บทที่ 47
ห้ามนั่งนะ!
ภายในห้องเช่าที่มืดและแคบ สาวสวยคนหนึ่งที่มือถือแท่งพลาสติกสำหรับตรวจครรภ์ เธอกำลังจ้องมันอย่างทะมัดทะแมง
หลังจากครู่หนึ่ง มันก็ค่อยๆปรากฏแถบสีแดงขึ้นมาแถบหนึ่งที่ตรงกลางของเครื่องตรวจครรภ์ดังกล่าว
เธอขมวดคิ้ว ใบหน้าสวยนั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจมากๆพร้อมๆกับกัดฟันอย่างขมขื่น มือเรียวสวยขว้างที่ตรวจครรภ์ลงพื้นด้วยความรังเกียจพร้อมๆกับหายใจติดขัดขณะก้าวเดินออกไป
“ไร้ค่าจริงๆ! บ้าเอ๊ย! สุดท้ายก็ไม่ได้งั้นเหรอ!”
ขณะที่กำลังเดินเธอก็บ่นด้วยความรู้สึกผิดหวังและโกรธไปด้วย
ร่างบางนั้นรู้สึกเหนื่อยอ่อนก่อนจะทิ้งตัวลงไปบนเตียงที่ยุ่งเหยิง มันเป็นภาพที่ยากเกินจะจินตนาการถึงผู้หญิงสวยคนหนึ่งบนเตียงที่เละเทะแบบนี้
ผ้าห่มนั้นม้วนเป็นก้อนกลมและไปกองที่ปลายเตียง กระดาษเอกสาร หนังยาง ปิ่นปักผม และสิ่งอื่นๆอีกมากมายนั้นต่างกองรวมกันบนเตียงอย่างไม่เป็นระเบียบซึ่งมันตรงข้ามกับใบหน้าที่สละสลวยรวมถึงเดรสสวยที่สวมใส่อยู่ด้วย
หญิงสาวทิ้งตัวลงไปบนเตียงพร้อมกับซุกหน้าลงไปในหมอนด้วย
ผ่านไปพักใหญ่ๆเธอจึงเงยหน้าขึ้นมาและบ่นกับตัวเอง “เป็นไปไม่ได้ วันนั้นฉันว่าฉันก็ใส่มันเข้าไปตั้งเยอะแท้ๆ แถมยังนอนกลับหัวอยู่ตั้งนานด้วย ฉันควรจะท้องสิ!”
ใช่แล้ว เธอคนนี้คือ ซูหลี่เหยาผู้ที่ซึ่งหายไปหลายวันนั้นแหละ
ในวันนั้น ที่คฤหาสน์ทางชานเมืองตอนใต้ เธอได้ทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่อลงไปก่อนจะหนีหาย
เธอนั้นค่อนข้างฉลาด เธอรู้ว่าถ้าเธอยังรออยู่ที่นั่นจนตระกูลเย่มาเจอเธอ พวกเขาอาจจะโกรธและทำร้ายเธอก็ได้หากพบว่าเย่เหลียงถูกทำแบบนี้ ดังนั้นแล้วเธอจึงรีบหนีไปก่อน
ซูหลี่เหยานั้นจะรอจนกว่าจะท้องแล้วค่อยไปยังคฤหาสน์ตระกูลเย่พร้อมๆกับลูกของเธอ
แต่เธอเองก็ไม่คาดคิดเลยว่าตอนกลับไปที่มหาวิทยาลัยจะต้องไปเจอกับไอ้เจ้าอาจารย์ที่ชวนให้ปวดหัวนั่น แถมยังต้องสูญเสียชื่อเสียงในที่แห่งนั้นไปอีก
คุณย่า ฉันกำลังจะได้เป็นคุณหญิงแห่งตระกูลเย่แล้วแท้ๆ แต่ทำไมฉันถึงต้องมาถูกไอ้อาจารย์ตัวกะเปี๊ยกของย่ากลั่นแกล้งแบบนี้ด้วย!?
ด้วยความโกรธของเธอเมื่อครั้นมีปากเสียงกับอาจารย์ในออฟฟิศนั้น มันทำให้ผู้อำนวยการลั่นคำขาดกับเธอ
หลังจากที่ออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว ซูหลี่เหยาก็หาเช่าห้องเล็กๆ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเธอนั้นยังเป็นเพียงนักศึกษาหญิง ดังนั้นแล้วเธอจึงไม่ได้มีเงินขนาดอยู่โรงแรมหรืออะพาร์ตเมนต์ได้ เมื่อปราศจากแฟนหนุ่มที่เป็นลูกคนรวยแล้ว เธอเองก็ถือเป็นคนที่จนมากๆคนหนึ่งเลย
แต่กระนั้นเธอก็ไม่ได้กังวลอะไรมากมาย เพราะว่าเธอรู้ดีว่าตราบใดที่เธอตั้งท้องกับเย่เหลียงได้ เธอก็จะสามารถย่างก้าวขึ้นสู่ฟากฟ้าได้ เปลี่ยนจากพวกรากหญ้าให้กลายเป็นพญาฟินิกซ์ทันที
ถ้าหากนี่เป็นสถานการณ์ทั่วๆไปแล้วล่ะก็ เธอคงไม่กล้าที่จะวาดฝันไว้ขนาดนี้ นั่นก็เพราะลูกคนรวยคนอื่นๆนั้นไม่ได้ดีเด่ขนาดที่จะเทียบเท่าเย่เหลียงได้ เขานั้นมองผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นแต่ไม่เคยคิดจะมีลูกง่ายๆ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะพลาดพลั้งหรืออะไรก็ตามที่ทำให้มีเด็กตามมา ยังไงพวกเธอเหล่านั้นก็ต้องถูกกำจัดไปอยู่ดี
แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ซูหลี่เหยานั้นเห็นชัดแล้วว่าชีวิตเย่เหลียงไม่สามารถเป็นแบบเดิมได้แล้ว และเขาเหมือนถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งไปแล้ว
ดังนั้นนี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ถ้าหากเธอสามารถท้องลูกกับเย่เหลียงได้ เธอก็จะสามารถเป็น 1 ในสมาชิกของตระกูลเย่ได้ และถ้าเป็นแบบนั้นเย่เหลียงก็ไม่ต้องกลายเป็นคุณนายด้วย
และถ้าหากมันเป็นแบบนั้น ด้วยสถานะของตระกูลเย่ในเมืองตงหลิง มหาวิทยาลัยตงหลิงน่ะเหรอ ไม่ได้ดีเด่นอะไรในสายตาเธอเลย เธอน่ะจะไล่ออกทั้งอาจารย์แล้วก็ผู้อำนวยการให้เดือดร้อนกันให้หมดเลย!
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าความคิดนั้นจะฟังดูดี แต่ทว่าในความเป็นจริง ณ ตอนนี้ ผลลัพธ์ของมันกลับไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่
แผนที่ดูจะไม่มีความผิดพลาดเลยต้องมาจบลงแบบนี้งั้นเหรอ?
เธอเริ่มจะเสียใจแล้วที่ไปทะเลาะกับอาจารย์คนนั้นเพราะความเลือดร้อน
แต่ไม่ยอมหรอก! ฉันกลับหลังไม่ได้แล้ว แผนนี้มันต้องสำเร็จเท่านั้น ไม่!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของซูหลี่เหยาที่มีความสวยงามอย่างละเมียดละไมนั้นเริ่มแสดงออกถึงความบ้าคลั่งขึ้นมา
ในวันหยุด
อู๋ตี้มายังเขตหลงจูอี้ปิน ที่ที่ซึ่งเขานั้นจ่ายเงิน 3 ล้านหยวนเพื่อซื้อห้องเอาไว้
ตลอดที่ผ่านมานี้ เขานั้นต้องเรียนอย่างหนักและเจอกับเรื่องต่างๆมากมาย เพราะงั้นเขาเลยไม่ว่างที่จะมาตรวจดูห้องที่เขาซื้อเอาไว้เลย ตอนนี้มันถึงวันหยุดแล้ว เป็นเวลาที่ต้องมาคิดแล้วว่าจะแต่งบ้านยังไงดี
“ห้อง 802 1 ห้อง อาคาร 6 โอ้ ดีเลย”
อู๋ตี้นั้นยืนอยู่ที่ชั้นล่างของตึกซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของย่านนี้ ด้านหน้าของตึกนั้นมีทั้งทางทิศเหนือและใต้ มันเป็นตึกทรงเล็กแต่สูงขึ้นไปถึง 11 ชั้นเลย
บนลิฟต์ของตึก อู๋ตี้นั้นยืนรอขณะที่ลิฟต์กำลังพาเขาไปยังชั้น 8
ด้วยกุญแจห้องนั้น เขาเปิดประตูเข้าไปและพบกับห้องที่กว้างขวาง ห้องนอนทั้ง 3 ที่สว่างไสว ห้องโถงที่ดักหน้าทุกสิ่งอย่างไว้ตามที่เขาต้องการ นอกจากนั้นมันยังมีหน้าต่างทรงฝรั่งเศส 3 บานอยู่ที่ทิศใต้ของห้องนั่งเล่นซึ่งทำให้เขาสามารถรับแสงยามบ่ายได้ดีอีกด้วย
เพราะด้วยคนที่ขายห้องนั้นบอกเขาไว้ว่าห้องนี้ถูกอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นถึงแม้ว่าเฟอร์นิเจอร์จะถูกย้ายไปบ้าง แต่การตกแต่งนั้นยังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย เช่นนั้นแล้วมันจึงยังเป็นบ้านที่ใหม่และยังไม่มีชีวิตชีวาแบบสุดๆ
ที่ผนังนั้นถูกทาไว้ด้วยสีฟ้าสว่างบางๆ ซึ่งมันทำให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกสบายตัวสุดๆ ที่พื้นนั้นถูกปูไว้ด้วยกระเบื้องขาวดุจหยกขาวซึ่งทำให้แสงที่ส่องลงมาดูสว่างและสะอาดสุดๆ ทั่วทั้งห้องถูกสร้างและบรรจงตกแต่งอย่างประณีต และความประณีตนี้ก็ทำให้เขาต้องตาต้องใจเป็นอย่างมากอีกด้วย
ขาดแค่เฟอร์นิเจอร์ เท่านี้มันก็จะสมบูรณ์ คนที่ขายห้องให้เขานั้น พูดไว้ด้วยว่า ห้องนี้ถูกซื้อไว้เฉยๆเมื่อไม่ถึง 2 ปีที่แล้วเท่านั้น
แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวนั้นก็ตกแต่งไปบ้างแล้ว เสี่ยวลี่นั้นพยายามอย่างมากในการตกแต่งห้องนี้ แต่โชคร้ายที่ว่าท้ายสุดมันก็ต้องตกเป็นของคนอื่น
อู๋ตี้รู้สึกดีใจมากๆ เขาสามารถประหยัดเงินไปได้มากเลยกับค่าตกแต่งเพิ่ม เขาชอบแบบนี้อยู่แล้ว เพราะงั้นเขาจึงจะไม่ตกแต่งอะไรเพิ่ม สิ่งที่ต้องเพิ่มจริงๆก็มีแค่เฟอร์นิเจอร์นั่นแหละ จากนั้นเขาก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้แล้ว
เขาวางแผนไว้ว่าจะทำอะไรบ้าง และตั้งใจจะทำให้มันจบภายในวันหยุดฤดูร้อน เมื่อเอ้อซีซีกลับมา เขาก็จะให้เธอมาอยู่ที่นี่หากเธอต้องการ
แน่นอนว่าอู๋ตี้ไม่ได้จะชวนเธอมาทำอะไรแย่ๆ ที่นี่มีห้องนอนถึง 3 ห้อง 2 ห้องนั้นสำหรับอยู่แบบส่วนตัวและอีก 1 ห้องเผื่อจะอยู่ด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรไว้เลย หากแต่เขานั้นอยากจะใช้เวลาทั้งหมดที่เป็นไปได้กับเธอและคอยปกป้องเธอไปเรื่อยๆด้วย
และเขาเองก็ได้เห็นแล้วว่าเพื่อนร่วมหอของเอ้อซีซีนั้นก็ไม่ใช่คนดีอะไร ดังนั้นเขาคงจะให้เอ้อซีซีอยู่ในหอนั้นไม่ได้อีกแล้ว ไม่งั้นเธอก็อาจจะโดนแกล้งอยู่เรื่อย
แถมเขานั้นยังวางแผนไว้ด้วยว่า ถ้าเอ้อซีซีไม่มาอยู่กับเขา เขาก็จะเช่าห้องอื่นเพิ่มในย่านนี้ให้เธออยู่อีกด้วย เพราะยังไงแล้วเขาก็ไม่ได้ต้องการจะใช้เงินอะไรอยู่แล้ว
ถ้าหากคุณมีแผนซักแผนล่ะก็ คุณควรจะทำมันเดี๋ยวนั้นเลย
คิดได้ดังนั้นแล้ว อู๋ตี้ก็เดินลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อเรียกแท็กซี่และไปยังร้านเฟอร์นิเจอร์ใกล้ๆแถวนั้น
เมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์ ฮั่วเชียง คือตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตงหลิง คุณสามารถหาเฟอร์นิเจอร์ไม่ว่าจะเกรดสูงหรือเกรดต่ำได้จากที่นี่
ในทันทีที่เขาลงจากรถ อู๋ตี้ก็เห็นความวุ่นวายในตลาดดังกล่าว ดูเหมือนว่าธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เองก็จะร้อนแรงไม่แพ้กันในเวลานี้
ส่วนที่ดูจะมีชีวิตชีวามากที่สุดในตลาดนี้คงไม่พ้น จุดที่คู่หนุ่มสาวแต่งตัวทันสมัยคู่หนึ่งที่กำลังถูกห้อมล้อมไว้ด้วยเซลล์ขายของแต่ละร้านที่พยายามล่อลวงทั้งคู่ด้วยสินค้าแนะนำในร้านตนเอง
“กำลังตามหาเฟอร์นิเจอร์อยู่งั้นเหรอ? เชิญมาดูทางนี้ก่อน นี่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ที่เพิ่งนำเข้าจากยุโรปเมื่อวานนี้เลย! และมันเป็นของคุณภาพสูงเสียด้วย!”
“มาทางนี้ดีกว่าค่ะ มาทางนี้ เฟอร์นิเจอร์ของร้านเรานั้นล้วนแต่เป็นที่ชื่นชอบ พวกมันมีหลายแบบหลายสไตล์ พวกคุณสามารถเลิกได้ตามที่ต้องการเลย แถมราคาเองก็สามารถจับต้องได้ด้วย”
“ทางนี้ๆ พวกคุณทั้งสองนั้นมีรสนิยมที่ดี ร้านของผมน่ะมีเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังมากมายเลยล่ะ ไหนๆก็มาแล้ว เอาเป็นว่าผมแถมส่วนลดให้ 20% เลย”
…
พวกคนเหล่านี้เหมือนเหล่าเซียนทั้ง 8 ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อขายของ ทุกๆคำพูดนั้นล้วนเหมือนมีเวทมนตร์ที่พยายามจะล่อลวงหนุ่มสาวคู่นี้ให้เข้าไปยังร้านของตน
แต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะเมินเซลล์เหล่านี้และเดินตรงไปตามทางเดินของตลาดเฟอร์นิเจอร์ด้วยความหยิ่งยโส
เหล่าเซลล์แมนทั้งหลายเมื่อเห็นทั้งคู่เดินห่างออกไป พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความรู้สึกสูญเสียออกมา
กลับกัน เมื่อคนเหล่านี้เห็นอู๋ตี้ที่เดินเข้ามา พวกเขากลับไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนกับก่อนหน้า แถมยังหันมาแสดงสายตาเหยียดหยามใส่ด้วย
บางส่วนของพวกเขาเอ่ยด้วยความเย้ยหยัน
“ให้ตายเถอะ นี่มาซื้อเฟอร์นิเจอร์จริงๆเหรอเนี่ย เศษผ้าที่ใส่อยู่นั่นมันอะไรน่ะ? ไปเก็บมาเหรอ?”
“ทำไมถึงมีคนแบบนี้อยู่ที่ตลาดได้ล่ะ? พวกการ์ดข้างหน้าไม่ทำหน้าที่เลยหรือไง? ไม่รู้หรือไงว่าคนแบบนี้มีแต่จะทำให้เฟอร์นิเจอร์ของฉันเปื้อนคราบความจนนะ”
“อย่าไปใส่ใจหมอนี่เลยน่า วันนี้ข้างนอกมันร้อน เขาก็คงจะแค่เข้ามาหาแอร์เย็นๆในห้างนั่นแหละ ฉันเห็นคนแบบนี้มาเยอะแล้ว ก็เป็นแค่พวกขี้แพ้ล่ะนะ”
……
อู๋ตี้นั้นพูดไม่ออกกับสิ่งที่ได้ยินเลย แต่กระนั้นเขาก็พยายามจะไม่ใส่ใจมากนัก เพราะยังไงซะเขาก็แค่มาซื้อเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงเริ่มมองดูเหล่าเฟอร์นิเจอร์ในร้านค้าต่างๆ เดินไปดูไป
เขาเดินเข้าไปในร้านร้านหนึ่งเพราะว่าโซฟาสีฟ้าสว่างมันดึงดูดสายตาเขา
โซฟานั้นทำจากผ้าที่ฉลุลายไว้สวยงามดูน่าจะนั่งสบาย ควบคู่กับบรรยากาศในห้องของเขานั้นที่เป็นแสงสีฟ้าๆสว่างๆ มันน่าจะเข้ากันไม่น้อยเลย
อู๋ตี้เดินไปยังโซฟานั้นและเตรียมที่จะนั่งเพื่อทดลอง ทันใดนั้นเอง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ห้ามนั่งเด็ดขาด!”