
หว่านหนิงเก็บจดหมายไว้สามวันโดยไม่พูดกับใคร
สามวันที่นางเดินตรวจคลัง นับของ ลงบัญชี สั่งงานบ่าวตามปกติทุกอย่าง
จนไม่มีใครในจวนสังเกตว่ามีอะไรเปลี่ยนไป
ชุนถาวสังเกต
"คุณหนู"
"อือ"
"สามวันแล้วนะเ้าคะที่คุณหนูไม่ได้กินข้าวเย็น"
หว่านหนิงละสายตาจากสมุดบัญชี
"เ้านับด้วยหรือ"
"ข้านับทุกอย่างที่คุณหนูไม่บอกข้าเ้าค่ะ"
นางมองเด็กสาวคนนั้นอยู่สองอึดใจ
แล้วเสียงหัวเราะก็หลุดออกมา
"เ้าจะเป็บ่าวที่น่ากลัวมากตอนอายุสามสิบ"
"ข้าจะยังอยู่กับคุณหนูตอนนั้นหรือเ้าคะ"
คำถามนั้นเข้ามาโดยที่หว่านหนิงไม่ได้เตรียมใจ
ในความทรงจำอีกชุดหนึ่ง เ้าอยู่ถึงแค่ปีที่หก
"อยู่สิ"
นางกลับไปเขียนต่อ
"อยู่จนแก่เลย"
✦ ✦ ✦
วันที่สี่ หว่านหนิงไปหาหลิวสื้อเอง
ไม่ได้เรียกนางมา ไม่ได้ให้บ่าวไปตาม
หว่านหนิงเดินไปที่เรือนของอีกฝ่ายตอนสายๆ ถือกล่องขนมไปด้วยกล่องหนึ่ง
"อ้าว น้องสะใภ้"
หลิวสื้อกำลังนั่งปักผ้าอยู่ริมหน้าต่าง พอเห็นก็ยิ้มทันที
สีหน้าที่ทำมาเป็สิบปีจนแเีเหมือนของจริง
"พี่สะใภ้เ้าคะ" หว่านหนิงวางกล่องขนมลง "หลานเอาขนมมาฝาก ร้านหลิวเฟิงที่พี่สะใภ้ชอบ"
"โอ๊ย ลำบากทำไม" นางวางเข็มลง "นั่งสิ"
หว่านหนิงนั่งลงตรงข้าม
พูดเื่อากาศ พูดเื่ผ้าที่อีกฝ่ายกำลังปัก พูดเื่ลูกชายคนโตที่กำลังจะสอบ
พูดอยู่ครึ่งชั่วยาม
จนกระทั่งชาถ้วยที่สองเย็นลง นางถึงพูดขึ้นเรียบๆ
"เื่น้องสาวหลานที่จะมาอยู่ด้วย"
มือหลิวสื้อหยุดนิ่งไปชั่วกะพริบตา
เสี้ยวเดียวจริงๆ
"อ๋อ" นางยิ้ม "ข้าเห็นน้องสะใภ้อยู่คนเดียวก็สงสาร เลยเขียนไปเชิญ ไม่ได้บอกก่อนก็ขอโทษด้วยนะ"
"หลานควรขอบคุณพี่สะใภ้"
"ก็เื่ธรรมดา"
"แต่หลานสงสัยอย่างหนึ่งเ้าค่ะ"
หว่านหนิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ
"พี่สะใภ้รู้ได้อย่างไรว่าน้องสาวหลานอยู่คนเดียว"
ไม่มีใครพูดอะไร
เสียงเข็มปักผ้าที่ดังเป็จังหวะมาตลอดหยุดไป
"...ก็น้องสะใภ้เล่าให้ฟังเองไม่ใช่หรือ"
"หลานไม่เคยเล่าเ้าค่ะ"
นางวางถ้วยชาลงโดยไม่มีเสียง
"หลานเข้าจวนมาเดือนเดียว พูดกับพี่สะใภ้รวมกันไม่เกินสิบครั้ง และไม่มีครั้งไหนเลยที่พูดถึงน้องสาว"
หว่านหนิงหยุดมือ สีหน้ายังอ่อนโยนเหมือนเดิม
"แล้วพี่สะใภ้รู้ชื่อเต็มของน้องสาวหลานได้อย่างไรเ้าคะ ถึงเขียนจดหมายไปถูกคน"
หลิวสื้อมองนางไม่วางตา
แล้วสีหน้านั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยน
ไม่ใช่เปลี่ยนเป็โกรธ
เปลี่ยนเป็เหมือนคนที่เพิ่งมองเห็นอะไรบางอย่างชัดขึ้นเป็ครั้งแรก
"...เ้าไม่เหมือนที่ข้าคิดไว้เลยนะ"
"หลานเป็คนธรรมดาเ้าค่ะ"
"เด็กสิบเจ็ดที่เข้าจวนมาเดือนเดียว ไม่ถามแบบนี้หรอก"
อีกฝ่ายหยิบเข็มขึ้นมาปักต่อ
"เ้าจะให้ข้าตอบว่าอย่างไร"
"ไม่ต้องตอบก็ได้เ้าค่ะ"
หว่านหนิงลุกขึ้น คำนับ
"หลานแค่อยากให้พี่สะใภ้รู้ว่าหลานถาม"
✦ ✦ ✦
กลับมาถึงเรือน ชุนถาวรีบเข้ามาถอดเสื้อคลุมให้
"คุณหนูไปทำอะไรที่เรือนพี่สะใภ้เ้าคะ"
"ไปบอกนางว่าข้าเห็น"
"เห็นอะไร"
"เห็นว่านางไม่ได้เชิญน้องสาวข้ามาเพราะสงสาร"
หว่านหนิงนั่งลงที่โต๊ะ กางสมุดบัญชีออก
หลิวสื้อเสียกุญแจคลังไปเมื่อสิบสี่วันก่อน
คนที่เพิ่งเสียอำนาจจะทำสองอย่าง
หนึ่ง ยอมแพ้แล้วถอยไปอยู่เงียบๆ
สอง หาคนมาถ่วงดุลคนที่แย่งอำนาจไป
หลิวสื้อไม่ใช่คนแบบที่หนึ่ง
นางเลยหาพันธมิตร
และนางเลือกคนที่ฉลาดที่สุดเท่าที่จะเลือกได้ คือ น้องสาวของศัตรู
เพราะไม่มีใครสงสัยน้องสาวที่มาอยู่กับพี่สาว
"ชุนถาว"
"เ้าค่ะ"
"ถ้าเ้ารู้ว่ามีคนกำลังจะเอามีดมาไว้ในบ้าน เ้าจะทำอย่างไร"
"ก็ห้ามไม่ให้เข้ามาสิเ้าคะ"
"แล้วถ้าห้ามไม่ได้"
ชุนถาวคิดอยู่พักหนึ่ง
"...ก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามีดอยู่ตรงไหน"
หว่านหนิงหันไปมองเด็กสาวคนนั้น
แล้วมุมปากก็ยกขึ้น
✦ ✦ ✦
คืนนั้นนางนั่งคิดอยู่จนดึก
ทางเลือกมีสามทาง และนางไล่มันในหัวซ้ำแล้วซ้ำอีก
หนึ่ง ห้ามไม่ให้มา
เขียนจดหมายกลับไปบอกท่านแม่ว่าจวนเซี่ยไม่สะดวก
ท่านแม่จะสงสัย หลิวสื้อจะได้เื่ไปพูด แม่สามีจะถามว่าทำไมพี่สาวถึงไม่รับน้องตัวเอง
และหว่านอวี๋จะรู้ในพริบตาว่านางรู้อะไรบางอย่าง
สอง ปล่อยให้มาแล้วปฏิบัติเหมือนไม่มีอะไร
คือสิ่งที่นางทำมาแล้วในชาติก่อน
ผลของมันนางเห็นแล้ว จากในเรือนจำหลวง
สาม ให้มา แต่ให้มาในที่ที่นางเลือก
หว่านหนิงมองเปลวเทียนอยู่นาน
ในชาติก่อน หว่านอวี๋อยู่เรือนตะวันตก ติดกับเรือนของจิ่งอวี้ ห่างจากห้องหนังสือของเขาสิบเจ็ดก้าว
นางเดินผ่านที่นั่นวันละสี่ห้ารอบ
โดยที่หว่านหนิงเป็คนจัดที่ให้เอง เพราะคิดว่าน้องสาวจะได้ไม่เหงา
นางหยิบพู่กันขึ้นมา
แล้วเขียนจดหมายสองฉบับ
ฉบับแรกถึงท่านแม่ บอกว่ายินดีต้อนรับน้องสาว จะจัดที่พักให้อย่างดีที่สุด
ฉบับที่สอง...
นางเขียนช้ากว่าฉบับแรกมาก
เพราะฉบับที่สองเป็จดหมายถึงแม่สามี
✦ ✦ ✦
เช้าวันรุ่งขึ้น หว่านหนิงไปเรือนใหญ่แต่เช้า
เหล่าฟูเหรินกำลังฉันน้ำชาอยู่คนเดียว
"มาแต่เช้า มีเื่อะไร"
"หลานมาขอคำแนะนำเ้าค่ะ"
นางคำนับแล้วยื่นจดหมายให้
"น้องสาวหลานจะมาอยู่ด้วยเดือนหน้า หลานไม่ทราบว่าควรจัดเรือนไหนให้"
ผู้เฒ่ารับจดหมายไปอ่าน
"เื่นี้เ้าจัดเองได้ ไม่ต้องมาถามข้า"
"หลานจัดเองได้เ้าค่ะ" หว่านหนิงพูดช้าๆ "แต่หลานคิดว่าเื่คนนอกเข้ามาอยู่ในจวน ควรให้ท่านย่าเป็คนตัดสิน"
เหล่าฟูเหรินหันมามอง
"...คนนอก"
"น้องสาวหลานเป็คนตระกูลซู่เ้าค่ะ ไม่ใช่คนตระกูลเซี่ย"
นางคำนับต่ำลงอีกนิด
"หลานแต่งเข้ามาแล้ว หลานเป็คนของตระกูลเซี่ย ท่านย่าบอกเองเมื่อวันแต่ง"
"แต่ที่นางยังไม่ใช่"
ไม่มีใครในห้องพูดอะไร
แล้วผู้เฒ่าก็วางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดังกริ๊ก
"เรือนหลังบ้าน"
"เ้าคะ"
"ติดกับเรือนข้า" เหล่าฟูเหรินตอบ "ข้าอายุมาก นอนไม่ค่อยหลับ มีคนอยู่ใกล้ๆ ก็ดี"
หว่านหนิงคำนับจนหน้าเกือบแตะพื้น
"ท่านย่าเมตตามากเ้าค่ะ"
พอเดินออกจากเรือนใหญ่ ชุนถาวเดินตามมาติดๆ
"คุณหนู เรือนหลังบ้านมันเล็กมากนะเ้าคะ แล้วก็ไกลจากเรือนคุณชายรองที่สุดในจวนเลย"
"อือ"
"แล้วก็ติดกับเรือนท่านย่าด้วย ท่านย่าตื่นตีสี่ทุกวัน แล้วก็เห็นทุกคนที่เดินผ่าน..."
ชุนถาวพูดไปเรื่อยๆ
แล้วก็หยุดกลางประโยค
หว่านหนิงเดินต่อไปโดยไม่หันหน้า
"เ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม"
"...คุณหนูเ้าคะ"
"อือ"
"ทำไมคุณหนูถึงไม่เชื่อใจน้องสาวตัวเอง"
หว่านหนิงหยุดเดิน
ลมพัดผ่านลานมาพอดี พาใบไม้แห้งกลิ้งไปตามพื้นหิน
"เพราะข้าเชื่อใจนางมาแล้วเก้าปี"
นางเดินต่อ
"และมันแพงกว่าที่ข้าจ่ายไหว"