[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    40 ขายดี

    “มีใครอาสาจะเป็นคนทดสอบไหมครับ ใครที่เป็นระดับชำระชีพจรหรือระดับสัมผัสวิญญาณ ขอเพียงแค่มีบาดแผลเข้ามาทดสอบยาได้เลยครับ ผมยินดีรักษาให้ทั้งตัวด้วยเม็ดยายี่จงของร้านเรา”


    ตงฟางโบกไม้โบกมือขอตัวแทนสักคนจากศิษย์ที่กำลังเดินเข้ามามุงดูร้านของเขา ยิ่งเขาประกาศผู้คนก็ยิ่งเดินมามุงดูมากมาย ภายใต้การขออาสาสมัครมาทดสอบตัวยาก็เริ่มมีคนแห่มามากขึ้นเรื่อยๆ ตงฟางที่ยังไม่เห็นใครอาสา เขาจึงมองไปยังชายกล้ามโตยืนใกล้เตาไฟ  เขาจึงกระดิกนิ้วเล็กน้อยเพื่อให้ไม้ท่อนหนึ่งใกล้ๆพุ่งเข้าไปขัดขามัน จนล้มหัวฟาดเตาหลอมตา เกิดเป็นแผลไฟไหม้บริเวณคิ้ว


    อร๊ากกกก


    “ใคร ใครมันเตะขาฉัน ออกมาซะ ออกมา~!”


    พลังระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 5 ระเบิดออกมาจากชายกล้ามโต มันรู้สึกเจ็บปวดบริเวณใบหน้าเป็นอย่างมาก การล้มหัวชนเตาหลอมเดิมทีก็หัวแตกแล้ว ยังถูกไฟไหม้แผลอีกทำให้เกิดเป็นแผลซ้ำซ้อน ทันใดนั้นมันกลับถูกหยุดด้วยตงฟาง จนทำให้มันต้องเดินออกไปยืนท่ามกลางสายตาของผู้คน


    “พี่ชาย จากชุดแล้วพี่ชายน่าจะเป็นศิษย์ทั่วไปและเป็นศิษย์ที่เข้ามาก่อนผม เอาเป็นว่าพี่เป็นตัวแทนในการทดสอบยาของผมในวันนี้ ผมรับลองเลยว่าพี่จะหายดีแน่นอน”


    “ถ้ามันไม่หายฉันจะฆ่าแก แล้วจะฆ่าไอ้คนที่เตะขาฉันด้วย”


    “พี่ชาย ถ้าเป็นคนที่เตะขาพี่ชายคงตามมันไม่ทันหรอก ตอนนี้มันวิ่งลงเขาไปแล้ว เอาล่ะ วิธีการใช้ยายี่จงทุกคนคงจะรู้จักแล้ว มันไม่ใช่ยาสำหรับภายใน เป็นยาสำหรับทาภายนอก ดังนั้นเพียงแค่หยิบมันขึ้นมาแบบนี้ แล้วก็ขยี้มันแบบนี้ ยายี่จงจะแตกตัวกลายเป็นผงจากนั้นก็นำไปโรยบริเวณเกิดแผลได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแผลไฟไหม น้ำร้อนลวก หรือแผลจากของมีคม แผลจากเขี้ยวเล็บสัตว์อสูรจะหายดีในเวลา 10 นาทีเท่านั้น”


    ตงฟางโรยผงสีแดงเลือดลงไปบนแผลบริเวณหางคิ้วของชายกล้ามโต จากนั้นทุกคนก็พากันเงียบเสียงรอดูผลการรักษา พวกเขาอยากรู้ว่ายาของตงฟางจะใช้งานได้ดีกว่ายายี่จงของร้านอื่นหรือไม่ หลังจากผ่านไป 10 นาทีแผลบริเวณคิ้วของชายกล้ามโตก็หายไป เหมือนกับว่าไม่เคยมีแผลเกิดขึ้นมาเลยสักนิดเดียว


    “เฮ่ย ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่เชื่อแน่นอน ยายี่จงต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมงขั้นต่ำ นี่มันพึ่ง 10 นาทีเท่านั้นฉันไม่เชื่อ”


    ชายคนหนึ่งร้องตะโกนออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันเคยใช้ยายี่จงมาหลายครั้งด้วยราคาที่ถูกของมัน ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้รวดเร็วเหมือนของตงฟางเลยสักนิดเดียว ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาตงฟางพร้อมกับบาดแผลถูกสัตว์อสรูโจมตี เขาจึงใช้ยาโรยลงไปบนบาดแผลกลางหน้าอกเพื่อให้ทุกคนได้ดูผลของมัน หลังจากผ่านไป 10 นาทีเท่านั้น ชายที่มีแผลถูกสัตว์อสูรโจมตีได้ปัดผงยาออก จนทำให้ทุกคนเห็นผิวหนังบริเวณที่เคยมีแผลกลับมาอยู่ในสภาพปกติ


    “นี่แหละตัวยาของร้านผม ด้วยคุณภาพ 10 ส่วนของมันจะทำให้หายดีอย่างแน่นอน”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้างพลางนำหนึ่งในกล่องยาทั้ง 100 มาเปิดโชว์ทุกคนที่ยืนอยู่หน้าร้าน เขาไม่ได้แค่ทดสอบยาต่อหน้าผู้คนเท่านั้น เขาได้ใช้พลังจิตสะกดทุกๆคนที่มองมือของเขาอีกด้วย ทุกการสะบัดมือโรยยาเขาได้ใช้นิ้วมือเป็นเครื่องสะกดจิตอ่อนๆ เพื่อฝังเรื่องราวยายี่จงคุณภาพ 10 ส่วนเข้าไปในหัวสมอง ให้ทุกคนจดจำมันได้ดียิ่งขึ้น 


    “นี่ 30 หินวิญญาณ ฉันจะเอาหนึ่งกล่อง”


    หินวิญญาณจากชายสวมชุดเกราะหนังยื่นให้ตงฟาง เขาจึงรับเงินมาด้วยความรวดเร็วแล้วยื่นกล่องยาให้เจ้าของใหม่ ทันใดนั้นเขาก็ประกาศสิ่งที่ผู้ซื้อยาจากเขาจะได้ นั่นก็คือการสุ่มวงล้อเพื่อรับโชคของพวกเขา


    ทุกคนที่ซื้อยาจากเขา 30 เม็ดจะไม่ได้เพียง 30 เม็ดติดมือกลับไป พวกเขามีโอกาสได้เพิ่มเติมจากเดิม 1 เม็ดไปจนถึง 100 เม็ด ทุกคนที่เห็นดังนั้นล้วนแล้วแสดงท่าทางตกใจเพราะการซื้อยาแล้วได้สุ่มรับยาเพิ่มเติมไม่เคยมีมาก่อน


    “พี่ชาย มาหมุนวงล้อนี้เร็ว เพื่อลุ้นโชคว่าพี่ชายจะได้อะไรเพิ่มเติมอีก”


    “หืม น่าสนุกดีนี่ งั้นฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน”


    คลืด~!


    วงล้อหมุนด้วยความรวดเร็ว มองจากสายตาคนอื่นวงล้อของตงฟางดูธรรมดาไม่น้อย หากมองด้วยสายตาของเขาผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเองกับมือ ของสิ่งนี้ล้วนแล้วมีกลไกเล็กๆฝังอยู่ มันจะทำการล็อกการหมุนให้เข็มชี้ไปยังช่องที่มีเม็ดยาน้อยๆเท่านั้น 


    สำหรับวันนี้เขากลับคิดว่าการหมุนวงล้อจะต้องทำให้แจ็คพอตแตกให้ทุกคนเห็นกัน จึงคิดว่าในยา 100 กล่องที่จะถูกขายไปนั้น มันจะต้องมีสักครั้งที่มีคนได้ยาติดมือไป 100 เม็ด


    “พี่ชาย พี่ชายได้ยาเพิ่ม 5 เม็ด เปิดกล่องด้วยผมจะใส่มันรวมเอาไว้ในกล่อง”


    ตงฟางยื่นเม็ดยาเพิ่มให้ชายคนแรก 5 เม็ดหลังจากลุ้นโชคของเขาเสร็จ ไม่นานก็มีหญิงสาวอีกคนขอซื้อยาของเขา ซึ่งตงฟางก็รับเงินแล้วส่งของไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พาหญิงสาวมาหมุนวงล้อลุ้นโชคเช่นเดิม


    “ฉันเอา 2 กล่อง”


    “ฉันด้วย ฉันด้วย~!”


    ผู้คนมากมายที่รู้ว่ายาของตงฟางดีมาก แล้วยังมีราคาถูกกว่าท้องตลาด หนำซ้ำยังมีโอกาสได้ลุ้นโชคจึงพากันควักเงินออกมาจ่าย ตงฟางที่เตรียมรับมือเอาไว้แล้วเขาก็เริ่มหยิบกล่องยาแล้วรับเงินจากผู้คนมากมาย จนสุดท้ายยาของเขาขายหมดภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น


    “พี่ชายได้ 5 เม็ด”


    “อาห์ เสียดายจัง พี่สาวได้ยาเพิ่มแค่ 10 เม็ด ไว้มาลุ้นกันใหม่นะครับ”


    ตงฟางค่อยๆประกาศสิ่งที่ผู้ซื้อยาได้รับจากการลุ้นโชค กระทั่งผู้ซื้อยาทำการลุ้นโชคทั้งหมดตงฟางก็รีบเก็บป้ายร้านของเขาวิ่งหนีต่อหน้าต่อตาผู้คน


    “ไปก่อนนะครับ ของมีจำกัด พรุ่งนี้หากไม่รีบระวังของหมดก่อนนะครับ”


    “เฮ่ย เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่ซื้อเลย”


    “เดี๋ยวก่อน”


    การเปิดขายให้เร็วแล้วปิดร้านให้เร็วเป็นหนึ่งในแผนของเขา ตอนนี้เรื่องร้านขายยาน้อยหน่าคงถูกพูดถึงเป็นวงกว้างแน่นอน พรุ่งนี้เช้าเขาคิดว่าทุกคนที่เป็นศิษย์ทั่วไปคงรู้เรื่องยายี่จงของเขาแน่


    ไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์ทั่วไปเท่านั้นที่รู้ข่าว พวกเก็บค่าคุ้มครองก็ต้องรู้เช่นกัน ด้วยการเปิดร้านไม่ถึงชั่วโมงแล้ววิ่งหนีของตงฟางนั้น ทำให้พวกมันไม่ทันได้เก็บค่าคุ้มครองของเขา แล้วยังมีคู่แข่งทางด้านยาของตงฟางอีกที่รู้ ตอนนี้การขายยาของเขากำลังเริ่มเข้าสู่ความรุ่งโรจน์และความวุ่นวายในเวลาเดียวกัน


    —-----------------------------------


    “ศิษย์พี่ ศิษย์พี่แย่แล้ว”


    หนึ่งในร้านยาภายในเส้นทางการค้าของสถาบันเฟยเทียน มีคนวิ่งเข้าไปในร้านด้วยท่าทางแตกตื่น หลังจากได้รู้ข่าวยาคุณภาพ 10 ส่วน แม้จะเป็นยาระดับ 1 ก็ตาม การขายหมดภายใน 1 ชั่วโมงนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้พวกมันเสียหายไม่น้อย


    “มีอะไร เกิดอะไรขึ้นอีก ร้านตรงข้ามนำยาใหม่มาขายเหรอ”


    “เปล่าเลยศิษย์พี่ วันนี้ผมได้ยินเหล่าศิษย์คุยเรื่องบางอย่างกัน พวกเขาบอกว่ามีร้านขายยาเปิดใหม่”


    “หืม ใครกันกล้ามาเปิดร้านยาแข่งกับเรา”


    “จากข่าวบอกว่าเป็นศิษย์ทั่วไป ยาที่มาขายเป็นยายี่จง”


    “ยาชั้นต่ำแบบนั้นเหรอ มันเทียบเราไม่ได้หรอก”


    “ไม่นะศิษย์พี่ แม้มันจะเป็นยายี่จงแต่คุณภาพของมันมีถึง 10 ส่วนเลย แล้วผลของมันยังรักษาแผลให้ระดับสัมผัสวิญญาณได้ด้วย แบบนี้ยายี่จงของเราและยารักษาระดับ 2 ยอดขายลดลงแน่”


    “แกพูดใหม่อีกทีสิ”


    คำพูดเดิมเอ่ยออกมาด้วยท่าทางตกใจตื่น ทำให้คนที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ย่นคิ้วเพราะไม่เคยมีใครนำยาคุณภาพ 10 ส่วนมาขาย


    “ให้มันได้ขายก่อน หากมันรบกวนธุระกิจของเราจริง ฉันจะจัดการเอง”


    —---------------------------------------


    “วาห์ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงฉันคนนี้ขายยาได้ถึง 3,000 หินวิญญาณเลยเหรอเนี๊ย”


    ตงฟางมองหินวิญญาณในแหวนเก็บของ เขารู้สึกตะลึงมากไม่คิดว่าตัวเองจะขายยาได้มากมายขนาดนี้ ภายในแหวนของเขายังเหลือยาอีกเก้าพันกว่าเม็ด หากขายพวกมันทั้งหมดรวมกับเงินเดิมเขาจะมีเงินราว 3 หมื่นหินวิญญาณ แต่จำนวนเงินไม่นิ่งเนื่องจากเขาได้นำยาบางส่วนไปเป็นรางวัลในการหมุนวงล้อลุ้นโชค ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นจำนวนเงินที่เยอะมากๆเช่นเดิม


    “เอาล่ะ เหลือเวลาอีกนานกว่าจะค่ำ น่าจะพอไปทำธุระที่เมืองหลงไห่ได้บ้างเล็กน้อย”


    ตงฟางเดินออกจากห้องพัก ตอนค่ำเขามีนัดกับลู่จิวเพื่อแนะนำตัวคนในกลุ่ม แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องเดินลงจากเขาเข้าสู่เมืองหลงไห่ไปเยี่ยมหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เพื่อวางแผนธุระกิจระยะยาวระหว่างเขาและพี่ซิงเยียน


    “ให้ตายสิ แกทำให้ฉันดูแย่ ไอ้ระดับพลังแค่สัมผัสวิญญาณ”


    ตงฟางด่าให้กับร่างกายของเขา ตอนนี้เขารู้สึกอ่อนแอมากๆหากต้องเดินด้วยเท้าไปมาระหว่างเมืองและสถาบัน หากเขาใช้พลังจิตบินออกจากสถาบันก็กลัวจะถูกเปิดเผยพลัง จึงทำได้เพียงแค่วิ่งเท่านั้น แม้จะแอบใช้พลังพาตัวเองบินออกจากสถาบันไปก็ตาม ยังไงช่วงเช้าก็มีคนพบเจอเขาอยู่ดี ยิ่งเขาปลอมตัวไม่ให้คนรู้จักยิ่งถูกตามล่าตัวเพราะกลัวจะเป็นภัยต่อสถาบัน เขาจึงทำได้เพียงแค่วิ่ง หากไม่สามารถก้าวไปเป็นระดับผสานวิญญาณได้ เขาไม่มีทางใช้อาวุธบินได้แน่นอน


    ตุบ~!


    “อาห์ ให้ตายสิ เหนื่อยเป็นบ้า”


    ตงฟางใช้มือพยุงร่างตัวเองกับทางเข้าเมืองหลงไห่ พลางนึกไปถึง 3 วันแรกที่เขามาอาศัยในเมืองแห่งนี้ ทันใดนั้นเขาก็รีบสะบัดหน้าไล่ความคิดบ้าออกทันที เขาไม่อยากนึกไปถึงวันร้ายเหล่านั้น


    “ถ้าจำไม่ผิด หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอยู่ทางนี้”


    ตงฟางที่แอบเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองให้กลายเป็นชาวบ้านธรรมดาในเมืองช่วงวิ่งลงจากเขา เริ่มวิ่งอีกครั้งหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ทันใดนั้นเขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าจะต้องบอกพี่สาวซิงเยียนก่อน จึงนำผีเสื้อสื่อสารจากกระดาษยันต์ที่พี่ซิงเยียนให้ไว้เพื่อสื่อสาร นำออกมาใช้งานด้วยการกระตุ้นพลังเข้าไป จนมันบินออกจากมือมุ่งหน้าไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า


    “เดินดีกว่า ถ้าวิ่งไปถึงพร้อมผีเสื้อมันจะดูไม่ดี”


    ตงฟางเดินซื้ออาหารข้างถนนติดไม้ติดมืออีกเช่นเดิม ครั้งนี้เขามีเงินเยอะพอสมควรแล้วยังมีแหวนเก็บของด้วย จึงไม่จำเป็นต้องหิ้วให้รกรุงรัง กระทั่งเขาเดินแกะเม็ดบัวมาจนถึงหน้าตึกขนาดใหญ่มีหลายสิบชั้น ตงฟางถึงขั้นทิ้งเม็ดบัวในมือเพื่อมองจ้องตึกสูงตรงหน้าด้วยความตะลึง


    “มันจะใหญ่ไปแล้ว”


    “คุณชาย คุณชายต้องการอะไรในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เชิญข้างในก่อนนะคะ พวกเราจะดูแลเป็นอย่างดี”


    “คุณชายมาทางนี้”


    ตงฟางมองจ้องไปยังแขนตัวเองด้วยความรวดเร็ว จู่ๆก็มีหญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้าลายลูกไม้วิ่งเข้ามาออดอ้อนเขาเพื่อพาเข้าไปในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า จากรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวนับสิบล้วนสวยกันทุกคน 


    ตงฟางไม่ขัดขืนทำเพียงปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ลอยไปตามการลากจูงของหญิงสาวเหล่านี้ กระทั่งเขาเข้ามาถึงข้างในหอประมูลที่ถูกตกแต่งด้วยของมีค่าแวววับมากมาย หญิงสาวนับสิบก็วางเขาให้ยืนบนพื้นด้วยตัวเองก่อนจะกระจายตัวจากไปด้วยความรวดเร็วเหลือทิ้งไว้แค่เพียงตงฟาง และหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา


    “อะแฮ่ม เป็นยังไงบ้างน้องตงฟาง ชอบไหมกับการต้อนรับที่พี่สาวจัดเตรียมไว้ให้”


    “ฮี่ฮี่ พี่ซิงเยียนรู้ใจผมที่สุด ว่าแต่ทำไมพวกเธอจากไปเร็วนักล่ะ” ตงฟางทำหน้างุนงง เขากำลังเคลิ้มหญิงสาวนับสิบกลับจากไปก่อน


    “ชิ ใครใช้ให้น้องตงฟางไม่ขัดขืนล่ะ พี่ทนไม่ได้ก็เลยไล่พวกเธอหนีไป ทีอยู่กับพี่สาวทำเป็นถอยห่าง กลับพวกเธอดันยืนนิ่งเป็นตอไม้เชียวนะ สองมาตรฐาน”


    “ แหะ  แหะ  แหะ  ก็พวกเธอไม่ได้เอาจริงนี่”


    “เอาล่ะ ไหนๆตงฟางก็มาแล้ว พี่จะพาชมเลยแล้วกัน จากนั้นค่อยไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ตอนนี้พ่อของพี่น่าจะรอแล้ว”


    “ครับ”




     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน