มิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 19 กรงขังกลืนสวรรค์ (1)

    ตอนที่ 19 กรงขังกลืนสวรรค์ (1)

            เมื่อไม่รู้สิ่งที่เขาคิดในใจ แล้วเห็นญาติผู้น้องนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา มู่จิ่นอวี๋ก็นึกว่าคำพูดของตนนั้นเอ่ยแรงไป ไม่ว่าจะว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว อีกเดี๋ยวเดียวปีหน้าก็ต้องกลับไปเลือกพระชายาแล้ว ปล่อยให้เสด็จอาหญิงส่งคนมาจับตาดูอย่างกับเด็กคนหนึ่งช่างไม่สมเหตุผลเสียจริง

            คิดถึงจุดนี้ เขาก็กระแอมดึงคำพูดกลับมา “ที่จริงก็เพราะข้าอยากออกมาเดินเล่น เจ้าก็รู้ว่าท่านพ่อคนนั้นของข้า วันๆ บ่นว่าข้าไม่เอาการเอางาน ไม่อยากก้าวหน้า ตอนนี้ออกมาสูดอากาศกับเจ้า ก็ไม่ต้องได้ยินเขาบ่นข้าอีก” เอ่ยถึงช่วงท้าย เขาก็คิดถึงความลำบากตลอดเส้นทางนี้ รื้อบัญชีเก่าอย่างอดไม่ได้ “ข้าว่านะโซ่วอ๋อง เรื่องดีๆ เช่นนี้ เจ้าก็ไม่เอ่ยว่าจะพาพี่ชายอย่างข้าไปด้วย หนำซ้ำยังให้ข้าวิ่งตามเจ้าอีก เจ้าก็ช่างใจจืดใจดำ”

            ฉู่อวี้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี “ได้ เป็นความผิดของข้า พอถึงฝู่โจวแล้วข้าจะจัดงานเลี้ยงสุราขออภัยต่อพี่ชาย”

            “สุราหรือ” ลูบคางไปมา มู่จิ่นอวี๋ก็เอ่ยด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง “ถ้ามีสุราซังลั่ว[1] ที่บ่มนานปี พี่ก็จะน้ำใจกว้างขวางให้อยู่”

            ขณะมองมู่จิ่นอวี๋ที่สีหน้าเปรมปรีดิ์ ฉู่อวี้พลันยิ้มบางๆ ‘ดื่มสุราหรือ กับหุ่นปวกเปียกอย่างเจ้า พอเข้าเมืองจริงๆ แล้ว ก็รอกรอกยาเสียเถอะ’

            ...

            วันรุ่งขึ้น ขบวนคนและม้าก็มาถึงฝู่โจว พอเห็นผู้ว่าการฝู่โจวรออยู่หน้าประตูเมือง ฉู่อวี้ก็ลงจากม้า เอ่ยเสียงทุ้มว่า “ผู้ตรวจการฝู่โจวทังหมิงเสียนเล่า”

            พอผู้ว่าการที่สองขาอ่อนเปลี้ยได้ยินคำนี้ ก็ลงไปคุกเข่าเสียงดัง เดิมทีเขานึกว่าตำแหน่งใหญ่ที่สุดของผู้มาในคราวนี้ก็คือขุนนางขั้นสาม ใครคิดว่าจะเป็นโซ่วอ๋ององค์ปัจจุบันเล่า พระองค์เป็นถึงองค์ชายเชียว! แต่เมื่อมองทางเข้าประตูเมืองที่ผู้คนสัญจรไปมา ก็ไม่กล้าเอ่ยมากเสียจริง ได้แต่ใช้ศีรษะสัมผัสพื้นพลางเอ่ยเสียงเศร้า “ทูลท่านอ๋อง ยามโหย่ว[2] เมื่อวานนี้ใต้เท้าทังผูกคอตายกลางบ้าน นี่เป็นจดหมายด้วยลายมือของเขาเอง โปรดท่านอ๋องทอดพระเนตรพ่ะย่ะค่ะ”

            ทันทีที่มู่จิ่นอวี๋ที่ยิ้มจนตาหรี่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำนี้ สีหน้าก็กลายเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างฉับพลัน เห็นฉู่อวี้อ่านจดหมายนั้นจนจบด้วยใบหน้านิ่งขรึมราวกับสายน้ำ อดไม่ได้ที่จะเดินหน้าไปก้าวหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงต่ำ “มีปัญหาหรือ”

            ตอนตนเองมา ผู้อาวุโสในครอบครัวกำชับนักหนา ในช่วงเวลาคับขันยอมให้เกิดเรื่องกับตนเอง ก็ไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องกับโซ่วอ๋อง ตอนนั้นเขายังนึกว่าโรคช่างบ่นของผู้เฒ่าในครอบครัวกำเริบซ้ำอีก ใครจะคิดว่าพอมาถึงฝู่โจวก็พบว่าผู้ตรวจการฆ่าตัวตายแล้ว หากมิใช่ว่าชายแดนฝู่โจวมีระยะห่างที่ไม่ใช่ใกล้ๆ ท่านนี้คงจะสงสัยด้วยซ้ำว่าศัตรูภายนอกเข้ามาก่อความผิดหรือไม่

            ขณะอ่านจดหมายสารภาพผิดของผู้ตรวจการฝู่โจว ฉู่อวี้ก็เค้นคำพูดออกมา “โรคระบาด”

            “หือ!” มู่จิ่นอวี๋ตะลึงจนหน้าถอดสี โรคระบาดหรือ ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเพราะเหตุใดทังหมิงเสียนคนนั้นถึงฆ่าตัวตาย เกิดโรคระบาดแล้ว รู้เห็นแต่ไม่รายงาน วางแผนปิดบัง หากว่าฮ่องเต้ทรงทราบ ประหารด้วยการเฉือนทีละชิ้นได้เลย!

            เมื่อมองทหารและราษฎรรอบข้างที่ไม่รู้เรื่อง มู่จิ่นอวี๋ก็ทุกข์เป็นครั้งแรก ‘ทำอย่างไรเล่า ตอนนี้ควรจะทำอย่างไร เรื่องที่เขาอยากทำมากที่สุดก็คือแบกฉู่อวี้แล้วสับขาเผ่นทันที แต่ว่าทหารและชาวบ้านนับไม่ถ้วนมองอยู่เช่นนี้ หากวันนี้โซ่วอ๋องไม่กล้าเข้าเมืองแล้วหนีหายไปเช่นนี้ เรื่องราวในวันนี้ก็จะถูกทิ้งอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์อีกสิบล้านปีให้หลัง’

            บัดซบนัก เขาควรทำอย่างไรดี

            แตกต่างจากมู่จิ่นอวี๋ที่เหงื่อซกเต็มหลังในเวลาสั้นๆ ฉู่อวี้พับเก็บจดหมายสารภาพผิดฉบับนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง มือยื่นให้มู่จิ่นอวี๋ ส่วนปากกลับเอ่ยกับไต้อวี้หลิน “หัวหน้าหน่วยไต้[3] เจ้าส่งคนและม้าขบวนเล็กคุ้มครองมู่ซื่อจื่อ[4] กลับเมืองหลวงเพื่อนำจดหมายนี้มอบให้ฝ่าบาท”

            เชิงอรรถ

    ^ สุราซังลั่ว สุราเลิศรสชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นในสมัยปลายราชวงศ์เป่ยเว่ย^ ยามโหย่ว เทียบเป็นเวลา 17.:00 -– 19.:00 น. โดยประมาณ^ ผู้รับผิดชอบการอารักขาขบวนเสด็จราชนิกุล การลาดตระเวนและการตรวจสอบ รวมถึงการเข้าจับกุม โดยสังกัดฝ่ายอารักขาฮ่องเต้^ ซื่อจื่อ ชื่อเรียกตำแหน่งผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของขุนนางทุกลำดับขั้นบรรดาศักดิ์

    คล้ายกับเรื่องมิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก ที่คุณอ่าน