"เพลงดาบตัดสายฟ้า" พลั่บ!!!!! แค่ตวัดคมดาบเพียงครั้งเดียว คลื่นดาบเวทย์ก็ถูกฟาดฟันออกมาด้วยพลังทำลายล้างอันมหาศาลที่มากขึ้นกว่าเดิม สวบ!!!!! ซึ่งมันก็ตัดตัวเจ้ามิโนทอร์บอสของชั้นที่ 10 ให้ขาดครึ่งได้ด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว
"นี่สินะพลังของอาวุธประจำตัวผู้กล้า"
'มุรามาสะ หรือดาบปีศาจ' คือชื่อของดาบเล่มนี้ มันเป็นดาบคาตานะแบบญี่ปุ่น แม้แต่ชื่อของมันก็ยังเป็นภาษาญี่ปุ่น ด้ามจับของมันถูกถักด้วยเชือกสีม่วงอย่างประณีต ส่วนใบดาบนั้นเป็นสีดำสนิททั่วทั้งใบ ความคมของมันนั้นเรียกได้ว่าสามารถตัดอากาศให้ขาดออกจากกันได้เลย น้ำหนักก็บางเบาราวกับว่าไม่ได้ถือดาบอยู่ในมือ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ฟาดฟันได้อย่างหนักหน่วงเป็นอย่างมาก และในตอนที่บรรจุพลังเวทย์เข้าไปนั้น ใบดาบที่เคยเป็นสีดำสนิทก็มีประกายสีม่วงสาดส่องขึ้นมา ราวกับว่ามันกำลังรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับเวทมนตร์ของผมอย่างไงอย่างงั้น
[HP : 1100/1100]
[MP : 850/850]
[LV : 30]
[พลังโจมตีกายภาพ : 110]
[พลังโจมตีเวทย์ : 85]
[ต้านทานกายภาพ : 85]
[ต้านทานเวทย์ : 45]
[ความเร็ว : 90]
[จิตเวทย์ : 45]
ไม่ได้เพียงแค่ได้อาวุธเล่มใหม่เท่านั้น แต่ตัวผมยังมีค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมากอีกด้วย และนั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมได้รับหลังจากเลเวลสามสิบ เพราะว่าในตอนนี้คุณสมบัติทั้งหมดของผู้กล้าแห่งกามอารมณ์ของผมมันได้ถูกปลดล็อกทั้งหมดแล้ว 'เจ้าแห่งกามอารมณ์' นั่นคือชื่อของสกิลพาสซีฟอันเป็นคุณสมบัติประจำตัวอย่างสุดท้ายของผมที่ถูกปลดล็อกออกมา
คุณสมบัติของสกิลนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามประการ อย่างแรกมันเขียนเอาไว้ว่า 'กายาสวาท' ทำให้หญิงใดที่ถูกผมสัมผัสจะเริ่มร้อนรุ่มและต้องการสัมผัสสวาทจากผม 'วาจาสวาท' ทำให้หญิงใดที่พูดคุยกับผมจะเริ่มหลงไปกับคารมอันคมคาย และอันสุดท้าย 'เนตราสวาท' ยิ่งสบสายตากันนานมากขึ้นเท่าไหร่ เธอคนนั้นก็จะยิ่งหลงใหลในตัวผมมากยิ่งขึ้นเท่านั้น มันทั้งหมดนี้เป็นสกิลพาสซีฟที่ทำงานเองแบบอัตโนมัติ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการหว่านล้อมหญิงสาวให้ยอมพลีกายให้ผมง่ายมากขึ้น แต่ถึงแบบนั้นผลของมันก็เริ่มต้นที่ 1% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเลเวล กับจำนวนผู้หญิงที่ผมได้ขยี้สวาทด้วย
"ต่อไปก็ไปชั้นที่สูงกว่านี้กันหน่อยดีกว่าเรา" เพราะแบบนั้นผมก็เลยยังไม่ได้ลองใช้สกิลเจ้าแห่งกามอารมณ์เลย พอเลเวลครบสามสิบผมก็ไต่หอคอยในวันรุ่งขึ้นทันที เพราะอยากที่ลองว่าดาบเล่มใหม่นี้มันจะทำให้ตัวผมแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน และตัวผมก็คัดไม้คันมือเต็มแล้วด้วย ถ้าไม่ได้ฟาดฟันมอนสเตอร์สักสิบยี่สิบตัวคงนอนไม่หลับแน่ๆ
"ชั้นนี้มอนสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นหมียักษ์สินะ"
[ชั้นที่15]
[หมีเกราะหินLV.35]
"พอดีเลยกำลังอยากฟันอะไรที่มันดูแข็งๆ อยู่พอดี" หมับ!!!!
"!!!!" เหมือนว่าจะส่งจิตสังหารออกไปรุนแรงมากไปหน่อย ฝูงหมีเกราะหินทั้งสี่ตัวมันก็เลยหันมาจ้องผมตาเขม็งเป็นสายตาเดียวกัน แถมพวกมันทั้งสี่ตัวยังเป็นฝ่ายวิ่งกรูกันเข้ามาหาผมเองอีกต่างหาก
"ดาบ ตัด สาย ฟ้า!!!" สวบ!!!!! จากประสบการณ์ของการแอบปีนหอคอยเมื่อครั้งก่อน มันสอนให้ตัวผมนั้นต้องรู้จักรอบคอบให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นจะตายเข้าจริงๆ เอาได้
หมีที่พุ่งตรงเข้ามาทั้งสี่ตัวนั้น มีรูปร่างที่ใหญ่พอๆ กันทุกตัว เท่าที่เห็นด้วยสายตา อาวุธของมันน่าจะเป็นกรงเล็บที่แหลมคม กับแรงตบอันมหาศาลจากมือใหญ่ๆ ทั้งสองข้างนั่น แถมยังมีเกราะป้องกันเป็นขนหินที่ขึ้นปกคลุมทั้งร่างกายอีกต่างหาก
คลื่นดาบเวทย์ที่ผมปล่อยออกไปนั้นเข้าไปที่กลางลำตัวของพวกมันตัวหนึ่งอย่างจัง แต่ก็ทำให้มันได้รับปาดเจ็บไม่ได้เลย เพราะว่าถูกขนหินของมันดูดซับการโจมตีเอาไว้หมด
"เป็นสายกายภาพที่ทั้งแทงค์เองได้ ทั้งทำดาเมจเองได้ด้วยสินะ"
"กว๊าก!!!!!!" และตอนนี้มันทั้งสี่ตัวก็ได้กระโจนเข้ามาใส่ผมพร้อมกันทั้งสี่ตัวแล้ว แถมยังง้างกรงเล็บอันแหลมคมออกมาเตรียมตะปบหน้าผมด้วยมือใหญ่ๆ ข้างนั้นของมันด้วยอีกต่างหาก
แต่ว่านะ.....
"ออร่าสายฟ้า........ไม่มีอะไรที่คมดาบของฉันตัดไม่ขาดหรอก" พลั่บ!!!!! สายฟ้าสีม่วงปะทุออกมาจากร่างกาย ก่อนที่มันจะถูกส่งลงไปที่ใบดาบ ทำให้ใบดาบสีดำสนิทมีประกายสีม่วงปรากฏขึ้นมา "ระบำดาบเทพอัสนี!!!" จากนั้นผมก็ตั้งท่าต่อสู้อีกครั้งก่อนที่จะกวัดแกว่งคมดาบเข้าใส่พวกมัน
สวบ!!!! คมดาบแรกตัดเข้าที่คอของหมีตัวที่หนึ่งจนขาดสะบั้นในทันที ออร่าเวทมนตร์ไม่ได้เพียงแต่เพิ่มความว่องไว แต่ยังเพิ่มพลังการโจมตีให้อีกด้วย เช่นเดียวกับคมดาบที่ถูกอัดพลังเวทย์ใส่ลงไป ที่ถูกเพิ่มพลังโจมตีขึ้นไปอย่างมหาศาล สวบ!!!! จากนั้นก็กวัดแกว่งคมดาบอีกครั้ง ตัดเข้าไปที่กลางลำตัวของหมีตัวที่สองทะลุผ่านเกราะหินของมันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย และ สวบ สวบ สองดาบสุดท้ายผ่าเข้าไปที่กลางตัวหมีที่กระโจนเข้ามาขาดออกเป็นสองท่อนในแนวตรง และปลายดาบที่แทงเข้าไปกลางหัวใจของหมีตัวสุดท้าย พลั่บ!!!!! ทำให้พวกมันทั้งสี่ตัวสลายหายไปพร้อมกัน ซึ่งทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
"ก็แข็งดีนะเกราะของพวกแก แต่ดูเหมือนว่ามุรามาสะของฉันจะคมกว่า" ฉับ!!!! จากนั้นก็เก็บคมดาบกลับเข้าฝักไป ก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปยังทางเดินของหอคอยต่อ ในครั้งนี้ผมตั้งใจว่าจะปีนขึ้นไปให้ถึงชั้นที่ 16 ชั้นสูงสุดที่รีฟาร์เคยขึ้นไปถึง แล้วค่อยกลับลงไปหาพวกเธอ เพราะตั้งแต่ออกมาเก็บเลเวลที่บาร์ ผมก็แทบจะกินนอนอยู่ที่นั่น เลยยังไม่ได้เจอหน้าสามสาวคนสวยของตัวเองเลย
[ชั้นที่ 16]
"อย่าเข้ามานะ!!!" แต่ขึ้นมาถึงชั้นที่สิบหกได้ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นมา
"ไม่นะ!!!!" แถมยังไม่ใช่เพียงแค่หนึ่ง แต่เป็นถึงสองคน
หมับ!!! เพราะแบบนั้นผมก็เลยต้องชักมุรามาสะออกมาอีกครั้ง แล้ววิ่งตรงไปยังเสียงนั้นในทันที ฟังจากเสียงดูเหมือนว่าจะไม่ไกลจากตรงนี้มากเท่าไร่นัก แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือเสียงที่ร้องออกมานั้นมันดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้จากน้ำเสียงเลยว่าคงกำลังเข้าตาจนน่าดู
"เพลงดาบสายฟ้าฟาด!!!!" เมื่อเข้ามาใกล้จนเห็นเป้าหมายแล้ว ผมก็ทำการระเบิดการโจมตีออกมาในทันที
[ก็อบลินนักดาบ LV. 36]
"ชั้นนี้เป็นก็อบลินสินะ ย๊า!!!!!" ในตอนที่พุ่งตรงเข้าไปด้วยความเร็วนั้น จากการกวาดสายตาดูเหมือนว่าจะเป็นปาร์ตี้ของนักผจญภัยที่เข้าต่อสู้กับกลุ่มก็อบลินอย่างดุเดือดพอสมควร น่าจะมีสมาชิกกันทั้งหมดห้าคนได้ แนวหน้าที่เป็นนัดดาบเวทย์สองคนกับแทงค์หนึ่งคนนั้นถูกกลุ่มก็อบลินจัดการไปแล้ว เหลือแนวหลังที่น่าจะเป็นนักธนูกับนักเวทย์ ส่วนฝูงก็อบลินที่เหลืออยู่มีราวๆ ห้าตัว
"!!!!" และพวกมันทั้งห้าตัวก็กำลังจ้องมองมาที่ผมเป็นสายตาเดียวกัน สงสัยว่าจะส่งจิตสังหารรุนแรงมากไป หรือไม่ผมก็ดูเป็นอันตรายต่อพวกมันมากกว่านักผจญภัยสาวสองคนนั้น พวกมันก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นพากันพุ่งเข้าใส่ผมแทน
"กว๊าก!!!!" และก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะเก่งพอตัวด้วย พวกมันทั้งห้าที่พุ่งเข้ามาหาผมนั้นไม่ได้พุ่งเข้ามาเฉยๆ แต่พุ่งเข้ามาอย่างมีแบบแผน ที่ใช้สองตัวเป็นแนวหน้าวิ่งตรงเข้ามาหาผม ส่วนอีกสามตัวที่เหลือตีวงออกเพื่อล้อมผมเอาไว้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปาร์ตี้นี้ถึงได้เละเทะแบบนี้
"เพลงดาบตัดสายฟ้า" เพราะแบบนั้นก็เลยปล่อยคลื่นดาบเวทย์ไปสกัดการเคลื่อนที่ของสามตัวนั้นเอาไว้ก่อน เพื่อกันไม่ให้ตัวเองต้องตกไปอยู่ในวงล้อม จากนั้น "ออร่าสายฟ้า" ก็บัพพลังโจมตีและการเคลื่อนที่ของตัวเอง ตามด้วย "อัสนีเลื่อนลั่น" สวบ!!!! ผมได้ปาดาบฟักลงไปที่พื้นตรงหน้าก็อบลินทั้งสองตัวที่วิ่งตรงเข้ามา เกิดเป็นสนามแม่เหล็กขนาดย่อมที่ช็อตพวกมันจนขยับตัวไม่ได้
"ย๊า!!!!!" จากนั้นก็เข้าไปตะบันหน้าพวกมันด้วยหมัดเพียวๆ ที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสายฟ้าเอาไว้ "หมัดตัดสายฟ้า" ตับ!!!!! เป็นพลังต่อยอันรุนแรงที่ระเบิดพลังเวทย์ใส่หน้าพวกมันในระยะเผาขน ตับ สวบ ตับ สวบ สวบ ทั้งหมดตรงและหมัดฮุคต่างถูกซัดเข้าที่หน้าของมันสองตัวเป็นชุด จนพวกมันทั้งสองตัวสูญสลายหายไปเพราะการโจมตีด้วยหมัดนั้น
"กว๊าก!!!!!!" แต่ว่าก็ยังมีอีกสามตัวที่เหลือ ที่ตอนนี้พวกมันเองก็วิ่งกรูกันเข้ามาหาผมพร้อมๆ กัน ดูเหมือนว่าพวกมันจะตกอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่านะผมยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจัดการก่อน
"รับไป!!!!" ผมหันไปพูดกับสองสาวที่นั่งตัวสั่นเทากลางกองเลือดอยู่ในสภาพสะบักสะบอม พร้อมด้วยโยนขวดโพชั่นให้แก่พวกเธอ มันเป็นโพชั่นที่สามารถรักษาแผลและก็เพิ่มเลือดได้ จากนั้นก็ดึงดาบที่ปักพื้นอยู่ขึ้นมา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายพุ่งตรงเข้าไปหาพวกมันทั้งสามตัวนั้นด้วยเหมือนกัน
สวบ!!!! คมดาบของก็อบลินตัวแรกถูกฟาดฟันเฉียดหน้าผมไปเล็กน้อย เหมือนกันกับคมดาบของก็อบลินตัวที่สอง ทางด้านของตัวที่สามผมก็หลบคมดาบของมันได้เหมือนกัน ด้วยความว่องไวของผมการหลบคมดาบแบบนี้มันเป็นเรื่องง่ายดายเป็นอย่างมาก และตอนนี้ผมก็มาอยู่ในจุดที่ต้องการ ตรงกลางวงล้อมของพวกมันทั้งสามตัว
"เพลงดาบกงเกวียนอัสนี" สวบ สวบ สวบ คมดาบถูกกวัดแกว่งราวกับพายุพร้อมด้วยออร่าเวทย์สายฟ้าที่ปะทะออกไป เกิดเป็นไต้ฝุ่นขนาดย่อมๆ ที่นอกจากจะสับพวกมันเป็นชิ้นๆ แล้ว ยังผ่าสะบั้นลงไปที่พวกมันทั้งสามตัวอีกด้วย ถึงการต่อสู้กับพวกมันจะไม่ได้หนักมือเท่าไหร่ แต่ก็เหนื่อยไม่ใช่น้อยเลย เพราะใช้พลังเวทย์ไปติดๆ กันเยอะเป็นอย่างมาก
"พวกเธอเป็นยังไงบ้าง" แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงจริงๆ คือนักผจญภัยสาวสองคนนี้ต่างหาก ที่นอกจากจะเฉียดตายแล้ว ยังต้องมาเห็นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ตายไปต่อหน้าต่อตาถึงสามคนอีก
"ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเราไว้"
"ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ"
#ผู้กล้าขยี้สวาท