เล้นรักในสวนน้อย

    ตอนที่ 50: ราตรีรำลึกและบทเรียนรักเร้นลับในห้องหอ

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของคฤหาสน์ตระกูลจางยามดึกสงัด แสงเทียนภายในห้องนอนกว้างขวางของหลิวเหมยถูกหรี่จนสลัว อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมรัญจวนของกำยานดอกเหมยที่ผสมยาปลุกกำหนัดอ่อนๆ สี่สาวงาม—หลิวเหมย, ซูหลิน, หวังฟาง และจางซิน—บัดนี้อยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเบาที่แทบจะปิดบังความเย้ายวนของร่างกายไว้ไม่มิด

     

    พวกนางไม่ได้รอคอยสามีที่ถูกมอมเหล้าจนหลับลึกอยู่ในห้องหนังสือ แต่กำลังรอคอย 'บทเรียน' จากชายรุ่นใหญ่ที่พวกนางโหยหา ตั้งแต่ที่พวกนางได้วางแผนการเดินทางกลับไปยังชายแดนเมื่อบ่ายวันนี้ ความปรารถนาที่ถูกปิดบังไว้ในใจก็เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

     

    "พี่น้องคะ..." หลิวเหมยกระซิบเบาๆ ขณะที่นางปรับชุดนอนผ้าไหมให้เผยให้เห็นเส้นโค้งของทรวงอกที่อวบอิ่ม "วันนี้เหมยเอ๋อร์รู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งแล้วค่ะ เมื่อได้คิดถึงท่านพี่อาหรงและลุงทั้งสอง..."

     

    ซูหลินที่นั่งหวีผมยาวสีดำให้เรียบเนียนหันมายิ้มหวาน "พี่เหมยพูดถูกเลยค่ะ ตั้งแต่ที่เราได้วางแผนจะกลับไปหาพวกท่าน ข้ารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ" นางหยุดหวีผมแล้วมองตัวเองในกระจก "ข้าแทบจะนอนไม่หลับเลยเมื่อคิดถึงสัมผัสของลุงชาง... มือหยาบกร้านที่รู้จักจะลูบไล้ร่างกายข้าอย่างไร"

     

    หวังฟางที่กำลังทาน้ำมันหอมที่คอและข้อมือหัวเราะเบาๆ "พวกเราต่างก็รู้ดีว่า สามวันข้างหน้านี้จะเป็นสามวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิต" นางมองไปทางหน้าต่างที่มีแสงจันทร์ส่องเข้ามา "แต่คืนนี้... ข้าอยากให้เราได้ระลึกถึงความสุขที่เราเคยได้รับ เพื่อเป็นการเตรียมใจสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น"

     

    จางซินที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางเซ็กซี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเห็นด้วยค่ะพี่ฟาง เมื่อคิดถึงท่านพี่อาหรง... ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของข้ากำลังร้องขอสัมผัสของท่าน" นางใช้มือลูบไล้ไปตามต้นคอของตัวเอง "ข้าอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เราได้เตรียมตัวเองให้พร้อม... ทั้งกายและใจ"

     

    หลิวเหมยลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนที่มีแสงจันทร์ส่องแสงเงินระยิบระยับ "พี่น้องคะ... ข้าคิดว่าเราควรทำพิธีกรรมเล็กๆ เพื่อเป็นการเตรียมจิตใจ" นางหันกลับมามองเพื่อนๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมาย "เราจะได้ระลึกถึงความสุขที่เคยได้รับ และเตรียมพร้อมสำหรับความสุขที่จะได้รับอีกครั้ง"

     

    ซูหลินตาเป็นประกายด้วยความสนใจ "พี่เหมยหมายถึงอะไรคะ? ข้าอยากรู้มาก!" นางวางหวีลงแล้วหันมาให้ความสนใจอย่างเต็มที่

     

    หลิวเหมยยิ้มลึกลับแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักลับแล้วหยิบของบางอย่างออกมา "ข้าได้เก็บสิ่งนี้ไว้ตั้งแต่คืนวิวาห์..." นางหันกลับมาพร้อมกับผ้าไหมสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมแปลกๆ "นี่คือผ้าที่ท่านพี่อาหรงใช้ผูกตาข้าในคืนนั้น... ข้าแอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก"

     

    สาวงามทั้งสามคนต่างอุทานด้วยความตื่นเต้น หวังฟางรีบเดินเข้าไปใกล้ "โอ้! พี่เหมยเก็บของดีๆ ไว้จริงๆ ด้วย!" นางดมกลิ่นจากผ้าไหม "กลิ่นนี้... ยังคงมีกลิ่นของท่านพี่อาหรงอยู่เลย ทำให้ข้านึกถึงคืนนั้นได้ทันที"

     

    จางซินเดินเข้ามาด้วยเช่นกัน "ข้าก็มีของที่ระลึกเหมือนกัน!" นางรีบไปที่ตู้ของตัวเองแล้วหยิบกิ่งไผ่เล็กๆ ออกมา "นี่คือกิ่งไผ่ที่ลุงกัวใช้... เอ่อ... ใช้สอนข้าในคืนนั้น" นางหน้าแดงเล็กน้อย "ข้าเก็บไว้เพราะมันทำให้ข้านึกถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน"

     

    ซูหลินไม่ยอมแพ้ นางรีบไปหยิบสร้อยคอเส้นหนาที่ทำจากหนังสัตว์ออกมา "ข้าก็มี! นี่คือสร้อยที่ลุงชางให้ข้าใส่ในคืนนั้น" นางใส่สร้อยเข้าไปที่คอ "เวลาใส่แล้ว ข้ารู้สึกเหมือนยังคงเป็นของลุงชาง... เหมือนยังคงอยู่ในอ้อมแขนของท่าน"

     

    หวังฟางดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง แล้วก็ยิ้มลึกลับ "ข้าไม่มีของที่ระลึกแบบพวกเธอ... แต่ข้ามีสิ่งที่ดีกว่า" นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วหยิบขวดน้ำหอมเล็กๆ ออกมา "นี่คือน้ำหอมที่ข้าผสมเอง... ผสมจากกลิ่นที่ข้าจำได้จากร่างกายของพวกท่านในคืนนั้น"

     

    สี่สาวงามต่างมองกันด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง พวกนางรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของที่ระลึกธรรมดา แต่เป็นสื่อกลางที่จะพาพวกนางกลับไปสู่ความทรงจำอันหวานชื่นในคืนที่เปลี่ยนชีวิตพวกนางไปตลอดกาล

     

    หลิวเหมยถือผ้าไหมสีแดงขึ้นมา "มาเถอะพี่น้อง... เราจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสื่อกลางในการระลึกถึงความสุขที่เคยได้รับ" นางมองรอบๆ ห้อง "เราจะปิดตาแล้วให้จินตนาการพาเรากลับไปสู่คืนนั้น... กลับไปสู่ความรู้สึกที่ทำให้เรารู้จักตัวเองอย่างแท้จริง"

     

    ซูหลินปรบมือเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น "เป็นความคิดที่ยอดเยียมเลยค่ะพี่เหมย! ข้าอยากลองมาก" นางนั่งลงบนเตียงในท่าที่สบาย "เราจะทำอย่างไรคะ?"

     

    หลิวเหมยยิ้มแล้วเริ่มจัดเตรียม "ก่อนอื่น เราจะหรี่แสงเทียนให้เหลือเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม" นางเดินไปหรี่แสงเทียนจนห้องมืดลงเล็กน้อย "แล้วเราจะนั่งเป็นวงกลม... เหมือนกับที่เราเคยทำในคืนนั้น"

     

    สาวงามทั้งสี่คนจัดท่านั่งเป็นวงกลมบนเตียงใหญ่ ผ้าไหมสีแดง กิ่งไผ่ สร้อยคอ และน้ำหอม ถูกวางไว้ตรงกลาง เหมือนเป็นแท่นบูชาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันหวานชื่น

     

    หวังฟางเปิดขวดน้ำหอมแล้วหยดลงบนผ้าไหม กลิ่นหอมแปลกๆ ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นผู้ชายและกลิ่นความปรารถนาเริ่มฟุ้งไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที

     

    "ตอนนี้..." หลิวเหมยกระซิบด้วยเสียงเบาราวกับกำลังทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ "เราจะปิดตาแล้วให้ความทรงจำพาเรากลับไป... กลับไปสู่คืนที่เราได้เรียนรู้ว่าความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคืออะไร"

     

    สี่สาวงามปิดตาพร้อมกัน ลมหายใจของพวกนางเริ่มหอบเร็วขึ้นเมื่อกลิ่นหอมจากน้ำหอมผสมผสานกับความทรงจำเริ่มปลุกเร้าความรู้สึกที่ถูกฝังลึกในจิตใจ

     

    "ข้าเห็นแล้ว..." ซูหลินกระซิบด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเครือ "ข้าเห็นลุงชางกำลังเดินเข้ามาในห้อง... ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความกระหาย... มือใหญ่ของท่านกำลังเอื้อมมาหาข้า..."

     

    หวังฟางสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าก็เห็นเหมือนกัน... ลุงกัวกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ข้า... ท่านกำลังถือกิ่งไผ่เล็กๆ นั่น..." นางกัดริมฝีปากเบาๆ "ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของข้ากำลังร้องขอสัมผัสของท่าน"

     

    จางซินหายใจหอบเร็วขึ้น "ท่านพี่อาหรง... ข้าเห็นท่านกำลังเดินเข้ามาใกล้... ดวงตาเสือดุที่เต็มไปด้วยความปรารถนา..." นางใช้มือสัมผัสไปที่ริมฝีปากของตัวเอง "ข้าจำได้... จำได้ว่าจูบของท่านทำให้ข้ารู้สึกอย่างไร"

     

    หลิวเหมยที่เป็นผู้นำเริ่มเล่าด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล "คืนนั้น... เมื่อท่านพี่อาหรงใช้ผ้าไหมเส้นนี้ผูกตาข้า... ข้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหายไป เหลือแต่เสียงหายใจของท่าน... กลิ่นผู้ชายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของท่าน..."

     

    นางหยุดชั่วครู่ แล้วใช้มือสัมผัสไปที่ผ้าไหมสีแดง "ท่านกระซิบข้างหูข้าว่า... 'เจ้าจะได้เรียนรู้ว่าความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคืออะไร' แล้วท่านก็เริ่มสอนข้า... สอนด้วยมือ... สอนด้วยปาก... สอนด้วยร่างกายทั้งหมดของท่าน"

     

    ซูหลินสั่นเครือมากขึ้น "ลุงชาง... ท่านบอกข้าว่า 'สาวน้อย เจ้ายังไม่รู้จักร่างกายของตัวเองเลย' แล้วท่านก็เริ่มสอนข้า..." นางใช้มือลูบไล้ไปตามสร้อยคอหนัง "มือหยาบกร้านของท่านรู้จักจุดที่ทำให้ข้าเสียวซ่าน... รู้จักวิธีที่จะทำให้ข้าครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน"

     

    หวังฟางเริ่มหอบหายใจเร็วขึ้น "ลุงกัว... ท่านใช้กิ่งไผ่นี้สอนข้าเรื่องที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อน..." นางสัมผัสกิ่งไผ่เบาๆ "ท่านบอกว่า 'ผู้หญิงที่ดีต้องรู้จักรับและให้' แล้วท่านก็สอนข้าทั้งสองอย่าง... สอนให้ข้ารู้จักรับความสุข... และให้ความสุขแก่ผู้ชาย"

     

    จางซินกัดริมฝีปากแล้วกระซิบ "ท่านพี่อาหรงสอนข้าด้วยความอ่อนโยนแต่เด็ดขาด... ท่านรู้จักจะจูบข้าอย่างไร... รู้จักจะสัมผัสข้าอย่างไร..." นางหยุดชั่วครู่ "ท่านทำให้ข้ารู้ว่า... การยอมจำนนต่อผู้ชายที่แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย... แต่เป็นเรื่องที่สวยงาม"

     

    บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนรุ่มขึ้น สี่สาวงามต่างจมอยู่ในความทรงจำที่หวานชื่น ร่างกายของพวกนางเริ่มตอบสนองต่อความทรงจำเหล่านั้น เหมือนกับว่าพวกนางกำลังได้รับสัมผัสจริงๆ

     

    หลิวเหมยเริ่มเล่าต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ท่านพี่อาหรงพาข้าไปที่หน้ากระจกใหญ่... ท่านยืนอยู่ข้างหลังข้า แล้วกระซิบว่า 'ดูตัวเองสิ... ดูว่าเจ้าสวยงามแค่ไหนเมื่อได้รับความสุข'" นางสัมผัสไปที่ร่างกายของตัวเอง "ข้าเห็นตัวเองในกระจก... เห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไป... เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา..."

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ลุงชางก็ทำแบบเดียวกันกับข้า... ท่านให้ข้ามองดูตัวเองขณะที่ท่านสอนข้า..." นางใช้มือลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง "ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า... ร่างกายของผู้หญิงสามารถสวยงามได้ขนาดนี้เมื่อได้รับความสุข"

     

    หวังฟางเสริม "ลุงกัวสอนข้าให้รู้จักเสียงของตัวเอง... ท่านบอกว่า 'อย่าอาย... เสียงครางของเจ้าไพเราะมาก'" นางหยุดชั่วครู่ "ท่านสอนให้ข้ารู้จักแสดงออก... รู้จักบอกสิ่งที่ข้าต้องการ... รู้จักเป็นผู้หญิงที่แท้จริง"

     

    จางซินเสริมด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล "ท่านพี่อาหรงสอนข้าเรื่องความอดทน... ท่านทำให้ข้าเสียวซ่านแต่ไม่ให้ข้าถึงจุดสุดยอด..." นางสั่นเครือเล็กน้อย "ท่านบอกว่า 'ผู้หญิงที่ดีต้องรู้จักรอ... รู้จักสะสมความรู้สึก' แล้วเมื่อท่านให้ข้าถึงจุดสุดยอด... มันเป็นความสุขที่ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน"

     

    สี่สาวงามต่างจมลึกลงไปในความทรงจำ ร่างกายของพวกนางเริ่มตอบสนองมากขึ้น เหมือนกับว่าพวกนางกำลังได้รับสัมผัสจากชายรุ่นใหญ่ทั้งสามคนจริงๆ

     

    หลิวเหมยเริ่มเล่าถึงช่วงที่เร่าร้อนที่สุด "แล้วท่านพี่อาหรงก็เรียกลุงชางและลุงกัวเข้ามา... ท่านบอกว่า 'สาวน้อยคนนี้พร้อมแล้วที่จะเรียนรู้บทเรียนที่แท้จริง'" นางหอบหายใจเร็วขึ้น "ข้ารู้สึกตื่นเต้นและกลัวปนกัน... แต่ความปรารถนาในใจมันแรงกว่าความกลัว"

     

    ซูหลินพยักหน้า "ลุงชางเดินเข้ามาหาข้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหมาย... ท่านบอกว่า 'สาวน้อย วันนี้เจ้าจะได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง'" นางสั่นเครือ "มือใหญ่ของท่านสัมผัสข้าด้วยความเชี่ยวชาญ... รู้จักจุดที่ทำให้ข้าเสียวซ่าน"

     

    หวังฟางเสริม "ลุงกัวก็เข้ามาหาข้าเช่นกัน... ท่านถือกิ่งไผ่แล้วบอกว่า 'เจ้าจะได้เรียนรู้ว่าความเจ็บและความสุขสามารถผสมผสานกันได้อย่างไร'" นางกัดริมฝีปาก "ท่านสอนข้าด้วยความอดทนและความเข้าใจ... ทำให้ข้ารู้จักกับความรู้สึกใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน"

     

    จางซินเล่าต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ท่านพี่อาหรงจับข้าไปนั่งบนตักของท่าน... ท่านกระซิบข้างหูข้าว่า 'ดูเพื่อนๆ ของเจ้าสิ... ดูว่าพวกนางกำลังเรียนรู้อะไร'" นางหยุดชั่วครู่ "ข้ามองไปเห็นพี่เหมย พี่หลิน และพี่ฟางกำลังอยู่ในอ้อมแขนของลุงทั้งสอง... ทุกคนต่างมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข"

     

    หลิวเหมยต่อเรื่องราว "แล้วท่านพี่อาหรงก็บอกว่า 'วันนี้พวกเจ้าจะได้เรียนรู้ร่วมกัน... จะได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง'" นางหอบหายใจเร็วขึ้น "ท่านให้เราทั้งสี่คนนั่งเป็นวงกลม... แล้วสอนเราทีละคน... ให้คนอื่นๆ ดูและเรียนรู้"

     

    ซูหลินพยักหน้า "ลุงชางเริ่มจากข้า... ท่านสอนข้าต่อหน้าทุกคน... ทำให้ข้ารู้สึกอายแต่ก็ตื่นเต้น" นางสั่นเครือ "ท่านสอนข้าให้รู้จักใช้ปาก... รู้จักใช้มือ... รู้จักใช้ร่างกายทั้งหมดเพื่อให้ความสุขแก่ผู้ชาย"

     

    หวังฟางเสริม "แล้วลุงกัวก็สอนข้าต่อ... ท่านใช้กิ่งไผ่สอนข้าเรื่องความอดทน... เรื่องการควบคุมความรู้สึก" นางกัดริมฝีปาก "ท่านทำให้ข้าเสียวซ่านจนแทบจะบ้าคลั่ง... แต่ไม่ให้ข้าถึงจุดสุดยอด... จนกว่าท่านจะพอใจ"

     

    จางซินเล่าต่อ "ท่านพี่อาหรงสอนข้าเป็นคนสุดท้าย... ท่านบอกว่า 'เจ้าได้ดูเพื่อนๆ เรียนรู้แล้ว... ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว'" นางสั่นเครือมาก "ท่านสอนข้าด้วยความอ่อนโยนแต่เด็ดขาด... ทำให้ข้ารู้ว่าการยอมจำนนต่อผู้ชายที่แข็งแกร่งเป็นเรื่องที่สวยงาม"

     

    บรรยากาศในห้องร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ สี่สาวงามต่างจมอยู่ในความทรงจำอันหวานชื่น ร่างกายของพวกนางตอบสนองต่อความทรงจำเหล่านั้นอย่างรุนแรง

     

    หลิวเหมยเล่าต่อด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเสียงครวญคราง "แล้วท่านพี่อาหรงก็บอกว่า 'ตอนนี้พวกเจ้าจะได้เรียนรู้บทเรียนสุดท้าย... บทเรียนที่จะทำให้พวกเจ้าเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ'" นางหยุดชั่วครู่ "ท่านให้เราทั้งสี่คนอยู่ด้วยกันพร้อมๆ กัน... ให้เราได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ลุงชางอุ้มข้าขึ้นมา... ท่านกระซิบว่า 'สาวน้อย เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง?'" นางหอบหายใจเร็วขึ้น "ข้าพยักหน้า... เพราะข้าต้องการมาก... ต้องการที่จะได้รู้จักกับความรู้สึกที่พวกท่านจะมอบให้"

     

    หวังฟางเสริม "ลุงกัวก็ถามข้าเหมือนกัน... ท่านบอกว่า 'เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าต้องการเรียนรู้?'" นางพยักหน้า "ข้าตอบว่าแน่ใจ... เพราะข้าอยากรู้... อยากรู้ว่าความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคืออะไร"

     

    จางซินเล่าด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล "ท่านพี่อาหรงจูบข้าอย่างลึกซึ้ง... ท่านบอกว่า 'จากวันนี้ไป เจ้าจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว... เจ้าจะเป็นผู้หญิงที่แท้จริง'" นางสั่นเครือ "แล้วท่านก็เริ่มสอนข้า... สอนด้วยความอ่อนโยนแต่เด็ดขาด"

     

    สี่สาวงามต่างจมลึกลงไปในความทรงจำ ร่างกายของพวกนางตอบสนองต่อความทรงจำอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าพวกนางกำลังได้รับสัมผัสจริงๆ ในขณะนี้

     

    หลิวเหมยเริ่มเล่าถึงช่วงที่เร่าร้อนที่สุด "ท่านพี่อาหรงสอนข้าอย่างช้าๆ... ท่านรู้จักจะทำให้ข้าเสียวซ่านอย่างไร... รู้จักจะทำให้ข้าต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ" นางหอบหายใจเร็วขึ้น "ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของข้ากำลังถูกปลุกเร้า... กำลังถูกสอนให้รู้จักกับความรู้สึกใหม่ๆ"

     

    ซูหลินพยักหน้า "ลุงชางก็เช่นกัน... ท่านสอนข้าด้วยความอดทน... ทำให้ข้าเสียวซ่านจนแทบจะทนไม่ไหว" นางสั่นเครือ "แต่ท่านไม่รีบร้อน... ท่านรอให้ข้าพร้อมจริงๆ ก่อนที่จะสอนข้าบทเรียนสุดท้าย"

     

    หวังฟางเสริม "ลุงกัวใช้กิ่งไผ่สอนข้าให้รู้จักความแตกต่างระหว่างความเจ็บและความสุข... ท่านทำให้ข้าเข้าใจว่าทั้งสองอย่างสามารถผสมผสานกันได้อย่างสวยงาม" นางกัดริมฝีปาก "ท่านสอนข้าให้รู้จักรับและให้... รู้จักเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ"

     

    จางซินเล่าต่อด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเสียงครวญคราง "ท่านพี่อาหรงสอนข้าบทเรียนสุดท้าย... ท่านทำให้ข้ารู้ว่าการยอมจำนนต่อผู้ชายที่แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย" นางสั่นเครือมาก "ท่านทำให้ข้าเข้าใจว่า... ความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคือการรู้จักรับและให้ความสุข"

     

    ในขณะนี้ เสียงเคาะหน้าต่างเบาๆ ดังขึ้น เป็นสัญญาณที่รู้กัน สี่สาวงามเปิดตาพร้อมกัน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนา

     

    "พวกท่านมาแล้ว..." หลิวเหมยกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี

     

    ลุงชางและลุงกัว ลอบเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่เงียบเชียบแต่เปี่ยมไปด้วรังสีแห่งอำนาจ ชายรุ่นใหญ่ทั้งสองมองดูสี่สาวงามที่บัดนี้กลายเป็นฮูหยินเต็มตัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหาย

     

    "ลุงชาง... ลุงกัว... พวกเราคิดถึงสัมผัสของพวกท่านเหลือเกินค่ะ" หลิวเหมยเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหาลุงชาง นางโน้มคอเขาลงมาจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นเรียวพัวพันกับลิ้นหนาที่หยาบกร้านของชายรุ่นใหญ่อย่างไม่ถือตัว

     

    ลุงชางไม่รอช้า เขาช้อนอุ้มร่างของหลิวเหมยขึ้นมาแล้ววางลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะกระชากชุดนอนผ้าไหมของนางออกจนเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่สั่นระริก เขาใช้ปากและฟันบดขยี้ยอดอกของนางอย่างตะกรุมตะกรามจนหลิวเหมยกรีดร้องออกมาด้วยความเสียวซ่าน "อ๊า! ลุงชาง... แรงอีกค่ะ... ขยี้เหมยเอ๋อร์ให้แหลกคามือท่านเหมือนตอนที่ชายแดนสิคะ!"

     

    ในขณะเดียวกัน ลุงกัวก็จัดการกับ ซูหลินและหวังฟาง อย่างเชี่ยวชาญ เขาจับสาวงามทั้งสองหันหลังให้กันแล้วใช้นิ้วหนาที่หยาบกร้านลูบไล้ไปตามร่องรักที่เปียกชุ่มของพวกนางพร้อมกัน ลุงกัวหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะเมื่อเห็นสาวงามที่เคยเรียบร้อยบัดนี้กลับแอ่นสะโพกเข้าหานิ้วของเขาอย่างร่านสวาท

     

    "ดูสิ... ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ กลับมาโหยหานิ้วหยาบๆ ของคนแก่อย่างข้าเสียแล้วหรือ?" ลุงกัวคำรามพลางจ่อท่อนเนื้อที่แข็งขึงและใหญ่โตเข้ากับร่องรักของซูหลิน แล้วกระแทกเข้าไปจนสุดทางในจังหวะเดียว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ตับ! สนั่นหวั่นไหวประสานกับเสียงครางลั่นของซูหลิน

     

    จางซิน ที่เห็นภาพตรงหน้าถึงกับทนไม่ไหว นางเดินเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าลุงชางที่กำลังปรนเปรอหลิวเหมยอยู่ แล้วใช้ปากครอบครองท่อนเนื้อของเขาอย่างกระหาย นางใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามเส้นเลือดที่ปูดโปนสลับกับการดูดดึงอย่างรุนแรงจนลุงชางต้องครางออกมาด้วยความพอใจ

     

    บทรักในห้องหอทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลุงชางและลุงกัวสลับสับเปลี่ยนกันครอบครองสี่สาวงามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาใช้ประสบการณ์ที่โชกโชนมอบบทเรียนรักที่ดิบเถื่อนและรุนแรงยิ่งกว่าที่เหล่าสามีผู้อ่อนแอจะทำได้ ลุงชางจับหลิวเหมยและจางซินทำท่า 'อุ้มแตง' พร้อมกัน โดยให้พวกนางกอดคอเขาไว้คนละข้างขณะที่เขากระแทกเข้าหาพวกนางสลับไปมาอย่างดุดัน

     

    ส่วนลุงกัวก็จับซูหลินและหวังฟางทำท่า 'ควบม้า' บนตัวเขา นางทั้งสองต่างบดเบียดสะโพกเข้าหาท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างบ้าคลั่ง เสียงครางและเสียงเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องที่ปิดสนิท สี่สาวงามถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างกายอ่อนระทวยและเต็มไปด้วยคราบราคะสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนไปตามเรียวขาและหน้าท้องนวล

     

    "จำไว้นะสาวๆ... ไม่ว่าพวกเจ้าจะแต่งงานไปกี่ครั้ง แต่ร่างกายของพวกเจ้าคือสมรภูมิรักของพวกข้าตลอดไป" ลุงชางกระซิบเสียงพร่าข้างหูหลิวเหมยขณะที่เขากระแทกครั้งสุดท้ายจนน้ำรักพุ่งฉีดเข้าไปในกายของนางจนล้นทะลักออกมา

     

    ก่อนรุ่งสาง ลุงชางและลุงกัวจัดการเช็ดคราบราคะออกจากร่างกายของสี่สาวอย่างประณีต และช่วยพวกนางจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจูบลาสาวงามทั้งสี่ด้วยความอาลัยก่อนจะลอบออกจากคฤหาสน์ไป ทิ้งให้หลิวเหมยและเพื่อนๆ นอนหอบหายใจรวยรินด้วยความอิ่มเอมในรสรักที่ถวิลหา

     

    "อีกสามวัน... เราจะได้ไปหาท่านพี่อาหรงที่ชายแดนแล้วนะคะ" หลิวเหมยกระซิบกับเพื่อนๆ ด้วยแววตาที่เป็นประกายแห่งความหวัง

     

    สี่สาวงามต่างนอนกอดกันด้วยความสุข พวกนางรู้ดีว่าชีวิตในเมืองหลวงเป็นเพียงฉากหน้า แต่ตัวตนที่แท้จริงของพวกนางคือ 'ทาสราคะ' ของพยัคฆ์ร้ายและชายรุ่นใหญ่แห่งชายแดนที่พวกนางจะไม่มีวันยอมปล่อยมือไปชั่วชีวิต

    คล้ายกับเรื่องเล้นรักในสวนน้อย ที่คุณอ่าน