True World โลกแท้จริง

    ตอนที่ 43 ความโกรธเกรี้ยวของเทพเจ้า


    " ระดมยิงเข้าไป เกราะมันใกล้จะสลายไปแล้ว! " 


    เมิร์ฟตะโกนปลุกใจเหล่านักผจญภัยและทหารด้วยความฮึกเหิม เมื่อพวกเขาเห็นโล่ไฟของอินเฟอนัลสไตรด์ที่ค่อย ๆ มอดดับลงเรื่อย ๆ มันคือสัญญาณของความพยายามที่พวกเขาต้องการจะโจมตีเครเซอร์ให้ได้นั้นใกล้สำริดผลแล้ว


    " ศรน้ำแข็ง ! "


    นทีจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขานั้นดื่มน้ำยาฟื้นฟูมานาไปมากเท่าไร เขาระดมยิงไปยังอินเฟอนัลสไตรด์อย่างไม่หยุดหย่อน ศรน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่มันเหมือนดั่งทุกทีแต่คราวนี้นั้น ดูเหมือนว่าศรน้ำแข็งจะไม่ได้สลายหายไปเหมือนทุกคราว


    ฉึก !

    ฮรี่!!!

    อินเฟอนัลสไตรด์ LV55

    HP 11816 /12000


    " มันไม่มีโล่แล้ว! เปลี่ยนเป้าหมาย! เล็งไปที่เครเซอร์แทน! " นทีตะโกนแจ้งทุกคนในทันที


    " ไอเด็กเวรนี่! วอนซะแล้ว! "

    " ไฟร์ชิลด์! "


    แต่เมื่อพวกเขาจะทำการโจมตีเครเซอร์เพื่อที่จะขัดขวางการร่ายทักษะแบล็กซันนั้น เขาก็ร่ายโล่ไฟขึ้นมาครอบคลุมตัวอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าการโจมตีใด ๆ ก็ไม่สามารถทะลุทะลวงไปยังเขาได้อีกเช่นเคย มีเพียงอินเฟอนัลสไตรด์เท่านั้นที่โดนลูกหลง


    " พวกแกไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ต้องเผชิญได้หรอก คนอ่อนแออย่างพวกแกนั้นเส้นทางเดียวที่รออยู่ก็คือความตายยังไงล่ะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า! " เครเซอร์เยาะเย้ย


    ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามสักเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่ส่งผลอะไรต่อเครเซอร์เลยสักนิดเดียว ความห่างชั้นของความแข็งแกร่งระหว่างพวกเขาและเครเซอร์นั้นมันราวกับสวรรค์และนรกที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึงได้


    " กันยา ไลล่า รีบไปหาพิมชนกแล้วบอกให้พวกชาวเมืองรีบหนีไปซะ! " นทีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    " หมายความว่าไง! ไหนว่าเราจะสู้กันจนถึงที่สุดไง! " ไลล่าตะโกนสวนกลับมา

    " เผชิญหน้ากับความจริงเถอะ! เราไม่มีวันเอาชนะมันได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม อะไรที่เราทำได้เราก็ทำไปหมดแล้ว แต่ศัตรูนั้นแข็งแกร่งเกินไป รีบไปซะก่อนที่จะสายเกินไป! "

    " ไม่! ฉันไม่ทิ้งนายไปหรอกนะ พี่ลอเรน่าต้องเกลียดฉันแน่ถ้าเธอรู้ว่าฉันทิ้งให้นายต้องตาย! "

    " ไลล่า! แล้วถ้าเราทั้งคู่ตายไปใครจะกลับไปหาลอเรน่า! เธอจะทิ้งให้พี่สาวของเธอต้องเผชิญกับโลกอันโหดร้ายแบบนี้คนเดียวหรือไงกัน! ตื่นสักที!” นทีตัดบทเธอ


     " กันยา..ขอร้องล่ะ " เขาหันไปมองหน้ากันยาอย่างอ้อนวอน


    กันยามองสีหน้าอันจริงจังของนทีก็รู้ว่าเขานั้นไม่ได้ล้อเล่น เธอกัดฟันกรอดพร้อมวิ่งเข้าไปล็อกไลล่าแล้วลากเธอไปโดยไม่ถามถึงความสมัครใจของเธอ


    ' แบบนี้แหละดีแล้ว..อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังเหลือคนที่รักไว้เคียงข้าง ' 


    นทีเผยรอยยิ้มออกมา เขารู้ดีว่าเขานั้นจะไม่โชคดีเหมือนครั้งที่แล้วที่เขารอดจากฝูงซอมบี้มาได้ เมื่อนึกย้อนกลับไปการที่เขาได้เจอกับลอเรน่าก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว หากเขาจะต้องตายไปตอนนี้เขาก็ไม่ได้เสียใจเท่าไรนัก


    " กันยา ไลล่า! เกิดอะไรขึ้น? "

    " ทุกคนรีบหนีไป! ใครยังไม่อยากตายให้รีบวิ่งไปให้ไกลที่สุด ถ้าไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงลูกเมียที่รอพวกนายอยู่ รีบไปซะ! "

    กันยาไม่ได้ตอบคำถามพิมชนก แต่เธอนั้นรีบป่าวประกาศให้ทุกคนที่กำลังระดมยิงใส่เครเซอร์นั้นให้รีบหนีไป


    " ถ้าไม่อยากตายอย่างสูญเปล่าล่ะก็รีบหนีไปซะ !! เราไม่สามารถต่อต้านมันได้แล้ว " เธอตะโกนขึ้นอีกครั้ง


    เมื่อเหล่าทหารและนักผจญภัยได้ยินอย่างนั้นพวกเขาก็กัดฟันกรอด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างยิ่งยวดในการจู่โจมแต่ผลลัพธ์นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว


    " ไม่ได้ยินที่ท่านกันยาสั่งหรือไงกัน! รีบไปได้แล้ว! " เมิร์ฟตะโกนใส่พวกเขาอีกครั้ง


    เมื่อนั้นเองทหารและนักผจญภัยก็ค่อย ๆ เลิกโจมตีไปยังเครเซอร์ พวกเขารีบวิ่งหลบหนีไปยังทิศทางที่เป็นเมืองเดอร์ล็อคกันอย่างจ้าละหวั่น ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะเผชิญกับความตาย


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มันสายไปแล้ว พวกแกไม่มีทางหนีไปไหนได้หรอก จงตายไปซะให้หมด! "


    สิ้นเสียงของเครเซอร์ดวงอาทิตย์สีดำก็เพิ่มความเร็วในการดิ่งสู่พสุธา สามารถจินตนาการได้เลยว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมากมายมหาศาลเพียงใด


    " ฮึ! มนุษย์ตัวจ้อย ช่างเหิมเกริมยิ่งนัก หายไปซะ!" 


    สุ้มเสียงไพเราะดังกังวานไปทั่ว หากแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขานั้นตกตะลึงกลับไม่ใช่เสียงนั้น หากแต่เป็นดวงอาทิตย์สีดำที่กำลังพุ่งสู่พสุธานั้น เพียงพริบตามันก็ถูกแช่แข็งแล้วแตกสลายออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ภาพตรงหน้านี้มันเหลือเชื่อเกินกว่าที่พวกเขาจะสามารถทำใจเชื่อได้ว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริง และคนที่ตกตะลึงมากที่สุดนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ เครเซอร์ที่เป็นเจ้าของทักษะนี้นั่นเอง


    " ปะ....เป็นไปไม่ได้!! " 


    ทักษะที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตอย่างแบล็กซันนั้นไม่เคยถูกขัดขวางมาก่อน ดวงอาทิตย์อันมหึมาของเขาถูกแช่แข็งแล้วแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ 


    " อาเรีย! ละ...ลูกกลายเป็นผู้ได้รับพรอย่างงั้นเหรอ! "


    คนที่สามารถจดจำลักษณะของหญิงสาวที่ลอยตัวอยู่บนอากาศได้เป็นคนแรกนั้นก็คือพ่อของเธอ เซอเซีย ในแวบแรกนั้นเขาไม่อาจเชื่อได้ว่าลูกสาวของเขากลายเป็นผู้ได้รับพรไปแล้ว แต่หน้าตาของเธอนั้นเหมือนกันกับอาเรียอย่างไม่ผิดเพี้ยน หากจะมีสิ่งที่แตกต่างก็คือออร่าของเธอที่แปลกไปด้านหลังของเธอมีผลึกน้ำแข็งหกแฉกลอยอยู่


    " มนุษย์เช่นเจ้าไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นพ่อ! " 


    แม้สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมาจะเป็นอาเรีย แต่ถ้อยคำที่กล่าวนั้นกลับไม่ใช่ สำหรับเซอเซียแล้วอาเรียไม่มีทางที่จะพูดจาเช่นนั้นกับเขาอย่างเด็ดขาด


    " ระ...หรือว่า?! เทพสถิตร่าง!! " 


    เครเซอร์เอ่ยขึ้นมาอย่างสั่นกลัว เขาเคยอ่านเจอตำราที่กล่าวไว้ว่าเทพเจ้านั้นสามารถสถิตร่างตัวแทนของพวกเขาได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเจอกับตัวเองในสถานที่ที่ทุรกันดารแบบนี้



    " เจ้าแน่ใจงั้นรึว่าจะเอาเช่นนี้ ? " 

    " ค่ะ! ได้โปรดช่วยฉันเถอะนะคะ ไม่ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะแพงแค่ไหนฉันก็ยอม! "

    " แม้ว่าเจ้าจะต้องเสียดวงตาทั้งสองข้างงั้นรึ ? "

    " ถ้าหากมันสามารถช่วยเหลือคนพวกนั้นได้ล่ะก็ ฉันยินดีค่ะ! "

    " เอาเถอะ...ถือว่าข้าได้เตือนเจ้าแล้ว หากเจ้ารออีกสักหน่อยก็ไม่ต้องพบกับผลข้างเคียงแบบนี้หรอก " 


    อาเรียยิ้มออกมาเมื่อเธอสามารถอ้อนวอนให้เทพเจ้านั้นตอบรับกับคำขอของเธอได้ แท้จริงแล้วนั้นอาเรียคือผู้ได้รับพรตั้งแต่แรกเกิดแต่เทพเจ้าของเธอนั้นบอกว่าร่างกายของเธอยังไม่พร้อมที่จะรับพลังที่ยิ่งใหญ่เกินไปนี้ เธอต้องรอจนกว่าจะอายุครบยี่สิบเสียก่อนจึงจะสามารถปลุกพลังที่หลับใหลออกมาได้


    แต่อาเรียนั้นกลับร้องขอให้เธอสิงสถิตร่างซึ่งเป็นการใช้ร่างกายรองรับพลังของเทพเจ้าโดยตรงเท่าที่ร่างกายนั้นจะสามารถรับพลังได้ไหวเพราะเธอนั้นต้องการพลังที่จะสามารถต่อกรกับเครเซอร์ได้นั่นเอง



    " ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าล่ะก็ตัวแทนที่ข้าเฝ้าฟูมฟักคงไม่ต้องตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ ตาย! "


    อาเรียเอ่ยออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม หลังจากนั้นบนท้องฟ้าที่มืดมิดก็ปรากฏแท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่ราวกับตึกสามชั้นออกมา ผู้คนที่เห็นภาพตรงหน้านั้นได้เพียงแต่อ้าปากค้าง เพราะน้ำแข็งขนาดใหญ่นั้นไม่ได้มีเพียงแค่อันเดียวแต่มันกลับมีถึงสิบ ๆ อัน


    " ท่านเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่! ท่านไม่สามารถฆ่าข้าได้ ข้าคือตัวแทนของเนเฟรอส! เทพแห่งไฟ ท่านไม่มีสิทธิ์ "


    เครเซอร์ที่เห็นภาพตรงหน้าก็ตะโกนออกมาสุดเสียง เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางต่อกรกับเทพเจ้าตรงหน้าได้เลย การใช้ชื่อเสียงของเทพที่ให้พรของเขานั้นถือเป็นตัวเลือกเดียวที่เขามีอยู่


    " เฮอะ! ตัวแทนแบบเจ้านั้นมีมากมายราวกับเม็ดทราย การที่ข้าช่วยกำจัดสิ่งสกปรกเช่นเจ้าออกไปนั้น นับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว ไปสำนึกในแดนนรกถึงการกระทำอันโง่เขลาของเจ้าเสียเถอะ " 


    เมื่ออาเรียหรือเทพเจ้าที่สิงสถิตร่างเธอเอ่ยจบก็ตวัดนิ้วชี้ในทันที แท่งน้ำแข็งยักษ์ทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เครเซอร์ราวกับอุกกาบาตที่ตกลงมาจากฟากฟ้า


    " ไม่!! ข้ายังไม่อยากตาย!! อ๊ากกกกกกกกกกก " 


    เครเซอร์ปลดปล่อยพลังแห่งไฟทั้งหมดของเขาออกมา เขาหวังเพียงแค่ว่าจะสามารถรอดจากการโจมตีเหล่านี้ได้เพียงเท่านั้น แต่เมื่อน้ำแข็งแท่งแรกตกใส่เขา เขาก็ได้รับรู้เรื่องนึงอย่างเด่นชัดก่อนที่เขาจะสิ้นลมหายใจ ว่าพลังของเทพเจ้านั้น เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดต่อต้านเสียด้วยซ้ำ


    ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!


    แท่งน้ำแข็งที่ตามมาจากฟากฟ้ากระหน่ำใส่ไปยังจุดเดิม ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ผืนพสุธาสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ผู้คนต่างพากันหมอบลงเพื่อหลบหลีกจากแรงอัดอากาศที่สะท้อนออกมาจากแท่งน้ำแข็งเหล่านั้น


    " เจ้า...นางทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องเจ้า จงดูแลนางให้ดี! "


    เทพที่สิงสถิตร่างจ้องเขม็งไปยังนที แต่นทีนั้นรู้ดีว่าเธอไม่ได้หมายถึงเขาแต่เป็นวินเทอร์ที่อยู่ในแหวนมิติต่างหาก จะมีใครที่สามารถยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องมอนสเตอร์อย่างอาเรียอีกบ้าง จิตใจของเธอนั้นงดงามเฉกเช่นหน้าตาของเธอ แต่ผู้คนรอบข้างที่มองเห็นนั้นไม่ได้เข้าใจเช่นนั้น พวกเขาคิดไปต่าง ๆ นานาแล้วว่า สิ่งที่อาเรียทำนั้นเพื่อปกป้องนที


    " สมกับเป็นท่านนที! ขนาดคุณหนูอาเรียก็ยังไม่รอดพ้นเงื้อมมือ "

    " เอ๊ะ...ไม่ใช่ว่าท่านนทีมีท่านไลล่าอยู่แล้วงั้นเหรอ ไหนจะท่านพิมชนกและท่านกันยาอีก "

    " เจ้าเอ่ยไม่ครบนะ ยังมีท่านโอลิเวียอีกด้วย ข้าถึงได้บอกไงว่าสมแล้วที่เป็นท่านนที " 


    เสียงซุบซิบถึงเรื่องราวหลังบ้านของนทีนั้นดังระงม แม้ว่ามันจะใช่ความจริงหรือไม่พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก เพียงแค่ถ้ามันเผ็ดร้อนล่ะก็พวกเขาก็พร้อมที่จะเชื่อ


    ร่างของอาเรียค่อย ๆ ลอยล่องลงมาตรงหน้านที เขาเดินเข้าไปรับเธอไว้อย่างแผ่วเบา แต่คิ้วของเขาก็ต้องขมวดเมื่อได้เห็นสภาพดวงตาของเธอ เพียงแค่ปราดเดียวเขาก็สามารถรับรู้ได้ว่าเธอไม่สามารถที่จะมองเห็นได้อย่างคนทั่วไปอีกแล้ว


    " ฉันเหนื่อยมากเลย...ขอพักก่อนนะ " อาเรียเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

    " เธอ...หลับให้สบายเถอะ "


    นทีเอ่ยพลางกัดฟัน ในตอนแรกเขานั้นกำลังจะบอกเธอว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เมื่อเขาเห็นราคาที่เธอต้องจ่าย แต่เมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า หากอาเรียไม่ได้เสียสละเพื่อช่วยพวกเขาทุกคนไว้แล้วล่ะก็ คงจะไม่มีใครเหลือรอดจนถึงตอนนี้


    ' นี่สินะ...การเสียสละที่แท้จริง '  นทีคิด


    เขาได้รับบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เรียนรู้มาก่อน ในชีวิตเขาไม่เคยมีคำว่าการเสียสละอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อยนิด หลังจากที่เขาผ่านการเลี้ยงดูอย่างห่วยแตกและเพื่อนที่ไม่จริงใจ เขาก็คิดถึงแต่ตัวเองเป็นอันดับแรกเท่านั้น แม้แต่ตอนที่เขาเข้าไปช่วยเหลือลอเรน่าเขาก็ยังนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง


    ถึงแม้เขาจะบอกให้ไลล่า กันยา และพิมชนกหนีไปนั้น เขาก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวพวกเธอ แต่แท้จริงแล้วเขากลับทำเพื่อตัวเอง เขาคิดว่าการทำแบบนี้นั้นถูกต้องที่สุดแล้วแต่แท้จริงแล้วเขาเพียงแค่สำเร็จความใคร่ทางศีลธรรมให้กับตัวเองเท่านั้น


    ถ้าหากเขาจะต้องเสียสละแล้วล่ะก็เขาจะต้องต่อกรกับศัตรูได้ต่างหากนั่นคือความคิดที่เริ่มก่อตัวในก้นบึ้งจิตใจของนที ความแข็งแกร่งที่ได้แสดงออกมาจากเครเซอร์นั้น เขาไม่สามารถที่จะจินตนาการได้ว่าเขาจะสามารถต่อกรกับพลังระดับนี้ได้อย่างไร แต่เพียงพริบตาเขาก็ได้พบเจอกับพลังระดับเทพเจ้าที่สามารถบดขยี้เครเซอร์ได้ง่ายดายราวกับมดปลวก


    ' เราต้องแข็งแกร่งขึ้น! '