จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 83 ความยุ้งยากของภาพลวงตา

                        ทั้งสนามประลองแทบที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อสายตาของตนเองกับภาพที่เกิดขึ้นเพราะทุกคนต่างก็คาดคิดกันเอาไว้ว่าในการประลองระหว่างหัวหน้ากิลนักผจญภัยและผู้ติดตามของเซย์รินเด็กหนุ่มผู้มากพรสรรค์พวกมันทุกคนต่างก็คาดคิดกันเอาไว้ว่าผลในครั้งนี้อย่างไรแฮนซ่ำผู้ซึ่งเป็นถึงระดับหัวหน้ากิลนักผลจญภัยอย่างไรก็ต้องชนะการประลองนี้


    แต่ไม่คาดคิดว่าไม่เพียงจะเอาชนะไม่ได้ตัวเองกลับโดนภาพลวงตาเล่นงานจนไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าอันไหนคือร่างที่แท้จริงของเจ้ากัสหรืออันไหนคือภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นมาในที่นี้ไม่มีใครสักคนเดียวที่จะสามารถมองภาพลวงตานี้ออกเลยแม้แต่คนเดียวยิ่งพวกคนดูไม่ต้องพูดถึงและคนระดับราชาริวมะเองก็ไม่สามารถมองภาพลวงตานี้ออกได้


    "คนของเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆราชาริวมะถึงกับน้ำเสียงสั่นๆ" เพราะตนแทบไม่อยากจะเชื่อกับภาพตรงหน้าเพียงแต่แค่เฝ้าภาวนาอยู่ในใจขอให้เรื่องนี้มันเป็นเพียงแค่ฝันไปเพราะทั้ง 2คนนี้มีระดับพลังที่แตกต่างกันมากหัวหน้ากิลนักผจญภัยมีพลังในระดับตำนานขั้นที่3 กับไปแพ้ไว้กับผู้ติดตามของเซย์รินที่มีระดับพลังเพียงแค่ระดับตำนานขั้นที่1


    "ท่านลุงก็อย่าไปคิดมากเลยพวกเราเพียงแค่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันก็เท่านั้นและคนของข้าก็เหมือนคนของท่านหากอาณาจักรแห่งนี้มีปัญหาขึ้นมาพวกข้าเองก็ย่อมไม่อยู่เฉย…เพราะตอนนี้พวกเราเป็นทั้งครอบครัวเดียวกันและเป็นทั้งพันธมิตรที่แข็งแกร่ง"

    "เป็นทั้งครอบครัวแล้วก็พันธมิตรอย่างงั้น รึ เจ้าพูดได้ดีเจ้าหนู ถือว่าข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ" ก็คงจิงอย่างที่เซย์รินว่าการที่ได้รู้จักกับเด็กหนุ่มในตอนนี้เขาแทบที่จะไม่ต้องไปเกรงกลัวต่อพวกอาณาจักรไหนเลย


    "เห้อ….ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะแพ้ให้กับเจ้าได้ง่ายๆแบบนี้ทักษะของเจ้ามันช่างทรงพลังจริงๆ" หัวหน้ากิลนักผจญภัยพูดอย่างเปิดอกอย่างลูกผู้ชายที่ตนเองมาแพ้ง่ายๆแบบนี้แต่แววตาของเขานั้นกับไม่ได้รู้สึกเศร้าเลยสักนิดจิตใจของมันยังคงร้อนแรงไม่ต่างจากเดิม

    "ฮ่า ฮ่า ท่านก็อย่าได้คิดมากไป ตัวข้านั้นมีดีแค่ภาพมายาก็เท่านั้นด้านพลังอื่นๆข้าคงยังห่างไกลจากท่าน" ท่าทางของเจ้ากัสในยามนี้เปรียบเสมือนผู้ทรงภูมิคนหนึ่งช่างแตกต่างตอนอยู่กับเด็กหนุ่มและยูริเหลือเกินมันทั้งขี้เกียจวันๆเอาแต่นอนแล้วก็กินมันทำเป็นเพียงแค่สองอย่าง


    "เห้อ เจ้าลูกหมานิ มันช่างขยันสร้างภาพนักเซย์รินถึงกับบ่นอุบอิบออกมา

    "เจ้าหนูเจ้าคิดว่าหากข้าต่อสู้กับผู้ติดตามของเจ้าโดยที่ข้าใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวข้ามีจะสามารถจัดการมันได้ไหมอย่างเช่นข้าใช้ทักษะในระดับสูงเพื่อจัดการคนตรงหน้า ราชาริวมะถามเด็กหนุ่มด้วยความจริงจังเพราะสงสัยในความสามารถของตนหากทุ่มทุกอย่างที่มีมันจะมากพอที่จะจัดการกับกัสได้ไหม….


    "ท่านเองก็จะแพ้ให้กับคนของข้าอย่างรวดเร็วเช่นกันโดยไม่ต่างจากหัวหน้ากิลนักผจญภัยต่อให้ท่านมีพลังความแข็งแกร่งเท่ากันกับข้าตัวท่านก็ยังแพ้ให้กับมันอยู่ดีหากเป็นการต่อสู้เป็นตายล่ะก็พวกท่านจะมีกี่ชีวิตก็ไม่พอความสามารถของกัสไม่เหมาะกับการต่อสู้ซึ่งหน้าแต่มันคือการลอบสังหารศัตรูที่พวกท่านไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อรู้ตัวอีกทีคมมีดก็คงจะจ่อถึงลำคอของพวกท่านเสียแล้วศัตรูที่มองไม่เห็นไม่ว่าจะสู้อย่างไรท่านก็ไม่มีทางที่จะชนะหรอก หากอยากจะชนะคนของข้าละก็ท่านจะต้องมีความสามารถที่มากพอจะมองทักษะภาพลวงตาระดับสูงได้เมื่อถึงวันนั้นชัยชนะจะตกเป็นของท่าน


                            "ต้องมากภาพลวงตาในระดับสูงให้ได้อย่างงั้นรึ" ริวมะถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่เพราะทักษะที่เป็นปัญหามากที่สุดและยุ้งยากที่สุดก็คือทักษะประเภทลวงตาและบนโลกใบนี้ก็มีน้อยคนที่จะสามารถใช้ทักษะนี้ในขั้นระดับสูงได้….

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน