพแห่งเหล่านายทัณฑ์พญาบาลผู้โหดร้ายทั้งหลาย
ก่อนที่ในไม่ช้า มันจะใช้อำนาจแห่งจิตตานุภาพ กระตุ้นมันปลดเปลื้องซึ่งความทุกข์ตรมในใจของหนึ่งสตรี
ไม่ช้านัยน์ตาที่ไร้แววของหลงหลิน ก็คล้ายปรากฏนัยน์ตาสว่างใสอีกครั้ง
และเมื่อนางได้พบเห็นบุรุษตรงหน้านาง น้ำตานางก็คล้ายจะเอ่อล้น
กลายเป็นเด็กน้อยงอแงเมื่อครั้งเยาว์วัย
ที่มีพี่ชายตัวใหญ่คอยบอกเล่า
ถึงการท่องไปในท้องฟ้าที่เสรี
เรื่องเล่าของบุรุษแซ่ลู่
.
.
.
ไม่ช้าฉินเทียนก็พูดกล่าว
"ไม่ใช้พี่ใหญ่ฉินคนนี้ได้บอกเจ้าไปแล้วรึ หากเมื่อไหร่มีคนรังแกเจ้า ให้เจ้ากลับมาฟ้องพี่ใหญ่ฉินคนนี้เสีย"
หลงหลินน้ำตาล้นเอ่อ
สวมกอดเข้าข้างลำตัวของฉินเทียน
ฉินเทียนที่ยืนอยู่
ก็เอามือลูบศีรษะนาง ก่อนจะตบลงบ่นไหลของนางเบาๆ
.
.
.
"ไม่เป็นไรแล้วหลงหลินพี่ใหญ่เจ้าจัดการพวกมันหมดแล้ว"