บทที่ 115 สามอย่าง
ร่างกายสายฝนเปลี่ยนแปลงไปแต่ความทรงจำและความคิดเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย การนึกคิดสายฝนยังคงเป็นระดับหนึ่งอยู่ เขาสามารถจำเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบปีที่แล้วได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นก่อนหน้านี้เพียงแค่เห็นภาพหน้าจอปลดล็อคมือถือเขาก็สามารถรู้ได้ทันทีว่านี่คือโทรศัพท์ของเขา ไม่ใช่ของคนอื่นแน่นอน
ภาพหน้าจอตอนปลดล็อคของสายฝนเป็นภาพซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวในดาวเคราะห์โลกที่มีมัน! ตามที่กล่าวไป เพราะสายฝนเป็นเจ้าของโทรศัพท์ตอนนั้นเขาจึงสามารถปลดล็อคมันได้
“ฉันไม่คิดว่าฉันจะแพ้เจ้าพวกนั้นแม้ว่าตัวฉันในตอนนี้จะเป็นระดับศูนย์” สายฝนกล่าวด้วยเสียงอันเบากับตนเองพลางเดินทางไปยังจุดหมาย ระหว่างทางเขาไม่เจอผู้คนเลยสักคน สำหรับเรื่องนี้สายฝนไม่ได้แปลกใจอะไรและก็ไม่ได้สนใจด้วย ที่นี่เป็นความฝัน ในความฝันไม่ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ การที่คนหายไปไม่เห็นจะแปลกตรงไหน?
ผ่านไปไม่นานสายฝนก็ถึงจุดหมาย เวลานี้เขากำลังยืนอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง มันเป็นร้านอาหารที่หรูหราพอสมควร อาหารแต่ละอย่างในร้านนี้ถือว่าแพงมากในสายตาคนธรรมดาทั่วไป ทำไมสายฝนถึงรู้? ที่เขารู้ก็เพราะเขาเคยมากินอาหารที่ร้านนี้มาก่อน
“เฮ้ออ~ ไม่คาดคิดเลยว่าฉันต้องมาร้านนี้อีกครั้ง” สายฝนถอนหายใจ เหตุการณ์ครั้งนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยลืม หากเขาพลาดแม้เพียงนิดเขาจะมีโอกาศตายสูงมาก เนื่องจากมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เขาสามารถตายได้สายฝนจึงไม่เคยลืมเหตุการณ์นี้
ถอนหายใจเสร็จสายฝนก็กล่าวขึ้นเสียงดัง “พวกนายไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวหรอก ออกมาได้แล้ว!” ความคิดความทรงจำสายฝนยังเป็นเหมือนเดิม ถึงตอนนี้เขาจะไม่ใช่ระดับหนึ่งทว่าสัมผัสรับรู้เขาก็สามารถครอบคลุมทั้งร้านอาหารได้แบบสบายๆ ตราบใดที่ความเข้าใจในความสงบไม่หายไปก็ถือว่าสายฝนยังตระหนักถึงความสงบอยู่ การตระหนักถึงความสงบเป็นผลให้สัมผัสรับรู้เขาแข็งแกร่งขึ้น!
ไม่กี่วินาทีหลังจากสายฝนกล่าวจบ ผู้ชายหกคนก็ออกมาจากที่ซ่อนซึ่งเป็นจุดที่เอาใว้ซ่อนตัวได้ดีมาก พวกมันมองมาทางสายฝนด้วยความประหลาดใจก่อนเอ่ยว่า “สายฝนนายรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราซ่อนตัวอยู่แถวนี้?” เดิมผู้ชายทั้งหกคิดว่าพวกมันซ่อนตัวได้แนบเนียนสุดๆแล้ว ไม่คาดคิดแม้แต่นิดเลยว่าสายฝนจะรู้ว่าพวกมันซ่อนตัวอยู่
“พวกนายซ่อนตัวได้กากขนาดนี้ฉันไม่รู้ก็บ้าแล้ว” สายฝนยักไหล่พร้อมพูดออกมา จะให้เขาบอกอีกฝ่ายไปเหรอว่าเขามีสัมผัสรับรู้อันแข็งแกร่ง? บ้า! เขาจะไปบอกพวกมันทำไม? บอกไปก็ไม่เห็นได้อะไร
ได้ยินคำกล่าวของสายฝนผู้ชายทั้งหกพลันใช้สายตาดุร้ายมองมาทางเขา ในทั้งหมดหกคนมีคนหนึ่งดูคล้ายกับเป็นหัวหน้ากลุ่ม มันพูดบางอย่างกับอีกคนด้วยเสียงเบา และแน่นนอนสายฝนรู้ว่ามันกำลังพูดอะไร อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ไปขัดขวางการพูดของมัน เขาทำเพียงยืนอยู่นิ่งๆและยิ้มเล็กน้อย ต่อจากนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้นทำไมเขาที่เคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อนแล้วจะไม่รู้?
ตอนนั้นชายที่คุยกับคนคล้ายหัวหน้ากลุ่มพลันพยักหน้า มันรีบเดินเข้าไปหลังร้านอาหารทันทีจากนั้นผ่านไปเกินหนึ่งนาทีมันก็ออกมา ออกมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังหวาดกลัวอยู่ สายฝนถูกผู้หญิงคนนั้นดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เขารู้จัก เธอเป็นแฟนของเพื่อนเขาที่ชื่อกล้า
“พวกนายก็น่าจะรู้จักนิสัยฉันดีนี่ ไม่ว่าพวกนายจะทำอย่างไรมันก็ไม่สามารถทำให้ฉันทำตามคำสั่งพวกนายได้หรอก” สายฝนส่ายหัวไปมา ละความสนใจออกจาผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนกล้า เขามองไปที่ชายคล้ายหัวหน้ากลุ่ม ชายคนนี้มีชื่อเล่นว่าพีเค ใช่แล้ว! ไม่มีทางที่มันจะเป็นฝ่ายเดียวกับเขา พีเคเป็นศัตรูที่น่ากลัวในสายตาเขาตอนเรียนมัธยมหก
สายฝนรู้จักพีเคในงานเลี้ยงที่พ่อของเขาจัดขึ้น งานเลี้ยงนี้มีผู้มีอำนาจมากมายถูกเชิญมา หนึ่งในผู้มีอำนาจมากมายนั้นคือพ่อของพีเค พ่อพีเคมีอำนาจระดับเดียวกับพ่อสายฝนเลย และหากกล่าวถึงเรื่องเงินทอง พ่อพีเคนั้นถือว่ารวยยิ่งกว่าพ่อสายฝนเสียอีก ด้วยอะไรบางอย่างไม่รู้พ่อพีเคราวกับว่าเคารพพ่อสายฝนมากทั้งๆที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น
“แล้วถ้าพวกฉันทำลายร่างกายนายจนต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายเดือนล่ะ?” พีเคถาม มันปล่อยหมัดชกอากาศครั้งหนึ่งหลังจากนั้นก็มองสายฝนอย่างเคียดแค้น ครั้งที่แล้วมันโดนพ่อลงโทษก็เพราะชายคนนี้ ถ้าไม่ใช่ชายคนนี้และเพื่อนของเขามันก็ไม่จำเป็นต้องนำปืนออกมาในสถานที่สาธารณะ
“คิดว่าพวกนายทั้งหกจะชนะฉันได้เหรอ?” สายฝนถามกลับ เขาไม่กลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย หลายปีก่อนเขาก็เคยจัดการพวกมันทั้งหกมาแล้ว จะกลัวไปทำไม? ถ้าตอนนั้นสามารถจัดการได้ตอนนี้ทำไมจะจัดการอีกครั้งไม่ได้?
ไม่รอให้พีเคได้พูดสายฝนก็เอ่ยต่อว่า “ฉันน่ะรู้แผนการของพวกนายทั้งหมด พวกนายต้องการบังคับฉันให้ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนนั้นเพื่อให้กล้าและฉันผิดใจกัน มันเป็นแผนการที่ดี! น่าเสียดายพวกนายลืมไปสามอย่าง…”
“อย่างแรกคือถึงพวกนายจะทำร้ายร่างกายฉันจนต้องพักรักษาเป็นปีหรือทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนนั้นฉันก็ไม่มีทางยอมทำตามที่พวกนายพูด อย่างที่สองคือฉันสามารถจัดการพวกนายทั้งหกลงได้ สุดท้ายอย่างที่สาม ที่นี่มันเป็นความฝัน ในความฝันนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางทำให้ความเป็นจริงเปลี่ยนแปลง”
สายฝนกวักมือพร้อมทำหน้ากวนส้นตีนใส่พวกพีเคเมื่อพูดจบ ในแววตาทั้งสองของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม สายฝนไม่มีเจตนาซ่อนความดูถูกเอาใว้เลย! พวกพีเคซึ่งเห็นเช่นนั้นพลันไม่สบอารมณ์ พวกมันไม่เข้าใจว่าอย่างที่สามหมายถึงคืออะไรกันแน่แต่พวกมันเข้าใจอย่างที่หนึ่งกับอย่างที่สอง เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสายฝนไม่มีความกลัวพวกมันสักนิด
เห็นพวกพีเคไม่สบอารมณ์รอยยิ้มสายฝนพลันกว้างกว่ายิ่งเดิม เขาขึ้นไปนั่งบนโต๊ะใกล้ๆก่อนส่งสายตาไปให้ศัตรู ความหมายของสายตานั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงอะไร สายตาที่สายฝนส่งไปให้พวกพีเคเป็นสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย
“สายฝนนาย!” พีเคไม่อาจทนได้อีกต่อไป มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่กล้าทำแบบนี้กับมัน มันคือใคร? มันคือลูกชายของผู้มีอำนาจอันดับต้นๆของประเทศไทยเชียวนะ สิ่งที่สายฝนทำนั้นหยามเกียรติมันมาก หยามเกียรติกันเดินไป!
“อะไรล่ะ? อยากต่อยฉันอย่างงั้นเหรอ?” รอยยิ้มยังคงอยู่บนหน้าสายฝน ไม่หายไปไหน เขากล่าวต่อจากเดิมว่า “ถ้าอยากต่อยก็เข้ามาสิ หยุดยืนโง่ๆแบบนั้นได้แล้ว ฉันขอบอกตรงๆนะ การที่นายยืนโง่ๆแบบนั้นมันทำให้ฉันโคตรรำคาญเลยว่ะ มองนายก็เหมือนกับมองคนโง่นั่นแหละ”
พีเคคลุ้มคลั่งทันทีที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายสายฝน ฉับพลันมันวิ่งเข้าหาเขาและก็ปล่อยหมัดโจมตีสายฝน สายฝนมองหมัดฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ใสใจนัก หมัดอีกฝ่ายไม่อาจเป็นภัยคุกคามเขาได้ ต่อให้สายฝนหลับตาต่อสู้พวกพีเคก็ไม่มีทางชนะเขา
---
จบบทที่ 115 สามอย่าง